"เสียใจด้วยนะ...สุดหล่อ...เด็กคนนี้...เป็ของ 'พวกเรา' เท่านั้น"
เสียงกระซิบพร่าที่แฝงด้วยความยียวนของอิซาเบลล่า คือเสียงสุดท้ายที่ลอเรียนได้ยินอย่างชัดเจน ก่อนที่ทุกอย่างจะจมลงในความโกลาหล ร่างของแวมไพร์สาวที่ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดอย่างไม่มีใครคาดคิด ได้ใช้ร่างกายของตัวเองเป็โล่กำบังให้เอลาร่าอย่างสมบูรณ์แบบ ดาบสั้นของลอเรียนฝังลึกเข้าไปกลางแผ่นหลังของเธอ เืสีแดงสดไหลทะลักออกมา ย้อมชุดราตรีสีดำของเธอให้กลายเป็สีแดงฉาน
คาอินที่พุ่งตามมาถึงกับเบรกตัวเองจนตัวโก่งด้วยความตกตะลึง ภาพตรงหน้ามันเหนือความคาดหมายของเขาทุกประการ ทำไม? คำถามดังก้องอยู่ในใจ ทำไมอิซาเบลล่าถึงช่วยเอลาร่า?
ลอเรียนเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เขาพยายามจะดึงดาบกลับ แต่กล้ามเนื้อของอิซาเบลล่ากลับบีบรัดใบดาบไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก เธอแสยะยิ้มให้เขาอย่างผู้ชนะ ทั้งที่เืไหลออกจากมุมปาก
"พลาดแล้วล่ะ...คุณเอลฟ์"
และในวินาทีนั้นเอง คาอินก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปอีกเป็ครั้งที่สอง เขาพุ่งทะยานผ่านร่างของอิซาเบลล่าไปราวกับลูกธนู และใช้เท้าถีบเข้าที่ยอดอกของลอเรียนอย่างเต็มแรง!
ผลัวะ!
ร่างของลอเรียนปลิวไปกระแทกกับกำแพงหินด้านหลังอย่างรุนแรงจนฝุ่นตลบ เขากระอักเืออกมาคำโตและทรุดลงไปกองกับพื้น หมดสภาพที่จะต่อสู้ต่อไปได้อีก
สถานการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
"เอลาร่า!" คาอินไม่สนใจศัตรูที่าเ็ เขารีบพุ่งเข้าไปประคองร่างของเอลาร่าที่กำลังจะล้มลงกับพื้นได้ทันเวลาพอดี พลังที่ะเิออกมาก่อนหน้านี้ได้สูบเรี่ยวแรงทั้งหมดของเธอไปจนหมดสิ้น สติของเธอเลือนรางเต็มที
"ท่านลุง..." เธอพึมพำออกมาได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ดวงตาจะปิดสนิทและหมดสติไปในอ้อมแขนของเขา
คาอินกอดร่างที่ไร้สติของเธอไว้แน่น หัวใจของเขาที่น่าจะหยุดเต้นไปนานแล้วกลับบีบตัวอย่างรุนแรงด้วยความกลัว...กลัวที่จะต้องสูญเสียเธอไปอีกครั้ง
"อึก...จะซาบซึ้งกับฉากรักเคล้าน้ำตากันอีกนานไหม" เสียงที่เต็มไปด้วยความเ็ปของอิซาเบลล่าดังขึ้นขัดจังหวะ "ถ้าไม่รีบไปตอนนี้...เพื่อนของเ้าเอลฟ์นั่นคงแห่กันมาทั้งกองทัพแน่"
คาอินตวัดสายตากลับไปมองอิซาเบลล่าที่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เอามือกุมาแที่กลางหลังไว้ ใบหน้าของเธซีดเผือดแต่แววตายังคงท้าทายไม่เปลี่ยน
"ทำไมเ้าถึงช่วยนาง?" คาอินถามเสียงเย็น ความไม่ไว้วางใจฉายชัดอยู่ในแววตา
อิซาเบลล่าหัวเราะในลำคอ แต่การหัวเราะกลับทำให้เธอเจ็บแผลจนต้องนิ่วหน้า "อย่าเข้าใจผิดไป...คาอิน ข้าไม่ได้ช่วยนางเพราะเป็คนดีอะไรหรอก" เธอมองไปยังร่างที่ไร้สติของเอลาร่าด้วยสายตาที่ซับซ้อน "แค่...ข้าไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับ 'ของเล่น' ของข้า...โดยเฉพาะพวกเอลฟ์ที่ทำหน้าหยิ่งผยองน่าตบพวกนั้น"
คำว่า "ของเล่น" ทำให้คาอินขมวดคิ้วแน่น แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคาดคั้นหาความจริง เขาช้อนร่างของเอลาร่าขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม
"แล้วเ้าล่ะ? าแขนาดนั้น...คงหนีไปกับเราไม่ไหวหรอก" เขากล่าวอย่างเืเย็น
"ดูถูกกันเกินไปแล้ว" อิซาเบลล่ายันตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล "แผลแค่นี้...ฆ่าข้าไม่ตายหรอกน่า"
เขาไม่รอให้อิซาเบลล่าเถียงต่อ รีบอุ้มเอลาร่าและพุ่งตรงไปยังอุโมงค์ลับที่พวกเขาจากมาทันที อิซาเบลล่ามองตามด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะกัดฟันและรีบเดินโซซัดโซเซตามไปอย่างไม่มีทางเลือก
การเดินทางในอุโมงค์มืดเป็ไปอย่างตึงเครียด พวกเขาได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของพวกเอลฟ์ดังไล่หลังมาเป็ระยะๆ แต่ดูเหมือนว่าความซับซ้อนของอุโมงค์จะช่วยซื้อเวลาให้พวกเขาได้มากพอสมควร จนกระทั่งพวกเขามาถึงทางออกที่ปลายอุโมงค์ แสงจันทร์สีนวลสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นปากถ้ำที่เปิดออกสู่ป่ายามค่ำคืน
แต่ทันทีที่เขาก้าวเท้าออกจากอุโมงค์...สัญชาตญาณของเขาก็ะโเตือนถึงอันตรายอีกครั้ง!
ลูกธนูเวทมนตร์หลายสิบดอกพุ่งแหวกอากาศมาจากทุกทิศทางราวกับห่าฝน! พวกเอลฟ์ไม่ได้แค่ไล่ตามมา แต่พวกมันแบ่งกำลังส่วนหนึ่งมาดักรอพวกเขาอยู่ที่นี่แล้ว!
คาอินใช้ตัวเองเป็โล่กำบังร่างของเอลาร่าไว้และหลบหลีกห่าธนูนั้นได้อย่างฉิวเฉียด แต่การที่ต้องอุ้มคนไร้สติไปด้วยทำให้การเคลื่อนไหวของเขาช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ลูกธนูดอกหนึ่งเฉี่ยวเข้าที่แขนของเขาจนเกิดเป็รอยแผลยาว
"บ้าจริง!" เขาสบถ
"ทางนี้!" อิซาเบลล่าที่โผล่ออกมาจากอุโมงค์ะโขึ้น เธอชี้ไปยังแนวโขดหินที่อยู่ไม่ไกล "ไปซ่อนตรงนั้นก่อน!"
คาอินพยักหน้ารับและรีบพุ่งไปยังที่กำบังนั้นทันที พวกเขาทั้งสามหลบอยู่หลังโขดหินใหญ่ได้สำเร็จ แต่ก็ถูกล้อมกรอบไว้โดยสิ้นเชิง เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของพวกเอลฟ์ดังใกล้เข้ามาทุกขณะ
"เราติดกับแล้ว" คาอินกล่าวเสียงเครียด เขาวางร่างของเอลาร่าลงอย่างแ่เบา พิงไว้กับโขดหิน
"แล้วจะเอายังไงต่อ? สู้ตายรึไง?" อิซาเบลล่าถามพลางทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง าแที่หลังของเธอยังคงมีเืไหลซึมออกมาไม่หยุด
คาอินมองไปที่เอลาร่าที่ยังคงไม่ได้สติ ใบหน้าของเธอเริ่มซีดลงเรื่อยๆ เขาไม่อาจปล่อยให้เธอตกอยู่ในอันตรายไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว
ในขณะนั้นเอง...เอลาร่าก็เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา เปลือกตาของเธอขยับเล็กน้อยและส่งเสียงครางออกมาเบาๆ
"อือ..."
ทั้งคาอินและอิซาเบลล่าหันไปมองเธอเป็ตาเดียว
"เอลาร่า...เ้าฟื้นแล้วรึ" คาอินถามเสียงอ่อนโยนอย่างไม่รู้ตัว เขาประคองศีรษะของเธอขึ้นมาวางบนตักของเขา
เอลาร่าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ภาพแรกที่เธอเห็นคือใบหน้าของคาอินที่อยู่ใกล้จนน่าใ และเธอก็เพิ่งรู้ตัวว่าเธอกำลังนอนหนุนตักของเขาอยู่! ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
"ทะ...ท่านลุง..."
"นอนนิ่งๆ ก่อน เ้ายังอ่อนแออยู่" เขาสั่งเสียงนุ่ม
จากนั้นสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นอิซาเบลล่าที่นั่งอยู่ข้างๆ สภาพของแวมไพร์สาวดูไม่จืดเลยแม้แต่น้อย
"คุณอิซาเบลล่า...คุณ..." เอลาร่าจำได้ลางๆ ถึงภาพสุดท้ายก่อนที่เธอจะหมดสติไป...ภาพที่อิซาเบลล่าเข้ามาขวางดาบไว้ให้เธอ
"ไม่ต้องทำหน้าเหมือนเห็นผีขนาดนั้นก็ได้ ยัยหนู" อิซาเบลล่ายิ้มอ่อนแรง "ข้ายังไม่ตายง่ายๆ หรอก"
อิซาเบลล่าขยับเข้ามาใกล้ เอื้อมมือมาปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนผมของเอลาร่าออกให้อย่างแ่เบา ััของเธอนั้นเย็นเฉียบแต่กลับไม่ได้น่ารังเกียจ มันมีความอ่อนโยนที่คาดไม่ถึงแฝงอยู่
"ข้าแค่...ไม่ชอบให้ใครมาทำลายของสวยๆ งามๆ น่ะ" เธอกระซิบข้างหูเอลาร่า พร้อมกับจงใจให้ลมหายใจเป่ารดใบหูของเด็กสาวเบาๆ "โดยเฉพาะดวงตาสีเงินของเ้าตอนที่โกรธ...มันสวยจนข้าไม่อยากให้ใครมาทำลายมัน"
การกระทำและคำพูดสองแง่สองง่ามนั้นทำให้เอลาร่าทำตัวไม่ถูก เธอรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อย่างประหลาด คาอินที่มองดูอยู่ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เขารู้สึกเหมือนมีไฟร้อนๆ แล่นขึ้นมาในอกอย่างไม่มีเหตุผล เขาไม่ชอบสายตาที่อิซาเบลล่าใช้มองเอลาร่า ไม่ชอบที่เธอเข้าใกล้เกินความจำเป็
เขากระแอมในลำคอเสียงดังเพื่อขัดจังหวะ "เราไม่มีเวลามาเล่นกันแล้ว"
เสียงฝีเท้าของพวกเอลฟ์ดังใกล้เข้ามาทุกที อิซาเบลล่าพยุงตัวลุกขึ้น เตรียมที่จะออกวิ่งไปล่อพวกมัน แต่เอลาร่าก็ยื่นมือออกมาคว้าชายกระโปรงที่ขาดวิ่นของเธอไว้
"เดี๋ยว...อย่าไป...คนเดียวเลย...มันอันตราย"
อิซาเบลล่าชะงักไป เธอหันกลับมามองมือเล็กๆ ที่จับเธอไว้ และมองสบเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอมเขียวที่เต็มไปด้วยความกังวลอย่างจริงใจ...เป็ครั้งแรกในชีวิตที่ยาวนานของเธอ...ที่มีคนแสดงความเป็ห่วงเธออย่างจริงใจขนาดนี้
"ยัยบ๊องเอ๊ย..." เธอบ่นอุบอิบ แต่รอยยิ้มเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ห่วงตัวเองก่อนเถอะน่า"
แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ...พื้นดินที่พวกเขานั่งอยู่ก็สั่นะเือย่างรุนแรง! ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่รอบๆ ตัวพวกเขา...กำลังเคลื่อนไหว! กิ่งก้านของมันบิดเบี้ยวและยืดยาวออกมาราวกับแขนของอสูรกาย พวกมันเคลื่อนที่เข้ามาล้อมกรอบพวกเขาไว้จากทุกทิศทาง ปิดกั้นทางหนีทั้งหมดจนหมดสิ้น
"เวทมนตร์ควบคุมพฤกษาขั้นสูง..." คาอินกัดฟันกรอด "พวกมันใช้ป่าทั้งป่าเป็คุกขังเราไว้!"
ร่างของลอเรียนปรากฏขึ้นบนกิ่งไม้ที่สูงที่สุด เขาได้รับการรักษาาแเบื้องต้นแล้ว แม้ใบหน้าจะยังซีดเซียวแต่ดวงตากลับลุกโชนไปด้วยความแค้น
"หมดเวลาหนูวิ่งไล่จับแล้ว...อสูร" เขากล่าวเสียงเย็นเยียบ "ถึงเวลาที่พวกแกต้องชดใช้...ที่บังอาจมาต่อกรกับ 'ผู้พิทักษ์แห่งพงไพร'"
เขายกมือขึ้น...และกิ่งไม้แหลมคมนับร้อยนับพันก็พุ่งตรงเข้าใส่คนทั้งสามจากทุกทิศทาง! มันคือการโจมตีที่ไม่อาจหลบเลี่ยงได้โดยสิ้นเชิง