ตอนที่ 8 เชิญเหล่าองครักษ์ลับปรากฏตัว
จิ้งเยี่ยจิบสุราอย่างสบายอารมณ์ ขณะมองดูท่าทางอันร้อนใจของหย่งหยวน ั์ตาแฝงประกายเ็า ทว่ารอยยิ้มกลับเบ่งบานดั่งบุปผา “ในเมื่อเป็เช่นนี้เสด็จพี่ก็เอ่ยนามมาเถิด น้องเก้าจะได้ช่วยสอบถามว่าองครักษ์ลับผู้มีวิชาต่อสู้สูงส่งล้ำเลิศเช่นนี้ ยินดีจะมอบป้ายคำสั่งและเข้ามาอยู่ในจวนของท่านผู้เป็รัชทายาทหรือไม่”
หย่งหยวนได้ยินเช่นนี้กลับมิแสดงสีหน้ายินดี ตรงข้ามยิ่งมีท่าทีหดหู่กว่าเดิม “พูดถึงเื่นี้ก็ยิ่งทำให้พี่ลำบากใจ นี่ยังต้องขอให้น้องเก้าช่วยอีกแล้ว”
“หา ทำไมยังมีเื่ให้ช่วยอีกกัน” จิ้งเยี่ยรู้สึกงุนงงยิ่งนัก
“เ้าก็รู้ว่าตัวตนขององครักษ์ลับนั้นยากจะตรวจสอบ กล่าวตามจริง ที่ข้าสามารถสืบได้ว่าเขาเป็องครักษ์ลับในจวนเ้าต้องใช้ความพยายามไม่น้อย แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็มิอาจสืบชื่อคนผู้นั้นได้ ดังนั้นจึงต้องพึ่งน้องเก้าแล้ว” หย่งหยวนยิ้มอย่างไร้ยางอาย ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธ
จิ้งเยี่ยเยาะเย้ยขึ้นในใจ ‘รัชทายาทคำนวณมาดิบดีเพื่อขอคนจากข้าอย่างเปิดเผย แล้วยังบอกให้ช่วยสืบหาตัวคนผู้นั้นอีก ออกจะรังแกกันเกินไปแล้ว’ ทว่าใบหน้าเขายังคงแต้มรอยยิ้มหวาน “เสด็จพี่ ขนาดท่านยังจนปัญญา แล้วน้องเก้าอย่างข้าจะทำได้หรือ คนน่ะไม่ใช่หากันเจอง่ายๆ นะ!”
“เื่นี้แท้จริงไม่ยาก ในเมื่อรู้ว่าคนอยู่ในจวนเ้า เพียงเ้าเรียกองครักษ์ลับทั้งหมดในจวนออกมา หนิงเหลียงองครักษ์ข้างกายข้าเคยเห็นเขาลงมือ ย่อมจดจำคนผู้นั้นได้” หย่งหยวนกล่าว พลางหันไปถามผู้ถูกพาดพิงที่ยืนด้านข้าง “หากเ้าเห็นองครักษ์ลับคนนั้น สามารถจำเขาได้แน่ใช่หรือไม่”
หนิงเหลียงแสดงสีหน้ามั่นใจ เอามือตบอกพร้อมกล่าวหนักแน่น “รัชทายาทโปรดวางพระทัย กระหม่อมจดจำคนผู้นั้นได้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
หย่งหยวนยิ้มแล้วหันไปทางจิ้งเยี่ย พลางประสานมือคารวะ “เช่นนั้นต้องรบกวนน้องเก้าแล้ว”
จิ้งเยี่ยทำหน้าหมองหม่น แลดูลำบากใจยิ่งนัก “เสด็จพี่ ไม่ใช่น้องเก้าไม่อยากช่วย ท่านก็รู้ว่าองครักษ์ลับเหล่านี้อยู่ใต้บังคับบัญชาเสด็จพ่อ พวกเขามายังจวนข้าก็เพื่ออารักขาความปลอดภัย ใช่ว่าจะยอมฟังคำสั่งข้า แต่กับท่านนั้นแตกต่าง เสด็จพี่มีฐานะสูงส่งอยู่เหนือน้องเก้า และยังเป็ว่าที่ฮ่องเต้ในอนาคต องครักษ์ลับเหล่านี้ ช้าเร็วก็ต้องเป็ของท่านมิใช่หรือ ดังนั้นท่านออกคำสั่งเองดีกว่า บางทีพวกเขาอาจยอมปรากฏตัวก็เป็ได้”
หย่งหยวนเงียบไปครู่หนึ่ง มองจับจ้องใบหน้าจิ้งเยี่ยนิ่งนาน เมื่อเห็นอีกฝ่ายแสดงออกอย่างจริงใจเป็ธรรมชาติ คำพูดก็มีเหตุผลอยู่หลายส่วน จึงกวักนิ้วเรียกหนิงเหลียง ครั้นอีกฝ่ายเดินค้อมศีรษะเข้ามาหาผู้เป็นาย ชายหนุ่มพลันกล่าวเสียงขรึม “เ้าไปถ่ายคำสั่งของข้าผู้เป็รัชทายาท ให้บรรดาองครักษ์ลับในจวนทั้งหมดปรากฏตัวออกมาโดยเร็ว”
หนิงเหลียงรับคำสั่งด้วยเสียงนุ่มทุ้มแล้วเดินไปยังลานกว้างหน้าสวน จากนั้นคำรามเสียงต่ำด้วยกำลังภายในเพียงเล็กน้อย “ยามนี้รัชทายาทอยู่ที่นี่ องครักษ์ลับในจวนทั้งหมดจงมาปรากฏตัวโดยเร็ว!” น้ำเสียงเขาแม้ไม่ดังนัก แต่กลับสั่นะเืเข้าไปในใจคน ทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่สบายเล็กตัวน้อย ทว่าไม่ถึงขั้นทำร้ายใคร
สิ้นเสียงนั้น ในสวนก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงสายลมพัดผ่านใบไม้เป็ครั้งคราวดังซู่ซ่า
จิ้งเยี่ยยืดเส้นยืดสายอย่างเกียจคร้าน พลางเอามือกดที่อก “เสด็จพี่ องครักษ์ท่านฝีมือสูงยิ่งนัก น้องเก้าร่างกายอ่อนแอ ถูกเขาะโใส่ครั้งเดียวยังรู้สึกแน่นอกเลย”
“เป็ความเลินเล่อของข้าเอง แต่น่าจะไม่มีอะไรร้ายแรงนัก คงไม่ถึงขั้นทำร้ายใครได้” หย่งหยวนกล่าวพลางมองออกไปนอกศาลาด้วยความกังวล เหล่าองครักษ์ลับกลับไม่มีท่าทีตอบสนองแม้แต่น้อย ชัดเจนว่ามิได้เห็นรัชทายาทอย่างเขาอยู่ในสายตาเลย เช่นนี้ควรจะลงมือโดยตรงดีหรือไม่
ขณะที่หย่งหยวนรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก เตรียมจะทำการบางอย่างเพื่อกู้หน้า น้ำเสียงอันเลื่อนลอยแ่เบาดุจสายลมพลันดังขึ้นข้างหูทุกคน แต่กลับได้ยินชัดเจน “องค์รัชทายาท โปรดอภัยที่เหล่าองครักษ์ลับไร้มารยาท ที่นี่คือจวนซู่ชิงอ๋อง หากท่านอ๋องมิได้ออกคำสั่ง องครักษ์ลับย่อมไม่อาจปฏิบัติตามได้”
หย่งหยวนมองจิ้งเยี่ยด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม ดวงตากลับเย็นเยือกดั่งสายลม “น้องเก้า เ้าคือนายของที่นี่ โปรดออกคำสั่งเถิด”
จิ้งเยี่ยยิ้มเกียจคร้าน พลางเอามือนวดอกที่ถูกแรงกดดันเมื่อครู่สั่นะเืจนเจ็บ “เสด็จพี่้าความช่วยเหลือเร่งด่วน พวกเ้าก็ออกมาให้เขาดูหน่อยเถิด” ท่านอ๋องพูดอย่างไม่ใส่ใจ น้ำเสียงไม่ดังนัก เฉกเช่นกำลังพูดไปเรื่อยเปื่อยกับคนตรงหน้าเพียงเท่านั้น