“ทำไมถึงเล็กอย่างนี้ล่ะแล้วจะสะกิดฉันให้หวั่นไหวได้เหรอ”คำพูดเสียดสีที่เปล่งออกมาและท่าทางเหยียดหยามที่แสดงออกผ่านสีหน้าและสายตารวมถึงการเบ้ปากจากทาคุมะ ฮิคารุ กิริยาท่าทางและเสียงหัวเราะที่ฟังดูช่างเต็มไปด้วยการเย้ยหยันของเธอนั้นทำให้เอโดะ ชิน ทอดถอนหายใจทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า
ร่างผอมก้มมองส่วนนั้นของตัวเองขณะถอดกางเกงนั่งแช่อยู่เหนือชักโครกในห้องน้ำสำนักงานตอนปวดท้องถ่ายหนักรู้สึกจิตใจห่อเหี่ยวเมื่อถูกสาวที่ชอบพูดออกมาแบบนั้น ภาพความทรงจำคืนวันกินเลี้ยงบริษัทตอนสิ้นปีทำให้เครียดจนอึไม่ออกคำพูดของเพื่อนร่วมงานที่เขาชอบทำเขาคอตก
ทาคุมะ ฮิคารุหญิงสาวที่หนุ่มๆในออฟฟิศแห่งนี้ใฝ่ฝันอยากคบหาแนบชิดสนิทเนื้อเขามักได้ยินเพื่อนร่วมงานทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่พูดถึงเธอหลายครั้งในยามจับกลุ่มกันทั้งในและนอกสถานที่ทำงานบางคนก็บอกว่าช่างน่าเสียดายที่ตนเองมีภรรยาแล้วไม่เช่นนั้นคงลงสนามแข่งกับคนอื่นแน่นอน
ทาคุมะ ฮิคารุ เป็เลขาของเ้านายทั้งยังเป็เหมือนดอกไม้ประดับเบ่งบานสดใสในท้องทุ่งอันเต็มไปด้วยเหล่าแมลงภู่หมู่ภมรบินวนอยากจะดอมดมโถมตัวลงกลางฐานดอกที่เต็มไปด้วยน้ำหวาน เอโดะ ชินก็เป็หนึ่งในฝูงผึ้งพวกนั้นคิดแล้วร่างผอมก็ถอนหายใจอีกครั้ง ถึงเหตุการณ์ตอนนั้นจะผ่านมาสามเดือนแต่ทุกครั้งที่เจอหน้าเธอเื่ราวแห่งความเ็ปมันก็ไม่เคยเก่าเลย
ตลอดระยะเวลาสามเดือนชายหนุ่มขอโอกาสกับเธออีกสองหนแต่ก็เหมือนวิ่งเข้าไปให้ฮิคารุเปิดแผลทาเกลือเล่นจนหัวใจเ็ปเกินทนราวเนื้อตายที่ติดเชื้อลุกลามเน่าเฟะจนต้องตัดทิ้ง
เมื่อวานนี้เองร่างผอมเพิ่งคิดจะฆ่าตัวตายด้วยการโยนเชือกขึ้นไปผูกบนคานขื่อก้าวเท้าขึ้นเก้าอี้ผูกห่วงด้วยเงื่อนที่เคยเรียนมาจากชมรมลูกเสือ สำหรับเขาแล้วมันได้ใช้ประโยชน์ก็คราวนี้
เอโดะ ชิน หวังฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอยื่นหน้าเข้าไปในห่วงยืนแช่อยู่ท่านั้นนึกถึงค่ำคืนอันโหดร้ายและคำดูถูกอีกหลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้นใน่สามเดือนเพื่อให้สภาพจิตใจดำดิ่งถึงจุดต่ำสุดจะได้สมเหตุสมผลในการปลิดชีพตนเองได้ภาพนั้นฉายชัดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาจำได้ดีและยากจะลืมเลือน
คืนนั้นในขณะที่ทุกคนกำลังเมาได้ที่คอเหวี่ยงหัวเราะระรื่นยกน้ำสีเหลืองอำพันในแก้วซดพูดจาโหวกเหวกโวยวายเพื่อนร่วมงานของเขาคนหนึ่งชื่อ ทาโคโร่ อาซุมะ ลุกขึ้นแล้วเดินเป๋ไปห้องน้ำยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะกลับมาทาคุมะ ฮิคารุ ก็ลุกขึ้นหลังบอกเพื่อนๆ กับหัวหน้างานว่าจะไปเข้าห้องน้ำผ่านไปราวสิบนาทีคนทั้งสองก็ยังไม่กลับเข้ามาเอโดะ ชิน นึกเป็ห่วงหญิงสาวที่ตนแอบรักจึงขอตัวไปห้องน้ำแล้วตามไปดู
ระหว่างทางเดินไปห้องน้ำหญิงมีซอกซอยเลี้ยวแต่ละห้องค่อนข้างหลายมุมเพราะเป็ร้านคาราโอเกะกึ่งภัตตาคารจึงมีการจองเพื่อสังสรรค์กันเกือบเต็มแต่ละห้องค่อนข้างส่วนตัวจะเห็นผู้คนก็ต่อเมื่อพวกเขาออกมาเข้าห้องน้ำหรือหลบสายตาเพื่อนร่วมงานออกมาพูดคุยด้านนอกเท่านั้น
มุมหนึ่งขณะที่ เอโดะ ชิน เดินผ่านก็ได้ยินพนักงานเสิร์ฟสามคนยืนคุยกันหัวเราะคิกคักเกี่ยวกับบางเื่แว่วๆว่าพอแขกห้องสุดท้ายออกและเก็บของเสร็จ ตอนหนึ่งในสามคนเดินกลับไปตรวจความเรียบร้อยเพื่อรอแขกกลุ่มใหม่มาก็บังเอิญได้เห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งผลักกันเข้าไปในนั้นพอจะเข้าไปเตือนก็ปรากฏว่าฝ่ายชายถลกกระโปรงฝ่ายหญิงสอดใส่เข้าไปแล้วเลยออกมาเฉยๆปล่อยให้สองคนนั้นทำไปเลย เพราะลูกค้ายังไม่เข้าทั้งคิดว่าพวกเขาคงทำกันไม่นาน
ร่างผอมสูงนึกสงสัยว่าใครกันช่างกล้าไม่กลัวถูกคนเห็นหรือยังไงทว่าชายหนุ่มไม่ได้ออกมาเพื่อยุ่งเื่ของใครจึงเดินต่อตามป้ายบอกทางไปห้องน้ำ จุดประสงค์ที่ออกมาเพราะเห็นว่านี่เป็จังหวะเหมาะเขาตั้งใจจะสารภาพคืนนี้จึงเฝ้ามองเธออยู่นาน เมื่อเห็นเธอไม่เข้ามาก็คิดว่านี่เป็โอกาสดีจึงลุกตามกะจะสารภาพตอนขากลับซะเลยระหว่างทางเดินเกิดเสียงหนึ่งดังขึ้นอู้อี้เข้าโสตประสาท
มันเป็เสียงไม่ชัดเจนปนกับเสียงเพลงของทุกห้องที่ลอดออกมาเพียงน้อยนิดจึงยากจะแยกแยะว่านั่นเสียงอะไรและดังมาจากห้องไหนกันเอโดะ ชิน เดินไปเรื่อยๆ จนเกือบถึงห้องน้ำและต้องผ่านห้องในสุดที่ปิดไฟด้านในเพราะประตูถูกแง้มไว้หนึ่งบานจึงได้รู้ว่าเสียงที่ได้ยินมันออกมาจากห้องนั้นนั่นเอง
‘เสียงคงออกมาจากห้องนี้สินะ’ ไม่ต้องมีใครบอกเขาก็รู้ว่านั่นเป็เสียงของคนครวญครางขณะกำลังมีเซ็กซ์กันแต่ร่างผอมสูงเดินต่อเพราะจวนถึงหน้าห้องน้ำหญิงแล้วแค่เลี้ยวซ้ายตามป้ายมุมนั้นก็ใช่เลยเขาเดินไปหยุดอยู่ตรงกลางระหว่างประตูห้องน้ำกับทางที่เลี้ยวมา
เอโดะ ชิน รออยู่ราวห้านาทีก็ไม่เห็นใครชายหนุ่มหันมองซ้ายขวาแล้วตัดสินใจไปชะเง้อดูในนั้นทุกห้องว่างเปล่าแสงไฟสว่างจ้าทำให้เห็นว่าประตูส้วมทุกบานถูกเปิดอ้าไว้
“เธอไม่ได้อยู่ในนั้นเหรอแล้วเธออยู่ไหนกันหรือว่าเมาหลับในห้องน้ำนะ ไปตามรุ่นพี่ผู้หญิงมาเรียกดีไหม” ระหว่างกำลังตัดสินใจเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจนเขาสะดุ้งโหยงตัวโยน
“มาทำอะไรของนายอยู่ตรงนี้เนี่ย”