ภายใต้แผ่นฟ้าที่ดวงจันทร์กลมโตทอแสงกระจ่างนวลตาประดุจจานเงินใบั์ หมู่บ้านชนบทที่เคยจอแจด้วยเสียงผู้คนกลับจมดิ่งสู่ความเงียบงัน มีเพียงเสียงเรไรที่กรีดหริ่งระงมอยู่ในพงหญ้า ลู่ชิง ยังคงนั่งสงบนิ่งอยู่บนโขดหินราบหลังกระท่อมหลังเล็ก พื้นผิวหินที่เคยเย็นเยียบกลับเริ่มอุ่นจัดขึ้นตามอุณหภูมิร่างกายของเขาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างประหลาด
ในมโนสำนึกที่เขาสั่งสมความ 'ว่างเปล่า' มานานนับเดือน บัดนี้จุดตันเถียนที่ท้องน้อยพลันหมุนวนขยายตัวประดุจพายุจักรวาล พลังปราณที่เขาเคยคิดว่าเป็เพียง "ลมร้อนจากการบริหารร่างกาย" กลับควบแน่นจนกลายเป็มวลสารที่ทรงพลัง มันเริ่มเคลื่อนพลทะลวงผ่านเส้นชีพจรหลักทั้งสิบสองอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของลู่ชิงสั่นสะท้าน ิัของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็สีชมพูระเรื่อก่อนจะแดงจัดประดุจเหล็กที่เพิ่งดึงออกจากเตาหลอม
"อึก... ร้อน! เหตุใดวันนี้อากาศถึงเดือดพล่านราวกับจะแผดเผาข้าให้เป็จุณเช่นนี้!"
ลู่ชิงขบฟันแน่นจนกรามแทบแตก หยาดเหงื่อไหลพรากโซมกายประดุจหยาดฝน ทว่าเหงื่อเ่าั้กลับไม่ได้เป็น้ำใสๆ อย่างที่ควรจะเป็ แต่มันเริ่มเหนียวข้นและกลายเป็สีดำมะเมื่อม ความรู้สึกเ็ปที่เหมือนมีเข็มเล็กๆ นับหมื่นเล่มทิ่มแทงไปตามไขกระดูกและเส้นเอ็นช่างทรมานยิ่งนัก แต่มันคือกระบวนการ 'ก่อร่างใหม่' ที่จะกวาดล้างกากเดนและสิ่งสกปรกที่มนุษย์ปุถุชนสะสมมาทั้งชีวิตจากการกินอยู่และโรคภัย เพื่อสร้างรากฐานที่บริสุทธิ์พอจะรองรับพลังแห่งเซียน
ครืนนนน... เปรี้ยงงงงง!
จู่ๆ แสงอสนีบาตฟาดเปรี้ยงลงมาที่ยอดเขาด้านหลัง เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องกัมปนาทะเืเลื่อนลั่นไปถึงคานหลังคากระท่อม ทั้งที่ท้องฟ้าเบื้องบนยังคงดารดาษด้วยหมู่ดาวไร้เมฆฝน แสงสีทองเจิดจ้าแผ่ออกมาจากร่างกายของลู่ชิงวูบหนึ่ง ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลงทิ้งไว้เพียงร่างกายที่หอบหายใจรวยริน
"พี่ใหญ่! เกิดอะไรขึ้นเ้าคะ! เสียงอะไรดังสนั่นขนาดนั้น!"
เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความใของ ลู่หลิน ดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟจากโคมกระดาษที่ส่ายไหวไปมา เด็กสาวรีบวิ่งออกมาจากหลังบ้านด้วยความเป็ห่วงพี่ชายที่มักจะมานั่ง "ยืดเส้นยืดสาย" อยู่ตรงนี้เป็ประจำ"พี่ใหญ่ ท่านาเ็ตรงไหน..." ลู่หลินชะงักคำพูดไปในทันทีที่แสงไฟจากโคมส่องไปกระทบร่างของพี่ชาย นางไม่ได้เห็นรอยเืหรือาแฉกรรจ์ แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือชายหนุ่มที่ถูกปกคลุมด้วยเมือกสีดำสนิท ข้นเหนียวประดุจน้ำมันดินที่ส่งกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
"โอ้โฮ! กลิ่นอะไรเนี่ย! ท่านแม่ช่วยด้วย!" ลู่หลินรีบเอามืออุดจมูกพัลวันพลางะโถอยกรูดไปข้างหลัง ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกจนบิดเบี้ยว
"พี่ใหญ่! ท่านไปตกหลุมขี้โคลนเน่าที่ไหนมา หรือว่าท่านแอบไปเล่นกับหมูป่าในดินเลนมากันแน่ กลิ่นมันเหม็นยิ่งกว่าซากหนูตายในบ่อเกรอะสิบถังรวมกันเสียอีก! เหม็นจนข้าเห็นดาวลอยเต็มฟ้าไปหมดแล้ว!"
ลู่ชิงที่เพิ่งฟื้นจากสภาวะก่อร่างใหม่ได้แต่นั่งตาปริบๆ เขาพยายามจะอ้าปากอธิบาย แต่กลิ่นที่ระเหยออกมาจากตัวเขาเองก็ทำเอาเขาแทบจะสลบคาโขดหิน
"หลินเอ๋อร์ ฟังพี่ก่อน พี่ก็แค่บริหารร่างกายตามตำรานั่น แล้วอยู่ดีๆ เหงื่อมันก็..."
"ไม่ต้องพูดเลยเ้าค่ะ! ยิ่งท่านขยับ กลิ่นมันยิ่งกระจาย!" น้องสาวตัวน้อยส่ายหน้าพัลวันพลางชี้นิ้วไปทางทางเดินป่าด้วยท่าทางเด็ดขาด
"ไปเลยเ้าค่ะ! ไปอาบน้ำที่ลำธารเดี๋ยวนี้เลย! ขัดตัวให้สะอาดห้ากรอบสิบรอบนะเ้าคะ อย่าเพิ่งกลับเข้าบ้านเด็ดขาด ถ้าท่านแม่ได้กลิ่นนี้มีหวังเป็ลมล้มพับไปทั้งคืนแน่ๆ ไปเร็วเข้า!"
ลู่ชิงที่โดนน้องสาวไล่ตะเพิดอย่างไม่ใยดีได้แต่พยุงร่างกายที่บัดนี้รู้สึกเบาหวิวราวกับขนนก เขาวิ่งพรวดพราดไปทางลำธารหลังบ้านด้วยความเร็วที่แม้แต่ตัวเขาเองยังใ เพราะเพียงแค่ก้าวสั้นๆ ร่างเขาก็ทะยานไปไกลถึงสองวา
ซ่า! ซ่า!
เขาลงไปแช่ในน้ำเย็นฉ่ำ ขัดสีฉวีวรรณเอาเมือกดำข้นเหนียวเ่าั้ออกอย่างเร่งรีบ และเมื่อคราบสกปรกเ่าั้หลุดออกไปหมด สิ่งที่ปรากฏภายใต้แสงจันทร์ที่สะท้อนกับผิวน้ำก็ทำเอาเขาตะลึงจนพูดไม่ออก
ผิวพรรณที่เคยกร้านแดดจากการทำนาและซีดเซียวจากการโหมอ่านตำรา บัดนี้กลับนวลเนียนละเอียดประดุจหยกชั้นเลิศ แข็งแกร่งแต่ยืดหยุ่น แววตาใสกระจ่างประดุจสระน้ำลึกที่มองเห็นถึงก้นบึ้ง ร่างกายของเขารู้สึกถึงพละกำลังมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ใต้ิั บัดนี้เขาได้รับการ 'ผลัดกระดูกชำระไขกระดูก' จนกลายเป็ "ร่างเซียนบริสุทธิ์" ที่เหมาะแก่การฝึกวิถีเซียนขั้นสูงสุดอย่างที่ไม่มีใครในรอบพันปีทำได้
"ประหลาดแท้... เมือกดำพวกนั้นคงจะเป็ของเสียที่ข้ากินเข้าไปสะสมมานานหลายปีสินะ พอข้าบริหารร่างกายถูกจังหวะและหายใจถูกวิธี มันเลยขับออกมาทางรูขุมขนจนเกลี้ยง" ลู่ชิงพยักหน้าวิเคราะห์อย่างจริงจังขณะจัดแจงสวมชุดใหม่
"แถมผิวข้ายังผุดผ่องขนาดนี้ หรือว่าสมุดนิทานเล่มนี้จริงๆ แล้วจะเป็ 'ตำราประทินผิว' ของพวกนางในวังที่ตาแก่คนนั้นขโมยมาแจกข้ากันแน่? อืม... ตาแก่นั่นคงอยากให้ข้าหล่อเหลาขึ้นสินะ"
เขาส่ายหัวขำๆ ให้กับความคิดตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาได้ก้าวข้ามความเป็มนุษย์ไปแล้วครึ่งก้าว ลู่ชิงเดินกลับกระท่อมด้วยความสดชื่นพลางะโบอกน้องสาวที่ยังยืนเอามืออุดจมูกรออยู่ไกลๆ
"หลินเอ๋อร์! พี่อาบน้ำเสร็จแล้วนะ ดูสิ ผิวพี่ใสขึ้นตั้งเยอะ ไม่เหม็นแล้ว!"
โดยหารู้ไม่ว่า กลิ่นอายเซียนอ่อนๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวเขาในตอนนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้เขาสดชื่น แต่ยังเริ่มดึงดูดความสนใจจากบางสิ่งบางอย่างที่เร้นลับในป่าลึก และเหล่าผู้มีััพิเศษที่อยู่ห่างออกไปนับร้อยลี้ ให้เริ่มจับตามองมายังหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้เสียแล้ว!