[กลอนเปิดบทที่ 7.2]
"แม้นเส้นทางจะไกลไปจนสุดตา
กลับใกล้กว่าเมื่อใจยังฝากไว้
ความคิดถึงเป็ลมหายใจไกล
กลั่นออกได้เพียงกลอนกลั่นกลีบกลิ่น"
การตัดสินใจเดินทาง – ข่าวจากบ้านเกิด
กลางเรือนพักใกล้วังหลวง
สายลมยามบ่ายพัดเอื่อย ขวัญข้าวกำลังเรียงกระดาษเขียนกลอน
"ภู่" เดินเข้ามา สีหน้าเคร่งขรึมกว่าเคย
ขวัญข้าว
(เงยหน้าขึ้นทันที)
“เกิดอะไรขึ้นคะคุณภู่?”
ภู่
(ถือสมุดสาแน่นในมือ)
“มีข่าวจากบ้านที่บ้านกร่ำ...มารดาของข้าล้มป่วยหนัก”
(เว้นไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ)
“ข้าจะต้องกลับไปเมืองแกลง”
โจ้ก
(ทำตาโตทันที)
“เมืองแกลงเหรอ!? นั่นมันตั้งไกลจากบางกอกเลยนะพี่!”
แพร
(พูดเสียงเบา ขณะเก็บสมุดตำรา)
“ต้องล่องเรือผ่านอ่าว อ้อมปากน้ำ ออกทะเลเลยใช่ไหม?”
ปราชญ์
“ถ้าจะไปทางน้ำ ก็ต้องใช้เวลาหลายวัน เรือบางลำอาจต้องแวะชายฝั่ง หาที่พักแรมด้วย”
บุ๊ค (เสภา)
(ก้มดูแผนที่โบราณ)
“ทางจากบางกอกไปเมืองแกลงสมัยนั้น ต้องผ่านปากน้ำเ้าพระยา อ้อมอ่าวไทย ขึ้นฝั่งที่บ้านกร่ำ...นี่แหละร่องรอยต้นกำเนิดของ ‘นิราศเมืองแกลง’”
ภู่
“ข้าไม่อาจนิ่งเฉย หากมารดากำลังเฝ้ารอ...แม้ต้องฝ่าคลื่นข้ามแดน ก็ยอม”
เริ่มต้นการเดินทาง
ย่ำรุ่ง — ท่าเรือริมบางกอกน้อย
แสงทองทาบกระดานเรือไม้ ภู่สวมเสื้อพื้นแบบชาววัง คาดผ้าสไบเฉียงเล็กน้อย พกสมุดติดตัวหนึ่งเล่ม
ขวัญข้าว
(เดินมาส่งถึงเรือ เงียบไปอึดใจ)
“ขอให้ปลอดภัยนะคะ…เขียนทุกอย่างที่เจอไว้ด้วยนะ เราจะรอฟัง...”
ภู่
(ยิ้มอ่อนโยน)
“เ้ารู้ข้าดีที่สุด กลอนนี้คงยาวกว่าเื่เล่า...เพราะมันเต็มไปด้วย ‘ใจ’”
โจ้ก
“ไปแค่เยี่ยมแม่ ไม่ต้องแต่งนิราศทั้งเล่มก็ได้นะ! แต่…ถ้าจะแต่งจริง ฝากเขียนถึงเพื่อนตลกๆ สักบทด้วย”
แพร
“บางที...บทกลอนที่เขียนจากความห่วงใยของลูก อาจััใจคนได้มากกว่าความรักของกวีด้วยซ้ำ”
ปราชญ์
(จับมือภู่แน่น)
“เขียนให้เป็ ‘ประวัติศาสตร์’ เลยนะพี่…เขียนให้คนรุ่นเราอ่านแล้วรู้สึกจริงเหมือนอยู่ในเรือกับเ้า”
เสภา (บุ๊ค)
(หยิบหนังสือขึ้นจด)
“เริ่มนิราศ...เช้านี้”
บทกวีเปิดนิราศ (จากสุนทรภู่ฉบับจริง)
"ถึงบางพูดพูดจาควรอัชฌาสัย
จะกล่าวไปก็ด้วยใจสมัครมาลย์
ถึงบางยี่ขันหมากลากสำราญ
เหมือนโดยสารสำเภาเ้าจะเจรจา"
บนเรือที่ล่องออกสู่อ่าวไทย
กลางดึกคลื่นกระทบเรือ เสียงแจวแ่สลับเสียงนกน้ำ
ภู่เปิดสมุด เขียนลงไปเงียบๆ ใต้แสงตะเกียงน้ำมัน
กลอนนิราศระหว่างทาง (อ้างจากต้นฉบับ)
"ถึงปากน้ำยามค่ำระกำจิต
แลเห็นแต่ดาวพิศวาสว่าง
สายลมพัดสะบัดซัดสาง
รำลึกนางยิ่งเศร้าให้เร้ารมย์"
ภู่จ้องทะเลเบื้องหน้า ความคิดถึง มารดา ความว่างเปล่าผสมกลั่นออกมาเป็ถ้อยคำ
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ “นิราศเมืองแกลง” — ผลงานชิ้นแรกที่กลายเป็ประตูสู่การเป็ "สุนทรภู่"
[กลอนปิดบทที่ 7.2]
"เรือแล่นล่องลอยตามทางห่างบ้าน
ฝากสะพานกลอนกวีแทนเสียงหา
ถึงคลื่นลมจะพัดผ่านคืนเวลา
นิราศข้าจะอยู่คู่นิรันดร์"