ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 12 บทที่ 356 กวาดล้างทั้งสนาม!

        ทุกคนจากสิบสามกองกำลังต่างมองหน้ากันอย่างตกตะลึง เย่เทียนผู้ซึ่งเป็นเพียงชาวพื้นเมืองแต่กลับรู้เรื่องจักรวรรดิสุริยัน เขารู้แม้แต่เรื่องของดาวสีเงิน

        และข้อตกลงเหล่านี้ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ของปลอม ไม่...มันไม่มีทางที่จะปลอมแปลงได้

        “คุณออกจากโลกไปเมื่อสี่ปีที่แล้วอย่างนั้นหรือ” จักรพรรดิเพลิงตระหนักได้ถึงเรื่องราวที่แท้จริง

        ไม่น่าแปลกใจที่เย่เทียนหายตัวไปถึงสี่ปี ซึ่งเขาก็ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาแย่งชิงสิ่งมหัศจรรย์เลยสักครั้ง เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือนั่นเย่เทียนออกจากโลกไปและได้รับวาสนาบางอย่างมา เขาจึงสามารถกลายเป็นผู้ปกครองของระบบสุริยะได้

        บุตรแห่งสวรรค์ บวกกับนายเหนือของระบบสุริยะ หากเป็นสถานการณ์ปกติ กองกำลังทั้งหมดรวมไปถึงเผ่ามังกรย่อมต้องเลือกที่จะถอนตัวในทันที พวกเขาไม่มีทางที่จะกล้ากลับมาเหยียบพื้นโลกอีก

        แต่ตอนนี้ดินแดนพลังปราณอยู่ตรงหน้า ต่อให้เชื้อพระวงศ์ของจักรวรรดิสุริยันอยู่ที่นี่ พวกเขาก็ไม่ต้องการที่จะยอมแพ้!

        “บุตรแห่งสวรรค์จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ ดินแดนพลังปราณนี้รองรับคนได้ถึง 200 คน มันเป็นเรื่องที่สูญเปล่าสำหรับคุณหากคิดครอบครองมันเพียงลำพัง พวกเรายินดีที่จะจ่ายด้วยทรัพยากรและสมบัติล้ำค่าจำนวนมากเพื่อแลกกับการเข้าไปในดินแดนพลังปราณ!” จักรพรรดิเพลิงเอ่ยขึ้น

        เย่เทียนยังคงกล่าวตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “โอ้ ในเมื่อรองรับได้เพียงแค่ 200 คนเท่านั้น ฉันยังมีผู้ใต้บังคับบัญชาอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งโลกใบนี้ก็มีระดับจักรพรรดิอยู่มากมายเช่นกัน หากสามารถทำให้โลกกำเนิดระดับจักรพรรดิที่แข็งแกร่งอีก 200 คนได้ย่อมเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ”

        “จักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกเป็นเพียงจักรพรรดิ 7 ถึง 8 ดารา ส่วนใหญ่แล้วโลกใบนี้มีเพียงจักรพรรดิ 1 หรือ 2 ดาราเท่านั้น ถ้าคุณปล่อยให้จักรพรรดิที่อ่อนแอเช่นนี้เข้าสู่ดินแดนพลังปราณ มันจะเป็นเรื่องที่สูญเปล่าอย่างแท้จริง!” จักรพรรดิเพลิงกัดฟันกล่าวออกมาด้วยความโกรธ

        “สูญเปล่าแล้วอย่างไร? หากฉันเต็มใจ ฉันจะทำอะไรมันก็ไม่ใช่เรื่องของคุณ”

        เย่เทียนทำตัวเป็นนายน้อยเจ้าสำราญอย่างสมบูรณ์ เขาไม่เต็มใจที่จะมอบโอกาสอันล้ำค่าเช่นนี้ให้แก่กองกำลังจากภายนอกและเผ่ามังกร แม้ว่าพวกเขาจะเต็มใจจ่ายด้วยราคามหาศาลก็ตาม

        ทันใดนั้น

        องค์ชายหลงเทียนหลินก็ส่งเสียงผ่านจิตสำนึกไปยังจักรพรรดิเพลิง “ร่วมมือกันเถอะ ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเราทั้งคู่น่าจะเพียงพอที่จะฆ่าบุตรแห่งสวรรค์ได้ ตราบใดที่เราไม่เอ่ยเรื่องนี้ออกไป ย่อมไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่”

        “ขอฉันใคร่ครวญดูก่อน!” จักรพรรดิเพลิงส่งเสียงผ่านจิตสำนึกตอบกลับ

        สถานะของเขาแตกต่างจากองค์ชายหลงเทียนหลิน องค์ชายหลงเทียนหลินเป็นคนของเผ่ามังกร แม้ว่าเขาจะฆ่าเย่เทียน แต่เมื่อเขากลับไปยังดินแดนของเผ่ามังกร เผ่ามนุษย์ก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้

        แต่กับเขานั้นไม่เหมือน!

        พวกเขาเป็นมนุษย์ ไม่สามารถล่วงเกินบุตรแห่งสวรรค์ได้ หากพวกเขาลงมือ ผลที่ตามมาย่อมร้ายแรงมาก

        นอกจากนี้ นี่คืออาณาเขตของเย่เทียน เป็นพวกเขาที่บุกรุกเข้ามาในดินแดนของเย่เทียน หากพวกเขาฝืนลงมือกับเย่เทียน นั่นเท่ากับว่าพวกเขาประกาศสงครามกับจักรวรรดิสุริยัน และเรื่องนี้ผลที่ตามมานั้นยากเกินที่จะจินตนาการ

        แต่โอกาสเข้าสู่ดินแดนพลังปราณอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เขาไม่ยินดีที่จะปล่อยมันไปเช่นนี้

        จากนั้นจักรพรรดิเพลิงก็ปรึกษากับจักรพรรดิและกึ่งเทพคนอื่นๆ เพื่อถามความคิดเห็น

        ในที่สุดผลลัพธ์ก็ออกมา

        “ฆ่า!”

        พวกเขาวางแผนมาหลายปีแล้ว และถึงกับใช้ทรัพยากรของทั้งนิกายไปจนหมดเพื่อวันนี้ หากพวกเขายอมแพ้ กองกำลังที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาย่อมต้องถดถอย และในอนาคตพวกเขาอาจไม่ถูกจัดว่าเป็นกองกำลังระดับ 5 ดาวเลยด้วยซ้ำ เมื่อถึงตอนนั้นกองกำลังของพวกเขาจะจบสิ้นลงเหมือนกองกำลังอื่นๆ ในอดีต เช่นเดียวกับนิกายมากมายที่เสื่อมสลายหายไปในแม่น้ำที่ทอดยาวของประวัติศาสตร์

        พวกเขาไม่สามารถยอมรับผลลัพธ์ดังกล่าวได้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถถอยได้ ทำได้เพียงยืนหยัดต่อสู้เย่เทียนอย่างสุดกำลัง แม้ว่าจะต้องสูญเสียอย่างแสนสาหัส ตราบใดที่พวกเขาสามารถครอบครองดินแดนพลังปราณได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สูญเสียไปย่อมคุ้มค่า

        “องค์ชายหลงเทียนหลิน ร่วมมือกัน แต่คุณต้องใช้อำนาจทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่างของเผ่ามังกร สังหารบุตรแห่งสวรรค์จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ คุณว่าอย่างไร?” จักรพรรดิเพลิงกล่าวผ่านจิตสำนึก

        “ตกลง!” องค์ชายหลงเทียนหลินเห็นด้วย

        “พวกคุณจะเริ่มเลยหรือไม่?” เห็นได้ชัดว่าเย่เทียนล่วงรู้ถึงการสื่อสารขององค์ชายหลงเทียนหลินและจักรพรรดิเพลิง และเจตนามุ่งร้ายของทั้งสองฝ่ายก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนี่สามารถบ่งบอกได้ว่าคนเหล่านี้คิดลงมือโจมตีเขา

        น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ล่วงรู้ถึงความแข็งแกร่งของเย่เทียน

        อาศัยเพียงแค่กลุ่มจักรพรรดิ 8 หรือ 9 ดารารวมทั้งกึ่งเทพขยะเหล่านี้ กล้าดียังไงถึงคิดสังหารบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทาน?

        แม้ว่าจำนวนคนเหล่านี้จะมีจำนวนมากกว่าสิบเท่า แต่พวกเขาก็ยังห่างไกลที่จะตั้งตนเป็นศัตรูของเย่เทียน

        หากต้องการฆ่าบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทาน แม้จะเป็นกลุ่มบุตรแห่งสวรรค์ทั่วไปก็ไร้ประโยชน์ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสูญเปล่า

        “ถ้าพวกคุณต้องการรนหาที่ตาย ฉันก็ยินดีที่จะสนองความต้องการของพวกคุณ!” เย่เทียนลอบกล่าวในใจ

        “ไป!”

        จักรพรรดิเพลิงตะโกน ทันใดนั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิรวมไปถึงผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตกึ่งเทพทั้งหมดต่างลงมือพร้อมกัน

        ตูม!!!!

        การโจมตีจำนวนมากฉีกกระชากห้วงมิติโดยรอบ พุ่งเข้าใส่เย่เทียนโดยตรง

        “มิติซ่อนเร้น!”

        เย่เทียนหลบเข้าไปในห้วงมิติ จากนั้นยกดาบในมือฟาดฟันออกไป

        “ดาบภูตพราย!”

        พรึบ!!!!

        เส้นแสงแห่งดาบวูบวาบพาดผ่านผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตจักรพรรดิ

        เพียงพริบตาเดียว ร่างของจักรพรรดิมากกว่า 100 คนร่วงหล่นลงกับพื้น ในหมู่คนเหล่านี้มีเผ่ามังกร รวมไปถึงผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตกึ่งเทพที่บังเอิญอยู่ในเส้นทางโจมตีของดาบภูตพราย ศีรษะของพวกเขาถูกตัดขาดลอยขึ้นไปในอากาศ ตกตายไปอย่างพร้อมเพรียงกัน

        และการร่วมมือกันปลดปล่อยพลังโจมตีเมื่อครู่ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเย่เทียนเลยแม้แต่น้อย พลังเหล่านั้นกระแทกเข้ากับทางเข้าของดินแดนพลังปราณ ทำให้ทางเข้าดินแดนพลังปราณสั่นสะเทือน

        ตุบ!!!!

        ร่างของจักรพรรดิจำนวนมากต่างก็ล้มลง การโจมตีของเย่เทียนรวดเร็วเกินไป อีกทั้งร่างของเขายังอยู่ในห้วงมิติ เห็นเพียงมือของเย่เทียนเท่านั้นที่ปรากฏออกมาและหายไปในพริบตา ไม่มีใครในที่แห่งนี้สามารถจับตำแหน่งของเย่เทียนได้เลย

        ในเวลาเดียวกันผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตจักรพรรดิ 9 ดาราผู้หนึ่งก็นำกระจกออกมา

        “กระจกส่องสวรรค์ เปิด!”

        สิ้นเสียง กระจกได้ปล่อยแสงจางๆ ออกมา พุ่งออกไปทะลุผ่านความว่างเปล่าหลายพันเมตร จากนั้นก็ค่อยๆ ส่องไปทางเย่เทียน

        หากเย่เทียนตั้งใจจริงๆ สมบัติกระจกตรวจสอบนี้ไม่มีทางที่จะพบตัวตนของเขาได้ ฝ่ายตรงข้ามคิดจะใช้กระจกตรวจสอบระบุพิกัดของเย่เทียนก่อนจะลอบเข้าไปในดินแดนพลังปราณ

        เพราะหากเย่เทียนต้องการหยุดพวกเขา เขาก็ไม่สามารถรอบเข้าไปในดินแดนพลังปราณได้

        กึ่งเทพอีกคนหนึ่งนำแผ่นยันต์ออกมาพร้อมส่งพลังกระตุ้นแผ่นยันต์

        “ยันต์วิญญาณน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์!”

        แผ่นยันต์สลายหายไป กลายเป็นแสงศักดิ์สิทธิ์ของวิญญาณน้ำแข็ง เจาะผ่านห้วงมิติผนึกมิติโดยรอบในตำแหน่งที่เย่เทียนอยู่อย่างสมบูรณ์

        เมื่อเห็นว่าทักษะมิติซ่อนเร้นของเขาไร้ประโยชน์แล้ว เย่เทียนจึงตัดสินใจก้าวออกจากห้วงมิติ พร้อมทั้งเปิดใช้พรสวรรค์ด้านการป้องกัน

        ตูม!!!

        ลำแสงวิญญาณน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์พุ่งโจมตีร่างกายของเย่เทียนทันที แต่มันก็ไม่สามารถทำลายการป้องกันของเขาได้

        “นี่...เป็นไปไม่ได้!!” กึ่งเทพอุทานออกมาอย่างตกตะลึง

        ยันต์วิญญาณน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์ของเขาคือสมบัติของนิกาย มันมีอำนาจมากพอที่จะทำลายการป้องกันของบุตรแห่งสวรรค์ มันแม้กระทั่งสามารถที่จะทะลวงผ่านห้วงมิติได้ แต่ตอนนี้มันกลับไม่สามารถทำลายการป้องกันของเย่เทียนได้แม้แต่นิด

        เช่นนั้นการป้องกันของเย่เทียนน่ากลัวแค่ไหนกัน?

        วูซ!

        ทันใดนั้นปลายดาบก็ทะลุผ่านร่างของเขา ทำให้ร่างของกึ่งเทพค่อยๆ แตกสลาย เขาถูกสังหารในกระบวนท่าเดียวอีกครั้ง

        “อ่อนแอเกินไป!”

        เย่เทียนส่ายหัวเล็กน้อย เขาฆ่าจักรพรรดิมากมายราวกับการหั่นผัก ทำให้ตอนนี้ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตจักรพรรดิจากกองกำลังทั้งสิบสามและกลุ่มของเผ่ามังกรลดน้อยลงเรื่อยๆ

        ในขณะเดียวกัน

        จักรพรรดิเพลิงก็นำยุทธภัณฑ์ที่มีรูปร่างคล้ายกับระฆังออกมา

        ตึง!!!

        เสียงระฆังอันไพเราะแผ่ซ่านไปในอากาศ ภายใต้เสียงนี้วิญญาณของผู้คนราวกับจะถูกแช่แข็ง

        นี่คือระฆังวิญญาณที่สามารถกักขังวิญญาณของศัตรู ทำให้ศัตรูมึนงงไปชั่วขณะ

        “องค์ชายหลงเทียนหลิน รีบฆ่าเขาเร็วเข้า!”

        จักรพรรดิเพลิงตะโกนออกมาอย่างร้อนรน

        องค์ชายหลงเทียนหลินไม่กล้าลังเลอีกต่อไป ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาถูกสังหารไปเป็นจำนวนมาก คนที่รอดมาได้ล้วนได้รับบาดเจ็บสาหัส และตอนนี้จักรพรรดิเพลิงได้เปิดใช้งานยุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ของเขาเพื่อสร้างโอกาสให้แก่องค์ชายหลงเทียนหลิน

        ตอนนี้องค์ชายหลงเทียนหลินหยิบลูกปัดสีแดงเพลิงออกมาแล้วสะบัดขว้างออกไป ทันใดนั้นเปลวเพลิงที่ร้อนแรงปรากฏออกมาจากลูกปัด พุ่งเข้าหาเย่เทียน

        ตูม!!!

        ลูกปัดสีแดงเพลิงระเบิดพลังทำลายล้างออกมา

        ทันทีที่เปลวไฟนี้ปรากฏขึ้น แม้แต่มิติโดยรอบก็ถูกแผดเผาด้วยพลังของเปลวเพลิงนี้

        “ยุทธภัณฑ์ที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว มันถูกหลอมกลั่นขึ้นมาด้วยเปลวไฟของเผ่ามังกรระดับเทพที่แท้จริง มีอำนาจมากพอที่จะสังหารบุตรแห่งสวรรค์ที่ทรงพลังได้!” องค์ชายหลงเทียนหลินกล่าวอย่างตื่นเต้น

        ตอนนี้เขาเป็นผู้ที่สามารถสังหารบุตรแห่งสวรรค์ เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ทำให้เขาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

        “นี่คือไพ่ใบสุดท้ายของพวกคุณหรือเปล่า?” เสียงขบขันดังออกมา

        ในทันทีที่เสียงนั้นหายไป ฝ่ามือขนาดใหญ่ข้างหนึ่งขยายปกคลุมท้องฟ้าคว้าไปยังเปลวเพลิงส่งมันเข้าสู่โลกแห่งความว่างเปล่า

        ภายใต้ทักษะฝ่ามือแห่งความว่างเปล่า เปลวเพลิงนี้ถูกดับลงอย่างสมบูรณ์ มันไม่สามารถแม้กระทั่งเผาเส้นขนของเย่เทียนได้แม้แต่เส้นเดียว

        หากว่าเป็นเผ่ามังกรระดับเทพที่แท้จริงปลดปล่อยเปลวเพลิงเช่นนี้ออกมา เย่เทียนคงจะวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เปลวเพลิงนี้เกิดจากยุทธภัณฑ์ พลังของมันย่อมถูกลดทอนลงหลายขั้น อีกทั้งยังเป็นเปลวเพลิงที่ไม่สามารถควบคุมได้ย่อมไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก

        แน่นอนองค์ชายหลงเทียนหลินไม่ได้โอ้อวด เปลวเพลิงนี้เพียงพอที่จะฆ่าบุตรแห่งสวรรค์ 3 หรือ 4 ดาราได้จริง ๆ แต่บุตรแห่งสวรรค์ 5 ดาราสามารถทำลายเปลวเพลิงนี้ได้โดยตรง ซึ่งเย่เทียนเป็นถึงบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทาน 6 ดารา เปลวไฟนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็ไม่ต่างอะไรกับเปลวเพลิงที่ริบหรี่

        องค์ชายหลงเทียนหลินอึ้งไปชั่วครู่ และเมื่อเขาเห็นว่ามือขวาของเย่เทียนยังคงปกติดี ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือด

        “จบแล้ว ท่านปู่บอกฉันว่าตราบใดที่ฉันใช้มัน ฉันจะสามารถฆ่าบุตรแห่งสวรรค์ได้ แต่ทำไมตอนนี้มันถึงไม่สามารถทำอะไรบุตรแห่งสวรรค์จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ได้เลย?” องค์ชายหลงเทียนหลินพึมพำกับตัวเองพร้อมทั้งครุ่นคิดว่านี่ปู่ของเขาโกหกเขาหรือไม่

        “ดาบทำลายล้างดวงดาว!”

        เย่เทียนปลดปล่อยทักษะดาบระดับเทพออกไป ด้วยการโจมตีเป็นวงกว้าง มิติโดยรอบพลันแตกกระจายราวกับเศษกระจกในทันที

        ในเสี้ยวพริบตาผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตจักรพรรดิของกองกำลังจากภายนอกรวมถึงเผ่ามังกรถูกก็ฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ โดยพลังแห่งห้วงมิติ