ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำลั่วอันฉีได้แต่วิ่งวิ่ง แล้วก็วิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำเสียงฝีเท้าหลายสิบคู่ที่ติดตามมาทำให้นางรู้ว่าหากนางหยุดวิ่งไม่ใช่แค่เพียงชีวิตที่ไม่อาจจะรักษาเอาไว้ได้ร่างกายของนาง เกียรติของนางอาจจะต้องถูกล่วงละเมิดและถูกิ่เกียรติก่อนที่นางสิ้นลมไปเสียก่อนอย่างแน่นอนนางจึงวิ่งอย่างสุดกำลังเพื่อหลีกเลี่ยงความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง
แต่ดูเหมือนว่า์จะไม่มีความเห็นใจนางเลยสักนิดเมื่อหนทางข้างหน้าล้วนเป็หุบเหวทำให้นางไม่อาจจะหลีกหนีได้อีกแล้ว นางได้แต่ยืนหลั่งน้ำตาจ้องมองหุบเหวข้างหน้าด้วยความท้อใจเสียงฝีเท้าที่ติดตามมาทางด้านหลังก็ชะลอความเร็วลงแล้วหยุดอยู่ทางด้านหลังของนางในที่สุด
“แม่นางไม่มีหนทางให้เ้าวิ่งหนีได้อีกแล้ว”ชายที่ติดตามมาเอ่ยกับนางด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่แววตาของเขากลับทำให้นางขนลุกขนชันด้วยความหวาดหวั่นและรังเกียจพรรคพวกของเขาที่ตามมาด้วยพลันเอ่ยวาจาสนับสนุนคำพูดของคนที่ดูเหมือนว่าจะเป็หัวหน้าในทันที
“ใช่แล้วแม่นางหากเ้ายินยอมให้ความร่วมมือกับพวกข้าแต่โดยดีข้าขอรับรองว่าข้าและพรรคพวกของข้าจะทะนุถนอมเ้าเป็อย่างดีเลย อีกอย่างหากเ้าสามารถสร้างความพึงพอใจให้แก่พวกข้าได้ก็ไม่แน่ว่าพวกข้าอาจจะยินยอมไว้ชีวิตเ้าและพาเ้ากลับไปเลี้ยงดูเป็อย่างดีก็เป็ได้”คำพูดประโยคนี้ทำให้ลั่วอันฉีตัดสินใจได้แล้วว่านางยินยอมตายเสียดีกว่าที่จะถูกผู้คนเหล่านี้ทำร้ายนางหันไปทางหน้าผาเม้มปากแน่นพลางคิดถึงผู้คนและเื่ราวในชีวิตที่ผ่านมาของนางด้วยความอาวรณ์
“ท่านพ่อ ท่านแม่ข้าขอตอบแทนพระคุณของพวกท่านในชาติหน้าก็แล้วกันนะเ้าคะ”เมื่อเอ่ยจบนางก็ตัดสินใจะโลงไปในหุบเหวด้านล่างในทันทีทิ้งให้เหล่าชายฉกรรจ์ที่ติดตามนางมาตั้งนานพากันมองตามเงาร่างของนางด้วยความเสียดาย
“พวกเรารีบกลับไปรายงานนายหญิงกันดีกว่าว่านางตกเหวตายไปแล้ว”คนที่ดูเหมือนว่าจะเป็หัวหน้ากลุ่มเอ่ยกับลูกน้องของเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียดายเมื่อครู่นี้สาวงามผู้นั้นอยู่ตรงหน้าของเขาแล้วแท้ๆแต่กลับไม่อาจจะได้มันทำให้เขารู้สึกเสียดายเป็อย่างมาก
“ลูกพี่พวกเราจะไม่ลงไปดูศพของนางสักหน่อยหรือ”เมื่อได้ยินถ้อยคำคัดค้านของลูกสมุนข้างกายเขาก็พลันยิ่งหงุดหงิดใจ
“เหวลึกหลายหมื่นจั้งเช่นนี้เ้ามีปัญญาปีนลงไปหรือหากเ้าอยากจะลงไปตรวจสอบมากนักข้าจะช่วยสงเคราะห์ให้เ้าก็ก็ได้นะ”เขาเอ่ยพลางยกฝ่าเท้าขึ้นมายังทิศทางที่ลูกสมุนยืนอยู่ลูกสมุนของเขาก็รีบหลบฝ่าเท้าพลางโบกมือปฏิเสธและรีบพูดจาเอาอกเอาใจเพื่อให้ลูกพี่ของตนคลายความขุ่นเคืองลงในทันที
“ไม่ต้องสำรวจแล้ว! ไม่ต้องสำรวจก็ได้เมื่อครู่นี้ข้าก็แค่กังวลว่านางอาจจะไม่ได้ตกลงไปข้างล่างจริงแต่ในเมื่อลูกพี่มีความมั่นใจถึงขนาดนี้ก็ไม่จำเป็ต้องสำรวจแล้วพวกเรารีบกลับไปรายงานนายหญิงอย่างที่ลูกพี่บอกดีกว่าเมื่อได้รับเงินตอบแทนมาข้าจะได้ไปผ่อนคลายความอัดอั้นของข้าได้เสียที เฮ้อนางไม่น่ารีบด่วนคิดสั้นเลยร่างงามๆเช่นนั้นหากได้แตะต้องสักทีคงจะให้ความรู้สึกราวกับอยู่บนสรวง์เป็แน่”
“ฮึ!ในหัวของเ้าเคยคิดถึงเื่อื่นบ้างหรือไม่ไปพวกเรารีบกลับไปรายงานนายหญิงกันดีกว่าในเมื่อนางจบชีวิตไปแล้วก็ถือว่างานของพวกเราเสร็จสิ้นไปแล้ว”เมื่อเอ่ยจบเขาก็รีบเดินนำบรรดาพรรคพวกของเขาไปจากบริเวณหน้าผาของหุบเหวแห่งนั้นทิ้งไว้แค่เพียงร่างที่ไร้ิญญาของลั่วอันฉีที่ตกลงไปยังหุบเหวเบื้องล่าง
ยามที่ลั่วอันฉีตื่นขึ้นมาอีกครั้งดวงิญญาที่อยู่ด้านในก็ไม่ใช่ลั่วอันฉีคนเดิมอีกต่อไปแล้วแต่เป็ดวงิญญาของแม่ทัพหญิงของแคว้นฉีผู้มีนามว่าฉู่เยี่ยนหนิงเข้ามาอยู่ด้านในแทนนางขมวดคิ้วแน่นพลางร้องครางออกมาด้วยความเ็ปความทรงจำของลั่วอันฉีและความทรงจำของฉู่เยี่ยนหนิงจู่โจมทำให้นางรู้สึกปวดศีรษะเป็อย่างมากยังไม่นับาแภายนอกที่ทำให้ร่างทั้งร่างของนางถึงกับสั่นระริกด้วยความเ็ปทำให้นางต้องร้องครางออกมาด้วยความเ็ปในทันที
ฉู่เยี่ยนหนิงคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของเทพาแคว้นฉีเมื่อบิดาสิ้นชีพลงท่ามกลางสนามรบนางที่เป็สตรีก็พกกระบี่ควงทวนขี่ม้าเข้าสู่สนามรบนำทำสกุลฉู่เข้าร่วมการรบแทนบิดาคว้าชัยชนะเหนือดินแดนแคว้นเป่ยอยู่หลายครั้งาระหว่างแคว้นฉีและแคว้นเป่ยต่อสู้ยืดเยื้อกันมาเนิ่นนานหลายปีพอเบื้องบนสามารถตกลงที่จะยุติาระหว่างแคว้นได้แม่ทัพหญิงเช่นนางจึงถูกนำชื่อมาเสนอเพื่อเป็เครื่องบรรณาการให้แก่ฝ่ายตรงข้าม
แม่ทัพหญิงที่เข่นฆ่าสังหารทหารนับพันของแคว้นเป่ยจะยินยอมให้ตนเองถูกส่งตัวไปเป็บาทจาริกาของราชวงศ์แคว้นเป่ยได้อย่างไรครอบครัวก็ล้วนไม่อยู่แล้ว คนรักหรือก็ไม่มีสหายคนสนิทก็ยิ่งไม่มีเข้าไปใหญ่ยามนี้สิ่งที่นางห่วงก็เหลือแค่เพียงผู้ใต้บังคับบัญชาสองแสนนายที่ถ้าหากพวกเขาไม่ยินยอมส่งตัวนางให้แก่เบื้องบนทัพสกุลฉู่ซึ่งถือว่าเป็กองทัพที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นฉีก็จะถูกตั้งข้อหาว่าคิดก่อการฏ
เพราะความจำยอมนางจึงยินยอมถอดเกราะวางทวนพกเพียงกระบี่คู่ใจเข้าสวามิภักดิ์ต่อกองทัพที่ทางเมืองหลวงส่งมาควบคุมตัวนางเพียงแต่หลังจากที่นางได้หนังสือยืนยันว่าทัพสกุลฉู่ไม่ได้คิดก่อการฏแล้วนางก็ใช้กระบี่ของตนเองบั่นคอตนเองท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายายุติแล้วกองทัพก็ไม่จำเป็ต้องมีนางคอยนำทัพอีกการจบชีวิตของตนเองน่าจะเพียงพอที่จะยุติความหวาดระแวงของเ้าผู้ครองแคว้นได้อีกทั้งยังยุติความโกรธแค้นที่ชาวแคว้นเป่ยที่มีต่อนาง นางจึงได้เลือกวิธีนี้
ส่วนลั่วอันฉีนางคือหลานสาวคนโตของเสนาบดีลั่วความงามของนางเป็ที่เลื่องลือไปทั่วแคว้น ฉากหน้านางคือคุณหนูใหญ่ที่มีชีวิตพรั่งพร้อมแต่ฉากหลังนางกลับต้องต่อสู้แย่งชิงความโปรดปรานของท่านปู่และท่านย่ากับบรรดาลูกพี่ลูกน้องคนอื่นๆเพราะเป็อิสตรีสิ่งที่พอจะใช้เป็เครื่องมือได้ก็คือชื่อเสียงและความงามแต่ยามนี้การที่นางถูกคนร้ายไล่ฆ่าจนตกหน้าผาแม้ว่าจะสามารถรอดชีวิตกลับไปได้ชื่อเสียงของนางก็คงจะป่นปี้ยากที่จะมีชีวิตดีๆ ได้อีกต่อไปแล้ว
“บัดซบ!”ริมฝีปากอันอวบอิ่มและงดงามสบถออกมาเพียงแ่เบาแล้วสติของนางก็มืดดับไปเพราะทนรับความเ็ปของร่างกายไม่ไหวอีกต่อไป