“ตกลง!”วาสรับปาก เขาไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ครอบครัวทะเลาะกัน ราชาไอก้าตั้งใจจะพูดอะไรสักอย่างแต่ไออ้อนยกมือห้ามไว้ สายตาของเขาส่อประกายเหมือนจะได้เห็นอะไรสนุกๆ
ภายหลังทานอาหารเสร็จจนอิ่ม พวกเขาก็พากันเดินไปสนามต่อสู้ที่ตั้งอยู่ในปราสาท ด้านไออ้อนก็ยังไม่วายกอดถังเบียร์เดินไปด้วย
องค์ชายไอดินขึ้นไปบนสนามต่อสู้บิดร่างกายเตรียมพร้อมและคว้าค้อนเหล็กสีดำ ที่หัวค้อนมีขนาดใหญ่กว่าตัวองค์ชายเสียด้วยซ้ำแต่ไอดินกลับถือด้วยมือข้างเดียวสบายๆ
“ท่านวาสพร้อมหรือยัง”ไอดินกล่าวขึงขัง จดจ่ออยู่ที่วาส
ชายหนุ่มพยักหน้าแต่ในมือกลับไม่มีอาวุธสักชิ้น ไอดินแค่นเสียงตะโกนแหกปากเสียงดังว่า
“อย่าดูถูกข้าเกินไปนัก ว้ากกกก!”ไอดินเงื้อค้อนวิ่งเข้าหาชายหนุ่มเผ่ามนุษย์คำรามลากเสียงยาว
สกิลมิติเชื่อมต่อ!สกิลมิติเชื่อมต่อ!สกิลมิติเชื่อมต่อ!สกิลมิติเชื่อมต่อ!...วูบๆๆๆๆ
วังวนสีฟ้าเกิดขึ้นรอบสนามต่อสู้ ซากทัพจำนวนมากพากันวิ่งกรูออกมาจนเต็มสนามต่อสู้ในเวลาไม่กี่วินาที ไอดินอ้าปากค้างถือค้อนค้างไว้มองซากทัพรอบตัวด้วยสายตาตกตะลึง
“หวังว่านายจะรอดจากพวกมันมาหาฉันได้นะ”ไอดินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มองซากทัพรอบตัวด้วยความหวาดหวั่น หากสังเกตดีๆจะพบว่านอกจากซากทัพมอนเตอร์ธรรมดาแล้ว ก็ยังมีซากทัพมอนเตอร์กลายพันธุ์อยู่ด้วย และองค์ชายคนแคระยิ่งสะดุ้งสุตัวเมื่อเหลือบไปเห็นซากทัพขุนพลก็อบลิน
เมื่อไม่กี่วันก่อนกองทัพก็อบลินพึ่งถอนกำลังจากไปจากอาณาเขตอาณาจักรคนแคระ ตลอดเวลาที่พวกมันคุมเชิงอยู่นั้นทำให้พวกเขากินไม่อิ่มนอนไม่หลับอยู่หลายวัน
“เอ่อ...ข้าขอยอมแพ้ขอรับ”
“เอ็งนี้มันร้ายจริงๆเจ้าหนูวาส กำราบหลานชายข้าซะอยู่หมัด”ในห้องนั่งเล่นกว้างใหญ่เหลือแต่สิ่งมีชีวิตเพศชายจำนวน 3 ชีวิตคือวาส ไออ้อนและไอดิน
หลังจากยอมรับความพ่ายแพ้ ไอดินก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองวาสอีกตามคำที่พูดไว้ แต่องค์ชายกลับขอให้วาสเล่าความเป็นมาของเขา ซึ่งชายหนุ่มก็เล่าไปย่อๆ หลังจากนั้นไอดินก็ตามติดวาสแจขอเคล็ดลับความแข็งแกร่งของเขา
“โถ่..ท่านปู่เลิกพูดเรื่องนั้นเถอะขอรับ”ไอดินรู้สึกอาย ตัวเองเป็นฝ่ายไปท้าเขาแท้ๆ แต่กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เสียเอง
“แต่ไม่น่าเชื่อเลยนะ จากกันไม่เท่าไรจากไอ้เด็กไก่อ่อนที่โดนกระทืบปางตายในวันนั้นกลับแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้”ไออ้อนกระดกเบีย์และเอ่ยชม แต่ชายหนุ่มกลับถามขึ้นมาว่า
“นี้ปู่!..ปู่ไปหาเศษเสี้ยวโลหิตผู้สร้างมาจากไหนกัน”วาสตั้งใจว่าจะไปหามาชดใช้คืนให้กับไออ้อน เพราะรู้สึกไม่ถูกต้องที่รับของมีค่าของอีกฝ่ายมา
“อย่าหวังเลย! ไอ้ของสิ่งนั้นข้าได้มาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆจากการค้นโบราณสถานในที่แสนห่างไกล ตอนนั้นข้าเจอมันอยู่ 2 ขวด ข้าใช้เองไป 1 ขวดและเก็บอีก1ขวดไว้”ไออ้อนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ แต่วาสกลับรู้สึกไม่ดี เขาตั้งใจว่าจะหาของมีค่าอย่างอื่นมาทดแทนให้ไออ้อน
ทั้งสามพูดคุยกันอีกพักหนึ่งก่อนวาสจะขอตัวไปพักผ่อน เดิมทีไออ้อนตั้งใจจะจัดที่พักในปราสาทให้แต่วาสกลับอยากไปพักผ่อนในโลกมิติมากกว่า
ส่วนเรื่องที่จะขอให้ไออ้อนช่วยสร้าง อาวุธชุดเกราะจากชิ้นส่วนโกเลมดาวตก ดวงตะวันจำลองและดวงจันทร์จำลองให้ชายหนุ่มเลือกจะเก็บไว้พูดวันพรุ่งนี้
ชายหนุ่มเดินหาไป๋ฟางและโตโต้เพื่อพากลับโลกมิติ แต่มีเพียงไป๋ฟางเท่านั้นที่ไปกับเขา ส่วนโตโต้กำลังอยู่ในโลกส่วนตัวกับราชาไอก้า ทั้งคู่หายเข้าไปในโรงตีเหล็กขนาดใหญ่ท้ายปราสาทและไม่ยอมออกมาพบเจอใคร แถมก่อนหน้านั้นราชาไอก้ายังสั่งห้ามใครรบกวนพวกเขาอีกด้วย
“โอ้!...ท่านวาส ท่านมาได้จังหวพอดี ข้ากำลังรอท่านกลับมาเพื่อบอกเรื่องสำคัญบางอย่างที่ข้าลืมไป”ผู้เฒ่าเวนก้าเอ่ยอย่างยินดีที่เห็นวาสกลับมา
“เรื่องอะไรหรือครับ”วาสรู้สึกฉงน
“ตอนนี้ท่านยังไม่ได้ออกจากอาณาจักรคนแคระใช่หรือไม่?”
“ครับ ผมยังอยู่ที่อาณาจักรคนแคระ”
“ดีเลย!..สิ่งที่ข้าต้องการจะบอกก็คือว่าที่อาณาจักรคนแคระนั้นมีมหาดวงธาตุดินอยู่!”
“มหาดวงธาตุดิน? มันคืออะไรครับ?”
“ท่านคงจะสังเกตเห็นว่าหน้าต่างสถานะนั้นมีคำว่าธาตุเขียนไว้อยู่ และการจะได้รับธาตุนั้นท่านจะต้องตามหามหาดวงธาตุต่างๆที่ซ่อนอยู่ทั่วทุกมุมโลก”วาสรู้สึกแตกตื่นอีกครั้ง การมาอาณาจักรคนแคระคุ้มค่ากว่าที่เขาคิดไว้มาก แต่แล้วเขาก็ชะงัก ทุกสิ่งบนโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆโดยไม่มีผลตอบแทน
“แล้วมันอันตรายหรือเปล่าครับ”
“อืม...ข้าว่าสำหรับท่านคงไม่ใช่เรื่องยากสักเท่าไหร่ การจะได้รับธาตุนั้นท่านจะต้องไปสัมผัสมหาดวงธาตุดินให้ได้ แต่รอบๆมหาดวงธาตุดินนั้นจะแผ่แรงกดดันที่หนักหน่วงออกมา หากเป็นท่านไป๋ฟางหรือโตโต้คงจะยากที่จะเข้าไปใกล้ได้ แต่ข้าก็อยากให้ท่านพาทั้งสองคนไปด้วย เพราะตลอดชีวิตทุกคนจะสามารถเข้าสัมผัสมหาดวงธาตุแต่ละธาตุได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น”
“แล้วท่านผู้เฒ่าเวนก้าไม่สนใจจะสัมผัสมหาดวงธาตุดินด้วยกันหรือครับ?”ผู้เฒ่าเวนก้าหัวเราะเบาๆ กล่าวกับชายหนุ่มว่า
“ข้าชรามากแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าไปในมหาดวงธาตุดิน แต่พวกท่านยังเยาว์นัก สิ่งที่ท่านจะได้รับจะต้องช่วยท่านในอนาคตได้อย่างมหาศาล”
ผู้เฒ่าเวนก้าใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงอธิบายให้วาสและไป๋ฟางฟังเกี่ยวกับมหาดวงธาตุ เท่าที่ฟังมาหากสัมผัสกับมหาดวงธาตุดินได้ ร่างกายของพวกเขาจะถูกเคลื่อนย้ายไปภายในมหาดวงธาตุดิน ภายในจะมีลักษณะคล้ายร้านค้า พวกเขาสามารถเอาสิ่งมีค่าไปแลกกับสิ่งของต่างๆที่อยู่ภายในได้ แต่ก่อนจะเข้าไปนั้นพวกเขาจะต้องสัมผัสกับลูกแก้วที่อยู่หน้าประตูเสียก่อนและพวกเขาจะได้รับธาตุดินมาเพิ่มในหน้าต่างสถานะ เพื่อเป็นการเตือนว่าครั้งหนึ่งเขาเคยได้สัมผัสมหาดวงธาตุดินแล้ว ต่อจากนี้ไปพวกเขาจะไม่สามารถเข้าไปในมหาดวงธาตุดินได้อีกตลอดชีวิต แต่สุดท้ายวาสก็สงสัยอย่างหนึ่ง
“แล้วท่านผู้เฒ่าเวนก้ารู้ได้ยังไงครับว่าอาณาจักรคนแคระมีมหาดวงธาตุดิน”ผู้เฒ่าเวนก้ายืดอกขึ้นกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า
“นี่ถือเป็นหนึ่งในความลับและมรดกชิ้นสำคัญของเผ่าพันธุ์วีดเลยทีเดียว นั่นคือเราครอบครองแผนที่ที่ระบุตำแหน่งของมหาดวงธาตุทุกธาตุไว้จนครบทุกธาตุเลยทีเดียว!”
เช้าวันต่อมาวาสพาไป๋ฟางออกไปพบไออ้อนและครอบครัว บนโต๊ะทานอาหารราชาคนแคระไอก้าและโตโต้มีท่าทางอิดโรยนั่งสัปหงกกันอยู่สองคนบนโต๊ะอาหาร จากเท่าที่ไออ้อนเล่าให้ฟังทั้งคู่หมกอยู่ในโรงตีเหล็กด้วยกันทั้งคืน หากไม่ได้ไออ้อนไปตามด้วยตัวเองน่ากลัวจนตอนนี้ก็ยังไม่ยอมออกมาทานอาหารกัน
ระหว่างทานอาหารวาสก็เอ่ยถึงความต้องการของเขาของตนทันที
“ปู่ไออ้อน! ปู่รู้จักหินสองก้อนนี้หรือเปล่า”ชายหนุ่มหยิบกล่องไม้สี่เหลี่ยมยาวออกมาและแง้มออกให้ไออ้อนดู
แสงสว่างจ้าที่เล็ดลอดออกมาทำให้ไออ้อนต้องหรี่ตา
“สะเก็ดดวงตะวันกับสะเก็ดดวงจันทร์งั้นหรือ?”ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วพูดว่า
“ผมอยากจะได้ดวงตะวันจำลองกับดวงจันทร์จำลอง ปู่พอจะหาคนที่สร้างมันได้ใช่ไหม?”
“ไม่ต้องไปหาที่ไหนกะอีแค่ของแค่นี้ข้าก็สร้างได้น่า ว่าแต่เจ้าจะเอามันไปทำอะไรกัน?”วาสเล่าถึงเรื่องโลกมิติให้ไออ้อนฟัง คนแคระชราเริ่มเข้าใจสิ่งที่วาสต้องการ
“เจ้าโชคดีที่ได้สกิลที่สุดยอดเช่นนี้มาครอบครอง แต่หากเป็นเช่นที่เจ้าว่ามา สะเก็ดดวงตะวันและสะเก็ดวงจันทร์ที่เจ้านำมาคงจะไม่พอเพราะมันเล็กเกินไปสำหรับโลกใบหนึ่ง แต่ไม่ต้องห่วง! ในอาณาเขตของเผ่าพันธุ์ข้ามีเหมืองแร่มากมาย แค่สะเก็ดดวงตะวันและสะเก็ดดวงจันทร์ข้ามีเก็บไว้จนแทบล้นคลังอยู่แล้ว”สะเก็ดดวงตะวันและเก็ดดวงจันทร์ไม่ใช่ของที่หายาก และก็หาได้ไม่ง่ายเหมือนกัน มันมีราคาพอสมควรในอาณาจักรคนแคระ แต่ใครที่มีคอร์มากพอก็สามารถซื้อมาติดที่บ้านใช้แทนหลอดไฟได้เหมือนกัน แต่ข้อเสียของมันคือควบคุมการเปิดปิดเหมือนหลอดไฟไม่ได้
เรื่องแรกจบไปวาสก็เอ่ยถึงเรื่องที่สอง แต่พอเอ่ยถึงเรื่องที่วาสอยากได้อาวุธและชุดเกราะจากโกเลมดาวตก แม้คราแรกครอบครัวของไออ้อนจะยังงงๆแต่พอได้ยินว่ามันทำมาจากแร่ดาวตกและแก่นชีวิตทั้งครอบครัวของไออ้อนก็ดีดผึงลุกขึ้นอย่างตกใจ
“เจ้าบอกว่าเจ้ามีหุ่นเหล็กที่สร้างจากแร่ดาวตกและแก่นชีวิตงั้นหรือ”เป็นไปไม่ได้ที่เผ่าพันธุ์นักสร้างอย่างคนแคระจะไม่รู้จักแร่ดาวตกและแก่นชีวิต
ไออ้อนสั่งให้ทุกคนรีบทานอาหารและบอกให้ชายหนุ่มนำโกเลมดาวตกออกมาให้ดู
ไออ้อนและครอบครัวเดินนำวาสกลับไปสนามต่อสู้อีกครั้ง ชายหนุ่มเปิดใช้วังวนสีฟ้าและให้ซากทัพช่วยกันขนโกเลมดาวตกออกมาให้ไออ้อนดู
ทันทีที่เห็นขนาดของโกเลมดาวตกทั้งครอบครัวไออ้อนก็อ้าปากพะงาบๆ
“ทะ..ทั้งตัวเจ้านี้ทำจากแร่ดาวตกอย่างงั้นหรือ?”เป็นที่รู้กันว่าแร่ดาวตกนั้นหายากมาก ไม่รู้นานกี่ร้อยปีถึงจะปรากฏขึ้นบนโลก และส่วนใหญ่พวกเขาจะพบเพียงสะเก็ดแร่ชิ้นเล็กๆเท่านั้น แต่มาวันนี้พวกเขากลับพบมันชิ้นใหญ่ จะไม่ให้ตกใจจนเนื้อเต้นได้อย่างไร
ไออ้อนและไอก้าลูบคลำร่างโกเลมดาวตกด้วยแววตาหลงใหลก่อนที่คนแคระชราจะหันมาหาวาสและเอ่ยว่า
“ข้ารับปากว่าจะสร้างอาวุธและชุดแกราะจากแร่ดาวตกให้ มีแร่ดาวตกมากขนาดนี้สามารถสร้างอาวุธและชุดเกราะให้เจ้าได้สบาย ตะ..แต่ข้าอยากจะขอแร่ดาวตกเก็บไว้สัก 3 กิโลกรัมได้ไหม?”ไออ้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจ แค่เศษแร่ดาวตกก็มีค่ามากมายมหาศาลแล้ว แต่ชายชราอยากจะขอไว้สร้างชุดเกราะและอาวุธให้หลานชาย ทดแทนเศษเสี้ยวโลหิตของผู้สร้างที่ไม่ได้มอบให้ แต่วาสกลับพูดมาว่า
“ผมยกที่เหลือให้ปู่ครึ่งหนึ่งเลย ส่วนอีกครึ่งผมจะเก็บไว้ใช้ในอนาคต หากปู่อยากได้เพิ่มเมื่อไหร่ก็มาบอกผมแล้วกัน”ไออ้อนและครอบครัวดีใจอย่างมากและเอ่ยขอบคุณวาสยกใหญ่ แต่วาสกลับคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยถ้าเทียบกับสิ่งที่ไออ้อนมอบให้กับเขา การที่ได้ตอบแทนบุญคุณของไออ้อนทำให้วาสรู้สึกดีขึ้นมาก
ไออ้อนรู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษคว้าถังเบียร์มากอดและชวนทุกคนดื่นเฉลิมฉลอง แต่วาสก็เอ่ยขัดขึ้นมาว่า
“เอ่อ...พอดีว่าผมได้ยินว่าที่อาณาจักรคนแคระมีมหาดวงธาตุดินอยู่ ผมอยากจะขอ..”
“อ้อ! ข้าก็ว่าจะพูดเรื่องนี้กับเจ้าพอดีแต่เมื่อวานดันลืมซะได้ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าจะให้ไอดินพาพวกเจ้าไปที่มหาดวงธาตุดินตอนนี้เลย”ไออ้อนกล่าวอย่างสบายๆ แต่ที่จริงเรื่องมหาดวงธาตุดินถือเป็นความลับสุดยอดของอาณาจักรคนแคระ หากเผ่าพันธุ์อื่นรู้เข้าเผ่าพันธุ์คนแคระจะต้องเผชิญกับสงครามแย่งชิงอาณาจักรอย่างแน่นอน ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้รับรู้เรื่องมหาดวงธาตุดินมีเพียงบุคคลระดับสูงของเผ่าพันธุ์คนแคระเท่านั้น...
“เอ๊ะ!..ว่าแต่เจ้ารู้เรื่องมหาดวงธาตุดินได้อย่างไร”ไออ้อนและครอบครับรู้สึกตื่นตัว นี้เป็นความลับสำคัญของเผ่าพันธุ์คนแคระ ทำไมวาสถึงได้รู้ได้!
วาสมองไออ้อนและครอบครัวงงๆ จากนั้นนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เล่าเรื่องเผ่าพันธุ์วีดให้ไออ้อนและครอบครัวฟัง
ชายหนุ่มใช้เวลาเพียงชั่วครู่เล่าเรื่องของเผ่าพันธุ์วีดให้พวกเขาฟัง พอฟังจบพวกไออ้อนก็เป็นอันต้องตกใจอีกรอบ
“นี้เจ้าคือชาววีด เผ่าพันธุ์ในตำนานอย่างงั้นรึ!”ไออ้อนและครอบครัวมองโตโต้ด้วยสายตาตกตะลึง วันนี้ช่างเป็นวันที่น่าพิศวงสำหรับพวกเขาเหลือเกิน เผ่าพันธุ์วีดถือเป็นเผ่าพันธุ์ที่ดำรงอยู่ในโลกใบนี้มานานแสนนาน หากเป็นเผ่าพันธุ์ที่ฝังรากอยู่บนโลกใบนี้มาระยะหนึ่งต้องเคยได้ยินคำร่ำลือเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์วีดมาบ้าง แต่แทบไม่เคยมีใครเคยเห็นตัวจริงของเผ่าพันธุ์วีดเลยสักครั้ง มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้ถึงลักษณะทางกายภาพของเผ่าพันธุ์วีดแล้วคอยออกตามหาอย่างลับๆ และตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขาคิดว่าโตโต้เป็นเพียงเผ่าพันธุ์แปลกๆทั่วๆไปเท่านั้น
ต้นไม้ตัวน้อยยิ้มเขินกับสายตาที่จ้องมา รู้สึกภูมิใจในเผ่าพันธุ์วีดของตนอย่างยิ่งยวด
ไออ้อนและครอบครัวรู้สึกทึ่งกับภูมิปัญญาของเผ่าพันธุ์วีดที่รู้กระทั่งเรื่องมหาดวงธาตุดินที่พวกเขาครอบครอง แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพียงย้ำให้วาสกลับไปบอกกับผู้เฒ่าเวนก้าว่าอย่าแพร่งพรายเรื่องที่พวกเขาคอบครองมหาดวงธาตุดินออกไปให้คนอื่นรู้ ซึ่งชายหนุ่มก็รับคำง่ายๆ
องค์ชายไอดินพาวาสแยกไปอีกทางหนึ่ง ส่วนไป๋ฟางและโตโต้วาสได้ให้ไปรอในโลกมิติก่อน ไอดินพาวาสเดินกลับไปยังลิฟต์ที่ดึงด้วยรอก หลังเข้ามาในลิฟต์ ไอดินก็พูดว่า
“มหาดวงธาตุดินนั้นอยู่ในตำแหน่งลึกที่สุดในภูเขาค้อนทองขอรับ โดยเหนือมหาดวงธาตุดินนั้นจะมีค่ายทหารของเผ่าพันธุ์เราตั้งอยู่ หากจะไปที่มหาดวงธาตุดินเราจะต้องผ่านค่ายพักทหารก่อน”วาสเอ่ยรับรู้ในใจตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะได้เจอ