ตอนที่ 167 ร่วมมือจัดการราชามอนสเตอร์
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เหตุการณ์ในตอนนี้เริ่มวิกฤตขึ้นมา ประตูอบิสอยู่ห่างจากที่นี่ไม่กี่สิบไมล์เท่านั้น ตัวตนอย่างราชามอนสเตอร์ดันมาปรากฏตัวที่นี่เสียได้
เฟิร์สที่มีหน้าที่ค้ำคอ ย่อมไม่อาจปล่อยให้ราชามอนสเตอร์ตัวนี้อาละวาดไปถึงประตูอบิสได้
“ดูเหมือนว่าฉันไม่อาจหลีกเลี่ยงการต่อสู้นี้ได้แล้ว”
เด็กหนุ่มเก็บผลไม้ลึกลับเข้าไปในแหวนมิติเก็บของที่ว่างเปล่าวงหนึ่ง เพราะเขากลัวว่าอำนาจความร้อนแรงของผลไม้นี้จะผลาญสมบัติในแหวนจนหมดสิ้น
เขาได้สร้างแหวนมิติเก็บของไว้มากมาย จะสละวงหนึ่งให้กับผลไม้ลูกนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เดือดร้อนอะไร
ซึ่งความจริงแล้วเฟิร์สได้สร้างแหวนมิติเก็บของไว้มากกว่านี้ แต่เขาได้มอบเกือบครึ่งหนึ่งให้กับพ่อของเขาเอาไว้เพื่อใช้เป็นเงินฉุกเฉิน เพราะมูลค่าของแหวนที่เขาสร้างขึ้นนั้นสูงค่าสำหรับโลกนี้เลยทีเดียว
หลังจากเก็บผลไม้นั้นแล้ว สายตาของเขาก็จับจ้องการต่อสู้ของมอนสเตอร์ทั้งสองเพื่อหาจังหวะที่จะลงมือ
“ต้นไม้นั่นอาจจะเป็นมอนสเตอร์พิเศษที่แตกต่างจากมอนสเตอร์ทั่วไป มันคงไม่สนใจในประตูอบิสที่ปรากฏขึ้น แต่ราชามอนสเตอร์ตัวนั้นไม่อาจปล่อยไปได้ ไม่เช่นนั้นประตูอบิสต้องเกิดหายนะอย่างแน่นอน”
เฟิร์สหมายหัวราชามอนสเตอร์ตัวนั้นเอาไว้แล้ว และคิดเอาไว้แล้วว่าจะลงมือกับฝ่ายใด
ตอนนี้มอนสเตอร์ทั้งสองกำลังห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด
แต่ดูท่าแล้วต้นไม้ปีศาจเหมือนจะตกเป็นรอง ราชามอนสเตอร์ทั้งมีการเคลื่อนไหวที่ปราดเปรียวและรุนแรง ส่วนต้นไม้ปีศาจกลับเป็นเป้านิ่งไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้ ส่วนได้เปรียบของมันคือขั้นพลังที่สูงส่งกว่าและร่างกายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต
ไม่ว่าราชามอนสเตอร์จะถาโถมโจมตีเข้ามาเท่าใดก็ไม่สามารถจัดการต้นไม้ปีศาจได้ง่ายๆ
หนึ่งคือตัวตนที่โดดเด่นด้านการโจมตี อีกหนึ่งคือตัวตนที่โดดเด่นด้านรักษาชีวิต
“หากเป็นแบบนี้ต้นไม้ปีศาจคงไม่สามารถล้มราชามอนสเตอร์ได้อย่างแน่นอน เห็นทีว่าฉันจะต้องลงมือแล้ว”
เฟิร์สตัดสินใจที่จะลงมือในวินาทีที่ต้นไม้ปีศาจกำลังล่าถอย แม้ราชามอนสเตอร์ไม่สามารถโจมตีต้นไม้ปีศาจให้ตายตกได้ก็จริง แต่ต้นไม้ปีศาจในตอนนี้ร่างทั้งร่างกลับค่อยๆ จมเข้าไปในพื้นดินอันเป็นถิ่นกำเนิดดั้งเดิมที่มันจากมา
ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!
พลานุภาพของราชามอนสเตอร์กวาดผ่านกิ่งก้านของต้นไม้ปีศาจจนมอดไหม้ แม้ว่ากิ่งก้านเหล่านั้นจะเหมือนแท่งเหล็กที่ร้อนแรงอยู่แล้ว แต่การทำลายล้างของราชามอนสเตอร์กลับทำให้มันกลายเป็นเถ้าธุลี
จังหวะนี้เด็กหนุ่มจึงลงมือในทันที ความเย็นชาพาดผ่านดวงตา สองมือทำเป็นท่าดัชนีแล้วแสดงกระบวนท่าออกมา
วิถีกระบี่ที่สอง - กระบี่ร่างจำแลง!
ร่างของเฟิร์สแยกออกมาอีกสามร่างและร่อนลงไปอย่างรวดเร็ว
วิถีกระบี่ที่หนึ่ง - โจมตีทับซ้อน!
เจตจำนงกระบี่ก่อรูปร่างขึ้นมาขนาดของมันค่อยๆ ใหญ่ขึ้นๆ และใหญ่ขึ้น
ความแหลมคมตัดผ่านความว่างเปล่า
กระบี่ทั้งสี่เล่มพุ่งเข้าโจมตีจุดตายของราชามอนสเตอร์ตัวนั้นในทันที
ทว่า ...
ราชามอนสเตอร์ตัวนี้กลับมีสัมผัสที่รวดเร็วเป็นอย่างมาก อีกอย่างพลังกระบี่ของเฟิร์สก็ก่อแรงกดดันที่คุกคามมันเป็นอย่างมาก
ร่างอันใหญ่ยักษ์ที่สูงกว่าสามสิบเมตรหันกลับและใช้มือข้างหนึ่งโจมตีโต้กลับอย่างปราดเปรียว
ตูม!
เจตจำนงกระบี่เล่มหนึ่งถูกสะกัดเอาไว้ได้ แต่กระบี่อีกสามเล่มยังคงทำหน้าที่ของมัน
ตูม! ตูม! ตูม!
พลังที่ปะทุออกมาน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ภายในอากาศเกิดคลื่นกระเพื่อมทำลายล้างราวกับคลื่นน้ำก็ไม่ปาน
กระบี่ของเฟิร์สสามารถรับมือได้ง่ายได้อย่างไรเล่า
นี่คือกระบี่โจมตีทับซ้อน แม้จะเห็นเป็นกระบี่เล่มหนึ่ง แต่ในช่วงเวลาถัดๆ ไปมันกลับแฝงด้วยจำนวนกระบี่นับไม่ถ้วนที่โจมตีเข้าไปในจุดเดียวกัน
ตูม! ตูม! ตูม!
กระบี่เล่มแรกที่ถูกสกัดไว้ถูกราชามอนสเตอร์ทำลายในแทบจะทันที
แต่ทว่ากระบี่อีกสามเล่มกลับเล่นงานโจมตีไปที่ร่างของราชามอนสเตอร์อย่างดุดัน
แม้ผิวหนังของราชามอนสเตอร์จะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แต่เมื่อถูกโจมตีกระหน่ำซับซ้อน มันก็ไม่ใช่อะไรที่จะต้านเอาไว้ได้
กระบี่ของเฟิร์สราวกับกระสุนเจาะเกราะที่สามารถทะลวงได้ทุกการป้องกัน
ดังนั้นนี่จึงเป็นสถานการณ์ที่ทำให้ราชามอนสเตอร์ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
เหตุการณ์ทั้งหมดพูดแล้วเหมือนจะนาน แต่มันเกิดขึ้นภายในพริบตาเดียวเท่านั้น
ช่วงเวลาที่เฟิร์สจู่โจมราชามอนสเตอร์กระทันหัน ปีศาจต้นไม้ก็ผุดขึ้นจากพื้นดินและโจมตีราชามอนสเตอร์ในทันที
ใจกลางของต้นไม้ถูกเปิดออก เผยให้เห็นคมเข้มที่ร้อนแรงพร้อมกับวังวนสีแดงดุจเตาหลอมนรก รากสีเพลิงนับร้อยพุ่งเข้าใส่ราชามอนสเตอร์ในจังหวะที่มันพลาดท่าให้กับเฟิร์สโดยพลัน
รากเหล่านั้นดุจโซ่ที่ผุดออกมาจากนรกอเวจี มันพันธนาการและฉุดดึงร่างของราชามอนสเตอร์ให้เข้าใกล้ปากยักษ์เตาหลอมเพลิงของปีศาจต้นไม้
ภาพนี้ราวกับมันกำลังร่วมมือกับเฟิร์สโจมตีราชามอนสเตอร์
แต่มันกลับหาเป็นเช่นนั้นไม่
นอกจากปีศาจต้นไม้จะดึงเอาร่างของราชามอนสเตอร์ไปแล้ว รากนับไม่ถ้วนก็พุ่งตรงไปหาเขาเช่นกัน
ต้องไม่ลืมว่าเฟิร์สเองก็เป็นคนหนึ่งที่ช่วงชิงผลไม้ของมันไป ต้นไม้ปีศาจย่อมไม่ปล่อยให้หัวขโมยอย่างเฟิร์สหนีไปง่ายๆ แน่
วินาทีนั้นเฟิร์สที่เป็นร่างจริงรีบใช้ท่าร่างละอองแสงจันทร์หลบหลีกจากรากเหล่านั้นโดยด่วน
ส่วนร่างจำแลงกระบี่ทั้งสามกลับไม่สามารถหลบหนีความเร็วของรากเหล่านั้นได้พ้น
เห็นได้ชัดว่าต้นไม้ปีศาจเป็นตัวตนที่ไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย
เฟิร์สหลบหนีขึ้นไปบนชั้นฟ้าอย่างรวดเร็ว เมื่อมองลงไปก็พบว่าร่างจำแลงกระบี่ของเขาถูกดึงเข้าไปในเตาหลอมเพลิงยักษ์นั้นหมดแล้ว
ตอนนี้ราชามอนสเตอร์เองก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน มันพยายามต่อสู้ดิ้นรน แต่พลังกระบี่ของเฟิร์สทำให้ร่างของมันเกิดรอยแผล และต้นไม้ปีศาจก็ใช้จังหวะนี้แทงรากผ่านรอยแผลเข้าไปในร่างของมัน
ต้นไม้ปีศาจมีพลังในการดูดกลืนที่น่าหวาดกลัว แม้ราชามอนสเตอร์จะมีพละกำลังมหาศาล แต่เมื่อถูกโจมตีภายใน ไม่นานกำลังของมันก็อ่อนแอลง
สุดท้ายร่างอันมหึมานับสามสิบเมตรก็ถูกต้นไม้ปีศาจดึงรั้งจนจมหายเข้าไปในเตาหลอมยักษ์นั้นจนได้
ภายในเตาหลอมนั้นไม่ต่างจากน้ำกรดที่รุนแรง แม้แต่ราชาปีศาจเองก็ยังต้องหลอมละลายเพราะเหตุนี้
กรรรรรรรรรรจ์
ต้นไม้ปีศาจส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความไม่ยอม
แน่นอนว่าเสียงนี้ถูกส่งไปยังเด็กหนุ่มโดยเฉพาะ
เนื่องจากเฟิร์สได้ทำการทะยานหนีไปถึงชั้นฟ้า ต้นไม้ปีศาจไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะติดตามไล่ล่าได้ มันจึงระบายโทสะด้วยการทำลายพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นแอ่งแห่งเปลวเพลิง
สุดท้ายแล้วไม่นานร่างอันมหึมาของต้นไม้ปีศาจก็ค่อยๆ จมหายไป ทิ้งไว้เพียงแต่บึงทะเลเพลิงขนาดใหญ่ไว้เบื้องหลัง
เฟิร์สที่ผ่านการต่อสู้นี้อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้
“เจ้าต้นไม้นั่นย่อมต้องอยู่ในแรงค์ SSS อย่างแน่นอน เห็นได้ชัดว่าความจริงแล้วการมุดลงใต้ดินในตอนแรกคือแผนที่จะล่อให้ราชามอนสเตอร์ติดกับ มันไม่ได้เกรงตัวราชามอนสเตอร์เลยแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เริ่มแรกมันก็เจ้าเล่ห์เป็นอย่างมากอยู่แล้ว ฉันเกือบเอาตัวเองเข้าไปติดกับดักของมัน ... เกือบไปแล้วจริงๆ” เด็กหนุ่มอดที่จะเอ่ยพึมพำออกมาไม่ได้
ความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ตัวนี้ไม่สามารถประเมินง่ายจริงๆ
“แต่ที่น่าสงสัยยิ่งกว่าคือทำไมมันถึงมาปรากฏตัวที่นี่ ... ตอนนี้ดูเหมือนว่าฉันจะต้องแจ้งเตือนแคลนเพื่อไม่ให้ส่งคนมาเข้าใกล้บึงแห่งนี้แล้ว ไม่อย่างนั้นคงมีคนเซ่อซ่าเดินเข้ามาเป็นเหยื่อของเจ้ามอนสเตอร์ต้นไม้ประหลาดตัวนี้”
เมื่อตัดสินใจได้แล้วเฟิร์สจึงย้อนกลับไปทางเดิมเพื่อแจ้งเตือนคนของแคลน
เหล่าพนักงานต่างตกใจเป็นอย่างมากที่มีสถานที่เช่นนี้ มิหนำซ้ำเฟิร์สวันยังระบุว่ามีมอนสเตอร์ระดับแรงค์ SSS ซ่อนตัวอยู่ที่นั่นด้วย
โดยปกติแล้วไม่ใช่ว่าแคลนจะไม่สามารถจัดการกับมอนสเตอร์แรงค์ SSS ได้ เพียงแต่พวกเขาต้องใช้เวเนเตอร์แรงค์ SS จำนวนมาก หรือไหว้วานเวเนเตอร์แรงค์ SSS ให้ลงมือ
เฟิร์สแวะกลับไปแจ้งทางแคลนเท่านั้น แล้วเข้าก็กลับมาที่อบิสต่อ
ระหว่างนี้แคลนคงไม่กล้าส่งคนไปที่นั่น
เด็กหนุ่มแวะไปที่บึงแห่งนั้นแล้วตรวจสอบอีกรอบหนึ่ง สัมผัสของเขาไม่สามารถตรวจจับถึงสิ่งมีชีวิตตัวนั้นได้แล้ว แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีจึงร่อนลงไปแล้ววางอักขระตรวจสอบบึงลาวาแห่งนี้
ด้วยอำนาจอักขระของเขาแล้วสามารถตรวจสอบได้ลึกลงไปหลายพันเมตร
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่พบอะไรอยู่ดี
“หรือว่าเจ้านั่นจะหนีจากไปแล้ว ... หรือไม่ก็เข้าสู่การนิทราจนพลังของฉันเองไม่สามารถตรวจจับได้”