.....
"นามของข้าคือ ซาฟีร่า โฮราเทียส ผู้พิทักษ์ของเมืองนอริช ยินดีที่ได้พบกับทุกท่าน"
เมื่อเจ้าเมืองนอริชรพูดแนะนำตัวให้แก่บุตรสาวของตัวเองเสร็จ ซาฟีร่าจึงได้พูดออกมาด้วยตัวเองอีกครั้ง เพื่อเป็นการทักทายกับทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ด้วยเช่นกัน...
"นี้เหรอ.. ผู้พิทักษ์อีกคนของเมืองนอริช ดูยังไงๆเธอก็มีอายุไม่ต่างไปจากเราเลย แต่ทำไมระดับพลังถึงได้มากมายขนาดนี้..."
หลังจากที่มีแหล่งพลังเวทย์อยู่ภายในร่างกาย มันทำให้ภาคินสามารถสัมผัสพลังของคนอื่นได้อย่างชัดเจน อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันจึงทำให้ภาคินอดไม่ได้ที่จะบ่นพำพัมออกมา หลังจากสัมผัสได้ถึงพลังอันมากมายของซาฟีร่า ซึ่งต่างจากตัวเองอย่างสิ้นเชิง
หากดูจากสายตาแล้วซาฟีร่าเองก็คงจะมีอายุที่ ไม่ได้มากไปกว่าภาคินซักท่าไหร่นัก แต่ความแตกต่างทางด้านพลัง ของพวกเขาทั้งสองที่มีอายุไล่เลี่ยกันนั้นกลับมีมากมาย จนไม่สามารถนำเอาพลังของคนทั้งคู่มาเทียบกันได้เลย
และที่สำคัญที่อกด้านขวาของซาฟีร่า ยังถูกกลัดเอาไว้ด้วยตราสัญลักษณ์ของสมาคมนักรบ ซึ่งเป็นสมาคมที่ผู้คนสายกายภาพมากมายล้วนวาดฝันว่าอยากจะเข้าร่วมด้วยซักครั้งในชีวิต เข็มกลัดที่เป็นตราสัญลักษณ์ของนักรบ หรือนักเวทย์นั้น ก็เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของความสูงศักดิ์ และระดับพลังของคนๆนั้น
ส่วนวิธีขอรับตราสัญลักษณ์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากเลย เพียงแค่สามารถผ่านการทดสอบ จากสมาคมที่ตัวเองกำลังสังกัดอยู่เพียงเท่านั้น ก็สามารถครอบครองตราสัญลักษณ์ได้แล้ว ยกตัวอย่างเช่นภาคินในตอนนี้ ที่เพิ่งจะได้รับตราสัญลักษ์ของนักเวทย์มา และมันก็ถูกแพนเตอร์ติดเอาไว้ที่อกด้านขวาของภาคินทันทีที่ผ่านการทดสอบ เพื่อเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าภาคินในตอนนี้ ไม่ใช่นักเวทย์ฝึกหัดอีกต่อไป
และตราสัญลักษณ์นี้ยังมีประโยชน์อีกอย่างก็คือ มันสามาถทำให้ชาวบ้านทั่วๆไป ที่ไม่อาจสามารถสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ และพลังของพวกนักรบ สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าคนๆนั้นมีระดับพลังอยู่ในขั้นไหนโดยดูจากตราสัญลักษ์ที่ถูกติดเอาไว้ที่หน้าอกของคนๆนั้นนั่นเอง
และตราสัญลักษ์ที่ถูกติดเอาไว้บนอกด้านซ้ายของซาฟีร่า ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของภาคินในตอนนี้ ก็คือตราสัญลักษณ์ของสมาคมนักรบ ระดับดาบนัก ซึ่งพลังระดับนี้หากจะให้เปรียบเทียบกับ ระดับชั้นของนักเวทย์แล้ว มันก็จะอยู่ในระดับทหารเวทย์เลยทีเดียว
"เจ้าเหรอ.. คือผู้พิทักษ์คนใหม่ของเมืองนอริช.." ซาฟีร่าจ้องมองไปยังภาคิน ที่ตอนนี้ยังอยู่ในชุดของผู้เข้ารับการทดสอบ แต่ถึงอย่างนั้นซาฟีร่าก็สามารถบอกถึงฐานะของภาคินได้อย่างแม่นยำ
"ใช่แล้วข้ามีชื่อว่าภาคิน ยินดีที่ได้รู้จัก.." ภาคินพูดทักทายออกมาอย่างสบายๆ โดยไม่ได้ให้ความสนใจต่อพลังอันมากมายมหาศาลของซาฟีร่า ที่กำลังกดทับลงมายังร่างกายของเขาเลย...
"ดูเหมือนว่าเมืองนอริชของเรา จะได้เพรชเม็ดงามมาไว้ในครอบครองซะแล้ว ตัวข้ามีชื่อซาฟีร่าฝากตัวด้วยละ.."
หลังจากที่ซาฟีร่าได้ทำการทดสอบภาคินไปเพียงชั่วครู่ เธอก็กล่าวชื่นชมภาคินออกมาด้วยความจริงใจ พร้อมกับเริ่มแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง..
"ท่านพ่อวงเวทย์เคลื่อนย้ายระดับสูงของเมืองมันติคอร์ ที่พวกเราแจ้งไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้มันพร้อมใช้งานแล้ว.."
หลังจากที่ทั้งคู่ได้แนะนำตัวซึ่งกันและกันเสร็จ เจ้าเมืองนอริชจึงได้บอกให้ภาคินร่ำลาพ่อกับแม่ของตัวเองซะเพราะตอนนี้วงเวทย์เคลื่อนย้ายระดับสูงของเมืองมันติคอร์ ได้พร้อมใช้งานแล้ว
เมื่อภาคินกล่าวคำลากับภูมิและมาเรีย ตอนแรกทั้งคู่ก็ดูเหมือนจะยังทำใจไม่ได้ เพราะการไปในครั้งนี้ มันเกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างอาณาจักร แต่สุดท้ายทั้งภูมิและมาเรียก็ได้แต่ปล่อยให้ลูกชายของพวกเขา ออกไปผจญภัยในโลกกว้าง เพราะทั้งคู่ไม่อยากกลายเป็นภาระ หรือคอยฉุดรั้งอานาคตอันสดใสของภาคินเอาไว้
"ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันจังเลยนะคะคุณ..."
มาเรียพูดออกมาอย่างมีความสุข ในขณะที่กำลังเดินตามหลังของเจ้าเมืองนอริช ภาคิน และซาฟีร่าไปยังวงเวทย์เคลื่อนย้าย ที่ตั้งอยู่ในปราสาทหลักของเจ้าเมืองมันติคอร์ และแน่นอนว่าคำพูดของมาเรีย เจ้าเมืองนอริชและคนอื่นๆก็ได้ยินเช่นกัน แต่เจ้าเมืองนอริชกลับเลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมา เพราะเจ้าเมืองนอริชก็รู้ดีว่าภาคินนั้นเก่งแค่ไหน
เพราะภาคินสามารถร่ายบทเวทย์ที่แปลกประหลาด และสามารถครอบครองพลังทั้งสายกายภาพ และเวทย์มนตร์ได้ แต่แค่นั้นมันก็ยังไม่เพียงพอที่จะมาเป็นว่าที่ลูกเขยของเขาได้ ดังนั้นเจ้าเมืองนอริชจึงไม่กล่าวกลับใดๆต่อคำพูดของมาเรีย
แต่หากเจ้าเมืองนอริชรู้ว่าภาคินนั้น ยังสามารถครอบครองธาตุมืดในตำนานได้อีกอย่าง แน่นอนว่าเขาจะต้องยัดเยียดซาฟีร่าให้กับภาคินอย่างแน่นอน แต่น่าเสียดายที่เจ้าเมืองนอริชกลับไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย
"เอาละเดี๋ยวพวกข้าจะเดินทางกลับไปยังเมืองนอริช ด้วยเวทย์เคลื่อนย้ายระดับกลาง ส่วนพวกเจ้าทั้งคู่ก็เตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงเพนดราก้อน ผ่านวงเวทย์เคลื่อนย้ายระดับสูงได้เลย..."
ในขณะที่ภาคินและซาฟีร่ากำลังเดินทางไปยังเมืองหลวงเพนดราก้อน ผ่านทางวงเวทย์เคลื่อนย้ายระดับสูง ของเมืองมันติคอร์
อีกด้านหนึ่ง...
"ฮ่าๆๆ ในที่สุด.. ในที่สุดท่านพ่อก็สามารถทะลวงไปยังขั้นราชันย์เวทย์ได้ซักที ตอนนี้อาณาจักรของเรามีราชันย์เวทย์ธาตุแสงแล้ว!!!!!!!
ไลแซนเดอร์ ราชาผู้ปกครองของอาณาจักรเพนดราก้อน หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อเขารู้ว่า อดีตพระราชาของอาณาจักรแพนดราก้อนที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งเป็น1ใน3ของวีรชน ที่เป็นเสาหลังของอาณาจักรนั้น ได้เลื่อนระดับพลังขึ้นมาอยู่ในขั้นจอมเวทย์แล้ว หลังจากที่ห่างหายไปนานถึง30ปีเต็ม
"ข้ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับอาณาจักรของเราแล้ว ไลแซนเดอร์ลูกชายข้า.. ในเมื่อพวกมันกล้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับอาณาจักรเพนดราก้อนของเรา ข้าก็จะทำให้พวกมันได้รู้ว่า ผลตอบแทนที่พวกมันสมควรจะได้รับในครั้งนี้ มันคืออะไร..."
หนึ่งในวีระชนหรือดีตคือผู้ปกครองสูงสุดของอาณาจักรเพนดราก้อน ที่มีชื่อว่าไคเซอร์ กล่าวออกมาด้วบใบหน้าที่เต็มไปด้วยควมโกรธแค้น เพราะเขาและอาณาจักรเพนดราก้อนอดทนมามากพอแล้ว กับการรุกรานของอาณาจักรข้างเคียง
และตอนนี้มันก็ถึงเวลาแล้ว ที่จะทำให้อาณาจักรข้างเคียงได้รู้ว่า อาณาจักรเพนดราก้อนนั้นไม่ใช่อาณาจักรที่อ่อนแอเหมือนอย่างในอดีต ที่พวกมันจะมารังแกตอนไหนก็ได้อีกต่อไป
"ไปตามวีระชนอีกสองท่านมาอย่าได้ชักช้า พวกเขาทั้งสองก็คงจะรู้ข่าวแล้วเช่นกัน.." เมื่อไลแซนเดอร์ได้ยินคำพูดของไคเซอร์ เขาจึงรีบมุ่งหน้าไปยังมหาราชวังอีกสองหลังที่อยู่ห่างออกไปทันที
กลับมายังด้านของภาคินและซาฟีร่า...
เมื่อภาคินและซาฟีร่าเดินทางมาถึงเมืองหลวงเพนดราก้อน พวกเขาทั้งคู่ก็มาปรากฏตัวอยู่ในลานกว้าง ซึ่งตรงนี้ก็คือจุดหมายปลายทาง ของวงเวทย์เคลื่อนย้ายระดับสูงนั่นเอง..
"เจ้าคงแปลกใจสิน่ะภาคิน...ไม่ต้องแปลกใจไปหรอก คนพวกนี้ส่วนมากก็เป็นเหมือนข้า ที่เป็นลูกของเจ้าเมืองเพราะตำแหน่งผู้พิทักษ์เป็นตำแหน่งสำคัญที่เป็นรองเพียงเจ้าเมือง ดังนั้นเจ้าเมืองมากมายจึงได้ยกตำแหน่งนี้ให้แก่บุตรหลานของตัวเอง เพื่อเป็นการยกระดับฐานะให้กับพวกเขา.."
ซาฟีร่าเริ่มอธิบายให้ภาคินหายสงสัย เมื่อเธอเห็นภาคินเอาแต่จ้องมองไปยังผู้พิทักษ์รุ่นเยาว์ทั้งหลาย
"นึกว่าจะมีแต่คนแก่ที่เก่งๆซะอีก ที่แท้ก็เด็กเส้นกันทั้งนั้นสินะ.."
ภาคินบ่นพึมพัมออกมาเบาๆ เพราะเขาเคยคิดว่าผู้พิทักษ์คงจะมีแต่คนเก่งๆ และเป็นผู้ใหญ่กันหมด แต่แล้วความคิดของเขาก็ต้องพังทลายลง เมื่อตอนนี้ที่ด้านหน้าของภาคิน มีผู้พิทักษ์ที่มีอายุพอๆกับภาคินหรือเด็กกว่าอยู่หลายคนเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นระดับพลังของพวกเขาแต่ละคน ก็ถือว่าโด่ดเด่นและทรงพลังเป็นอย่างมากเช่นกัน
"นั่นมัน!!! ซาฟีร่านางฟ้าของสมาคมนักรบนิ!!!"
"โอ้!! จริงด้วย หลีกทางข้าจะเข้าไปคุยกับนาง!!"
''เจ้าโง่เอ้ย.. มีพลังเพียงแค่นักรบเวทย์ ช่างไม่เจียมตัวเอาซะเลย"
''เดี๋ยว!!! ไอ้หมอนั่นใครว่ะ ทำไมถึงได้ดูสนิทสนมกับนางฟ้าของสมาคมนักรบขนาดนั้น?"
ทันทีที่ภาคินและซาฟีร่าปรากฏตัวออกมา ทั้งคู่ก็ตกเป็นเป้าสายตา และกลายเป็นที่สนใจของผู้คนทันทีโดยเฉพาะภาคิน ที่ถูกจ้องมองด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความดูถูก เย้ยหยัน และอิจฉา ในขณะที่ผู้พิทักษ์หลายๆคน เริ่มแสดงอาการหึงหวงซาฟีร่าออกมาอย่างชัดเจน และกำลังจะเดินเข้ามาหาเรื่องภาคินอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงตะโกนของคนๆหนึ่งดังขึ้นมาซะก่อน
"ทุกคนเงียบ!! ใครก็ตามที่มาถึงก่อน ให้เดินเข้าไปในห้องประชุมหลักได้เลย และห้ามพูดจาไร้สาระหรือห้ามทะเลาะกันอย่างเด็ดขาด ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือนพวกเจ้า.."
ในขณะที่หลายๆคนกำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ จู่ๆก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นมา เสียงนั้นดังขึ้นมากลบเสียงพูดคุยของเหล่าผู้พิทักษ์ไปจนหมดสิ้น มันจึงทำให้ผู้พิทักษ์ทุกคนที่ได้ยินเสียงที่ตะโกนนี้ ค่อยๆพากันเดินเข้าไปยังห้องประชุมหลักอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยทันที
หลังจากที่ภาคินเดินเข้ามาภายในห้องประชุมหลัก เขาก็ต้องพบเจอเข้ากับห้องขนาดใหญ่ ที่ดูเหมือนครึ่งวงกลมและมีที่นั่งอยู่มากมายหลายพันที่นั่ง และตอนนี้ผู้พิทักษ์มากมายที่เข้ามาถึง ก็เริ่มจับจองที่นั่งกันแล้วและภาคินเองก็เช่นกัน
แต่ก่อนที่ภาคินได้ได้นั่งลงเหมือนผู้พิทักษ์คนอื่นๆ เขาก็ต้องแปลกใจ เมื่อตรงหน้าของเขาในตอนนี้ ได้ปรากฏร่างของมาเวล์ขึ้นมา
"ท่านภาคินท่านไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ตอนนี้ราชาไลแซนเดอร์ต้องการพบท่านเชิญ.."
มาร์เวลที่สวมใส่ชุดประจำตัวของอาจารย์โรงเรียนจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ เดินเข้ามาหาภาคินอย่างนอบน้อม พร้อมกับกล่าวออกมาเบาๆ ทำให้ซาฟีร่าและผู้พิทักษ์คนอื่นๆไม่สามารถได้ยินสิ่งที่มาร์เวลพูดออกมาได้ แต่แค่สิ่งที่พวกเขาเห็นก็สามารถบ่งบอกได้เป็นอย่างดีแล้วว่า ผู้พิทักษ์ที่มาจากเมืองนอริชผู้นี้ จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน
"เด็กคนนี้เป็นใครกันแน่นะ?"
ซาฟีร่าเอ่ยออกมาเบาๆด้วยความไม่เข้าใจ เธอทำได้เพียงจ้องมองไปยังเบื้องหลังของภาคิน ที่ตอนนี้กำลังเดินออกไปจากห้องประชุมหลัก ท่ามกลางกองกำลังทหารชนชั้นอัศวินเวทย์จำนวนมาก ที่ถูกส่งมาเพื่อคุ้มครองภาคินในครั้งนี้โดยเฉพาะ...