หลังเสียงสัญญาณกลไกจางหายไป หุ่นกลครึ่งร่างที่หลิงเซียวผูกสัญญาด้วยก็ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างเขา ไม่มีคำพูด ไม่มีแววตา ไม่มีเสียง—แต่กลับมีกลิ่นอายบางอย่างที่ทุกคนสัมผัสได้…คล้าย “จิต”
เฟิ่งเหยาเอ่ยเสียงเบา “มัน…ตอบสนองเจ้า ไม่ใช่ด้วยคำสั่ง แต่ด้วยสัญญาแห่งใจ”
หลิงเซียวพยักหน้า “ข้าก็สัมผัสได้…ว่าในตัวมัน มีบางอย่างที่ยังคง ‘จดจำ’ โลกใบนี้อยู่ แม้จะถูกทิ้งร้างนานแค่ไหน”
ก่อนใครจะพูดต่อ เสียงกลไกหมุนวนอันทรงพลังก็ดังขึ้นจากด้านบนของลานฝึก หอคอยจักรกลที่ทอดสูงขึ้นสู่เมฆาส่งแรงสั่นไหวลงมาตามโครงสร้างโลหะเก่าแก่
เยว่อี้ชะงักทันที สายตาเบิกกว้างชั่วขณะ ก่อนจะหมุนตัวไปทางต้นเสียง “นั่นมัน…ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
หอคอยนั้นเคยเงียบงันมานานหลายสิบปี ตั้งแต่การล่มสลายของ “ศิษย์ต้นแบบ” คนสุดท้าย
แต่ตอนนี้ เสียงจากชั้นบนสุดของมันกลับดังขึ้นอีกครั้ง
ตึง… ตึง… ตึง…
เสียงโลหะกระทบซ้อนกันสามจังหวะ — แล้วก็เงียบลง
ก่อนแสงสีทองเรืองรองจะส่องผ่านปลายยอดหอคอยชั้นที่สิบสามลงมาเป็นลำ แผ่กว้างลงถึงพื้นลานฝึก
และตรงกลางของแสงนั้น… มีบางอย่างตกลงมา
มันคือ แผ่นจารึกโลหะ รูปร่างเหมือนสัญลักษณ์ลึกลับ มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ แกะสลักด้วยตัวอักษรโบราณที่ไม่มีใครในที่นั้นอ่านออกได้ ยกเว้น…
หลิงเซียว
เขาก้าวเข้าไปช้า ๆ ยื่นมือไปรับแผ่นจารึกทันทีที่มันร่อนลงมาอย่างแผ่วเบา
ทันทีที่เขาสัมผัส แผ่นจารึกพลันสว่างวาบเข้าสู่กลางหน้าผากของเขา แทรกผ่านพลังจิตโดยตรง เหมือนมัน “ยอมรับเขา”
เสียงกระซิบดังขึ้นในหัวอย่างไม่รู้ที่มา…
“ผู้ถือรหัสแห่งตื่นรู้…เจ้าคือหนึ่งในสายเลือดของการปลุกจักรกลแห่งสวรรค์…จงเดินเข้าสู่หอคอย”
หลิงเซียวเบิกตานิ่ง ขณะที่พลังกลจักรในร่างคล้ายเต้นเร้า เขาหันไปมองเยว่อี้ซึ่งตอนนี้ใบหน้าเคร่งขรึมเกินจะปกปิด
“หอคอย…กำลังเลือกเจ้า” เยว่อี้เอ่ย “แม้แต่ข้า ก็ไม่เคยได้รับการเพรียกนั้นในฐานะศิษย์เก่ารุ่นก่อน”
เฟิ่งเหยาเข้ามาใกล้ สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกปนเปหลายอย่าง
“เจ้าจะไปหรือไม่?”
หลิงเซียวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
“ข้าต้องไป”
…
ไม่นานนัก ประตูเลื่อนของฐานหอคอยก็เปิดออกโดยไม่ต้องมีใครสัมผัส พื้นหินทอดยาวเบื้องในเรืองแสงรองรับการเดินเข้าสู่ดินแดนต้องห้ามที่แม้แต่ศิษย์อาวุโสหลายคนยังไม่เคยเยือน
หลิงเซียวก้าวเข้าไปเพียงลำพัง ท่ามกลางสายตาทุกคน
รวมถึงหุ่นกลครึ่งร่างที่ยังเฝ้าดูเขาเงียบ ๆ…ไม่จากไปไหน
…
ภายในหอคอยชั้นแรก
เขาก้าวเข้าสู่โถงที่ไร้คน ไม่มีอาวุธ ไม่มีตำรา ไม่มีสัญลักษณ์แห่งยุทธใดๆ มีเพียงกำแพงโลหะสลักสัญลักษณ์กลศาสตร์ที่เรืองแสงเลือนลาง และประตูลับที่ปิดสนิทอยู่เบื้องหน้า
แต่เมื่อหลิงเซียววางแผ่นจารึกลงในช่องเว้า
ประตูลับนั้นก็เปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง…
ห้องบันทึกแห่งต้นแบบ
ภายในมีแท่นแก้วห้ารูปทรงล้อมรอบกลไกทรงกลมกลางห้อง — สิ่งที่ถูกเรียกกันในตำนานว่า “จิตจักรกลต้นแบบ” หรือที่ศิษย์รุ่นก่อนเรียกกันว่า “หัวใจจักรกลชั้นแรก”
แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ…
บนแท่นหนึ่ง มีซากกลจักรสภาพสมบูรณ์นอนอยู่ในท่า “คุกเข่า” และตรงหน้าแท่น มีแสงคำจารึกลอยอยู่…
“เรารอเจ้ามานานมากแล้ว—ผู้ปลุกดวงจิตใหม่”
…
ภารกิจของเขา…เพิ่งเริ่มต้น
หัวใจจักรกลเบื้องหน้า—ไม่ใช่แค่กลไก
แต่มันมี “จิต” และจิตนั้น…คือสิ่งที่เหล่าศิษย์ต้นแบบทิ้งไว้เพื่อผู้กล้าที่แท้จริง
[สถานะพลังล่าสุดของหลิงเซียว]
ผู้ถือ “แผ่นจารึกแห่งต้นแบบ”ได้รับสิทธิ์เข้าสู่ “หอคอยจักรกล”ได้รับการเพรียกจาก “หัวใจจักรกลต้นแบบ”สื่อสารกับกลจักรที่มีจิตเก่าแก่ได้โดยตรง