ในตอนบ่าย เดรสมอนด์ เดินถือดาบไม้ไปที่ลานฝึกซ้อมที่เปิดโล่ง
ที่นั่น ณ ลานฝึกซ้อม มีชายวัยกลางคนยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนหอกเก่าอันโดดเดี่ยวที่ผ่านลมฝนมานาน
เขาดูเหมือนจะอายุรุนราวคราวเดียวกับบารอนเครท แต่เขาสูงกว่าบารอนเกือบฝ่ามือ
สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดั้แ่ไกลคือผิวของเขาที่ออกจะคล้ำแดดและร่างอันกำยำที่ยังไม่เสียรูป ใบหน้าที่ไม่เรียบร้อย ให้อารมณ์ที่ดุดันแต่ก็น่าไว้วางใจในเวลาเดียวกัน
เขายืนอยู่ตรงนั้นราวกับว่าได้หวนคืนอดีตที่เดรสมอนด์ไม่อาจจะรู้ ยืนอย่างโดดเดียวแต่มั่นคง
โดยที่เขาสวมเสื้อคลุมโทรมๆ ที่ไม่รู้ว่าอดีตมันคือสีอะไร รอยเปื้อนมากมายนั้นยังทำให้เดรสมอนด์อดสงสัยไม่ได้ว่าอาจารย์ที่สอนดาบของเขาทำไมถึงดูสภาพแย่ขนาดนี้
แต่ดูเหมือนว่าเพราะเหตุผลบางอย่างเสื้อคลุมเก่าๆโทรมที่เขายังสวมใส่จะมีอะไรมากกว่าเสื้อคลุมเก่าแต่สิ่งที่เดรสมอนด์ผิดสังเกตเป็พิเศษก็คือชายเสื้อของแขนข้างซ้ายนั้นไหลไปตามสายลมที่พัดมา
จากความทรงจำของเขาอาจารย์สอนดาบของเขาชื่อมาสเตอร์สเวนเป็คนรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของบารอนเครท เป็ทั้งเพื่อนและพี่น้องในสนามรบ ไม่มีสนามรบไหนเลยที่มีบารอน แล้วจะไม่มีมาสเตอร์สเวน
จากความทรงจำของเขาในอดีตมีาใหญ่เกิดขึ้นพวกเขาทั้งสองได้เข้าร่วมาครั้งนั้นอย่างไม่เต็มใจและด้วยการเสียสละในาครั้งนั้นบารอนเครทจึงรอดชีวิตมาได้
แม้ว่ามาสเตอร์สเวนจะพิการไปแล้วแต่บารอนก็ยังไม่ทิ้งเขายังให้เขามาเป็ครูฝึกให้กับทหารหน้าใหม่เป็การช่วยเหลือเพื่อนของเขา
ยิ่งเดรสมอนด์เข้าใกล้มากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งเห็นรายละเอี่ยดต่างๆมากขึ้นเท่านั้นไม่เพียงแต่แขนซ้ายที่หายไปตาขวาของเขาก็มีรอยฟันผ่านหูข้างซ้ายก็ยังหายไปส่วนหนึ่ง
เดรสมอนด์ก้าวเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของเขา
“ ยินดีที่ได้พบอีกครั้งครับ มาสเตอร์สเวน ”
“ นายน้อยเดรสมอนด์… ยินดีที่ได้พบเช่นกัน ”
มาสเตอร์สเวนอดแปลกใจไม่ได้ ไม่เหมือนกับเมื่อวาน เดรสมอนด์ไม่ได้แสดงความเย่อหยิ่ง หรือมีท่าทีอิดออดเหมือนแต่ก่อน
เขามองไปที่ เดรสมอนด์ ในตอนนี้ด้วยความสนใจ
“เอาละ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านเลย มาเริ่มกันเลย”
เดรสมอนด์พยักหน้า
“ก่อนที่ฉันจะเริ่มฝึกของวันนี้ ข้าจะทดสอบว่าท่านจำบทเรียนเมื่อวานได้ไหม เอาละท่านแสดงให้ข้าเห็น”
“ตกลง”