ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล)

    ตอนที่ 34 แยกทาง

    ตอนที่34 แยกทาง

     

    “แบบนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นฝีมือของไอ้สารเลวเก่อหงจวินนั่นไม่อย่างนั้นพี่เขาจะเชื่อฟังไอ้หมอนั่นขนาดนี้ได้อย่างไร ? ”

     

    “ไม่แน่เสมอไปเพราะอาหญิงเป็นภรรยาของอาเขย เธอต้องเชื่อฟังเขาอยู่แล้วอีกอย่างคนที่วางพิษหนอนกู่จะต้องเป็นผู้หญิงแน่นอน”

     

    ฟู่เยี่ยนขมวดคิ้วและคิดว่าจะลองนำน้ำจากบ่อศักดิ์สิทธิ์มาให้อาหญิงดื่มเพื่อดูว่าจะกำจัดหนอนกู่ออกไปได้หรือไม่

     

    “พ่อพ่อกับอาเล็กรั้งให้อาหญิงอยู่ที่นี่ก่อน อย่าเพิ่งให้เธอกลับบ้านเด็ดขาดหนูจะไปคิดดูว่าจะช่วยอย่างไรได้บ้างแล้วค่อยแอบถามที่มาที่ไปของครอบครัวอาเขยด้วย”

     

    พูดจบฟู่เยี่ยนก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องของตนเองแล้วปิดประตูแน่นหนาจากนั้นเธอก็แวบหายตัวเข้าไปในดินแดนต่างมิติของเธอ

     

    มีบันทึกโดยละเอียดเกี่ยวกับพิษหนอนกู่อยู่ในหนังสือของบรรพบุรุษแต่เดิมเธอยังไม่สามารถสรุปได้ เกรงว่าเมื่อเวลาผ่านไปพิษหนอนกู่ชนิดที่ไม่รู้จักจะปรากฏขึ้นมาอีก

     

    ฟู่เยี่ยนทบทวนวิธีกำจัดพิษหนอนกู่อีกครั้งเมื่อมั่นใจแล้ว เธอจึงตักน้ำออกจากบ่อศักดิ์สิทธิ์แล้วออกไป

     

    เวลาด้านนอกเพิ่งจะผ่านไปชั่วโมงเดียวเองแต่ฟู่เยี่ยนอยู่ในดินแดนต่างมิติมาเกือบหกเจ็ดชั่วโมงแล้ว

     

    ในตอนที่ฟู่เยี่ยนออกมาฟู่ต้าหย่งและหวังซู่เหมยได้ตะล่อมถามไปไม่น้อยแต่ก็ยังไม่อาจรู้ได้ว่าสมาชิกครอบครัวเก่อคนไหนที่มาจากเผ่าเหมียวทว่าเรื่องของเก่อหงจวินกลับหลอกถามออกมาได้ไม่น้อย

     

    เมื่อเห็นว่าใกล้จะเย็นแล้วฟู่เยี่ยนจึงยื่นถ้วยน้ำให้อาหญิงของเธอโดยตรงเพื่อดูว่าหนอนกู่จะมีปฏิกิริยาอย่างไร

     

    ฟู่ต้านีเชื่อฟังและดื่มน้ำตามที่หลานสาวยื่นให้ไม่ถึง 15 นาที เส้นสีแดงที่เท้าและมือดูเหมือนมีอะไรบางอย่างว่ายไปมาแต่สักพักก็กลับมาเงียบอีกครั้ง หมายความว่ามันไม่มีผล

     

    ดูเหมือนว่าต้องหาตัวคนที่วางพิษหนอนกู่นี้ให้เจอเสียแล้วถึงจะได้ทำความเข้าใจหนอนกู่ชนิดนี้

     

    หลังจากฟู่เยี่ยนหารือกับฟู่ต้าหย่งแล้วสองพ่อลูกก็ได้คิดวิธีดี ๆ ออก ฟู่ต้าหย่งจึงได้พาฟู่ต้าอันฟู่ซินและฟู่เซินไปที่หมู่บ้านเสี่ยวโจวเพื่อคิดบัญชีกับครอบครัวเก่อ

     

    ฟู่ต้านีไม่รู้เรื่องเหล่านี้เธอจึงถูกหวังซู่เหมยรั้งไว้โดยอ้างว่าจะให้อยู่ช่วยตัดเสื้อผ้าให้ฟู่ซินแม้แต่ลี่ลี่และเฟินเฟินก็ไม่ได้กลับไปเช่นกันฟู่เหมี่ยวรับหน้าที่ดูแลน้องสาวทั้งสองคนนี้เอง

     

    ส่วนฟู่เยี่ยนย่อมต้องตามพ่อของเธอไปด้วยเพราะมีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่จะมองออกว่าใครเป็นคนวางพิษหนอนกู่เพราะการจะวางพิษหนอนกู่ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

     

    หมู่บ้านเสี่ยวโจวตั้งอยู่ทางตะวันออกติดกับหมู่บ้านอันผิงสองหมู่บ้านนี้อยู่ไม่ไกลกัน อีกทั้งพวกฟู่ต้าหย่งกำลังเดือดดาลจึงทำให้พวกเขาก้าวเดินเร็ว ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหมู่บ้านเสี่ยวโจว

     

    บ้านของครอบครัวเก่อตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเมื่อพวกฟู่ต้าหย่งเข้ามาทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ก็ถูกเก่อหงอิงลูกพี่ลูกน้องของเก่อหงจวินเห็นเข้าแล้ว

     

    เขาสนิทกับเก่อหงจวินมาโดยตลอดและพอรู้เรื่องราวภายในของครอบครัวนี้อยู่บ้าง ปกติภรรยาของลุงใหญ่มักจะทนดูไม่ได้และโน้มน้าวให้แม่ของเก่อหงจวินดีต่อฟู่ต้านีบ้างแต่แม่ของเก่อหงจวินก็แค่รับปากส่ง ๆ เธอยังคงปฏิบัติต่อฟู่ต้านีเช่นเดิมเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ภรรยาของลุงใหญ่ก็เลิกโน้มน้าวแล้ว

     

    เก่อหงอิงรีบกลับบ้านไปบอกป้าของเก่อหงจวินนางถงเป็นคนมีเหตุมีผลอีกทั้งในตอนนั้นเธอยังเป็นแม่สื่อให้เก่อหงจวินและฟู่ต้านีด้วย

     

    “เฮอะดูอาสะใภ้รองของลูกทำสิ เธอทำให้ครอบครัวของต้านีมีปัญหากับหงจวินแล้วสงสัยเธอคิดว่าทำแบบนั้นแล้วจะสบายใจ ! ” นางถงเก็บกวาดบ้านไปด้วยพลางพูดไปด้วย

     

    “แม่เราควรไปช่วยพูดดีไหม ? ”

     

    “ไม่ใครทำอะไรไว้ต้องรับผลเอง ! ครอบครัวของต้านีมีพี่ชายน้องชายถึงสามคนอีกทั้งยังได้ยินมาว่าลูกชายคนโตของพี่ใหญ่เธอจะไปเข้ากรมเป็นทหารแล้วนับว่ามีหน้ามีตาไม่น้อย”

     

    “เธอทำเรื่องชั่วช้าหน้าระรื่นขนาดนั้นสมควรแล้วที่จะถูกสั่งสอนเสียบ้าง จะได้สมกับเรื่องชั่ว ๆ ที่เธอทำ ! กำจัดวิญญาณความชั่วร้ายในตัวเธอไปด้วยก็ดี! หงจวินก็อีกคน ทำไมถึงไม่รู้จักคืนความยุติธรรมให้เมียของตัวเองบ้างไปเชื่อฟังแม่ตัวเองอะไรนักหนา ! ” พูดจบ เธอก็ไปเก็บกวาดบ้านต่อ

     

    แม้ว่าแม่ของเขาจะไม่เข้าไปยุ่งแต่เก่อหงอิงก็ยังไม่วางใจ เพราะเขากลัวว่าหากเรื่องราวมันใหญ่โตขึ้นมามันจะไม่ดีต่อหน้าตาของครอบครัวเก่อ

     

    ดังนั้นเขาจึงให้ภรรยาของตัวเองไปดูสถานการณ์ หากมีอะไรให้เธอมาบอกเขา

     

    ในตอนที่พวกฟู่ต้าหย่งมาที่บ้านของครอบครัวเก่อเก่อหงจวินไม่อยู่ที่บ้าน มีเพียงนางต่งแม่ของเก่อหงจวินและไป๋หยูลูกสะใภ้คนเล็กของนางต่งเท่านั้นที่อยู่บ้าน

     

    “ครอบครัวพี่ใหญ่ของต้านีมาหรือได้ยินมาว่าเป็นวันดีของเสี่ยวจิน หากไม่ใช่เพราะหงจวินมีงานให้ทำอยู่บ้านเขาคงไปร่วมดื่มฉลองด้วยแล้ว”

     

    แม้นางต่งจะทำตัวเจ้าเล่ห์และชั่วร้ายใส่ลูกสะใภ้ใหญ่แต่เวลาพูดคุยกับคนภายนอก เธอยังคงปั้นสีหน้าได้เก่งเสมอ

     

    “เก่อหงจวินล่ะเรียกเขาออกมาที ฉันมีเรื่องจะคุยกับเขาหน่อย” ฟู่ต้าหย่งเห็นหญิงชราใจยักษ์คนนี้เขาไม่อยากจะไว้หน้าเธอเลยสักนิด

     

    นางต่งไม่ใช่คนโง่เช่นกันคงเป็นเพราะลูกสะใภ้กลับไปเล่าความยากลำบากให้ครอบครัวฟังเลยตั้งใจจะมาหาเรื่องให้ลูกชายของเธอโดนตบตีสินะยิ่งไปกว่านั้นลูกชายของเธอกำลังทำเรื่องสำคัญ ไม่สามารถไปรบกวนเขาได้

     

    “หงจวินไปบ้านอาของเขาแล้ววันนี้ไม่กลับบ้าน พี่ของต้านีมาหาเขามีธุระอะไรหรือเปล่า ? คุยกับฉันก็ได้”นางต่งพูดด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง

     

    ฟู่เยี่ยนเข้ารั้วบ้านมาก็มองสำรวจนางต่งและสะใภ้เล็กตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเธอเหลือบไปเห็นชาวบ้านที่มามุงดู ในใจก็คิดว่ามันต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลแน่ดังนั้นเธอจึงได้กระซิบบอกบางอย่างแก่พี่รองของเธอ

     

    “ในเมื่อเก่อหงจวินไม่อยู่วันนี้ฉันจะอยู่รอที่นี่ไปเลย รอให้เก่อหงจวินกลับมา” ในเมื่ออยากเล่นแง่ฟู่ต้าหย่งก็จะเล่นเป็นเพื่อน

     

    ภรรยาของเก่อหงอิงยื่นอยู่หน้าประตูได้ยินถึงตรงนี้เธอจึงกลับบ้านมาบอกเก่อหงอิง เก่อหงอิงได้ยินก็ขมวดคิ้วได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้ว

     

    “หงจวินไม่อยู่บ้านแล้วจะไปที่ไหนได้?  เราต้องรีบตามตัวเขากลับมาถึงจะพูดคุยกับทุกคนให้เข้าใจได้”

     

    ภรรยาของเก่อหงอิงเหมือนอยากจะพูดแต่ก็ลังเลเก่อหงอิงที่เห็นภรรยาของตัวเองเป็นแบบนี้จึงถามออกมาอย่างหัวเสีย

     

    “เธอรู้หรือ? รู้อะไรก็พูดมาสิ ! ”

     

    “เป็นคุณที่อยากให้ฉันพูดเองนะฉันได้ยินมาว่าระยะนี้หงจวินมักจะไปที่บ้านแม่หม้ายหวังที่อยู่ในซอยด้านหลังอยู่บ่อยๆ ! ”

     

    เก่อหงอิงยอมใจกับคนครอบครัวนี้เลยไม่มีใครทำตัวได้เรื่องเลยสักคน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อาจลบแซ่ ‘เก่อ’ออกจากชื่อแซ่ของตนเองได้ !

     

    ดังนั้นเขากับภรรยาจึงตั้งใจว่าจะไปบอกเรื่องนี้ให้เก่อหงจวินรู้

     

    ทั้งสองรีบเดินไปทางถนนด้านหลังเก่อหงอิงกำลังลังเลว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่ทว่าเก่อหงจวินได้บังเอิญเปิดประตูออกมาจากในบ้านพอดีโดยมีแม่หม้ายหวังตามออกมาด้วย ทั้งสองแต่งตัวไม่เรียบร้อยขนาดกระดุมเสื้อยังติดผิดติดถูก

     

    “หงจวิน! นี่นาย ! ไอ้หยา รีบกลับบ้านเร็วเข้า พี่ชายของน้องสะใภ้มาแล้ว ! ” เก่อหงอิงยังไม่ทันพูดจบจู่ ๆ ก็มีใครบางคนเดินพรวดมาจากทางด้านหลังจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเก่อหงจวินเก่อหงจวินถูกชกเข้าที่หน้าอย่างแรง ทั้งยังถูกเตะถูกต่อยทำให้เก่อหงจวินล้มทั้งยืน

     

    เก่อหงอิงยังตกตะลึงนี่มันน้องชายของน้องสะใภ้ไม่ใช่หรือ !

     

    ไม่ผิดนี่คือฟู่ต้าอันที่ยังอยู่ที่บ้านครอบครัวเก่อเมื่อครู่นี้

     

    เมื่อครู่นี้ฟู่เยี่ยนเพิ่งเห็นร่องรอยของมูลเหตุและผลเหตุจากตัวเก่อหงอิงเนตรสวรรค์ของเธอมองเห็นภาพเหตุการณ์นี้เธอจึงแอบกระซิบบอกพี่รองให้เขาและอาเล็กแอบมาตามภรรยาของเก่อหงอิงไปอย่างลับ ๆ

     

    คิดไม่ถึงเลยว่าจะไม่ต้องเปลืองแรงถึงเพียงนี้

     

    “พอได้แล้วขืนยังทำร้ายกันอีกคงได้ถึงชีวิตคนแน่ ! ”

     

    ฟู่เซินเห็นว่าอีกฝ่ายมีสภาพเละเทะแล้วเขาจึงรีบไปห้ามอาเล็ก

     

    สองอาหลานไม่สนใจเก่อหงจวินและแม่หม้ายหวังที่ร้องห่มร้องไห้อยู่ด้านหลังทั้งสองคว้าแขนเก่อหงจวินคนละข้าง แล้วลากตัวกลับไปที่บ้านของครอบครัวเก่อ

     

    ทางด้านนี้ฟู่เยี่ยนได้มองนางต่งและสะใภ้เล็กได้อย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว

     

    นางต่งไม่กล้าพูดอะไรอีกฝ่ายเป็นชายร่างใหญ่ หากเขาทุบตีเธอขึ้นมาคงทำอะไรไม่ได้และเธอเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ตัวถึงสิ่งที่ทำลงไปกับสะใภ้ของตน

     

    ฟู่ต้าหย่งฟู่เยี่ยน และฟู่ซินยังคงนั่งดื่มชาอย่างสบาย ๆ อยู่ในห้องโถง ฟู่เยี่ยนเป็นใครกันเธอมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่ากล่องชาอยู่ในชั้นวางตัวไหน

     

    ในตอนที่อีกฝ่ายไปหยิบใบชาฟู่ต้าหย่งมองสำรวจตู้เก็บของในห้องนี้นี่มันสินสอดที่เขามอบให้ต้านีเป็นการส่วนตัวไม่ใช่หรือ !

     

    แต่ยัยแก่คนนี้กลับเอามาเก็บไว้ในห้องตัวเองเนี่ยนะ!

     

    ฟู่ต้าหย่งลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้องสาวแต่ยังไม่ทันได้เข้าไป นางต่งก็หยุดเขาไว้

     

    “หลานชายนี่เธอคงไม่เข้าห้องน้องสะใภ้ใช่ไหม นี่มันคือห้องของเสี่ยวหยูนะ ! ”

     

    “แล้วน้องสาวของฉันนอนห้องไหน? ” ฟู่ต้าหย่งพยายามระงับความโกรธแค้นขณะถาม

     

    นางต่งชี้ไปที่ห้องด้านนอกอย่างกล้าๆ กลัว ๆ

     

    ฟู่เยี่ยนเหลือบมองใบหน้าของนางต่ง:ยอดเลย เคราะห์กรรมของหญิงชราคนนี้กำลังจะมาถึงแล้ว โหงวเฮ้งนี้ไม่รอดแน่

     

    ฟู่ต้าหย่งผลักเปิดประตูที่สั่นโงนเงนเมื่อเห็นห้องด้านใน หัวใจของเขาก็สั่นไหว นี่คนพวกนี้กล้าดียังไง !

     

    ด้านในห้องมีเตียงเดียวมีเก้าอี้ที่ขาพัง ๆ หนึ่งตัว ตอนนั้นที่น้องสาวของเขาแต่งงานเธอมีสินสอดติดตัวเป็นเตียง ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ โต๊ะเครื่องแป้งแต่ตอนนี้ไม่เหลือเลยสักชิ้น

     

    บนเตียงปูด้วยเสื่อฟางบางๆ และมีเสื้อผ้าวางอยู่บนหัวเตียงเพียงไม่กี่ตัวเสื้อผ้าเหล่านี้ถูกซักจนกลายเป็นสีซีดขาว ไม่มีของใช้ผู้ชายอยู่ในห้องเลยสักชิ้นมีเพียงแค่ของใช้สามคนแม่ลูกเท่านั้น

     

    ฟู่เยี่ยนและฟู่ซินตามเข้ามาในห้องก็พูดไม่ออกอยู่นานฟู่เยี่ยนรู้สึกว่าดูเหมือนเธอจะใจดีกับคนพวกนี้เกินไป ! นิสัยใจดีมีเมตตาแบบนี้ต้องเปลี่ยนใหม่แล้ว!

     

    ฟู่ต้าหย่งหันหลังกลับไปที่ห้องหลักและเตะประตูให้เปิดออกตามที่คาดไว้ไม่มีผิดเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสินสอดติดตัวของน้องสาวเขาอยู่ในห้องนี้ทั้งหมด

     

    นางต่งและไป๋หยูอยู่ในห้องนี้เมื่อฟู่ต้าหย่งเตะประตูเข้ามา พวกเธอก็สะดุ้งจนกรูไปนั่งรวมกันด้วยความตกใจ

     

    “ไอ้หยา! คุณพระคุณเจ้า ! นี่อยากให้ยายแก่อย่างฉันตกใจตายหรือ ! ” นางต่งอุทาน

     

    ฟู่เยี่ยนก้าวเข้าไปในห้องแล้วเดินตรงไปด้านหน้าไป๋หยู

     

    ไป๋หยูตัวสั่นไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองฟู่เยี่ยนแต่ความดุร้ายในดวงตาของเธอกลับไม่ตรงกับสิ่งที่แสดงออกมาภายนอก

     

    ฟู่เยี่ยนไม่มัวเสียเวลาเปลืองน้ำลายกับเธอโดยทั่วไปแม่หนอนกู่จะอยู่ไม่ไกลจากคนที่วางพิษหนอนกู่บางทีอาจอยู่ในตัวของคนเลี้ยงเธอสังเกตผู้หญิงคนนี้มาเป็นเวลานานและเห็นว่าผู้หญิงคนนี้มักจะลูบท้องอยู่บ่อยครั้งทั้งที่ไม่ได้ตั้งครรภ์

     

    ฟู่เยี่ยนจึงมั่นใจว่าแม่หนอนกู่จะต้องอยู่ในตัวผู้หญิงคนนี้แน่นอนแต่เธอไม่รู้ว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ต้องทำขนาดนี้ด้วย

     

    ไป๋หยูเห็นว่าฟู่เยี่ยนมองเธอด้วยดวงตาที่เหมือนเปลวไฟราวกับมองเธอได้ทะลุปรุโปร่ง ในใจก็ยิ่งตื่นตระหนกมากยิ่งขึ้น

     

    แม้จะมีความกล้าทำร้ายคนอื่นแต่ทักษะการวางพิษหนอนกู่กลับไม่ชำนาญเธอเลี้ยงหนอนกู่เพื่อวางพิษใส่ฟู่ต้านีมาครึ่งปีแต่กลับไม่มีของคุ้มกันชีวิตของตนเองติดตัวเลยสักชิ้น

     

    ฟู่เยี่ยนกำลังมองเธอเพื่อดูว่าเธอจะอดกลั้นต่อไปไม่ไหวตอนไหน ถึงอย่างไรอาเขยก็ยังไม่กลับมาเธอไม่รีบร้อน

     

    ไป๋หยูเริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ มีเหงื่อเย็นไหลออกมาบนใบหน้า แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นมือของเธอก็ไม่เคยละไปจากท้องเลย

     

    เมื่อหาตำแหน่งแม่หนอนกู่เจอแล้วฟู่เยี่ยนตั้งสมาธิเพ่งมอง เธอเห็นว่าท้องของไป๋หยูพันผ้าก็อซไว้หลายชั้นมีขวดแก้วเล็ก ๆ อยู่ภายในท้อง ด้านในขวดแก้วมีสิ่งมีชีวิตอยู่ตัวหนึ่งคิดแล้วน่าจะเป็นแม่หนอนกู่

     

    ฟู่เยี่ยนหันไปขยิบตาให้พี่ใหญ่

     

    “ป้าสะใภ้หนูเห็นว่าป้าไม่สบาย หนูนวดเก่ง เดี๋ยวหนูนวดให้นะ ! ” ฟู่เยี่ยนพูดแล้วหยิบกรรไกรจากกล่องเย็บผ้าข้างๆ เธอขึ้นมา

     

    ฟู่ซินเข้าไปจับตัวไป๋หยูอย่างรู้กัรฟู่เยี่ยนใช้กรรไกรตัดเปิดผ้าก็อซที่หน้าท้องไป๋หยูได้อย่างแม่นยำแล้วเอาแม่หนอนกู่ออกมา

     

    ไป๋หยูเจ็บที่ถูกเอาหนอนกู่ออกมาเธอกระโจนเข้าหาฟู่เยี่ยน โชคดีที่ฟู่ซินหัวไว เขาดึงน้องสาวออกมาทำให้ไป๋หยูกระแทกเข้าใส่นางต่งเต็มแรง

     

    ฟู่เยี่ยนเก็บหนอนกู่เข้าขวดและไม่สนใจเสียงร้องของทั้งสองคน

     

    คราวนี้มีเสียงดังเอะอะมาจากด้านนอกฟู่ต้าอันและฟู่เซินลากคอเก่อหงจวินกลับมาแล้ว

     

    ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านเสี่ยวโจวก็ตามมาเช่นกันเขาคืออาของเก่อหงจวิน และรู้จักกับฟู่ต้าหย่งเช่นกัน

     

    “หลานชายนี่มันหมายความว่าอะไร ? หงจวินผิดอะไรเราปิดประตูพูดคุยกันในบ้านให้เข้าใจกันก็ได้แล้ว ไม่เห็นต้องทำร้ายร่างกายกันเลย”

     

    ฟู่ต้าหย่งเห็นสภาพเก่อหงจวินที่ดูน่าสมเพชในขณะที่หม้ายหวังปาดน้ำตาโผเข้าหาอ้อมอกของเขาโดยไม่สนสถานการณ์ปากก็ถามไม่หยุดว่าเขาเจ็บตรงไหนไหม

     

    ตอนนี้ได้แม่หนอนกู่มาแล้วต้านีไม่จำเป็นต้องทนกับผู้ชายอย่างเก่อหงจวินอีกต่อไป

     

    ผู้ใหญ่บ้านที่เห็นสถานการณ์แบบนี้แทบอยากจะเอามือตบปากตัวเอง