แสงเทียนสีแดงในห้องหอวูบไหว ส่องให้เห็นสองร่างที่กำลังพัวพันกันอยู่บนเตียงกว้าง สถานการณ์ตอนนี้เรียกว่าสวนทางกับที่อดีตเชฟหนุ่มวาดฝันไว้คนละโลก
เสื้อผ้าชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกมู่ชิงเยว่ปลดเปลื้องและโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี จี้ฉางเซิงแทบไม่ทันตั้งตัวก็ถูกรวบข้อมือทั้งสองข้าง กดตรึงให้นอนหงายราบไปกับฟูกนุ่ม ภายใต้ร่างท่อนบนที่เปลือยเปล่าของท่านแม่ทัพหญิง
ดวงตาของอดีตเชฟหนุ่มที่เคยมั่นหน้าว่าคืนนี้จะเป็ฝ่ายรุกเบิกกว้างด้วยความช็อก เจอกันครั้งแรกเขาก็โดนจับกดจนตั้งรับไม่ทันเสียแล้ว
แม่ทัพสาวที่คร่อมทับอยู่เหนือร่างมองลงมาด้วยแววตานิ่งสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ออก แต่กลับแผ่รังสีดุดันและหนักแน่น ผิวสีน้ำผึ้งเนียนสวยมีเหงื่อเกาะพราวสะท้อนแสงเทียน หน้าท้องแบนราบมีลอนกล้ามเนื้อชัดเจน รอยแผลเป็จางๆ จากคมดาบยิ่งทำให้อีกฝ่ายดูอันตรายและดิบเถื่อน
สัดส่วนความเป็ผู้หญิงที่เด่นชัดอยู่ตรงหน้า ทำเอาลมหายใจของฉางเซิงสะดุดกึกจนหน้าแดงแปร๊ด ความอวบอิ่มที่ทิ้งตัวอยู่ห่างไปแค่คืบ ช่างขัดกับบุคลิกแมนๆ ของเ้าตัวเสียจริง แต่มันก็สวยและเย้ายวนซะจนเขาเผลอมองตาค้าง แม้สมองจะพยายามสั่งให้ดึงสติกลับมาก็ตาม
ออร่านักล่าที่แผ่ออกมากดทับ ทำเอาเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็แค่ชิ้นเนื้อชั้นดี ที่รอให้แม่ทัพสาวหน้านิ่งคนนี้ขย้ำกินตามใจชอบ
"มองตาไม่กะพริบเชียว... กลัวข้าจะกลืนกินเ้าหรืออย่างไร"
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ ฝ่ามือที่หยาบกร้านจากการจับอาวุธลูบไล้แ่เบาตามแนวกราม ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาบีบเค้นยอดอกที่กำลังหอบสั่น ััสากที่เสียดสีกับผิวเนื้อซึ่งกำลังร้อนรุ่มเพราะฤทธิ์ยา ช็อตความรู้สึกจนร่างโปร่งสะดุ้งเฮือก
"อ๊ะ... ช...ชิงเยว่... ท่านแม่ทัพ..." ฉางเซิงหอบถี่ พยายามกอบกู้เศษเสี้ยวศักดิ์ศรีที่แตกกระจายเต็มเตียง "ข...ข้าบอกแล้วไง ว่าคืนนี้ข้าจะเป็คนน… อื้อออ!"
คำพูดอวดดีถูกกลืนหายเมื่อริมฝีปากอวบอิ่มโฉบลงมาบดขยี้อย่างจาบจ้วงและเอาแต่ใจ ไม่มีช่องว่างให้ประท้วง ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดกวาดต้อนอย่างตะกละตะกลาม ราวกับจะสูบิญญาของเขาออกไป มืออีกข้างของนางเลื่อนต่ำลงไปกอบกุมส่วนอ่อนไหวที่กำลังคัดตึงเพราะฤทธิ์ซุปโสม ก่อนจะออกแรงรูดรั้งตามอำเภอใจ
"อ๊า...!"
ฉางเซิงครางเครือในลำคอ ร่างกายบอบบางบิดเร่า มือที่ถูกปล่อยให้เป็อิสระแล้วเผลอจิกทึ้งลงบนผ้าปูเตียงจนยับยู่ยี่ ฤทธิ์ยาบำรุงที่ซัดเข้าไปจนเกลี้ยงชามกำลังแสดงอานุภาพ ทุกตารางนิ้วบนร่างกายไวต่อััขึ้นเป็สิบเท่า เพียงแค่นางออกแรงขยับมือ สมองของเชฟหนุ่มก็ขาวโพลน สติสัมปชัญญะหลุดกระเจิง
มู่ชิงเยว่ถอนจูบออกช้าๆ หอบหายใจหนัก ั์ตาคมกริบทอประกายหิวกระหายอย่างไม่ปิดบัง นางบีบปลายคางของสามีตัวน้อยบังคับให้สบตา
"ยาบำรุงที่เ้าลงทุนหามากินเนี่ย... ออกฤทธิ์ดีเสียจริง" นางแค่นยิ้มร้ายกาจ มุมปากยกขึ้นอย่างพึงพอใจ "ร่างกายเ้าพร้อมจะเป็ของข้าแล้วล่ะสิ…”
"ม...ไม่เอา... อ๊ะ! ท่านแม่ทัพ... ปล่อยข้า..." ฉางเซิงเสียงสั่น พยายามดันหน้าท้องแกร่งของนางออก แต่มวลกล้ามเนื้อของนางแน่นตึงราวกำแพงเหล็ก คนบอบบางที่เรี่ยวแรงหดหายไปกับความเสียวซ่านอย่างเขาต้านไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
"เรียกชื่อข้า" นางสั่งเสียงเฉียบขาด สบตาเขาด้วยแววตาดุดันบีบบังคับ "เรียกข้า... ชิงเยว่"
สายตาและน้ำเสียงที่เปี่ยมอำนาจนั้นทำเอาฉางเซิงแทบละลายอยู่บนเตียง ศักดิ์ศรีความเป็ชายถูกนางหลอมละลายจนหมดสิ้น
"อื้อ... ช...ชิงเยว่... ข้ายอมแล้ว... อ๊า!"
ยังไม่ทันสิ้นเสียง มู่ชิงเยว่ไม่รอช้า นางขยับตัวขึ้นมาทาบทับ จับจูงความคึกคักที่พร้อมรบของเขาให้จดจ่ออยู่ตรงจุดกึ่งกลาง แล้วทิ้งน้ำหนักกดสะโพกลงมา กลืนกินตัวตนของเขาเข้าไปในรวดเดียว
"อึก... ฮ้าา!"
ฉางเซิงเชิดหน้าขึ้น หวีดร้องเสียงหลงเมื่อความอุ่นร้อนและคับแน่นตอกอัดเข้าหากันอย่างรุนแรง ความรู้สึกบีบรัดหนักหน่วงพุ่งปรี๊ดจนทะลุปรอท สองแขนเรียวตวัดกอดรอบคอภรรยาที่อยู่้าแน่น จิกเล็บลงบนลาดไหล่เนียนเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แทบทำให้เสียสติ
มู่ชิงเยว่ครางต่ำในลำคอ ไม่ปล่อยให้เขาได้มีเวลาพักหายใจ บั้นเอวแข็งแกร่งเริ่มขยับขึ้นลง ควบคุมจังหวะดิบเถื่อนด้วยตัวเอง รอยยิ้มแสยะปรากฏขึ้นพร้อมสายตาที่บ่งบอกว่านางกำลังพอใจถึงขีดสุด
พับ! พับ! พับ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อก้องไปทั่วห้องหอ สลับกับเสียงครางกระเส่าของคุณชายหน้าหยกที่ตอนนี้เป็เพียงเหยื่อรองรับไฟตัณหาของราชสีห์สาว
ข่าวลือนั่น... เป็ความจริงเหรอเนี่ย! ท่านแม่ทัพชอบกินเนื้อคน แถมยังกินดุขนาดนี้ ให้ตายสิ!
ทุกครั้งที่ชิงเยว่กดสะโพกลงมากระแทก ฉางเซิงรู้สึกเหมือนิญญาถูกกระชาก จังหวะของนางหนักแน่น รุนแรง ราวกับแม่ทัพที่ควบม้าศึกทะยานตะลุยไปข้างหน้าอย่างไม่คิดจะหยุดพัก นางรีดเร้นเอาพลังงานจากสมุนไพรที่อัดแน่นอยู่ในตัวเขาออกมาใช้อย่างบ้าคลั่ง
"อ๊า... อ๊ะ... ชิงเยว่... เบาหน่อย... ข้า... ข้าไม่ไหวแล้ว..."
ฉางเซิงตาพร่า สมองขาวโพลน เขาเด้งสวนสะโพกขึ้นรับแรงอารมณ์ของนางตามสัญชาตญาณดิบที่ถูกยาปลุกเร้า ลมหายใจขาดห้วง ร่างกายเกร็งสะท้านไปทุกสัดส่วน
มู่ชิงเยว่ไม่ตอบรับคำอ้อนวอน นางเพียงเร่งจังหวะให้เร็วและหนักหน่วงขึ้น แผ่นหลังเนียนชื้นไปด้วยเหงื่อ กล้ามท้องหดเกร็งทุกครั้งที่ทิ้งน้ำหนักลงมา ภาพสตรีที่ดุดันเหนือร่างคือสิ่งสุดท้ายที่ฉางเซิงเห็น ก่อนคลื่นความสุขสมจะซัดสาดเข้าใส่จนเขาไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป
"ฮ้าาา... ชิงเยว่!"
ร่างโปร่งกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอัดอั้นทะลักทลายเข้าไปในส่วนลึกของภรรยา ในเวลาเดียวกัน มู่ชิงเยว่ครางต่ำ ร่างกายของนางตอดรัดเขาแน่นหนึบ สูบเอาพลังหยางของเขาไปจนหยดสุดท้าย
ฉางเซิงทิ้งศีรษะลงกับหมอน หอบแฮ่ก ร่างกายแทบแหลกเป็ผุยผง เรี่ยวแรงถูกสูบหายไปจนหมดสิ้นเหมือนคนป่วยหนัก ดวงตาปรือปรอยแทบจะปิดสนิท
จบแล้ว... ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของข้าป่นปี้ไม่มีชิ้นดี... ร่างกายเวรนี่ก็ปวกเปียกซะจริง โดนรีดจนจะแห้งตายอยู่แล้ว...
ชายหนุ่มหลับตาพริ้ม หวังเพียงจะสลบเหมือดหนีความจริง ทว่า...
"เ้าคิดว่าสมุนไพรชั้นดีที่ลูกน้องข้าอุตส่าห์ต้มให้... จะออกฤทธิ์เพียงแค่รอบเดียวงั้นหรือ?"
เสียงกระซิบเย็นเยียบแฝงความหยอกเย้าดังขึ้น ทำเอาฉางเซิงเบิกตาโพลง ขนลุกซู่ทั้งตัว เขารู้สึกได้ทันทีว่าส่วนนั้นของตัวเองที่ยังคงฝังลึกอยู่ในร่างกายของนาง กำลังถูกยาและััของนางบังคับให้ตื่นตัวและขยายขนาดขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่ร่างกายเขาแทบขยับไม่ไหวแล้ว
"ด...เดี๋ยว... ข้าไม่เหลือแรงแล้วจริงๆ ... ปล่อยข้าไปเถอะ..." เขาละล่ำละลัก ร้องขอชีวิตด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สภาพตอนนี้ซูบซีดประหนึ่งิญญาหลุดออกจากร่าง
ทว่ามู่ชิงเยว่หาได้ใส่ใจคำอ้อนวอนนั้นไม่ นางกดไหล่ที่สั่นเทาของสามีให้จมแหมะลงกับฟูกนอนอีกครั้ง ก่อนขยับสะโพกบดเบียดความแข็งขืนอย่างจงใจ ั์ตาหงส์ทอประกายหิวกระหายของนักล่าที่เพิ่งจะ 'อุ่นเครื่อง' เสร็จ
"ใครอนุญาตให้เ้าพัก?" นางแค่นยิ้ม โน้มตัวลงขบกัดติ่งหูเขาเบาๆ มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองที่ไร้เรี่ยวแรงมากดตรึงไว้เหนือศีรษะดังเดิม "ในเมื่อยาในตัวเ้ายังดื้อดึงนัก ข้าก็จะ 'ควบ' เ้าจนกว่าฤทธิ์ยานี่จะถูกรีดออกไปจนหมดก็แล้วกัน!"
"ม...ไม่เอาแล้ววววว อ๊าาา...!"
และแล้ว คืนเข้าหอที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของจี้ฉางเซิงก็ดำเนินต่อไปอย่างเร่าร้อน โดยมีอดีตเชฟหนุ่มถูกตรึงอยู่ใต้ร่าง ทนรับแรงกระแทกกระทั้นจากการคุมเกมของท่านแม่ทัพแดนเหนือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางเสียงครวญครางอย่างหมดสภาพ สลับกับเสียงเตียงไม้ที่ดังเอี๊ยดอ๊าดไปจนแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามา