หลินเฟิงที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพจำนวนมากสูดลมหายใจเข้าลึก หลังจากปะทะกับกรงเล็บของจิ้งจอกจ่าฝูง แขนของเขาก็ถูกพลังที่น่าเกรงขามตีกลับมาเหมือนกับกระแสน้ำที่ไหลเซี่ยวกราด ฝ่ามือที่ัักับกรงเล็บปรากฏรอยบาดลึกจนเผยให้เห็นกระดูกสีขาว เืค่อยๆไหลตามซอกนิ้วแล้วหยดลงบนพื้นทีละหยด!
ทั้งเขายังฝืนกระโจนเข้าไปในพายุที่โหมกระหน่ำรุนแรงจนกระดูกทั่วร่างแทบจะแตกสลายไป โชคดีที่จิ้งจอกจ่าฝูงยังไม่ใช่สัตว์ที่จัดว่าแข็งแกร่งในหมู่สัตว์วิวัฒนาการขั้นสอง! แถมเขายังอาศัยจังหวะที่มันกำลังจดจ่ออยู่กับแร็พเตอร์ทำการลอบโจมตีได้สำเร็จ ถ้าเปลี่ยนเป็การสู้กันในสภาพเต็มร้อยทั้งคู่หลินเฟิงก็ไม่อาจคาดเดาผลลัพที่จะออกมาได้เลย
แต่ใครจะสนละว่ามันเป็การลอบโจมตี ในโลกที่ไม่มีกฏนี้ ผู้ที่ชนะเท่านั้นที่จะเป็คนเขียนกฏ! ดวงตาของจิ้งจอกก่อนที่จะตายนั้นมีความกลัวและความสิ้นหวังปรากฏออกมา แต่มันไม่มีแววตาของคนที่ไม่ได้รับความเป็ธรรมอยู่แม้แต่น้อย เพราะมันรู้แต่แรกแล้วว่าโลกนี้มันไม่มีกฏที่ไร้สาระแบบนั้นอยู่ ขอแค่ฆ่าอีกฝ่ายให้ได้ก็จะเป็ผู้ชนะอย่างแท้จริง!
ชัยชนะครั้งนี้ถือว่าพวกเขาแทบไม่สูญเสียอะไรเลย ั้แ่เริ่มหลินเฟิงคอยสังเกตุรูปแบบของฝูงจิ้งจอกมาตลอดทั้งวิธีการวิ่ง รูปแบบการโจมตี และการแยกตัวออกจากฝูง จิ้งจอกหลายพันไม่มีทางแบ่งหน้าที่กันได้เหมือนกับทหารมืออาชีพโดยที่ไม่มีใครสั่งการอยู่เื้ัแน่นอน
และในเวลาเดียวกันหู่หยางที่กำลังต่อสู้อยู่ก็ทำให้หลินเฟิงได้เห็นความลับของจิ้งจอก สิ่งที่เขากังวลที่สุดก็คือพลังฟื้นฟูของพวกมัน เพราะงั้นแร็พเตอร์แต่ละตัวถึงเลือกโจมตีจุดตายของจิ้งจอกเพื่อฆ่ามันให้ตายในทีเดียว!
เมื่อปล่อยให้นักรบไดโนเสาร์ต่อสู้กับฝูงจิ้งจอกไปสักพัก หลินเฟิงยังคงสั่งให้แร็พเตอร์เปิดใช้ทักษะของมันอย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายก็เป็อย่างที่หลินเฟิงคิด จิ้งจอกจ่าฝูงปรากฏตัวออกมาหลังจากที่ทักษะการโจมตีระยะใกล้ของแร็พเตอร์หมดเวลา
จะเห็นว่าจิ้งจอกจ่าฝูงมีความระมัดระวังตัวสูงมาก การลอบโจมตีจิ้งจอกจ่าฝูงในลานโล่งๆที่ไม่มีอะไรบดบังร่างกายนั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้ ถ้าเป็อย่างนี้ต้องทำยังไงถึงจะโจมตีมันได้ละ? ถ้าคิดจะวิ่งไปโจมตีตรงๆก็เลิกคิดไปได้เลย เพราะงั้นหลินเฟิงก็เลยเลือกที่จะโบยบินไปบนฟ้าแทน!
ไดมอร์โฟดอนสองตัวหิ้วร่างของเขาผ่านอากาศไป อาศัยจังหวะที่มันกำลังโจมตีใส่แร็พเตอร์แล้วให้ไดมอร์โฟดอนปล่อยเขาลงไป จากนั้นก็โหมกระหน่ำโจมตีใส่มันโดยเน้นไปที่หัวอย่างต่อเนื่อง! จนในที่สุดจิ้งจอกจ่าฝูงก็ตายลง
เมื่อไม่มีจ่าฝูงคอยสั่งการ จิ้งจอกที่เหลือก็พากันวิ่งหนีอย่างไร้รูปแบบและสุดท้ายก็ตกเป็เหยื่อของแร็พเตอร์!
หลังจากเสียงแห่งความเ็ปดังขึ้น ผ่านมาสักพักเสียงนี้ก็เงียบลง ทั่วบริเวณเป็เหมือนกับนรกบนดิน พื้นดินถูกย้อมไปด้วยเืสีแดงสด เศษเนื้อกระจัดกระจาย และมียมทูตที่แสนน่าหลายตนยืนอยู่ กรงเล็บที่แหลมคมเปรียบเสมือนเคียว เขี้ยวถูกย้อมไปด้วยเืหลังจากทรมานิญญาหลายร้อยดวง ดวงตาที่ไร้ความปราณีพร้อมกระซากิญญาของทุกคน ภาพแห่งความโหดร้ายทารุณสะท้อนออกมาในแววตาของทุกคน!
"ห-หัวหน้าหลิน"หลังจากหายจากอาการตกตะลึง จีกัวเลินพูดขึ้นด้วยเสียงที่แ่เบาราวกับไม่อยากให้ยมทูตเ่าั้ได้ยิน
เมื่อได้ยินเสียงของจีกัวเลิน ผู้คนก็เริ่มกลับมารู้สึกตัวและร้องะโออกมา
"นั้นคือหัวหน้าหลินหรอ? เขาแข็งแกร่งมากขนาดนั้นได้ยังไงกัน! นายเห็นเขาฆ่าจิ้งจอกตัวนั้นใหม"
"นายก็เห็นหรอ? ฉันนึกว่าฉันตาฝาดไปชะอีก นี้เป็เื่จริงงั้นหรอเนี้ย"
"หัวหน้าหลินหนุ่มขนาดนี้เลย? ทำไมคนหนุ่มอย่างหัวหน้าหลินถึงมีแข็งแกร่งได้ขนาดนี้!"
"ไม่เพียงแค่เขาแข็งแกร่งมากเท่านั้น ความเร็วของเขาก็เร็วมากเช่นกัน ยิ่งความกล้าหาญของเขาที่แสดงออกมามันมากกว่าพลังของเขาอีก"
"ทุกคนมองไปที่ไดโนเสาร์ที่ดุร้ายพวกนี้สิ ฮ่าๆๆๆ แต่อย่ากลัวเลย ไดโนเสาร์พวกนี้เป็แค่สัตว์เลี้ยงของหัวหน้าหลินเท่านั้น!"
"เดี๋ยวก่อนน้องชาย! นายพูดเหมือนมันเป็สัตว์เลี้ยงของนายอย่างนั้นแหละ คนที่จะพลังแบบนี้ได้มีแต่หัวหน้าหลินเท่านั้น"
"ฮ่าๆๆก็เขาคือหัวหน้าหลินของฉันไง"
"หัวหน้าหลินไปรับคนแบบนายเป็ลูกน้องตอนใหนกัน!"
"เขายังไม่รับฉันเป็ลูกน้องหรอก แต่ฉันนับถือเขาเป็หัวหน้าไปแล้ว..."
หลังจากรอดพ้นความตายมาได้ อารมณ์ของพวกเขาก็ะเิออกมาแล้วพากันะโเอะอะโวยวายดังลั่น ภาพตอนที่หลินเฟิงต่อสู้กับสัตว์ร้ายฝังลึกลงไปใจของพวกเขาจนพากันนับถือและพูดสรรเสริญหลินเฟิงไม่ขาดสาย...
หลินเฟิงที่ยืนนิ่งอยู่ได้ยินเสียงดังขึ้นมาจากในหมู่บ้าน เขากวาดสายตาไปมองทีหนึ่งก่อนจะขยับร่างที่ชะโลมไปด้วยเืเดินไปอย่างมั่นคง
ทันทีที่หลินเฟิงเดินเข้าไปในหมู่บ้านเสียงต่างๆก็เงียบลง สายลมแ่เบาพัดผ่านร่างของพวกเขาอย่างเงียบเชียบ แสงแดดอันอบอุ่นสาดส่องลงมา ตอนนั้นเองเสียงเท้าของคนๆหนึ่งก็ดังขึ้น
โจวหลุนวิ่งมาพร้อมกับถือชุดคลุมตัวหนึ่งอยู่ในมือ เขาวิ่งตรงเข้ามาหาหลินเฟิงก่อนจะยืนชุดคลุมนั้นให้หลินเฟิง"หัวหน้าหลิน ชุดที่คุณใส่ขาดหมดแล้ว ผมเลยไปหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้"
โจมหลุนพูดไปแล้วยิ้มอย่างประจบ ไหวพริบของเขาถือว่าดีมากในเื่แบบนี้ ทันทีที่เห็นเสื้อผ้าของหลินเฟิงขาดจนมีสภาพดูไม่ได้ โจวหลุนรีบวิ่งไปหาชุดมาเปลี่ยนให้หลินเฟิงพลางพูดประจบไม่หยุด
หลังจากฟังคำพูดของโจวหลุน หลินเฟิงมองดูเสื้อของตัวเองก่อนจะหยิบชุดที่โจวหลุนให้มาแล้วสวมชุดคลุมทันที ไม่รู้ว่าคำพูดของโจวหลุนเข้าไปหูของหลินเฟิงไปกี่คำก่อนพูด"ขอบใจ"ออกมา
เขามองไปที่ชาวบ้านทั้วหมดแล้วไปหยุดที่หู่หยาง เืยังคงไหลออกมาจากแผลของเขาอย่างต่อเนื่อง ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปถึงจะเป็ผู้วิวัฒนาการขั้นหนึ่งก็คงต้องตายจากอาการเสียเืมากเกินไปแน่นอน แต่ขณะที่หลินเฟิงกำลังจะพูดบางอย่างออกไป เสียงของหู่หยางก็ดังขึ้นมาชะก่อน
"หัวหน้าหลิน ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย ผมสัญญาว่าจะเป็ประโยชน์ต่อคุณแน่นอน ขอแค่คุณไม่รักแกพวกเรา พวกเราจะทำงานที่คุณสั่งอย่างสุดความสามารถ!"
คำพูดของหู่หยางปลุกเร้าให้ชาวบ้านเริ่มพูดขอร้องตามออกมาไม่หยุด
หลินเฟิงชะงักไปทีหนึ่งก่อนยกมือขึ้นส่งสัญาณให้เงียบเสียงลง เขาสังเกตุหู่หยางมาั้แ่ต้น หัวหน้าหู่คนนี้เป็คนที่ใส่ใจลูกน้องของเขาและมีความกล้าหาญ เขายอมเข้าไปต่อสู้กับทั้งแร็พเตอร์และจิ้งจอกจำนวนหลายพันอย่างไม่กลัวตาย เป็คนที่ตรงไปตรงมาและใช้ใจแลกใจ หลินเฟิงชื่นชมคนแบบนี้และไม่ปฏิเสธที่จะรับเขามาเป็ลูกน้อง
หลินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนพูดออกไปเสียงดัง "ฉันชื่อว่าหลินเฟิงเป็คนที่ปกครองหมู่บ้านนี้อยู่ ฉันสัญญาว่าคนที่อยู่ภายใต้ฉันทั้งหมดจะได้รับอาหารวันละสองมืออย่างแน่นอน แต่ถ้าพวกคุณคนใหนอยากจะได้อาหารเพิ่ม มันก็ขึ้นอยู่กับผลงานของคุณ ยิ่งคุณทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ดี จีกัวเลินที่เป็ผู้ดูแลจะพิจารณาและเพิ่มอาหารให้คุณตามผลงานเอง"
พูดถึงตรงนี้หลินเฟิงพลันเงียบไป อุณหภูมิรอบๆพลันลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็เย็นเยียบ "แต่ว่า.. ถ้าจับได้ว่ามีใครทรยศฉัน โทษของมันก็คือตายสถานเดียวและโทษนี้จะเหมารวมไปถึงครอบครัวของมันด้วย ฉันไม่บังคับใครให้เข้าร่วมกับฉัน ถ้าใครไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันพูดมาก็ออกไปจากหมู่บ้านตอนนี้เลย!"
สิ้นเสียงของหลินเฟิง แน่นอนว่าไม่มีใครสักคนคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยและถ้ามีจริง คนๆนั้นก็คงจะเป็คนโง่ที่สุดในโลกแล้วละ มีหัวหน้าหลินอยู่พวกเขาไม่จำเป็ต้องกังวลเื่สัตว์ร้ายอีกต่อไป ไม่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากสัตว์ร้ายของนอกก็ดีแค่ใหนแล้ว ยังมีอาหารให้วันละสองมื้ออีก แถมถ้าสร้างผลงานให้หัวหน้าหลินเห็นไม่แน่ว่าจะมีอนาคตที่สดใสยิ่งกว่าเดิมอีก
เมื่อไม่เห็นใครคัดค้าน หลินเฟิงปลดปล่อยบรรยากาศตรึงเครียดออกแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดีพลางพูด"เอาละ ในเมื่อเป็เช่นนี้ทุกคนที่อยู่ที่นี้ก็จะถือว่าเป็คนของหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว ก่อนอื่นพาหู่หยางไปห้องพยาบาลก่อน ส่วนคนที่เหลืออยู่ที่นี้แล้วรายงานอาชีพและความถนัดของแต่ละคนให้จีกัวเลินฟัง"
สิ้นประโยคนี้บรรยากาศรอบๆค่อยผ่อนคลายขึ้น ชาวบ้านจำนวนมากเข้าไปพูดขอบคุณหู่หยางและหลินเฟิงอย่างต่อเนื่อง แล้วไปต่อแถวรอเพื่อรายงานความถนัดของแต่ละคนให้จีกัวเลินฟัง
แต่จีกัวเลินปล่อยให้ทุกคนรอไปก่อน เขาเดินเข้าไปหาหลินเฟิงแล้วเสนอความคิดขึ้น"หัวหน้าหลิน คือว่า เราทำการรวบรวมเป็ข้อมูลประชากรดีกว่าใหม?"
"ข้อมูลประชากร?"หลินเฟิงอยากฟังคำอธิบายของทุกคนอยู่แล้วเพื่อหาทางพัฒนาหมู่บ้านไปในทางที่ดีที่สุด
"ใช่ครับ คนภายในหมู่บ้านเริ่มมีเยอะขึ้นแล้ว พวกเราไม่ควรตรวจสอบแค่ชื่อและอาชีพความถนัดของคนในหมู่บ้านเท่านั้น แต่ต้องรวบรวมทั้งประวัติส่วนตัว ญาติพี่น้องและอย่างอื่นอีกเพื่อที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต และเพราะจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นทำให้ที่พักในหมู่บ้านไม่เพียงพอ ผมว่าตอนนี้เราควรสร้างที่พักชั่วคราวขึ้นมาก่อนเป็อันดับแรก"จีกัวเลินพูดร่ายยาวออกมาไม่หยุด แต่กลับไม่บอกจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมา
หลินเฟิงรับฟังจนยิ้มขืนออกมา"เอาตามที่นายคิดนั้นแหละ ส่วนเื่การสร้างที่พักพูดมาตามตรงเลยก็ได้ว่า้าอุปกรณ์และวัถุดิบอะไรบ้าง"
เมื่อเห็นว่าหลินเฟิงรู้ไต๋แล้วจีกัวเลินพลันยิ้มอายๆก่อนส่งกระดาษหลายแผ่นที่เตรียมไว้ก่อนแล้วออกมาส่งให้หัวหน้าหลิน
การกระทำของเขาทำให้หลินเฟิงพูดไม่ออก'ถึงจะไม่มีผู้อพยบกลุ่มใหม่มาเพิ่ม นายก็จะพูดถึงเื่นี้อยู่ดีใช่มั้ย?'
_________________________________