“เ้าลืมไปหรือเปล่า เ้าสอบเข้าได้ด้วยสถานะ นักเวทฝึกหัด ไม่ใช่ ทั้งหมดที่เ้ามี”
เสียงตำหนิของจอมเวท ทำให้นิโคลัสนิ่งอึ้งพลางคิดถึงสิ่งที่เขาฝึกมาตลอดทาง
“ท่าทางนี้ของเ้า แสดงว่าเ้าเริ่มเข้าใจอะไรแล้วใช่ไหม?”
ชายชราพอใจนายน้อยคนนี้มาก เพียงกล่าวเตือนเล็กน้อยก็สามารถฉุกคิดถึงความผิดพลาดของตนเอง
“ข้ามุ่งเน้นไปที่การควบคุมเวทพื้นฐานผสานเข้ากับอาวุธและการเคลื่อนไหว หากให้ข้าแสดงการร่ายเวทเพียงอย่างเดียว เวทของข้ายังเป็เพียงเวทพื้นฐานขั้นต้นเท่านั้น หากไปยืนร่ายเวทเทียบกับนักเวทฝึกหัดชั้นนำ ข้าคงพ่ายแพ้หมดรูป”
เขาพิจารณาตัวเองได้โดยอย่างละเอียด เขามุ่งเน้นไปที่การล่ามากเกินไป ทำให้ทิศทางการฝึกฝนของเขาออกห่างจากการสอบเข้า ดีที่ได้รับการเตือน แต่ทำไม
“แล้วทำไมท่านตาไม่เตือนข้าก่อนหน้านี้ล่ะ”
ชายหนุ่มนึกสงสัยขึ้นมา
“เพราะสิ่งที่เ้าทำก็ไม่ได้ผิด แม้เป้าหมายจะแตกต่างไปบ้าง การที่เ้าเน้นไปที่การควบคุมเวท มากกว่าการเพิ่มพลังเวท ก็มีข้อดีของมันอยู่ เมื่อเ้าลองฝึกเวทที่สูงขึ้น เ้าจะควบคุมมันได้ง่ายขึ้น”
“การปล่อยให้เ้าได้เรียนรู้ด้วยตนเอง นับว่าเป็พื้นฐานของเ้า สำหรับการเป็นักเวทในอนาคต คาถาเวทเป็สิ่งตายตัว มันขึ้นอยู่กับนักเวทจะนำไปใช้อย่างไร”
จอมเวทรอยชี้แนะแนวทางฝึกฝนของระดับนักเวท ให้กับผู้ที่พึ่งเป็นักเวทฝึกหัด
“ศิษย์เข้าใจแล้ว”
“ต่อจากนี้ ข้าต้องเร่งฝึกเวทพื้นฐานขั้นกลางให้สำเร็จโดยเร็วใช่ไหมท่านตา”
“ถูกต้อง เ้ามีเวลาฝึกเวทพื้นฐานขั้นกลางไม่เกินสามวัน และอีกสองวันคือฝึกต่อสู้โดยใช้เวทเพียงอย่างเดียว เ้าคิดว่าจะทำได้ไหม”
ชายหนุ่มตอบโดยไม่ต้องคิดเลย
“ข้าต้องทำได้!”
“ดี ั้แ่ตอนนี้ เ้าต้องฝึกเวทสายฟ้า ‘เทนดรัส วอลท์’ ที่ยิงสายฟ้าออกไปในระยะห้าถึงสิบเมตร เ้าต้องควบคุมให้ถูกเป้าหมายในระยะห้าเมตรให้แม่นยำ”
“ด้านเวทลม ให้มุ่งเน้นไปที่เวท ‘เซวาริส คาเอล’ โดยควบคุมใบมีดลมรูปจันทร์เสี้ยวอย่างอิสระ ให้โจมตีไปหาเป้าหมายในระยะสิบเมตร”
จอมเวทชราเอ่ยพลางร่ายเวททั้งสองให้นิโคลัสดูเป็ตัวอย่าง
‘เทนดรัส วอลท์’ สายฟ้าที่พุ่งตรง ทั้งรวดเร็วและรุนแรง จนคู่ต่อสู้ยากจะหลบทัน
‘เซวาริส คาเอล’ ใบมีดสายลมรูปจันทร์เสี้ยว ฉวัดเฉวียน ราวกับไร้ทิศทาง จู่โจมได้จากรอบทิศ จนศัตรูยากคาดเดา เน้นการกรีดเฉือนเพื่อให้เกิดาแมากกว่าพลังทำลาย
เวทพื้นฐานขั้นกลางทั้งสองนี้ มีอยู่ในตำราเวทพื้นฐานอยู่แล้ว ทำให้เขาสามารถฝึกได้เลย
หลังจากเก็บซากหมูป่าเรียบร้อยแล้ว จึงเริ่มเดินทางเข้าสู่ป่าลึกต่อไป
ในระหว่างที่เดิน นิโคลัสพยายามทบทวนอักขระเวทของคาถาทั้งสอง แม้ว่าจะมีอักขระเพิ่มขึ้นมาจากเวทที่เขาร่ายได้อยู่แล้วเพียงหนึ่งอักขระ แต่การจดจำให้ได้ทั้งบทยังคงต้องใช้เวลา
ระหว่างเดินทาง แม้จะพบเห็นสัตว์ร้ายอยู่หลายตัวแต่พวกเขาก็เพียงไล่พวกมันออกไป และเดินทางกันต่อโดยไม่พบเหตุการณ์ใด ๆ
ยามบ่ายแม้ไม่มีหิมะตกและแสงแดดเริ่มมีให้เห็นแล้ว แต่พื้นป่ายังคงขาวโพลน มีเพียงหิมะที่สุมอยู่ตามกิ่งไม้ที่เริ่มละลายอย่างช้า ๆ
โชคดีที่กลุ่มได้เตรียมกระโจมที่มีอักขระเวทลอยตัวสำหรับกางบนพื้นหิมะมาด้วย ทำให้ไม่พบปัญหาในการหาที่พัก
วันแรกของนักเวทฝึกหัดในป่าดารันธาร์จึงจบลงด้วย หมูป่าเขี้ยวโลหิตหนึ่งตัว
ยามค่ำคืนนอกจากการฝึกร่ายเวททั้งสองแล้ว ชายหนุ่มยังทบทวนเวทไฟพื้นฐาน ‘ไครอส เฟลล์’ ที่เป็เพียงลูกไฟขนาดเล็กราวไม้ขีดไฟ เกิดขึ้นปลายนิ้ว และใช้ได้เพียงการจุดฟืนไฟเท่านั้น
และเวทน้ำ ‘ไนรีส ดรอป’ สร้างหยดน้ำในอากาศ ซึ่งใช้ทำอะไรไม่ได้ นอกจากฝึกสร้างและควบคุมหยดน้ำเท่านั้น
ด้านการสะสมมานาเข้าคลังมานาขนาดสิบเมตร เป็เื่ที่แสนยากลำบากสำหรับชายหนุ่มตลอดสองสามเดือนมานี้ เขาทุ่มเทสะสมมานาอย่างเต็มที่ แต่เวลานี้ยังได้ไม่ถึงหนึ่งในสี่เลย
โชคดีที่การเลื่อนระดับจากนักเวทฝึกหัดไปสู่นักเวท ไม่ขึ้นกับปริมาณมานาที่สะสมได้ แต่ขึ้นอยู่กับการขัดเกลาแกนมานาและการสร้างวงแหวนมานา ให้ครบสี่วง
โดยเริ่มเปลี่ยนแปลงจากฐานและสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ หากเมื่อใดผิวแกนมานาเปลี่ยนสภาพได้ทั้งหมดแล้ว บ่งบอกว่านักเวทฝึกหัดสามารถสร้างวงแหวนมานาได้แล้ว เมื่อสร้างวงแหวนได้หนึ่งวง ก็ต้องเริ่มขัดเกลาแกนมานาอีกครั้ง
ตราบเท่าที่สร้างวงแหวนมานาได้ครบสี่วง นั่นคือระดับ นักเวทฝึกหัดขั้นสมบูรณ์ สามารถทะลุผ่านไประดับนักเวทได้ทุกเมื่อ
แต่มันเป็เื่อีกยาวไกล โดยส่วนใหญ่ มีเพียงนักศึกษาของสถาบันวาลเดียลาปีหกที่เป็ปีสุดท้าย ถึงจะไปถึงระดับ วิถีฝึกหัดขั้นสมบูรณ์ได้ โดยมีแค่อัจฉริยะชั้นยอดบางคนที่สามารถไปถึง วิถีฝึกหัดขั้นสมบูรณ์ ได้ั้แ่ปีห้า
ยามนี้แกนมานาของเขาขัดเกลาไปได้แล้วเกือบหนึ่งในสี่
อีกไม่นานชายหนุ่มจะสามารถสร้างวงแหวนมานาอันแรก ได้แล้ว
“ซิลฟี่ หิมะหยุดตกแล้ว เ้าจะออกมาไปได้หรือยัง และเพื่อนของเ้าด้วยจะออกไปกันไหม”
นิโคลัสเข้าสู่มิติสัตว์เลี้ยงแล้วเอ่ยถามสัตว์สัญญาของเขาที่ตอนนี้แทบจะเป็แม่ไก่ไปแล้ว
“ได้แล้ว พรุ่งนี้ข้าจะพาพวกเขาออกไปบินเล่นกัน อยู่ในนี้ได้แต่กินแล้วนอน ข้าเบื่อจะตายอยู่แล้ว”
“หวังว่าเ้ายังบินไหวอยู่นะ”
“นิคใจร้าย!”
พูดเสร็จซิลฟี่ก็บินกลับไปอยู่บนรังที่มันสร้างไว้และไม่คุยกับเขาอีกเลย
‘โชคไม่ดีที่เพื่อนของซิลฟี่ เป็นกธรรมดาไม่มีสายเืพิเศษเลย แต่ยังใช้สำรวจหรือลาดตระเวนได้’
ชายหนุ่มนึกเสียดายอยู่เล็กน้อย
ครั้งแรกที่เขาให้ซิลฟี่พาเพื่อนเข้ามาอยู่ในมิติสัตว์เลี้ยง เพียงเพราะกลัวว่ามันจะเหงา
แต่ทันทีที่นำพวกมันเข้ามาอยู่ในมิติสัตว์เลี้ยง กลับปรากฏข้อมูลต่าง ๆ ของนกเหล่านี้ขึ้นมา คล้ายกับข้อมูลของซิลฟี่ที่แสดงให้เห็นก่อนหน้านี้
ข้อมูลที่ระบุถึง อายุ เพศ สายเื สถานะ และความสามารถ รวมถึงวิธีพัฒนาระดับด้วย
และไม่เพียงแค่ สัตว์ประเภทวิหค เท่านั้น แม้แต่แมลงหรือสัตว์อื่น ๆ ชายหนุ่มก็เคยนำเข้ามา และมันแสดงผลได้เช่นเดียวกัน
สิ่งนี้ทำให้เขาสามารถแสร้งทำเป็ผู้ฝึกสัตว์ได้อีกด้วย
เหมือนว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างเตรียมพร้อมไว้สำหรับเขา ขาดเพียงอย่างเดียว
เวลา...
เช้าวันต่อมา หลังจากที่ผ่านการฝึกฝนยามเช้าตรู่และรับประทานอาหารเช้ากันแล้ว ทุกคนพร้อมเดินทางต่อ
“เ้าลองร่ายเวท ‘เทนดรัส วอลท์’ กับ ‘เซวาริส คาเอล’ ให้ข้าดูหน่อย”
พ่อบ้านรอยเอ่ยทักนายน้อยก่อนเริ่มเดินทาง
เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วเริ่มทำสมาธิ
“เทนดรัส วอลท์”
สิ้นเสียง ปรากฏประกายสายฟ้าวาบออกจากมือ แต่พุ่งออกไปได้เพียงสองสามเมตรก็ดับลง
“เซวาริส คาเอล”
ฉับพลันที่ประกายสายฟ้าหมดลง เขาก็ร่ายเวท ‘เซวาริส คาเอล’ (มีดลมเวหา) ตามออกไป
ปรากฏใบมีดรูปจันทร์เสี้ยวโปร่งใสขนาดเล็กพุ่งออกจากมือ แต่มันไร้ทิศทางและสลายไปกลางอากาศ
“ข้าทำได้เท่านี้เองท่านตา พยายามฝึกร่ายทั้งคืน ได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงแต่ยังได้เท่านี้อยู่ดี”
เขาเอ่ยเสียงอ่อนแรง เพราะคาดหวังว่าจะทำได้ดีกว่านี้
“ตั้งใจต่อไป คาดว่าเมื่อถึงเวลาสอบเ้าน่าจะทำได้พอดี”
“วันนี้เ้าอย่าใช้ธนู นำคทาเวทของเ้าออกมาแล้วใช้แต่เวทโจมตี คทาเวทจะช่วยเ้าร่ายเวทได้ง่ายขึ้น”
“ข้าลืมเื่นี้ไปเลย หากท่านไม่เตือนข้า”
“ก็เ้าเอาแต่ใช้อาวุธอื่น จนแทบลืมไปแล้วมั้งว่าตัวเองเป็นักเวท!”
ชายชราเน้นเสียงหนัก ดุนายน้อยอย่างจริงจัง
นิโคลัสได้แต่ขอโทษ เนื่องจากความเคยชินทำให้เขาติดนิสัยเข้าสู้ในระยะประชิด จนหลงลืมการต่อสู้ตามรูปแบบนักเวทไปโดยสิ้นเชิง
โชคดีที่ตอนอยู่ในเมือง เฟนดาริล พ่อบ้านได้ซื้อ ไม้เวท คทาเวท รวมถึงชุดคลุมเวท ที่เหมาะสำหรับนักเวทฝึกหัดมาให้เขาแล้ว เป็เขาเองที่ไม่เคยนำออกมาใช้แม้แต่ครั้งเดียว—เขาลืม
เมื่อนำคทาเวทออกมาถือไว้และสวมชุดคลุมเวทแทนที่ชุดเกราะเบา ชายหนุ่มเริ่มร่ายเวทอีกครั้ง
“เทนดรัส วอลท์”
สายฟ้าพุ่งออกจากคทาเวทอย่างรวดเร็วไปชนเข้ากับต้นไม้ที่อยู่เยื้องไปทางขวาที่ระยะประมาณห้าเมตร เกิดเป็รอยไหม้ขนาดเล็กที่เปลือกไม้
“ว้าว! ทำไมมันง่ายขนาดนี้”
“นี่เ้าไม่รู้หรือแกล้งโง่!”
เสียงแหบชราบ่นขึ้นอย่างไม่พอใจ
“เอ่อ พูดได้ว่า ข้าไม่ใส่ใจน่าจะตรงที่สุด”
เวลานี้ เขาไร้คำพูดจริง ๆ
อาวุธและอุปกรณ์สวมใส่ของแต่ละวิถี จะมีคุณสมบัติพิเศษในตัวเองเพื่อสนับสนุนผู้ใช้
ที่ผ่านมาเข้าใช้แต่อาวุธดาบสั้น มีด ธนู และเกราะเบา มาตลอด พูดได้ว่าไม่มีอุปกรณ์ชิ้นไหนเลยสำหรับนักเวท
“รู้ตัวก็ดี”
“ั้แ่วันนี้ เราจะไม่เข้าลึกไปกว่านี้แล้ว เดินเลาะตามแนวป่านี้ ขึ้นเหนือไปเรื่อย ๆ อีกสองวัน แล้วเช้าวันที่สามเราจะออกจากป่าที่ตรงนั้น แล้วกลับหมู่บ้านด้วยเส้นทางรถม้า”
“เดินทางได้”
สิ้นคำของพ่อบ้าน ทั้งกลุ่มมุ่งหน้าขึ้นเหนือเลาะตามแนวขอบนอกของป่าลึกไปเรื่อย ๆ
“ซิลฟี่ เ้าพาเพื่อน ๆ ไปบินเล่น แล้วตามพวกเรามานะเรื่อย ๆ นะ อย่าไปไกลแถวนี้มีอันตรายอยู่มาก”
เมื่อเดินไปได้ประมาณสองชั่วโมง ทั้งกลุ่มได้แวะพักชั่วคราว
นิโคลัสจึงได้ปล่อยซิลฟี่และเพื่อน ๆ ออกมาเพื่อให้พวกมันได้บินสำรวจทางให้ด้วย
“ตกลง หากพบอะไรข้าจะรีบกลับมาแจ้งเ้าให้เร็วที่สุด”
กล่าวจบซิลฟี่ก็บินออกไปพร้อมเพื่อน ๆ
ระหว่างที่เดินมา เขาก็ร่ายเวททั้งสองสลับกันไปมาอยู่เป็ระยะ ทำให้คนอื่นที่เห็นต่างพากันแปลกใจ เพราะปกตินักเวทต้องยืนร่ายเวทไม่ใช่เดินไปร่ายเวทไปเหมือนนายน้อย
แม้การร่ายเวทของเขาออกจะสะเปะสะปะ มักพุ่งออกไปแบบจับทิศทางไม่ได้ แต่มันก็แสดงให้เห็นอยู่ดีว่าร่ายเวทสำเร็จ
“นายน้อยท่านเริ่มจะเหมือนนักเวทมากขึ้นแล้วขอรับ”
บอริสรองหัวหน้ากลุ่มเอ่ยชื่นชมนายน้อย
“เ้ากำลังชมข้าหรือต่อว่าข้ากันแน่”
นิโคลัสเอ่ยหยอกล้อกลับไป เพราะรู้ว่าตัวเองดูไม่เหมือนนักเวทจริง ๆ
“ก็ท่านเล่นเรียนไปหมดทุกอย่าง ทั้งเรียนดาบคู่จากเลวาน และหอกจากปีเตอร์ นี่ไม่นับธนูที่ท่านเรียนกับอารินมาั้แ่ต้น และที่ผ่านมาท่านก็เอาแต่สู้ระยะประชิดมาตลอด พวกข้าเลยไม่รู้ว่าท่านเป็นักเวทจริงหรือเปล่า”
แฮร์รี่รีบสนับสนุนถ้อยคำของบอริส
“ท่านเรียนเวทตรวจจับจากข้าด้วยนายน้อย”
แจ็คกล่าวเสริมมาจากด้านหน้า ห่างออกไปเล็กน้อย
“ข้ารู้แล้ว หลงทางไปนิดหน่อยดีที่ท่านตาช่วยเตือนไว้ ั้แ่นี้ข้าจะตั้งใจเื่เวทมนตร์ก่อน”
ระหว่างที่ทุกคนกำลังคุยกัน กลุ่มนกห้าหกตัวบินตรงเข้ามาหากลุ่มของเขา
เมื่อเข้ามาใกล้จึงพบว่าเป็ซิลฟี่และเพื่อน ๆ
“นิด ด้านนั้นมี หมีพฤกษา กึ่งเวทอยู่ เ้าจะไปดูไหม”
หมีพฤกษา เป็หมีสีน้ำตาลตัวใหญ่ สูงประมาณเกือบสองเมตรครึ่ง เป็ธาตุไม้ทำให้เมื่อเป็สัตว์กึ่งเวทสามารถร่ายเวทไม้มาใช้ต่อสู้ได้ แต่ไม่ได้น่ากลัว เพียงเรียกมาใช้ขว้างใส่หรือถือไว้ฟาดตีเท่านั้น
“ท่านตา เราไปกันได้ใช่ไหมขอรับ”
นายน้อยหันไปถามความเห็นจากพ่อบ้าน และเมื่อได้รับอนุญาตจึงออกคำสั่งเดินทาง
“แจ็ค สำรวจรอบ ๆ ให้ด้วย ซิลฟี่ เ้าช่วยไปสำรวจรอบให้อีกแรง หากพบอันตรายรีบแจ้งข้าด้วย”
“เมื่อไปถึง พวกท่านช่วยกันล้อมมันไว้ และข้าจะพยายามโจมตีด้วยสายฟ้าไปเรื่อย ๆ โชคดีที่ธาตุไม้อ่อนแอต่อสายฟ้า หากเป็ธาตุดินข้าคงทำอะไรไม่ได้”
“ไป!”
สิ้นเสียง ทั้งกลุ่มพุ่งตัวออกไปทิศทางที่ซิลฟี่บอก
เพียงไม่กี่นาทีทุกคนมาถึงจุดหมาย พื้นที่ตรงหน้ามีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเรียงราย
หมีพฤกษาตัวใหญ่กำลังทุบและเขย่าต้นไม้อย่างแรง เพื่อให้สัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้หล่นลงมา
เมื่อมองดูบนต้นไม้ดี ๆ จะเห็นแมวป่าขนสีน้ำตาลเทา เกาะแน่นอยู่บนกิ่งไม้ พยายามเกาะแน่นไม่ให้หล่นตกลงพื้น
“พวกท่านเข้าไปล้อมมันไว้ แล้วช่วยป้องกันไม่ให้มันหลบหนี ข้าจะอยู่หลังพี่แฮร์รี่ คอยยิ่งเวทสายฟ้า ใส่มันตลอดเวลา”
เมื่อเห็นทุกคนเข้าใจแล้ว เขาก็กระชับคทาเวทในมือ พลันเปล่งเสียงออกมาอย่างหนักแน่น
“ลงมือ!”
เลวานและบอริสพุ่งตัวแยกกันออกไปด้านข้างและพุ่งเข้าหาหมีพฤกษาพร้อมกัน
“โฮ่ก!”
เสียงคำรามก้องด้วยความโกรธ พร้อมกับเสกท่อนไม้ขึ้นมาขว้างใส่ บอริส สุดแรง
ส่วนอีกมือกุมไม้ท่อนใหญ่ฟาดไปที่เลวานที่เข้ามาอีกด้านหนึ่ง เสียงฟาดไม้ดังเสียดหูจนน่าหวาดหวั่น
“เทนดรัส วอลท์”
สิ้นเสียงแสงแวบออกจากมือตรงไปที่แผ่นหลังของหมีพฤกษา และกระแทกเข้ากลางหลังมันอย่างแรง
“โฮกกก!”
เสียงคำรามก้องลากยาวด้วยความเ็ป มันหันร่างกลับมาทางนิโคลัสด้วยแววตาแดงฉาน พลันกระโจนเข้าหาชายหนุ่มกับแฮร์รี่ที่ถือโล่ขวางหน้าอยู่
โครม!
หมีใหญ่พุ่งชนเข้ากับโล่ของแฮร์รี่อย่างจังจนมันกระดอนถอยหลังกลับไป
‘เทนดรัส วอลท์’
นิโคลัสทดลองร่ายเวทโดยไร้เสียง
“บ้าจริง!”
“เทนดรัส วอลท์”
เขาร่ายเวทด้วยเจตน์ไม่สำเร็จ จึงต้องเปล่งเสียงร่ายเวทใหม่ขึ้นทันที
มือที่กุมคทาเวทสั่นไหวเบา ๆ ความร้อนจากความผิดหวังแล่นผ่านอก ก่อนจะถูกกลบด้วยเสียงพึมพำของตนเอง...
‘ประมาทเกินไป มันไม่ง่ายอย่างที่คิด’
แสงวาบออกไปกระแทกเข้ากลางอกของหมีใหญ่ จนมันกู่ร้องด้วยความเ็ป
ไม้ขนาดใหญ่ถูกเสกขึ้นมาถือไว้อีกครั้งและฟาดเข้าใส่โล่อย่างแรงสองสามครั้ง แต่โล่ที่แฮร์รี่ถืออยู่เพียงสั่นไหวเล็กน้อยเท่านั้น
ชายหนุ่มร่ายเวท เทนดรัส วอลท์ ใส่หมีใหญ่ไปอีกสามสี่ครั้ง แม้มันจะร้องด้วยความเ็ป แต่เหมือนมันไม่ได้รับาเ็มากมายมีเพียงรอยขนไหม้เล็กน้อยบริเวณที่โดนเวท และยิ่งเพิ่มความโกรธให้กับมันเท่านั้น
หมีพฤกษาเมื่อฟาดท่อนไม้ต่ออีกสามสี่ครั้ง เมื่อมันเห็นว่าไม่สามารถทำอะไร มันจึงหันกลับและเริ่มออกวิ่งหนีไป
“ปล่อยมันไปเถอะ”
เสียงคำสั่งเบา ๆ อย่างอ่อนใจของนายน้อยดังขึ้น ทำให้ บอริสและเลวานเปิดทางให้มันหนีไป
ชายหนุ่มที่สีหน้าไม่สู้ดี คล้ายกำลังอ่อนใจ ที่พลังโจมตีของตนเองน้อยเหลือเกิน จนไม่สามารถทำอะไรสัตว์กึ่งเวทได้เลย
“นายน้อยท่านอย่าคิดมาก ท่านเก่งกว่าข้ามากมายนักตอนที่ข้าเริ่มฝึกได้สามเดือนเช่นท่าน ข้ายังท่องเวทพื้นฐานไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
อีริคที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ให้กำลังใจนายน้อย
“ข้าก็เช่นกันขอรับ แม้ว่าข้าเป็เวทรักษา แต่ก็ต้องใช้เวลาเรียนรู้อักขระเวทหลายเดือนกว่าจะเริ่มเอ่ยเวทบทแรกออกมาได้”
อังเดรรีบกล่าวสนับสนุนอีกแรง
“เื่เวทก็ตามที่พวกนี้พูด แต่ข้าพอใจที่เ้าปล่อยมันไป”
เสียงเคร่งขรึมแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น จากชายชราด้านหลัง เรียกความสนใจของทุกคน
“ขอรับ ข้าไม่ชอบล่าโดยไม่จำเป็”
ชายหนุ่มกล่าวรับเบา ๆ ด้วยสีหน้าผิดหวัง
“นายน้อย เมื่อก่อนท่านล่าอะไรมาหรือขอรับ”
แจ็คที่วิ่งกลับมาเอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้และอยากทำให้นายน้อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง
“คน”
นิโคลัสตอบรับสั้น ๆ และเบาจนเหมือนกำลังพึมพำกับตนเอง
คำเดียวสั้น ๆ ทำเอาทุกคนจุกในลำคอ
แม้พวกเขาเคยฆ่าคนมาแล้ว
แต่พวกเขารู้ดี..
“การฆ่า” กับ “การล่า” — มันต่างกันโดยสิ้นเชิง