“ตรงนี้แหละที่น่าแปลกใจข้าไม่อาจทำนายชะตาชีวิตของเขาได้” ราชครูตอบ ฮ่องเต้จึงถามต่อ “เพราะเหตุใด?”
“เว้นแต่ว่า...”ราชครูพูดแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็ตอบว่า “เป็เพราะข้าไร้ความสามารถ”
“ไอโยว...”ฮ่องเต้เอ่ยอย่างไม่เชื่อ เขาหัวเราะแล้วลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยว่า“ท่านราชครูถ่อมตัวเกินไปแล้ว ฮ่าๆๆๆ...”
เขาเดินไปหาราชครู“ความรุ่งเรืองของราชวงศ์ชิงล้วนเป็เพราะความสามารถของท่านท่านเดินทางมาเหน็ดเหนื่อย กลับไปพักผ่อนที่เรือนไป๋ชิงสักสองสามวันก่อนเถิด เชิญ”
เขาผายมือราชครูจึงเอ่ย “ขอบพระทัยฝ่าา”
นางหันหลังเดินจากไปพลางคิดในใจว่า‘ชิงหยาง เว้นเสียแต่ว่าชะตาชีวิตของเ้าเกี่ยวข้องกับข้าข้าจึงไม่อาจทำนายชะตาชีวิตของเ้าได้’
เมื่อถึงเรือนไป๋ชิง ราชครูก็นั่งลงเข้าฌาณ นางนั่งหลับตามือประสานอยู่บนตักองค์ชายสี่อาศัยจังหวะปลอดคนค่อยๆ แอบเข้าไปในเรือนไป๋ชิงเขาแอบเข้าไปจนถึงห้องนอนของราชครู เขาเห็นนางนั่งเข้าฌาณอยู่เขาจึงย่องไปคุกเข่าอยู่ข้างๆ นางสายตาเขาเปี่ยมไปด้วยความดีใจที่ได้เห็นคนที่เขาแอบรักแอบชอบอยู่ตรงหน้าเขาเฝ้ามองใบหน้างดงามของนางเขาขยับไปทางซ้ายมองใบหน้านางแล้วขยับไปทางขวามองใบหน้านางราวกับว่าเขาอยากจะมองใบหน้านางให้หมดทุกมุมเลยทีเดียว เขามองอยู่นานนางก็ยังไม่ขยับตัวหรือลืมตาขึ้นมาเลย เขาจึงขยับไปข้างหลังนาง เอามีดสั้นออกมาวางทาบไปกับลำคอเรียวระหงแล้วกระซิบข้างหูนางว่า “ทายซิว่าข้าเป็ใคร”
ราชครูยังนิ่งไม่ขยับตัวไม่ลืมตา องค์ชายสี่จึงวางมือบนไหล่นางแล้วค่อยๆ ลูบลงไป จนเกือบจะถึงเนินอกมือเล็กเรียวบางพลันจับมือใหญ่หมับ!
“เพราะรัชทายาทไม่ใช่เ้าเ้าจึงคิดจะฆ่าข้าหรือ?” ราชครูถามโดยที่ตายังไม่ลืมขึ้นมาองค์ชายสี่มองใบหน้าด้านข้าง เขาขยับมีดสั้นออกห่างจากลำคอระหงพลางเอ่ยว่า“มีดเล่มนี้ท่านเป็คนให้ข้าเอง ข้าพกมันไปทุกที่ ไม่ว่าจะตอนเข้านอน กินข้าวหรืออาบน้ำ”
เขาโยนมีดทิ้งไปแล้วอ้อมไปด้านหน้านางยื่นมือไปลูบแก้มนาง ราชครูพลันลืมตาขึ้น ใบหน้านางยังคงเฉยชา แต่ดวงตาดุวาว ปากก็ตวาดว่า“บังอาจ”
องค์ชายสี่หัวเราะเบาๆ“บังอาจหรือ ท่านไม่ยอมให้ข้าบังอาจ ข้าก็บังอาจมาหลายครั้งแล้ว”
เขาลูบแก้มนางพลางพูดว่า“ตลอดสิบกว่าปีมานี้ข้าคิดถึงท่านแทบแย่ ท่านเคยคิดถึงข้าบ้างไหม?ข้าคิดถึงท่านจนเ็ปไปทั้งหัวใจแล้ว”
“องค์ชายโปรดสำรวมด้วย”ราชครูเอ่ยพลางหลับตาลง นางไม่อยากเอาเื่อะไรกับเด็กคนนี้นักเห็นแก่ที่ตอนเด็กๆ เขาลำบากทุกข์ยาก นางจึงไม่อยากถือสาหาความอะไรกับเขา
องค์ชายสี่ลูบแก้มไปมาพลางเอ่ยว่า“ก่อนที่จะได้พบท่าน ใครๆ ก็ดูถูกข้า ใครๆ ก็รังแกข้าได้ข้าจะเป็องค์ชายได้อย่างไร แต่หลังจากได้พบท่าน พวกเขาถึงได้มองข้าเป็องค์ชาย”
เขาขยับไปกระซิบข้างหูนาง“จิ่วเยว่”
ราชครูสะดุ้งนิดหนึ่งองค์ชายสี่มองท่าทางสะดุ้งของนางแล้วขบกัดใบหู ราชครูตวาดอย่างโมโห “ชิงหยาง!”
นางผลักเขาออก พลั่ก!
“โอ๊ะ!” องค์ชายสี่หงายหลังไป ราชครูตวาด “ไสหัวไป!”
นางลุกขึ้นเดินหนีไปองค์ชายสี่ลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า “ข้าชื่นชอบท่าทางเช่นนี้ของท่านที่สุดเพราะมีเพียงวิธีนี้ในสายตาของท่านถึงได้มีเพียงข้าคนเดียว”
ราชครูหันกลับไปมององค์ชายสี่สีหน้านางเฉยชาแล้วเอ่ยว่า “สิ่งที่ข้าเคยสอนเ้าเมื่อก่อน รู้มารยาทมีคุณธรรมเที่ยงตรง ทำตัวให้ดีๆ เ้าคงจำไม่ได้แม้แต่อักษรเดียวกระมัง”
“โอ๋?”องค์ชายสี่ถามยั่วเย้า “ท่านจำได้ว่าท่านเคยสอนข้า แล้วท่านจำได้หรือไม่ท่านเคยสอนข้าว่าต้าชิงไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรีล้วนทัดเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็ลูกคนใดไม่ว่าองค์ชายหรือองค์หญิงคนไหนก็สืบทอดตำแหน่งรัชทายาทได้เช่นกันข้าเพียงแค่ด้อยกว่าสวะอย่างชิงเหิงตรงชาติกำเนิดเท่านั้นแล้วเหตุใดเขาจึงเป็รัชทายาทได้?”
“เป็เจตจำนงค์์ข้าตีความตามแผ่นหยกดวงชะตาเพื่อเลือกฮ่องเต้ผู้ทรงปัญญาให้ต้าชิงมาตลอด 8 รัชสมัยแต่ละคนล้วนฉลาดและเก่งกล้า” ราชครูตอบ องค์ชายสี่จึงพูดว่า “ไม่ผิดฮ่องเต้ผู้ทรงปัญญาทั้ง 8 ล้วนมีความสามารถแต่ชิงเหิงสวะคนนั้นบนตัวเขาไม่มีแม้แต่น้อยที่คล้ายบรรพกษัตรย์ผู้ปรีชานะ”
“ต้าชิงรุ่งเรืองมา 8สมัย ขยายอำนาจปกครองใต้หล้า ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้ต้าชิงต้องล่มสลายเด็ดขาด”ราชครูเอ่ยพลางมองหน้าองค์ชายสี่ สีหน้านางยังคงเฉยชาเช่นเดิมองค์ชายสี่หรี่ตาคิดในใจ ‘พูดราวกับการล่มสลายของต้าชิงจะเกี่ยวข้องกับข้าเช่นนั้นแหละ’
“แผ่นหยกดวงชะตาของข้าหาได้เคยพลาดเื่นี้เ้าอย่าได้เข้ามาวุ่นวายอีก” ราชครูพูดแล้วก็หันหลังเดินจากไปองค์ชายสี่ถลันไปดักหน้านาง “งั้นก็ได้ งั้นก็ได้ เื่นี้ข้าจะไม่พูดถึงอีก”
เขาล้วงสร้อยประคำออกมา“นี่เป็ของที่ข้าได้มาก่อนหน้านี้ มันเป็ของวิเศษ ท่านจงรับไว้ป้องกันตัวเถิด”
เขามองหน้านางอย่างขอร้องและรอคอยราชครูมองเขาแล้วนึกถึงสมัยเด็กๆ ของเขาที่เขาถูกคนกลั่นแกล้งรังแก นางจึงบอก“ไม่จำเป็”
นางพูดแล้วจะเดินจากไปองค์ชายสี่จึงกอดนางไว้พลางออดอ้อนว่า “รับไว้เถิด ท่านชอบ ท่านอยากได้”
มือเขาก็ลูบหลังนางเบาๆราชครูจึงยกมือขึ้นบีบคางเขา อีกมือก็แอบดึงเส้นผมของเขาแล้วดันเขาออกพลางเอ่ยว่า“อย่าทำให้ข้าเสียใจที่ช่วยเ้าไว้ ั้แ่นี้เป็ต้นไปห้ามเ้าก้าวเข้าเรือนไป๋ชิงแม้แต่ครึ่งก้าว!”
นางปล่อยมือจากคางเขาแล้วผลักเขาออกนางเดินจากไปอย่างโมโหนัก
องค์ชายสี่มองตามพลางยิ้มบางๆเขามองจนราชครูเดินลับตาไปแล้วจึงได้หันกลับไป ก้าวไปหยิบมีดสั้นของตัวเองขึ้นมาแล้วเขาก็พบกระดาษแผ่นหนึ่งตกอยู่ที่พื้นข้างเบาะ เขาจึงหยิบขึ้นมาแล้วเปิดดูครั้นอ่านอักษรในกระดาษแล้วเขาอุทานว่า “เป็ไปได้อย่างไร!?”
“เฮอะ! ข้าว่าแล้ว มิน่าถึงแต่งตั้งชิงเหิงเ้าสวะนั่นเป็องค์รัชทายาทที่แท้ก็เป็เช่นนี้เอง”
เขามองตัวอักษรในกระดาษทิ้งกระดาษเอาไว้แล้วเดินจากไป
ยามค่ำ ราชครูนั่งอยู่ด้านนอกเรือนไป๋ชิง ตรงหน้านางมีแผ่นหยกดวงชะตาวางอยู่บนแผ่นหยกคือเส้นผมขององค์ชายสี่ที่นางแอบเก็บมา นางประสานมือทำมุทราทำนายดวงชะตาเ้าของเส้นผม แต่ว่าเส้นผมพลันะเิเป็ผุยผงแรงะเิบางส่วนบาดแก้มนางจนเืไหล พริบตาต่อมาาแก็หายไป นางลดมือลงมองแผ่นหยก“ทำไมข้าทำนายชะตาชีวิตของชิงหยางไม่ได้เมื่อเทียบกับสิบกว่าปีก่อนแล้วพลังหายนะกลับเพิ่มขึ้นมาก”
นางเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิด“ราชวงศ์ต้าชิงรุ่งเรืองพันปี เมื่อตะวันพิฆาตมาถึงก็ล่มสลาย”
นางก้มลงมองแผ่นหยก“ตามที่หยกดวงชะตาชี้ให้เห็น หากเขาเต็มใจเป็บริวารข้า ก็ยังพอควบคุมได้หากเขาครองแผ่นดิน ต้าชิงต้องพินาศแน่”
พลันนางรู้สึกถึงบางสิ่งนางตบๆ ที่เอวแล้วจึงพบสร้อยประคำเหน็บอยู่ที่ผ้าคาดเอว นางหยิบออกมาดูมันคือสร้อยประคำที่องค์ชายสี่อยากจะมอบให้นางนั่นเอง นางกำสร้อยประคำแล้วเอ่ยว่า“ข้ากำเนิดก่อร่างจากชะตาของแคว้นต้าชิง แคว้นล่มสลาย ข้าดับสูญ ปกป้องแคว้นต้าชิงช่วยเหลือฮ่องเต้ต้าชิงคือวิถีที่ข้าเลือก ข้าจะทำเพื่อความรู้สึกส่วนตัวได้อย่างไร”
นางก้มมองสร้อยประคำในมือแล้ววางมันไว้บนโต๊ะนางลุกขึ้นเดินจากไปด้วยสีหน้าเ็า
ณ ตำหนักฮ่องเต้ ฮ่องเต้นั่งไอโขลกๆ องค์ชายสี่คุกเข่าอยู่ข้างเตียง ขันทีส่งถ้วยยาให้องค์ชายสี่องค์ชายสี่รับถ้วยยามา เขาตักยาขึ้นมาเป่าๆ “เสด็จพ่อ”
ฮ่องเต้ดื่มยาแล้วไอโขลกๆองค์ชายสี่ใช้ผ้าเช็ดคราบยาที่เปื้อนข้างปาก ฮ่องเต้จึงบอก“เื่พวกนี้น่ะให้พวกเขาทำเถอะ เ้าเป็องค์ชาย ไม่ต้องลงมือทำเองเสียทุกเื่หรอก”
“เสด็จพ่อเป็เพราะลูกอกตัญญูไม่อาจแบ่งเบาความกังวลของเสด็จพ่อได้เสด็จพ่อเป็เช่นนี้ในใจลูกเหมือนถูกมีดแทงเ็ปและชิงชังตัวเองยิ่งนัก”องค์ชายสี่เอ่ยอย่างปวดใจ ฮ่องเต้จึงจับมือองค์ชายสี่เอาไว้แล้วเอ่ยว่า“ข้าแก่มากแล้ว สุขภาพก็ไม่แข็งแรงเหมือนเช่นแต่ก่อน หยางเอ๋อร์ไม่ต้องเป็กังวลเมื่อพี่รองของเ้าขึ้นครองราชย์ข้าจะให้เขาดูแลให้เ้าได้มีชีวิตที่รุ่งโรจน์ตลอดไป แค่กๆ”
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ”องค์ชายสี่ก้มลงคารวะ ในใจคิดว่า ‘ท่านละเลยท่านแม่ข้าทอดทิ้งเราแม่ลูกไว้ที่ตำหนักเย็น ท่านแม่ถูกเหยียดหยามจนผูกคอตายข้าชิงชังจนอยากสับท่านเป็พันเป็หมื่นชิ้น’
“ไอโยว เด็กดีลุกขึ้นเร็ว” ฮ่องเต้เอ่ยพลางประคองลูกชายขึ้นมา เขากระอักกระไออย่างกลั้นไม่อยู่“แค่กๆ”
‘ข้าดิ้นรนเอาตัวรอดมาได้ไม่ใช่เพื่อที่จะต้องทนหายใจรวยรินอยู่ใต้เงื้อมมือของเ้าสวะชิงเหิงบัลลังก์นี้จะต้องเป็ของข้า’องค์ชายสี่คิดในใจพลางซ่อนความเกลียดชังเอาไว้ในส่วนลึก
วันต่อมา องค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองเดินเคียงคู่กัน องค์ชายใหญ่เอ่ยว่า “น้องรองเมื่อถึงเวลานั้นเ้าแสดงฝีมือให้เต็มที่ล่ะ โอ๊ะ!”
เขาชะงักหยุดเดินเมื่อเห็นองค์ชายสี่เดินมาองค์ชายสี่เองก็ชะงักไปเช่นกัน ครู่ต่อมาเขาก็ยิ้มบางๆ แล้วเดินไปหาพี่ชายทั้งสอง“พี่ใหญ่ พี่รอง”
เขากุมมือคารวะพี่ชายทั้งสอง
“น้องสี่”องค์ชายใหญ่เรียก “ท่านราชครูเพิ่งเลือกน้องรองให้เป็รัชทายาทคนใหม่คำเรียกขานก็ควรจะแตกต่างจากเมื่อก่อน ถูกหรือไม่องค์รัชทายาท”
เขาหันไปกุมมือคารวะองค์ชายรององค์ชายรองมองอย่างได้ใจ องค์ชายสี่มองคนทั้งคู่แล้วจึงหันไปมององค์ชายรอง“พี่รองเติบโตในวังมาั้แ่เด็ก ทั้งยังเป็ว่าที่รัชทายาทที่ท่านราชครูเลือก แต่ว่าท่านยังไม่ได้ทำพิธีสถาปนาเป็รัชทายาทเลยนะเช่นนั้นพี่รองจะให้ข้าคารวะอย่างองค์รัชทายาทก็คงยังไม่ได้”
เขามองด้วยแววเยาะหยันรางๆทำให้องค์ชายรองโมโหขึ้นมา “เ้า!”
“ถึงแม้จะยังไม่มีพิธีสถาปนาข้าก็เป็รัชทายาทที่ท่านราชครูเลือก ทำไม? เ้าจะไม่ยอมรับหรือ?”
“ข้าหาได้มีเจตนาเช่นนั้นไม่”องค์ชายสี่ปฏิเสธ องค์ชายรองจึงเอ่ยว่า “ข้าเพิ่งถูกเลือกเป็รัชทายาทเ้าก็รีบร้อนมาประจบประแจงเสด็จพ่อ ข้าจะบอกให้”
เขายกมือจิ้มหน้าผากองค์ชายสี่พลางพูดว่า“สายไปแล้ว”
“หึๆ น้องรอง”องค์ชายใหญ่หัวเราะแล้วยื่นมือไปแตะไหล่องค์ชายรองแล้วพูดว่า“พวกเราเป็พี่น้องกันอย่าทำลายความปรองดองเลย”
“เขาเป็ลูกชั่วที่เกิดจากนางกำนัลแพศยาก็เป็เพียงลูกนอกคอกที่นางกำนัลแพศยาในตำหนักของเสด็จแม่ข้าคลอดมาใครจะเป็พี่น้องกับเขากัน” องค์ชายรองพูดอย่างเกลียดชิงชัง องค์ชายสี่จึงเอ่ยยั่วเย้าว่า“พี่รองช่างเกลียดชังข้าอย่างสุดซึ้งยิ่งนัก”
“เ้า!” องค์ชายรองโมโหจนยื่นมือไปบีบคอองค์ชายสี่หมับ!
“ข้าคือฮ่องเต้ต้าชิงในวันหน้าเมื่อข้าขึ้นครองราชย์แล้วข้าจะจับเ้าแก้ผ้าแล้วเฆี่ยนให้ตายเหมือนกับที่ข้าเคยเล่นสนุกกับแม่ที่ตายไปแล้วของเ้าเ้าเองก็เคยเห็นมาหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือ ฮ่าๆๆๆ...”
องค์ชายสี่โกรธแค้นจนค่อยๆชักมีดสั้นออกมา
“น้องรอง”องค์ชายใหญ่เรียก “ที่นี่ในวัง เสด็จพ่อยังอยู่ในตำหนัก อย่าก่อเื่เลย”
องค์ชายสี่ฟังแล้วจึงค่อยๆเก็บมีดสั้นไป เขาเรียก “พี่รองข้ายังต้องพึ่งพาท่านเพื่อความมั่นคงและเกียรติยศตลอดชีวิตข้าจะอิจฉาท่านที่ได้บัลลังได้อย่างไร”
“น้องรอง”องค์ชายใหญ่ยื่นมือไปจับไหล่ “อย่าแกล้งเขาอีกเลย ไปเถอะ ตามข้าไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อแล้วเราค่อยไปดื่มเหล้ากันที่สวนหลวง”
องค์ชายรองจึงยอมปล่อยมือจากลำคอองค์ชายสี่องค์ชายสี่กระอักกระไอสองสามทีด้วยท่าทางของผู้แพ้ องค์ชายรองมองแล้วจึงเอ่ยว่า“น้องสี่ ข้ามีทั้งกำลังและวิธีอีกเยอะที่จะทำให้เ้าตาย”
เมื่อพูดจบแล้วเขาก็เดินจากไปองค์ชายใหญ่เดินตามไป องค์ชายสี่มองตาม สายตาค่อยๆ ดุดันขึ้น ขันทีคนหนึ่งรอจนองค์ชายทั้งสองจากไปแล้วเขาจึงรีบก้าวไปหาองค์ชายสี่องค์ชายสี่หันไปมองขันทีคนนั้นแล้วถามว่า “เ้าเตรียมการไปถึงไหนแล้ว?”
“เรียบร้อยพะย่ะค่ะ”ขันทีตอบ องค์ชายสี่จึงสั่งว่า “อีก 2 ชั่วยามเชิญเสด็จพ่อไปชมดอกไม้ที่สวนหลวง”
“พะย่ะค่ะ”ขันทีรับคำสั่งแล้วถอยไป
2 ชั่วยามต่อมา องค์ชายรองที่ดื่มจนมึนเมา กำลังเดินอยู่ในสวนหลวงเขาเดินเซไปเซมาพลางเอ่ยว่า “เหตุใดวันนี้ข้าถึงได้เมาเช่นนี้นะรัชทายาทอย่างข้าดื่มเป็พันจอกก็ต้องไม่ล้มซิ ฮ่าๆๆๆ...ข้ายังอยาก...เอิ้ก...”
เขาเดินเซไปเซมาจนไปพิงราวกั้นทางเดินกลางสระบัวเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นราชครูยืนอยู่ใต้ต้นชาที่กำลังออกดอกสีแดงบานสะพรั่งภาพสาวงามนั้นทำให้เขาเกิดความหลงใหลขึ้นมา ผิวนางเปล่งประกายสะท้อนแสงแดดยิ่งทำให้นางงดงามราวกับเทพธิดาบนสรวง์อย่างไรอย่างนั้น “ท่านราชครู”
เขารีบวิ่งไปหานางทันที“คนงาม”
ราชครูมองดูองค์ชายรองที่วิ่งมาหยุดตรงหน้านางเอ่ยเรียก “องค์ชายรอง”
“ท่านราชครู”องค์ชายรองเรียก สายตาเปี่ยมไปด้วยแววหลงใหล ราชครูมององค์ชายรองแล้วจึงเอ่ยว่า“เ้าเมาแล้วควรจะรีบกลับตำหนักไปนะ”
องค์ชายรองมองราชครูยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหล ณ ตอนนี้เขาไม่คิดเลยว่านางอายุมากกว่าเขาเป็พันๆ ปีเขาคิดแค่อยากจะชื่นชมเรือนร่างของนาง กดนางไว้ใต้ร่างเขาฟังเสียงนางครวญครางยั่วเย้า สายตาเขามองไล่ั้แ่ใบหน้าของนางจนไปถึงปลายเท้าแล้วเงยหน้าขึ้นมาพูดว่า “ได้พบท่านในวันนี้ข้าเพิ่งจะได้รู้ว่าอะไรคือความงามที่เย้ายวน”
เขาพูดพลางเดินวนรอบๆตัวนาง “แม้ท่านจะอายุนับพันปี แต่กลับงดงามและเย้ายวนกว่าสตรีใดๆ ในโลกนี้”
เขาเดินไปหยุดข้างหลังนางจับปลายผมสีขาวของนางขึ้นมาสูดดม“อา...กลิ่นหอมหวานนี้ราวกับเพลิงที่แผดเผาให้ข้ารู้สึกกระสันไปทั้งตัวดูเหมือนว่าเพลิงนี้คงต้องให้ท่านราชครูมาดับให้เสียแล้ว”
ราชครูโกรธขึ้งขึ้นมานางหันไปกระชากปลายผมตัวเองออกจากมือองค์ชายรองแล้วเอ่ยน้ำเสียงดุว่า“หยุดกระทำการบังอาจเสีย ถอยไป!”
องค์ชายรองกลับไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อยเขาโถมกอดนางเอาไว้ ราชครูผลักเขาออกจังหวะนั้นเองสาบเสื้อถูกดึงเปิดทำให้เห็นปานสีแดงเหนือไหปลาร้าราชครูดึงสาบเสื้อปิดสีหน้าดุดันขึงโกรธ
“โลกนี้มีโฉมงามเช่นนี้ได้อย่างไรอีกทั้งยังเป็เทพเซียนอีกด้วยเมื่อข้ารัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์ข้าจะแต่งตั้งเ้าเป็ฮองเฮา ฮ่าๆๆๆ...”องค์ชายรองพูดพลางโถมกอดอีก ราชครูจึงยื่นมือบีบคอองค์ชายรองหมับ!
“อ็อกๆ...”องค์ชายรองร้องหายใจไม่ออก จับมือนางพยายามดึงออก
“เ้าเดรัจฉานรนหาที่ตาย!” เสียงฮ่องเต้ตวาดดังมา “เ้ากล้าถึงขนาดล่วงเกินราชครู!”
เขาตวาดพลางรีบก้าวไปใกล้ๆคนทั้งคู่ ราชครูมองฮ่องเต้แวบหนึ่งแล้วยอมปล่อยมือ นางสะบัดมือกลับอย่างรังเกียจองค์ชายรองหันไปมอง เห็นเสด็จพ่อก็ใ “เสด็จพ่อ!”
เขารีบพุ่งไปคุกเข่าอย่างหวาดกลัวตรงหน้าเสด็จพ่อทันที“เสด็จพ่อๆ ข้าดื่มมากไป โปรดไว้ชีวิตด้วย”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readclub.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ