ก่อนที่หัวหน้านักการกัวจะพาตัวนายท่านใหญ่เซี่ยกับสือซื่อมาไต่สวนความผิดยังที่ว่าการอำเภอ เขาก็ได้สั่งให้ลูกน้องไปแจ้งกับตระกูลเซี่ยเรียบร้อยแล้ว เป็นเพราะการจับกุมคราวนี้เป็นคดีร้ายแรงและผู้ต้องหายังเป็นคนตระกูลใหญ่ ชาวบ้านจึงมามุงกันเต็มหน้าที่ว่าการอำเภอ
ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย นายท่านรองเซี่ย และนายท่านห้าเซี่ยต่างก็เดินทางมาถึงที่ว่าการอำเภอแล้วเช่นกัน แต่ละคนมีสีหน้าไม่สู้ดี
“เจ้าใหญ่ ตกลงว่าเจ้าไปทำผิดเรื่องใดมา เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าทำให้ตระกูลเซี่ยของเราขายหน้าแค่ไหน” ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยตะโกนขึ้นทันทีที่เห็นบุตรชายถูกจับตัวมา
“พี่ใหญ่นะพี่ใหญ่ ตระกูลเซี่ยของเราทำการค้าและใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์มาตลอด ทำไมท่านถึงได้มาทำลายชื่อเสียงของตระกูลเช่นนี้” นายท่านห้าเซี่ยพูดเสริมมารดา เวลานี้ตระกูลเซี่ยเหลือเพียงเขา พี่ใหญ่ และพี่รองที่มีสิทธิ์ขึ้นเป็นผู้สืบทอดตระกูล หากพี่ใหญ่ถูกตัดสินความผิด ก็จะเหลือเพียงเขากับพี่รองเท่านั้น
“เจ้าห้า เป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่ใส่ร้ายข้า เจ้าอยากกำจัดข้ามานานแล้วไม่ใช่หรือ ไม่ว่าจะเรื่องผู้สืบทอดหรือแม้แต่เรื่องของ...” นายท่านใหญ่เซี่ยหยุดคำพูดของตัวเองไว้
ไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมนายท่านใหญ่เซี่ยจึงหยุดพูด แต่ฮูหยินผู้เฒ่า นายท่านรอง และนายท่านห้าต่างเข้าใจดี เพราะนอกจากนายท่านใหญ่กับนายท่านห้าจะช่วงชิงตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลกันแล้ว พวกเขายังหมายปองสตรีคนเดียวกันอีกด้วย ซึ่งสตรีคนนั้นก็ไม่ใช่คนที่พวกเขาควรจะเข้าไปยุ่ง
“พี่ใหญ่ ครั้งนี้ท่านทำเรื่องใหญ่เกินไปแล้วจริงๆ” นายท่านรองเซี่ยส่ายหน้าอย่างจนใจ
“เจ้ารู้แล้วหรือเจ้ารองว่าเจ้าใหญ่ไปทำความผิดใดไว้” ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยหันไปถามบุตรชายคนรอง
“ท่านแม่ดูคนที่คุกเข่าอยู่ตรงนั้น ถึงแม้ท่านจะไม่รู้จักพวกเขาทั้งหมด แต่บางคนท่านคงจำได้กระมัง”
ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยได้ยินคำพูดบุตรชาย นางจึงหันไปมองคนมากกว่ายี่สิบคนคุกเข่าร้องไห้อยู่ต่อหน้านายอำเภอ และอย่างน้อยสามคนคือคนที่เคยทำงานรับใช้ตระกูลเซี่ย
“นี่...นี่ไม่ใช่พ่อบ้าน หัวหน้าพ่อครัว รวมถึงบ่าวรับใช้ในเรือนเจ้าใหญ่หรือ?” ฮูหยินผู้ถามเสียงสั่น
เหตุใดฮูหยินผู้เฒ่าจึงรู้สึกหวาดกลัวที่เห็นบ่าวรับใช้ทั้งสามคน นั่นก็เพราะบ่าวรับใช้พวกนี้มีส่วนรู้เห็นกับการตายของนายท่านผู้เฒ่าเซี่ย การเสียชีวิตของนายท่านผู้เฒ่าไม่ได้เกิดจากอาการป่วยเหมือนข่าวที่ถูกส่งออกไป แต่เป็นเพราะนางกับลูกชายคนโตจงใจให้บ่าวรับใช้เหล่านี้วางยาพิษให้กับสามีของตน
ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยโกรธแค้นที่สามีไปเลี้ยงดูสตรีผู้หนึ่งจนเกิดบุตรชายคนที่สี่ออกมา วันที่สามีอุ้มเจ้าสี่เข้าบ้าน นางอาละวาดจนจวนแทบแตก นางข่วนหน้าเขาจนเลือดไหลไปทั่วหน้า จากนั้นนางก็เดินเข้าไปเตะไอ้เด็กคนนั้นจนกระอักเลือด นางทั้งเสียใจและแค้นใจ แต่สามีทำอย่างไร เขาเข้ามาตบหน้านางต่อหน้าเจ้าใหญ่ เจ้ารอง และเจ้าสาม ความอับอายนี้ทำให้นางโกรธเขาเป็นอย่างมาก สุดท้ายนางก็ตัดสินใจวางยาเขา โดยมีบุตรชายคนโตรับรู้ทุกอย่าง
เพียงแต่ที่นางไม่เข้าใจคือ นางสั่งให้บุตรชายคนโตสังหารผู้มีส่วนรู้เห็นทุกคนไปแล้วไม่ใช่หรือ แล้วเวลานี้ทำไมคนเหล่านั้นถึงมาคุกเข่าอยู่ตรงนี้ได้ และสายตาที่ทุกคนมองมาที่นางก็เต็มไปด้วยความแค้น ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยหันไปมองบุตรชายคนโตอีกครั้ง
“เจ้าใหญ่ เจ้ากำลังทำอะไรลับหลังข้าอยู่กันแน่?” ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยถามขึ้น
“จะทำอะไรท่านแม่ก็ไม่ต้องไปถามพี่ใหญ่แล้วขอรับ เราแค่ต้องยืนกรานว่าสิ่งที่เขาทำไม่เกี่ยวกับเราเท่านั้นก็พอ” นายท่านห้าเซี่ยบอกมารดา “พี่ใหญ่ ท่านก็อย่าได้หาว่าพวกเราใจดำ อย่างไรตระกูลเซี่ยของเราก็ต้องดำรงอยู่ต่อไป ถือเสียว่าท่านเสียสละเพื่อครอบครัวก็แล้วกัน”
หลังจากนายท่านใหญ่เซี่ยถูกพาตัวมา เมื่อเขาเห็นคนคุ้นหน้าคุกเข่าอยู่ต่อหน้านายอำเภอ เขาก็รู้แล้วว่าวันนี้คงเป็นจุดจบของเขาแล้ว คนเหล่านี้คือคนที่คอยเก็บกวาดและทำงานมืดให้เขา
“ข้าคือนายอำเภอเสียนโจวที่ได้รับคำร้องให้เอาผิดเซี่ยหวางแห่งตระกูลเซี่ย ข้อหาวางยาพิษบิดา ยึดทรัพย์เจ้าทุกข์อย่างไม่เป็นธรรม ลักลอบปล่อยเงินกู้ซึ่งเป็นข้อห้ามของแคว้น สังหารผู้บริสุทธิ์มากมาย รวมถึงพยายามวางเพลิงโรงสุราหยางซูซิ่ง ความผิดเหล่านี้เจ้าจะยอมรับหรือไม่” นายอำเภอจูกล่าวด้วยเสียงอันดัง
เมื่อสิ้นคำแจ้งข้อกล่าวหาของนายอำเภอ ชาวบ้านต่างก็ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมากมาย แต่ละคดีล้วนเป็นคดีร้ายแรง บางคนถึงกับตะโกนให้ประหารชีวิตนายท่านใหญ่เซี่ยเลยด้วยซ้ำ
“ท่านนายอำเภอเจ้าคะ ข้าเจินเจียว ชาวบ้านอำเภอวั่งโจวพร้อมด้วยบุตรชาย เราขอฟ้องร้องเซี่ยหวางในข้อหาขืนใจและสังหารสามีด้วยเจ้าค่ะ” เจินซื่อจูงมือเซี่ยอวี้เดินเข้ามาคุกเข่าต่อหน้านายอำเภอ
“นังหญิงสารเลว! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาฟ้องร้องบุตรชายของข้า อย่าลืมว่าเจ้ามีสถานะเป็นเพียงอนุคนหนึ่งในตระกูลเซี่ย ข้าจะใช้กฎบ้านลงโทษเจ้าให้ตาย” ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยตะโกนขึ้น
นายท่านใหญ่เซี่ยได้ยินเสียงเจินซื่อตั้งแต่แรก เขาดีใจที่ยังเห็นว่านางและบุตรชายปลอดภัยดี แต่ก็ต้องเปลี่ยนมาตกใจเมื่อได้ยินคำฟ้องร้องที่นางกล่าวออกมา เขารู้ดีว่าเขาได้ตัวนางมาเป็นอนุได้อย่างไร เพราะเขาเป็นคนลงมือสังหารสามีของนางเอง แต่บุตรชายก็ยังมาฟ้องร้องเขาด้วยหรือ
“เจียวเอ๋อ เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เจ้ากับอาอวี้ต้องการฟ้องร้องข้าอย่างนั้นหรือ?” นายท่านใหญ่เซี่ยเอ่ยปากถาม
“ถูกต้องแล้ว ข้าต้องการฟ้องร้องเจ้า หากไม่เพราะเจ้า ข้าก็คงไม่ต้องสูญเสียสามีของข้าไป และอาอวี้ก็จะไม่ต้องสูญเสียบิดา ที่ข้าทนเป็นอนุของเจ้ามาจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะข้าหวังว่าสักวันหนึ่งข้าจะแก้แค้นเจ้าได้ และวันนั้นก็มาถึงแล้ว” เจินซื่อตะโกนขึ้นพร้อมกับร้องไห้เสียงดัง “ท่านพี่! ข้าทวงคืนความยุติธรรมให้ท่านแล้วนะเจ้าคะ”
“เจ้าอยากแก้แค้นข้าแล้วเจ้าไม่ห่วงว่าอาอวี้จะเสียใจบ้างหรือ? อย่างไรเขาก็เป็นบุตรชายที่ข้าและเจ้าให้กำเนิด”
“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว อาอวี้เป็นบุตรชายของข้ากับสามี เขาไม่ได้คลอดก่อนกำหนด ข้าแค่โกหกเจ้าเพราะอยากปกป้องเขา”
“เจ้า! เจ้าโกหกข้า ข้าจะฆ่าเจ้า” นายท่านใหญ่เซี่ยทำท่าจะลุกขึ้นไปทำร้ายเจินซื่อ แต่ถูกนักการสองคนกดไหล่เอาไว้
เซี่ยอวี้เดินไปคุกเข่าคำนับนายท่านใหญ่เซี่ย “ขอบคุณที่ท่านเลี้ยงดูข้ามา แต่ข้าไม่อาจให้อภัยที่ท่านสังหารบิดาของข้าได้”
“อาอวี้ เจ้า...เจ้าจะใจดำกับพ่อได้ลงคอหรือ? เจ้าทนเห็นพ่อถูกประหารได้หรือ?” นายท่านใหญ่เซี่ยยังไม่อยากยอมรับ ตลอดสิบปีมานี้เขาเลี้ยงดูเซี่ยอวี้มาด้วยความรัก จนถึงตอนนี้เขายังไม่อยากยอมรับความจริงว่าที่ผ่านมาเขาเลี้ยงดูบุตรชายของผู้อื่นอยู่
“ความผิดที่ท่านทำไว้กับบิดาและมารดา ข้าไม่อาจอภัยได้ ยังมีคนเหล่านี้อีก พวกเขาก็ไม่อาจอภัยให้ท่านได้เช่นกัน” เซี่ยอวี้ลุกขึ้นแล้วกลับไปคุกเข่าข้างมารดา ก่อนที่เขาจะบอกกับนายอำเภอ “นายอำเภอขอรับ ข้ากับท่านแม่ยังอยากฟ้องร้องคนผู้หนึ่งด้วยขอรับ”
“เจ้าอยากฟ้องร้องผู้ใด?” นายอำเภอจูถาม
“สือซื่อขอรับ” เซี่ยอวี้ชี้ไปทางสือซื่อที่นั่งคุกเข่าอยู่อย่างหวาดกลัว “นางวางยาพิษข้ากับท่านแม่ขอรับ”
“ไม่จริง! วางยาพิษอะไร พวกเจ้าสองคนแม่ลูกก็ยังสบายดีไม่ใช่หรือ?” สือซื่อรีบปฏิเสธก่อนจะหันไปมองอดีตสามี “เป็นเขา เขาบอกให้ข้าวางยาพวกเจ้า”
นายท่านใหญ่เซี่ยเงยหน้าขึ้นหัวเราะเสียงดัง “หากเป็นก่อนหน้านี้ข้าคงตบสั่งสอนเจ้าไปแล้วที่กล้ามาใส่ร้ายข้า แต่เวลานี้ข้ากลับเสียดายที่ทำไมวันนั้นเจ้าไม่ทำเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ข้าอยากให้พวกมันตายตามสามีและบิดาของพวกมันไป”
“ใต้เท้า บุตรสาวของข้าไม่มีทางทำเรื่องร้ายแรงเช่นนี้ เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลัง ขอท่านโปรดให้ความเป็นธรรมกับนางด้วย” นายท่านผู้เฒ่าสือรีบเดินมาคุกเข่าอยู่ข้างบุตรสาว “ที่ผ่านมาตระกูลสือทำบุญทำทานอยู่ไม่ขาด แม้แต่มดสักตัวเราก็ไม่กล้าเหยียบ เรื่องโหดเหี้ยมอย่างวางยาพิษเราย่อมไม่มีความกล้าอย่างแน่นอนขอรับ”
นายอำเภอจูไม่อยากเสียเวลา เขาแสดงหลักฐานและนำพยานเข้ามาชี้แจงต่อหน้าผู้คนมากมาย ไม่ใช่แค่นายท่านใหญ่เซี่ยที่มีความผิดเป็นหางว่าว แต่สือซื่อก็ไม่แพ้กัน การเสียชีวิตของอนุของนายท่านใหญ่เซี่ยล้วนเกิดจากฝีมือของนาง
นายท่านใหญ่เซี่ยกับสือซื่อถูกตัดสินให้ประหารชีวิตในอีกสามวัน ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยกลับรอดตัวไปได้ เพราะคดีวางยาพิษสามีนั้น หลักฐานทุกอย่างชี้ไปที่นายท่านใหญ่เซี่ยแต่เพียงผู้เดียว เมื่อการตัดสินเสร็จสิ้น ฮูหยินผู้เฒ่าก็พาบุตรชายทั้งสองเดินทางกลับโดยไม่หันมาสนใจบุตรชายคนโตอีกเลย
เรียกว่าคดีของนายท่านใหญ่เซี่ยกับสือซื่อสร้างความเสียหายให้กับตระกูลเซี่ยและตระกูลสือไม่น้อย ทั้งสองตระกูลถึงกับปิดประตูห้ามคนเข้าพบและห้ามแม้กระทั่งไม่ให้สมาชิกในครอบครัวก้าวออกจากจวนแม้แต่คนเดียว เรื่องนี้ทำให้เซี่ยลี่หยางกับหลี่เหิงเยว่ดีใจเป็นอย่างยิ่ง และการเดินทางเข้าเมืองหลวงก็ถูกกำหนดขึ้นอย่างเรียบร้อย