EP : 24 ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด
“เอาตัวมันไป” หมิงเจียเจียเอ่ยบอกสององครักษ์ที่ยังคงไม่ยอมไปไหน
“ขอรับ เรื่องนี้จะให้ข้ารายงานท่านอ๋องหรือไม่ขอรับ” องครักษ์ที่หนึ่งเอ่ยตอบก่อนจะถามไปด้วย
“อืม” หมิงเจียเจียตอบกลับก่อนจะยิ้มเหี้ยมแล้วเดินจากไป
สงสัยสหายรักของเธอคงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายขนาดได้เป็นฮองเฮาแล้วยังตามมารังควานเธออีก ไม่จัดการไม่ได้แล้วละ หลังจากนั้นไม่นานก็หมดเวลาในการแข่ง
“เอาสัตว์อสูรออกมา” สิ้นเสียงประกาศหมิงเจียเจียเอาสัตว์อสูรของตัวเองออกมาทีละตัว เธอเอาออกมาอย่างใจเย็น
“ตอนนี้นายน้อยอวี้กวงได้คะแนนเยอะที่สุดขอรับมาดูกันว่าใครจะได้มากกว่าเขาอีกหรือไม่”
“อย่าโกรธข้านะขอรับพระชายา” ชายอีกคนที่อยู่ข้างๆ เธอหันมากล่าวกับเธอ ซึ่งเธอก็หันไปมองอีกคนอย่างงงๆ ว่าทำไมเธอต้องโกรธ พอเห็นว่าอีกฝ่ายเอาสัตว์อสูรระดับปฐพีขั้นแปดออกมานั้นก็ทำให้ทุกตกตะลึงกันอย่างมาก
“เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดข้าจะโกรธทำไม ว่าแต่ทำไมสัตว์อสูรของเจ้าถึงไม่สัญญาลักษณ์ที่หัวกัน” หมิงเจียเจียตอบอีกฝ่าย ก่อนจะยิ่งคำถามอีกด้วย
“โอ้ มีคนโกงด้วยขอรับ” เสียงประกาศพร้อมกับกรรมการเดินมาตรวจดูชายที่ยืนอยู่ข้างๆ กับเธอ
“สัตว์อสูรทุกตัวที่อยู่ภายในอาณาเขตจะมีสัญญาลักษณ์ที่หัวเป็นวงกลมแล้วก็มีกากบาทอยู่ด้านในวงกลมขอรับ” กรรมการคนนั้นร้องบอกเมื่อมีคนทำท่าจะร้องถาม
“โอ้ สวรรค์นั้นสัตว์อสูรที่พระชายาล่าได้หรือนั้น”
ทุกคนมองมาที่หมิงเจียเจียทันทีเมื่อหมิงเจียเจียเอาสัตว์อสูรออกมาจนหมดแล้ว ทุกคนต่างพากันตกใจเพราะมันเยอะกว่าคนอื่น แถวระดับพลังของหมิงเจียเจียก็ต่ำกว่าจะล่าสัตว์อสูรระดับนี้ได้
“เอ่อ พระชายา” คนเป็นกรรมการคิดหนักทันทีเมื่อเห็นสัตว์อสูรของหมิงเจียเจียที่มากกว่าผู้เข้าแข่งขันรายอื่นๆ
“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดนะ” หมิงเจียเจียบอกพร้อมกับยักไหล่ไปด้วย ก่อนจะชี้จุดที่ตัวเองโจมตีจนได้สัตว์อสูรพวกนี้มา
“ท่านคงมองออกว่าอาวุธที่ใช้คือกริช เมื่อเทียบกับกริชของข้ากับรอบแผลแล้วมันคือรอยของกริช” หมิงเจียเจียบอกก่อนจะยื่นกริชไปให้อีกฝ่ายดู
กรรมการเมื่อเห็นกริชคู่ก็ตกใจ เพราะรู้ดีว่ามันคือกริชต้องสาป มันไม่รับใครเป็นนายของมันง่ายๆ เรื่องนี้เขารู้ดี เพราะเขาก็เคยได้ยินมาว่ากริชคู่ต้องสาปนั้นอยู่ที่ตระกูลของอ๋องซิวเหวยหลง
แต่ไม่คิดว่ามันจะเลือกพระชายาเป็นเจ้านายของมันเอง ช่างน่าแปลกใจจริงๆ
“ข้าเชื่อขอรับพระชายา” กรรมการตอบพลางถอยห่างออกจากกริชเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกคำสาปจากอำนาจของกริชคู่
“ก็ดี” หมิงเจียเจียตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเก็บกริชไปทันที
“ข้าขอประกาศผู้ชนะได้แก่พระชายาหมิงเจียเจียขอรับ” สิ้นเสียงประกาศหมิงเจียเจียก็เดินไปหาซิวเหวยหลงที่นั่งอยู่ไม่ไกล
“ได้ของดีมาเยอะนี่” ซิวเหวยหลงร้องทักทันทีเมื่อหมิงเจียเจียเดินมาถึง เขามองหมิงเจียเจียอย่างอดสงสัยหมิงเจียเจียไม่ได้ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าใครจะมาเจอแต่เรื่องดีๆ แบบนี้ได้เหมือนกับหมิงเจียเจีย
“ท่านรู้อะไรมา” หมิงเจียเจียไม่ตอบแต่กลับถามอีกฝ่ายแทน
“ก็ทุกเรื่องเกี่ยวกับเจ้า” ซิวเหวยหลงไม่ตอบโดยตรงเขามองหมิงเจียเจียแล้วก็ยิ้มออกมาพลางยื่นแก้วน้ำชาให้นางอย่างเอาใจ
“ช่วยได้มากเลยเจ้าค่ะ” หมิงเจียเจียรับแก้วน้ำชามากดื่มก่อนจะร้องบอกอีกฝ่าย แม้ในใจจะคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมบอกเธอง่ายๆ แน่ ไม่ชอบใจเลยจริงๆ ที่อีกฝ่ายไม่ยอมบอกเธอ
“เจ้าน่าจะทำให้นางหลับไปเลยก็ดี” ซิวเหวยหลงกระซิบกับหมิงเจียเจียเบาๆ เพียงมองแค่วูบเดียวเขาก็รู้แล้วว่าเป็นฝีมือของใคร นอกจากพระชายาตัวน้อยของเขา
“โอ้ เป็นความคิดที่ดีเจ้าค่ะ ถ้ามีโอกาสจะทำก็แล้วกัน” หมิงเจียเจียตาโตก่อนจะกระซิบบอกซิวเหวยหลงกลับไป พร้อมกับเคี้ยวขนมไปด้วยทำเอาซิวเหวยหลงส่ายหน้าทันที เขารู้สึกว่านางแปลกไปหลังจากที่ฟื้นขึ้นมาในตอนนั้น
“คนเราก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันบ้าง” หมิงเจียเจียบอกเพราะสังเกตเห็นสายตาของซิวเหวยหลงจ้องมาที่ตัวราวกับว่ากำลังสำรวจตัวนางอยู่ เธอมั่นใจว่าเขาต้องสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของเธอแน่นอน
“อืม” ซิวเหวยหลงรับคำ ก่อนจะมองหมิงเจียเจียทานขนมไปเงียบๆ เห็นนางสนุกกับการทานขนมเขาก็ดีใจแล้ว
“พรุ่งนี้เข้าต้องแข่งสองการพร้อมกัน วันนี้ต้องซ้อมกับองครักษ์ของข้าหน่อยแล้วละ” หมิงเจียเจียเอ่ยบอก ไม่สนใจสายตาของคนอื่นๆ ที่มองมาที่พวกเธอทั้งสองคน
“อย่าหนักมือกับพวกเขานักละ” ซิวเหวยหลงเอ่ยแซวหมิงเจียเจียทันทีเมื่อได้ยินเจ้าตัวเอ่ยออกมาแบบนั้น จากนั้นเขาก็ถูกหมิงเจียเจียมองค้อนทันที
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าจะซ้อมกับท่าน” หมิงเจียเจียร้องบอกซิวเหวยหลงด้วยความหมั่นไส้อีกฝ่าย
“สำหรับเจ้าข้าว่างเป็นคู่ซ้อมให้อยู่แล้ว” ซิวเหวยหลงบอกก่อนจะยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นใบหน้างามของหมิงเจียเจียกำลังมุ่ยหน้า
“กลับกันเถอะเจ้าค่ะ ข้าอยากจะซ้อมกับท่านจะแย่” หมิงเจียเจียบอกก่อนจะลุกขึ้นในมือมีพุทราเชื่อมติดมือไปด้วย
ซิวเหวยหลงเมื่อเห็นท่าทางของหมิงเจียเจียก็ส่ายหน้าไปมาก่อนจะลุกตามอีกฝ่ายที่กำลังเดินไปขึ้นรถม้าที่มีพ่อบ้านฉางยืนรอพวกเขาทั้งสองคนอยู่เงียบๆ