บทที่ 9 จริง ๆ แล้วฉันโคตรรวยเลย
หลังจากที่ชายหนุ่มผู้ทันสมัยได้สติแล้ว เขาก็จ้องมองลู่เฉิงเฟิงด้วยสายตาที่เดือดดาล “วันนี้แกต้องหย่ากับเธอ!”
ลู่เฉิงเฟิงกระตุกยิ้มมุมปาก “ทำไม”
“เพราะถงถงไม่รักแกแล้ว เธอรักฉัน ถ้าแกยังมีความเป็ลูกผู้ชายอยู่บ้างก็หยุดยื้อเธอไว้ซะ!”
รัก?
‘ฮ่า ฮ่า ฮ่า… ไอ้หนุ่มนี่เข้าใจเลือกคำพูดจริง ๆ แต่ความจริงใจไม่มีค่าเท่าเงินสักแดง ความรู้สึกเป็เพียงความ้าทางเพศ ลั่วจื่อถงรักแต่เงินและตัวเองมาโดยตลอด…’ ลู่เฉิงเฟิงเยาะเย้ยในใจ
แต่เขาจะไม่บอกความลับคาว ๆ นี้ให้อีกฝ่ายฟัง ถ้าไอ้หนุ่มนี่สุภาพกับเขาั้แ่แรก เขาอาจจะเตือนมันสักอย่างสองอย่าง แต่ในเมื่อมันยังเห็นกงจักรเป็ดอกบัวดังนั้นเขาจะปล่อยให้มันคิดว่าตัวเองมีความสุขไป รอสักวันให้มันต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่าแต่เพียงผู้เดียว
“แกอยากให้ฉันหย่ากับผู้หญิงคนนี้จริง ๆ เหรอ?”
ชายหนุ่มพยักหน้า
ลู่เฉิงเฟิงยื่นสองนิ้วออกมาแล้วกระดิกอย่างหยอกล้อ “ผู้หญิงคนนี้นอนหาความสุขกับฉันโดยไม่จ่ายเงินเลยเป็เวลาสองเดือน และมักจะรีดฉันจนหยดสุดท้าย เธอต้องชดใช้ให้ฉันหน่อยใช่ไหม?”
ชายหนุ่มรอให้ลู่เฉิงเฟิงบอกสิ่งที่้ามาด้วยความโกรธ เขาไม่เคยเห็นคนหน้าด้านขนาดนี้มาก่อน
เขาเยาะเย้ยและพูดว่า “สรุปก็คือแก้าเงิน มันง่ายมาก แค่บอกจำนวนมา”
“ห้าล้าน”
สีหน้าท่าทางของชายหนุ่มแข็งค้างทันที
ลู่เฉิงเฟิงมองสีหน้าของอีกฝ่ายแล้วแอบหัวเราะอยู่ในใจ ใครใช้ให้แกมาเรียกฉันว่าสวะล่ะ? ถ้าฉันไม่โกงแกให้สาสมก็คงไม่ใช่ฉันแล้ว! จากนั้นลู่เฉิงเฟิงก็แสร้งะโอย่างใหญ่โต “จิ๊! จิ๊! จิ๊! ทำหน้าทำตาแบบนี้นายคงไม่มีปัญญาควักเงินห้าล้านออกมาได้ใช่ไหมล่ะ ฉันว่าไอ้รถสปอร์ตนี่นายคงเช่ามาแน่ ๆ ฮ่า ๆ ๆ”
ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเผือด “หยุดพูดไร้สาระเดี๋ยวนี้นะโว้ย! คิดว่านายน้อยคนนี้จะไม่มีเงินเหรอ? ฉันแค่กำลังคิดว่าแกหน้าด้านเกินไป ไม่คุ้มกับราคาที่เสนอมาเลย… ฉันให้แกมากที่สุดได้แค่ห้าแสน!”
ลู่เฉิงเฟิงจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าชายหนุ่มคนนี้อาจเป็ทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองที่มีเงินอยู่บ้างแต่ไม่น่าจะมาก ส่วนรถสปอร์ตคั้นนี้ก็น่าจะซื้อผ่อนหรือไม่ก็เป็ของครอบครัว เงินห้าแสนน่าจะเป็ขีดจำกัดของไอ้หนุ่มคนนี้แล้ว
เมื่อลั่วจื่อถงได้ยินว่าลู่เฉิงเฟิงกำลังจะได้เงินห้าแสนหยวน เธอก็รู้สึกไม่ยินยอมทันที
เธอไม่ได้รับผลประโยชน์ใด ๆ จากลู่เฉิงเฟิงเลย และหลังจากนี้เธอยังต้องลำบากแต่งงานรอบสองอีกต่างหาก แม้ว่าการหย่าร้างจะเป็เื่ปกติมากในยุคนี้ แต่เธอก็ไม่เต็มใจที่จะสูญเสียทั้งเวลาในชีวิตและเงินทอง
นี่เป็เงินแค่ห้าแสน ตราบใดที่เธอหย่ากับลู่เฉิงเฟิงและได้แต่งงานกับฟางโจวเงินทั้งหมดของสามีใหม่จะเป็ของเธอ
แต่ขณะที่เธอกำลังจะพูดเพื่อหยุดฟางโจว เธอก็สังเกตเห็นดวงตาที่เ็าของลู่เฉิงเฟิงและอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น เธอพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาออกมา พิมพ์หมายเลขบัญชีของเขาแล้วยื่นให้ชายหนุ่มอีกฝ่ายดู “ก็ได้ ครึ่งล้านก็ครึ่งล้าน ฉันจะหย่าทันทีเมื่อเห็นเงินเข้าบัญชี”
ฟางโจวมองดูเลขบัญชี กัดฟันและกดโอนเงินห้าแสนหยวนให้กับลู่เฉิงเฟิงจากโทรศัพท์ของตัวเขาเอง หัวใจของเขาราวกับถูกมีดกรีด แม้ว่าเขาจะมีเงินอยู่บ้าง แต่ห้าแสนก็ไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย
“โอเค เข้าไปหย่ากัน”
ลู่เฉิงเฟิงเปิดแอปธนาคารในโทรศัพท์มือถือของเขาและตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าเงินเข้าแล้ว จากนั้นเขาเหลือบมองชายหนุ่มที่กำลังจะเป็เหยื่อคนใหม่ของลั่วจื่อถงแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ไปกันเถอะ ฉันอยากให้พวกนายได้เป็ผีเน่ากับโลงผุ... เอ้ย ไม่ใช่สิ ฉันขอให้พวกนายครองคู่กันยืนยาว”
สีหน้าของฟางโจวซีดลงพลางคิดว่าเมื่อชายไร้ยางอายคนนี้หย่ากับถงถงแล้ว เขาจะต้องหาคนไปลงโทษลู่เฉิงเฟิงอย่างรุนแรง
ลู่เฉิงเฟิงก้าวไปสองก้าวก่อนจะมองย้อนกลับไป เขาพบว่าชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่
ลั่วจื่อถงดึงแขนเสื้อของฟางโจวเพื่อเตือนให้เขารีบเข้าไป
ฟางโจวรู้สึกตัวและจ้องมองที่ลู่เฉิงเฟิงที่กำลังมองย้อนกลับมา “แกกำลังมองอะไรอยู่?”
เขาถูกโกงเงินครึ่งล้านหยวนและตอนนี้เขาโกรธจนอยากจะทุบหัวของลู่เฉิงเฟิงให้เละจริง ๆ แต่เขาไม่มีความสามารถ ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ทำหน้าตาบูดบึ้ง
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มและพูดว่า “ไม่มีอะไรมันแค่เป็นิสัยของฉัน ฉันชอบมองย้อนกลับไปหลังจากที่ฉันขี้ทิ้งไว้”
“แก...” ฟางโจวโกรธมากจนพูดไม่ออก
ลั่วจื่อถงรู้ว่าลู่เฉิงเฟิงกำลังด่าเธอ แต่เธอไม่สนใจ ตราบใดที่เธอสามารถทิ้งลู่เฉิงเฟิงปีศาจยาจกได้ มันจะไปเสียหายอะไรกับอีแค่ถูกด่าสองสามครั้ง?
“ฟางโจวฉันขอโทษ เป็ฉันเองที่ทำให้คุณต้องเสียเงินครึ่งล้าน...ไม่ต้องกังวล ฉันจะหาเงินมาคืนให้คุณ แม้ว่าในอนาคตฉันจะต้องไปรับจ้างล้างจานให้คนอื่นก็ตาม”
สีหน้าของลั่วจื่อถงตอนนี้เต็มไปด้วยการตำหนิตนเอง และเธอทำหน้าในแบบที่เกือบจะร้องไห้
ความปรารถนาในการปกป้องของฟางโจวปะทุขึ้นอีกครั้งทันที เขาจับมือของลั่วจื่อถงแล้วพูดเบา ๆ “ถงถงอย่าโทษตัวเอง ผมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ ... ห้าแสนไม่ได้ถือว่ามาก นอกจากนี้ เมื่อเราอยู่ด้วยกัน ของของผมก็ไม่ใช่ของของคุณหรอกเหรอ?”
ลู่เฉิงเฟิงแทบจะหัวเราะออกมาดัง ๆ ‘ไอ้หนุ่มนี่แม่งโง่ชิบเป๋งเลยจริง ๆ ทั้งที่มีเงินมากมาย ยอมเสียเงินครึ่งล้านเพื่ออีตัวคนนึงโดยที่ยังไม่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอหรือรู้จักตัวตนจริง ๆ หรือยังไม่ได้เอาด้วยซ้ำ!’
อย่างไรก็ตาม ลั่วจื่อถงผู้หญิงคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นักแสดงจริง ๆ เธอยอมเยี่ยมมากในการตบตาผู้ชาย
เขาเองก็ถูกหลอกมาเช่นกัน แต่โชคดีที่เขาสูญเสียแค่เหงื่อร่วมรักเท่านั้น ไม่ใช่เงินของเขา
ทั้งสามคนเดินเข้าไปในสำนักงานกิจการพลเรือนแต่ก็ต้องตกตะลึงเมื่อผ่านขั้นตอนต่าง ๆ เนื่องจากกฎระเบียบใหม่ เช่นคู่หย่าร้างต้องกลับไปทบทวนใหม่อีกครั้ง 30 วันทำการ! ใช่แล้ววันทำการคือไม่นับรวมวันหยุด!
ซึ่งหมายความว่าหากคุณ้าหย่าร้างจริง ๆ คุณต้องรอไปอีกราวสามสิบแปดวัน
ลู่เฉิงเฟิงไม่ยินดีและลั่วจื่อถงก็ไม่้ารอ ฟางโจวกังวลมากที่สุด ท้ายที่สุดเขาได้จ่ายเงินไปครึ่งล้านแล้ว ถ้าลู่เฉิงเฟิงและลั่วจื่อถงกลับมาคืนดีกันใหม่ใน่หนึ่งเดือนนี้ เขาจะไม่ชิบหายหรอกเหรอ?
ฟางโจวเดินออกไปพร้อมกับโทรศัพท์มือถือ ไม่รู้ว่าไปโทรหาใคร
แน่นอนฟางโจวผู้นี้ค่อนข้างมีความสามารถเหมือนกัน บางทีอาจเป็เพราะความสัมพันธ์ทางครอบครัวเขาจึงได้รับการยกเว้นจากกฎรอทบทวนหนึ่งเดือนและสามารถให้ลั่วจื่อถงดำเนินขั้นตอนการหย่าร้างได้ในทันที
เมื่อได้รับใบหย่าแล้วฟางโจวเป็คนที่มีความสุขที่สุด เมื่อเห็นเขายิ้มกว้างลู่เฉิงเฟิงก็ถอนหายใจ และคิดว่าในอนาคตนายจะต้องร้องไห้แน่ไอ้หนุ่ม!
“ลั่วจื่อถง ยินดีด้วยคุณเป็อิสระแล้ว!”
หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยาพังทลายลง ลั่วจื่อถงก็ไม่กลัวลู่เฉิงเฟิงอีกต่อไปและพูดในลักษณะที่ไม่เมินเฉย “ขอบคุณสำหรับลายเซ็นอันสูงส่งของคุณ!”
“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ถ้าคุณอยากขอบคุณจริง ๆ ก็ควรขอบคุณไอ้โง่ที่อยู่ข้าง ๆ คุณมากกว่า เขาทุ่มทุนกับคุณมากเหลือเกินจริง ๆ”
รอยยิ้มของฟางโจวแข็งค้างและเขาก็จ้องมองที่ลู่เฉิงเฟิงอย่างดุเดือด
ลู่เฉิงเฟิงเพิกเฉยต่ออีกฝ่ายและมองไปที่ลั่วจื่อถง “ขอคุยส่วนตัวสักเดี๋ยวได้ไหม”
ฟางโจวก้าวไปขวางตรงหน้าลั่วจื่อถงและพูดด้วยความโกรธ “ทุกอย่างมันจบแล้วแกยังจะพูดอะไรกับเธออีก?”
ลู่เฉิงเฟิงมองไปที่ลั่วจื่อถง “คุณจะต้องเสียใจถ้าคุณไม่ฟัง”
‘คุณจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต และลำไส้ของคุณจะกลายเป็สีเขียวหลังจากได้ยินสิ่งนี้…’ ลู่เฉิงเฟิงกล่าวเสริมในใจ
ลั่วจื่อถงพูดเบา ๆ “ฟางโจว ไม่เป็ไร ตอนนี้ฉันกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว เขาจะกล้าตีฉันอีกได้ยังไง?”
ทั้งสองพากันเดินห่างออกไป
ลั่วจื่อถงไม่ได้เสแสร้งอีกต่อไป เธอพูดด้วยสีหน้าไม่แยแส “ว่ามามีอะไร”
ลู่เฉิงเฟิงหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาออกมา กดเปิดแอปธนาคารแล้วยกมันขึ้นมาแสดงให้ลั่วจื่อถงเห็นด้วยสีหน้าเยาะเย้ย “เธอคิดว่านี่คืออะไร”
ทันใดนั้นดวงตาของลั่วจื่อถงก็เบิกกว้าง เธอเห็นหน้าบัญชีธนาคารของลู่เฉิงเฟิงในโทรศัพท์ของเขา เธอนับจำนวนหลักเงินยาว ๆ ในแอปซึ่งเธอนับได้ถึงหลักร้อยล้าน สิ่งนี้ทำให้หัวของเธอมีเสียงวิ้งและดวงตาของเธอก็มืดลง
“จริง ๆ แล้วฉันโคตรรวยเลย นี่แค่เงินกินขนมเท่านั้น แต่ฉันจะไม่ให้เธอดูเงินในบัญชีอื่น ๆ อีกเพราะมันไม่สำคัญแล้ว เดิมทีเงินทั้งหมดนี้ฉันอยากจะให้เธอนะ แต่เธอบอกว่าไม่ชอบคนรวยความรู้สึกสำคัญมากกว่าเงิน ฉันเชื่อเธอแบบนั้นมาตลอด แต่ก็อย่างว่าคนฉลาดมักถูกคนเ้าเล่ห์ใช้ความรักหลอก”
“ลั่วจื่อถง นับจากนี้ไปเราจะไม่พบเจอกันอีก”
ลู่เฉิงเฟิงเก็บโทรศัพท์ของเขาลงแล้วหันกลับไปด้วยท่าทางเก๊กหล่อ ทิ้งให้ลั่วจื่อถงยืนมองอยู่ข้างหลังอย่างว่างเปล่า
ในหัวของลั่วจื่อถงมีแต่เสียงอื้ออึง คำพูดของลู่เฉิงเฟิงทำให้เธออกหัก
สีหน้าของเธอหม่นหมอง และเธอรู้สึกเหมือนว่าเธอสูญเสียเงินไปร้อยล้าน ไม่สิไม่ใช่แค่ร้อยล้าน เธอได้สติขึ้นมาทันทีและไล่ตามเขาไปอย่างบ้าคลั่ง
แต่เมื่อเธอไปถึงประตู ก็เห็นรถของลู่เฉิงเฟิงแล่นออกไปแล้ว
เธอเพิกเฉยต่อสายตาประหลาดใจของทุกคน น้ำตาจระเข้ไหลออกจากดวงตาของเธอ ค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงบนพื้นและร้องไห้อย่างขมขื่น