หลังจากการพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของทัพหน้าคนเถื่อน ราชาคนเถื่อนก็โมโหเป็นอย่างมากหากไม่ใช่เพราะชาร์ทั้งสามที่รอดตายกลับมานั้นยังมีประโยชน์เขาคงเลือกที่จะสังหารลงทันที
บรรยากาศในกระโจมหลวงตึงเครียดขึ้นไม่น่าเชื่อว่าคนเถื่อนที่เป็นดั่งมารร้ายในใจของชาวเยว่มานานบัดนี้กลับพ่ายแพ้เสียหมดรูปทั้งหนึ่งในชาร์ที่แข็งแกร่งกลับตกตายไปเพราะความประมาทที่โง่เขลา
“ชาวเยว่ช่างอาจหาญนัก ต่างจากพวกเจ้าที่หนีหัวซุกหัวซุนกลับมาร่างกายก็แข็งแกร่งกว่า พลังก็เหลือล้นกว่า แต่กลับทำศึกพ่ายแพ้ทั้งเสียไพร่พลไปย่อยยับ !” ราชาทอดสายตามองเอ็ดมันด์อย่างเย็นชา
เอ็ดมันด์ตัวสั่นสะท้าน ! ไร้ซึ่งความสง่างามแต่เดิม “ขะ..ข้า....”
“หุบปาก !!” อัลเดนตวาดลั่น !
ตูม !!!!
ภาพเหตุการณ์คล้ายเกิดขึ้นซ้ำภาพที่ดัลตั้นโดนซัดไปพวกมันก็ได้เห็นหากแต่ระยะทางครั้งนี้นั้นไกลกว่าเอ็ดมันด์กระอักโลหิตสีหน้าของมันแสดงซึ่งความเจ็บปวดแสนสาหัสกระซี่โครงหักสองท่อน มันแทบสลบไป ดัลตั้นคลี่ยิ้มขึ้น เขานึกถึงคำพูดก่อนหน้านี่ของเอ็ดมันด์คำนั้นคืนสนองให้เสียแล้ว
“เจ้าคงภูมิใจกับใบหน้านั่น..”อัลเดนมองใบหน้าที่หล่อเหลาของเอ็ดมันด์ด้วยความเกลียดชัง ก่อนที่จะฝากรอยแผลประดับไว้เขาชี้นิ้วออกไปแก้มของเอ็ดมันด์ก็พลันมีรูขนาดเล็กเกิดขึ้น
“อ๊ากก !!!!” เอ็ดมันด์แผดเสียงกรีดร้องดวงตาแทบถลนมันเจ็บปวดถึงที่สุด ไม่เพียงที่ร่างกายยังรวมถึงจิตใจที่แทบแตกสลายมันภูมิใจในใบหน้าอันหล่อเหลานั้นมาก ทว่า...กลับถูกทำลายไปเสียแล้ว มันทั้งโกรธทั้งโศกเศร้าจนเป็นลมล้มพับไป
อัลเดนมองด้วยแววตาสมเพชก่อนจะเดินกลับไปนั่งบนบัลลังก์แมงป่องทมิฬเช่นเดิม
ดวงตามืดทมิฬจับจ้องยังเหล่าชาร์ ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่แต่ที่แน่ ๆ ความกลัวบดบังจนไม่อาจสบตา ไม่นานเสียงเย็นก็ดังขึ้น
“พวกเจ้าใครจะอาสาเป็นทัพหน้าให้ข้า ?”ชาร์พากันมองซ้ายขวาไม่มีคนกล้าตอบรับ “ข้าจะถามอีกครั้ง ! ใครอาสา ?” ดวงตาทมิฬแผ่ไอสังหารจางๆ พอให้ชาร์ทั้งหลายตื่นตัว
“ข้าน้อยเองขอรับ !” ดัลตั้นกล่าวอาสาคราวนี้เขาต้องล้างอายให้ได้ !
“ดี !เจ้าต้องการใครไปกับเจ้าบ้าง ?”
ดัลตั้นไม่รีบตอบเขาใคร่ครวญครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ย “ไทเลอร์ เวสลีย์และเคนตันขอรับท่านราชา”
“ตกลง แต่ครั้งนี้คือโอกาสสุดท้ายของเจ้าหากไม่สามารถจัดการได้ตามแผนการที่ข้าวางไว้ เจ้าก็ไม่ต้องกลับมาอีก !”
“ข้าน้อยน้อมรับคำสั่ง !”
ดัลตั้นมั่นใจแปดในสิบส่วนว่าสามารถยับยั้งกองทัพเยว่ไว้ที่ป้อมปราการซิ่นหลิงได้ตราบเท่าที่แผนการของราชาจะลุล่วง !
...
ป้อมซิ่นหลิง
ชายชรากำลังนั่งจิบชาพลางลูบเคราของตนเอง เก้าอี้สองข้างของเขามีบุรุษสองคนนั่งอยู่ด้วยคนหนึ่งดูหนุ่มแน่น อีกคนเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังของผู้เฒ่าด้วยกันสองคน
“ไม่เลวเลยบุตรชายของเจ้าไม่เลว ถึงกับทำให้กองทัพคนเถื่อนต้องถอยร่นไปได้สังหารขุนศึกของอีกฝ่ายไปหนึ่ง บาดเจ็บอีกหนึ่งทั้งที่ยังอยู่เพียงแก่นแท้พลังเท่านั้น นี่เป็นพรสวรรค์ที่เยี่ยมยอดอย่างยิ่ง”ชายชรากล่าวชมชายหนุ่มไม่หยุดปาก
“ซิ่นโหวท่านชมเด็กน้อยนี่มากเกินไปแล้ว ฮ่าฮ่า”ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่หนิงเฉิงก็หัวเราะอย่างพึงพอใจ เขามองบุตรชายที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงสองปีชายหนุ่มก็ได้ก้าวเข้าใกล้จุดสูงสุดของอาณาจักรแล้ว
“เด็กอายุสิบห้าปีกลับมีความแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ” ชายชรามองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ล้ำลึกอีกครั้ง เขาอีกก็อยากให้บุตรชาย และหลานชายมีพรสวรรค์ล้ำเลิศเช่นนี้บ้างนี่เป็นสิ่งที่คนเก่าแก่ของตระกูลทั้งหลายต้องการเช่นกัน
ชายหนุ่มคนนั้นแน่นอนว่าคือหนิงเฟยหลงไม่มีใครมีความสำเร็จไปมากกว่าเขาแล้วในตอนนี้ “ผู้อาวุโสท่านกล่าวชมผู้เยาว์มากเกินไปแล้วอันที่จริงจูเหยียนเองก็เป็นสหายของผู้เยาว์เขามีความสามารถที่เหนือล้ำกว่าคนทั่วไปเช่นกัน”
ชายชราหัวเราะด้วยความเปรมปรีดิ์ “เจ้าเหยียนน้อยนั่นมีดีอะไรกัน วัน ๆก็เอาแต่กิน เที่ยว นอน ไม่รู้มันจะหาความสำราญไปถึงไหน ใช้ไม่ได้ ๆ แต่อย่างน้อยมันก็มีหัวคิดหัดคบสหายที่ดีฮ่าฮ่าฮ่า”
“เฟยหลงในเมื่อเจ้าเป็นสหายกับเจ้าเหยียนน้อย เจ้าก็เรียกข้าว่าปู่เหมือนที่เรียกหนิงเทียนก็ได้ข้าไม่ถือ”
หนิงเฟยหลงมิกล้าทัดทานรีบเรียกท่านปู่ “ขอรับท่านปู่”
“ดีมาก เอาล่ะเรามาเข้าประเด็นการรับศึกกันหน่อยดีกว่า...”
การประชุมกินเวลาไปถึงสองชั่วยามแผนการที่หนิงเฟยหลงได้วางไว้กับจงฉีก็ถูกนำมาเสนอด้วยดูเหมือนว่าทั้งจูเฉินและหนิงเฉิงก็จะไม่เห็นด้วยพวกเขาไม่เชื่อใจคนเถื่อนเท่าไหร่นัก คงต้องใช้การเผชิญหน้าสถานเดียว
นอกจากนี้หนิงเฟยหลงยังขอแผนที่ภูมิประเทศบริเวณนี้มาสำรวจหากเผชิญหน้าอย่างน้อยก็ต้องรู้จุดภูมิศาสตร์ก่อนแผนการอื่น ๆ จึงจะตามมา
ผลจากการประชุมกองทัพเยว่จะแบ่งออกเป็นสองทัพใหญ่ ทัพหนึ่งนำโดยหนิงเฉิงเป็นแม่ทัพใหญ่รองแม่ทัพคือหนิงเฟยหลง อีกทัพหนึ่งนำโดยจูเฉิน รองแม่ทัพจะเป็นอี๋ทัพหนิงเฉิงแน่นอนว่าต้องเป็นค่ายโลหิตทมิฬหนึ่งแสนนาย จะบุกไปแนวหน้าส่วนทัพของจูเฉินทัพผสมหกหมื่นนายนั้นจะประจำอยู่ที่ป้อมป้องกันข้าศึกไว้
ได้ข้อสรุปแล้วหนิงเฟยหลงก็สั่งการทันทีพร้อมกับมอบตรากองทัพให้กับหนิงเฉิง เพื่อให้มีสิทธิ์บัญชาการทหารได้อย่างราบรื่นหนิงเฟยหลงอธิบายโครงสร้างกองทัพโลหิตทมิฬให้หนิงเฉิงได้ฟัง ยิ่งได้ฟังก็ต้องตะลึงความสามารถของกองทัพโลหิตทมิฬมีซับซ้อนมากเกินไปแล้ว !
หนิงเฉิงทึ่งกับการจัดการของกองทัพที่มีประสิทธิภาพและดูเหมือนว่าทหารทุกนายจะฝึกฝนมาอย่างดี หากจะขาดไปก็คือสมรภูมิจริงเท่านั้นหากได้ขัดเกลาอีกหน่อยต้องเป็นกองทัพที่น่าสะพรึงที่สุดเป็นแน่ !
...
ก่อนรุ่งสางกองทัพโลหิตทมิฬที่นำโดยหนิงเฉิงก็ออกเดินทัพไปยังเขตชายแดนทะเลทราย
ตลอดทางหน่วยเฟิงทำงานหนักมากขึ้นโดยเฉพาะช่างจิ่นกวางที่รับหน้าที่หัวหน้าหน่วยเฟิง
ระหว่างที่กำลังเดินทัพอยู่นั้นหนิงเฟยหลงก็ได้รับจดหมายมาในนั้นเขียนข่าวสารที่เร่งด่วนส่งมา หนิงเฟยหลงอ่านไปก็ย่นคิ้วไป “ท่านพ่อสายข่าวรายงานมาว่ากองทัพคนเถื่อนดูเหมือนจะแปลกๆ ไป”
หนิงเฉิงรีบถามกลับ เขาต้องการคำตอบโดยเร็ว “อะไรที่ว่าแปลก ?”
“การเดินทัพขอรับ พวกมันจงใจเดินทัพล่าช้าราวกับว่าไม่รีบโจมตีป้อมซิ่นหลิงและคราวนี้ทัพหน้าของพวกมันก็ไม่ยอมเคลื่อนทัพมาประชิดกำแพงป้อมอีกนี่มันจะไม่แปลกไปหน่อยรึ ?”
“จริงด้วย ถ่ายทอดคำสั่งหยุดทัพก่อน ให้หน่วยเฟิงเร่งตรวจสอบโดยเร็วเรียกหน่วยดินนำแผนที่มา”หนิงเฉิงออกคำสั่งอย่างรวดเร็วข่าวนี้มีประโยชน์มากต่อการตัดสินใจเดินทัพต่อหากไม่รู้ข้อมูลที่แน่ชัดก็ไม่อาจทำสิ่งใดบุ่มบ่ามได้
ไม่นานซู่เฟิงก็เดินเท้าเข้ามาพร้อมกับแผนที่ เขาถูกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าหน่วยดินสำรวจภูมิประเทศโดยเฉพาะ พึ่งถูกแต่งตั้งได้ไม่นานมานี้เป็นหนึ่งในสามหน่วยพิเศษของทัพโลหิตทมิฬ
หนิงเฉิงเพ่งพินิจดูก็ไม่เห็นจุดใดมีสิ่งผิดปกติ “ภูมิประเทศช่วงนี้ไม่อาจทำการสิ่งใดได้โดยปราศจากการรับรู้ของหน่วยเฟิงได้เป็นแน่”
“ช้าก่อน ซู่เฟิงเจ้าเอาแผนที่นอกเหนือจากนี้มาที” หนิงเฉิงกล่าวขึ้นอีกในเมื่อแผนที่ในส่วนนี้ไม่มีใช่ว่านอกเหนือจากนี้จะไม่มี
ซู่เฟิงใช้เวลาไม่นานก็กลับมาพร้อมกับแผนที่ฉบับใหม่หนิงเฉิงกวาดสายตามองอย่างรวดเร็ว แล้วก็หยุดอยู่ที่บนสุดของแผนที่ “แม่น้ำเหอซี !” หนิงเฉิงคิ้วกระตุก
“ไม่ดีแล้วหลงเอ๋อร์ กองทัพคนเถื่อนไม่ได้มุ่งความสนใจมาที่เราและป้อมซิ่นหลิง”
“!!!!!!” หนิงเฟยหลงตกใจไม่น้อยเขานิ่งเงียบไป“หมายความว่าอย่างไร ?”
หนิงเฉิงกลืนน้ำลายเฮือก “แม่น้ำเหอซี...”
“เหอซี ? ...!!!!” หนิงเฟยหลงหน้าตาตื่น แม่น้ำเหอซีกำเนิดจากแม่น้ำต้าเหอที่ไหลมาจากอาณาจักรฉู่ตัดผ่านชายแดนฉู่เยว่เลียบป่าหลินหรงป้องกันชายแดนตะวันตกทั้งยังแบ่งแยกตะวันตกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้หรือก็คือพื้นที่ทะเลทรายออกจากกัน
หากคนเถื่อนข้ามแม่น้ำเหอซีไปได้ก็จะเข้าถึงสมรภูมิรบที่ดุเดือดที่สุด ! กองทัพฉู่-เยว่เผชิญหน้ากันอยู่ที่นั่น!
แผนการของคนเถื่อนล้ำลึกมาก ใช้ทั้งความกลัวเข้าครอบงำ ทั้งการโจมตีและปล้นสะดมมาลวงหลอก แต่ตนเองกลับส่งทัพใหญ่ขึ้นทางเหนือหากไม่รีบเดินทัพไปช่วยกองทัพใหญ่ของเยว่ที่นำโดยจักรพรรดิต้องพ่ายแพ้เพราะโดยตีตลบหลังเป็นแน่!
ก่อนหน้าที่เขาจะไปป่าใหญ่สมบัติแห่งโชคชะตานั้นได้รับข่าวสารที่ไม่แน่ชัดมาบางส่วนข่าวที่ว่านั่นคือการดำรงอยู่ของจักรพรรดิที่ชายแดนฉู่เยว่พร้อมการปรากฏตัวของกองทัพมังกรหนึ่งแสนนายแต่เป็นเพราะข่าวนี้ถูกปิดเงียบเป็นความลับโดยคณะผู้สำเร็จราชการคนส่วนใหญ่จึงไม่รู้ นั่นเป็นการรักษาความปลอดภัยขององค์จักรพรรดิไปด้วยแต่หากสิ้นสงครามโดยที่ชนะก็จะประกาศออกไปในทันที
“เฟยหลงอย่าพึ่งตระหนกไป ข้าเพียงคาดการเท่านั้น ส่งหน่วยเฟิงไปสืบให้แน่ชัดเถอะ”
“ขอรับ !”หนิงเฟยหลงเรียกสมาชิกหน่วยเฟิงมาสั่งการกองทัพโลหิตทมิฬไม่เคลื่อนไม่ถอยคงอยู่ที่เดิมตลอดสามวัน ข่าวสารก็มาถึง..
“ท่านพ่อเป็นจริงดังคาด กองทัพคนเถื่อนหนึ่งแสนนายมุ่งหน้าข้ามแม่น้ำเหอซีแล้วพวกมันทิ้งคนไว้ที่นี่เพียงหนึ่งหมื่นทิ้งยอดฝีมือไว้ที่นี่ด้วยกันสามคนและประจำทะเลทรายอีกสองคน ที่เหลือติดตามไปทางเหนือ”
หนิงเฉิงประหลาดใจเล็กน้อย “ข่าวสารของหน่วยเฟิงดีมาก ฝีมือไม่ธรรมดาเลย”เขาชมเชยด้วยใจจริง
หนิงเฟยหลงพยักหน้ารับ “หน่วยเฟิงนี้ล้วนมาจากคนที่มีฝีมือทั้งสิ้นโดยเฉพาะการแฝงตัวสะกดรอย ลอบสังหารล้วนเชี่ยวชาญทั้งสิ้น จึงยากนักที่จะทำภารกิจล้มเหลวยิ่งต่อมาฝีมือของสมาชิกในหน่วยพัฒนาถึงแก่นแท้พลังทั้งสิ้นแล้วนับเป็นกลุ่มคนที่อันตรายมากแม้แต่ขอบเขตแดนพิภพก็ไม่อาจประมาทพวกมัน”
หนิงเฉิงตะลึงยิ่งกว่าเดิมจนเขาลืมว่าจะกล่าวสิ่งใดต่อ “อะแฮ่มเจ้ามีแผนการอะไรดี ๆ มั่ง ? หากให้ตามไปในตอนนี้เห็นจะทันทัพใหญ่อยู่”
ชายหนุ่มส่ายศีรษะแล้วเอ่ยว่า “ท่านพ่อ ท่านลืมสิ่งที่ราชวงศ์ทำกับตระกูลใหญ่แล้วหรือ?”
พูดเพียงแค่นั้นนัยน์ตาของหนิงเฉิงก็แผ่ไอเย็นเยียบออกมาจาง ๆเขาหรี่ตาแคบแล้วเอ่ยตอบอย่างเย็นชา “ข้าไม่เคยลืมว่าพวกมันบีบคั้นเราอย่างไร !”
“นี่คงเป็นโอกาสเหมาะแล้วกระมังที่เราจะต้องเอาคืนเสียบ้างหากกองทัพชายแดนบังเอิญพลาดพลั้งไปบังเอิญว่าเราไปช่วยไม่ทันการณ์เพราะไม่ทราบข่าวล่วงหน้า คงไม่ใช่ความผิดของเรา ด้วยคำสั่งนั้นกำชับให้มุ่งลงทางใต้เราประจำทางใต้ถึงจะถูก” หนิงเฟยหลงพูดอย่างหน้าตาเฉย
หนิงเฉิงยักคิ้ว “สงสัยว่าข้าต้องมองเจ้าเปลี่ยนไปหน่อยแล้ว”หนิงเฉิงกล่าวต่อ “แล้วก็บังเอิญว่าเราต้อนคนเถื่อนที่นี่จนมุมจึงไล่ตามเข้าไปในเขตแดนคนเถื่อนใช่หรือไม่? จากนั้นก็ทำการกวาดล้าง”
หนิงเฟยหลงยิ้มขึ้น “ใช้แล้วขอรับ เราจะใช้แผนล้อมเว่ยช่วยจ้าว”
“ยอดเยี่ยม !” สนทนาจบพ่อลูกสกุลหนิงก็พากันระเบิดเสียงหัวเราะคราวนี้ตระกูลหนิงคงสามารถต่อรองกับราชวงศ์ได้แล้ว
..........