ภายในพริบตาเดียว ฉากแห่งความทรงจำก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเหมือนภาพมายา ทุกสายตา ณ ที่แห่งนั้นจับจ้องโดยไม่อาจละสายตาได้
เป็นภาพเมื่อห้าวันก่อน เย่หลินออกเดินทางเข้าสู่อาณาจักรลับเพื่อตามหาโอกาสในการยกระดับการบ่มเพาะ ทว่าเขากลับเผชิญหน้ากับอู๋จ้าว ทั้ง 2 คนได้แย่งชิงเพลิงจักรพรรดิ และเย่หลิน...ก็พ่ายแพ้อย่างราบคาบ
ต่อมาเป็นฉากของเย่หลินที่หลบหนีอย่างบ้าคลั่ง ตะเกียกตะกายรอดชีวิตจากการตามล่าของอู๋จ้าว ภาพนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังและความกลัวสุดขีด ฮัวจินหรูในขณะนั้นยังเป็นเพียงเศษวิญญาณที่อยู่ในแหวนของเย่หลินอยู่
นางเฝ้ามองดูศิษย์ของตนพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งในงานประมูล ตอนเข้าไปในอาณาจักรลับ เย่หลินถูกตบหน้าโดยอู๋จ้าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง และแม้ฮัวจินหรูจะคอยเตือนเขาเสมอ แต่ทุกครั้งที่เขาแพ้ เขากลับยิ่งดื้อรั้น และขาดสติขึ้นทุกครั้ง
ภาพตัดมาที่เหตุการณ์หนึ่ง... เย่หลินตกอยู่ภายใต้วิชาเสน่ห์ของหนิงซิน อดีตคู่หมั้นของเล่ยเฉิน เขาหลงใหลนางจนไม่อาจควบคุมตนเองได้ พวกเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแต่นั่นมันก็แค่ในความคิดของเย่หลินเท่านั้น
ที่แท้จริงแล้ว... สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นหนิงซินนั้นกลับเป็นเพียงสาวใช้ธรรมดาคนหนึ่ง เรื่องทั้งหมดนี้มันเป็นแผนของหนิงซิน ที่ได้รับคำสั่งจากอู๋จ้าวให้ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเย่หลินและฮัวจินหรู และมันก็สำเร็จ
เย่หลินหลับนอนกับสาวใช้ โดยไม่รู้เลยว่าตนกำลังถูกหลอกอย่างโง่เขลา ฮัวจินหรูที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาจากการหมดสติหลังช่วยเย่หลินจากการยั่วยุผู้ทรงพลัง นางได้เห็นทุกอย่าง…ตั้งแต่ต้นจนจบ นางคิดว่าเย่หลินได้ทำการบังคับสาวใช้คนนั้น
นั่นคือฟางเส้นสุดท้าย ความผิดหวังที่สะสมมานานในใจของนางระเบิดออกในวินาทีนั้น นางตัดขาดจากเขาทันที และเลือกที่หันไปยอมจำนนต่ออู๋จ้าวทันที ก่อนที่นางจะได้รับการฟื้นคืนร่างกายด้วยทรัพยากรของตระกูลอู๋ทันที
ก่อนที่สุดท้าย ด้วยคำสั่งของอู๋จ้าวที่ให้นางไปชักจูงเย่หลิน ให้ยอมจำนนต่อเขา..นางก็ตอบรับทันทีพร้อมกลับไปหว่านล้อมเย่หลินอยู่นานในที่สุดเขาก็เลือกที่จะคุกเข่ายอมแพ้เช่นเดียวกัน
ความอัปยศทั้งหมด ความผิดพลาดทั้งหมด ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทุกคนเห็นมันชัดเจน บางคนเบือนหน้าหนี บางคนถอนหายใจอย่างหมดหวัง บางคนยังอึ้งกับความจริงที่เห็น เย่หลินมองภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าว่างเปล่า ดวงตาของเขาไร้อารมณ์ความรู้สึกใดๆ
ศิษย์หญิงของยอดเขาไผ่สวรรค์บางคนก้มหน้าด้วยความอับอายแทน บางคนส่ายหัวด้วยความผิดหวัง ฮัวจินหรูมองภาพตรงหน้าแน่นิ่ง ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว ใบหน้าของนางไม่มีร่องรอยของความรู้สึกใดๆ มีเพียง…ความว่างเปล่า
หลังจากภาพความทรงจำก่อนหน้านี้จางหายไป เบื้องหน้าทุกคนก็ปรากฏฉากใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
คราวนี้...คือความทรงจำของเย่หลิน ภาพนั้นเริ่มจากคำสั่งของอู๋เวินที่ส่งตรงถึงเย่หลิน โดยให้เขาไปฆ่าทุกคนในตระกูลเย่ แล้วนำวิญญาณทั้งหมดมาให้อู๋เวิน
สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือ เย่หลิน...ไม่ลังเลแม้แต่เสี้ยวลมหายใจเดียว เขารับคำสั่งนั้นทันทีโดยไม่มีคำถามใดๆ ไม่มีความลังเล และจากนั้น ภาพการสังหารหมู่ก็ปรากฏขึ้น
เลือดไหลนองผืนดิน วิญญาณของเหล่าคนในตระกูลเย่ที่ร้องขอชีวิตถูกดูดกลืนเข้าไปในไหวิญญาณอย่างไร้เมตตา
เสียงกรีดร้องของเหล่าญาติพี่น้องของเขาดังก้องไปทั่วภาพแห่งความทรงจำ แต่ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่เย่หลินจะหยุดดาบของเขา
แม้กระทั่งหญิงชราผู้เคยเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่ยังแบเบาะ เย่หลินยังเป็นคนจบชีวิตนางด้วยมือของตัวเอง
จี้อี้เหรินที่ได้เห็นภาพนั้นกับตาตัวเอง ตัวของนางสั่นไปทั้งร่าง หัวใจของนางถูกบดขยี้ออกเป็นชิ้น นางอ้าปากพยายามจะพูดอะไรสักอย่างแต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาแม้แต่นิดเดียว
ศิษย์พี่หญิงทั้งห้าคนของยอดเขาไผ่สวรรค์ที่เคยเอ็นดูเย่หลินต่างตกอยู่ในความเงียบ พวกนางเริ่มสับสนระหว่างเด็กหนุ่มขี้อ้อนคนเดิมกับชายโง่เขลาที่เต็มไปด้วยความชั่วช้าเบื้องหน้า
เฟิ่งเอ๋อถึงกับพูดไม่ออก ปีกเล็กๆ ของนางสั่นระริกจากความโกรธ
ทว่า...ฮัวจินหรูกลับไม่แสดงความตกใจใดๆ เพราะสิ่งเหล่านี้นางรู้มาตลอด นางได้รับคำสั่งจากอู๋จ้าวให้เฝ้าดูเย่หลิน หากเขาไม่ทำลายตระกูลเย่ด้วยตัวเอง หน้าที่นั้น...จะตกเป็นของนาง นางเตรียมใจไว้ตั้งแต่ต้นแล้วที่จะสังหารเย่หลิน แต่ภาพตรงหน้ากลับไม่เป็นอย่างที่นางคิด นางคิดว่าเย่หลินจะช่วยเหลือตระกูลของเขาแต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย เย่หลินสังหารทุกคนอย่างโหดเหี้ยม
หลังจากนั้น ภาพในความทรงจำยังดำเนินต่อ เย่หลินยื่นไหวิญญาณให้กับอู๋เวินอย่างสงบ พร้อมก้มหัวลงต่ำดุจสุนัขรับใช้
จากนั้นเขาก็เริ่มมีบทบาทในแผนการที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะแผนการต่อไป...คือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม ก่อนที่ฉาก ข่มขู่ บีบบังคับ ให้จี้อี้เหรินต้องหักหลังมู่หนานซือ จะฉายออกมา
เย่หลินเป็นผู้ส่งจดหมายลับไปให้จี้อี้เหรินเอง เพื่อล่อนางให้ออกมานอกนิกาย เขารู้แผนการทั้งหมดอย่างถ่องแท้ และเขาคือหนึ่งในผู้วางแผนเองด้วยซ้ำ
เมื่อภาพนั้นจบลง จี้อี้เหรินมองด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น น้ำเสียงของนางแผ่วเบาราวกับเสียงสะอื้น
“เจ้า…เจ้ากล้าดียังไงกัน…”
แม้จะพูดออกมาแล้ว แต่ไม่มีใครได้ยิน เพราะคำพูดนั้นถูกกลืนหายไปโดยพลังของระบบ
เหล่าศิษย์ของยอดเขาไผ่สวรรค์เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป พลังจิตสังหารแผ่กระจายออกมารอบตัว พวกนางเริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ มีคนหนึ่งกระซิบเสียงต่ำ
“ฆ่ามันซะ…”
แต่เรื่องยังไม่จบ ภาพสุดท้ายปรากฏขึ้น หลังจากที่เย่หลินได้รับการช่วยเหลือจากจี้อี้เหรินและกลับเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ เขาไม่ได้กลับมาอย่างบริสุทธิ์
ตรงกันข้าม เขาเริ่มชักใยเงียบๆ ปลอมตัวเป็นศิษย์สายตรงบางคน แล้วทำการขโมยของจากคลังนิกาย บ้างก็ทำลายเครื่องมือฝึกฝน บ้างก็ไปข่มขู่ผู้อาวุโส เย่หลินยังได้แลกเปลี่ยนโอสถยืดอายุขัยให้กับบรรพบุรุษที่ใกล้สิ้นใจเพื่อแลกเปลี่ยนกับการยอมจำนน หรือแผนการที่จะมอบศิษย์พี่ทั้ง 5 ของเขาให้กับอู๋จ้าว รวมถึงจี้อี้เหรินด้วย และยังมีเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย
ศิษย์ทั้งห้าของยอดเขาไผ่สวรรค์มองภาพเบื้องหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างของพวกนางเริ่มปลดปล่อยแรงกดดันออกมาโดยไม่รู้ตัว พวกนางอยากฉีกไอ้สารเลวนี้เป็นชิ้นๆ
ในจังหวะที่บรรยากาศตึงเครียดสุดขีด หานหมิงก็ยิ้มออกมาช้าๆ
“ระบบปิดกั้นพื้นที่ทั้งหมดในรัศมี 10 กิโลเมตรซะ…”
ทันใดนั้น สายฟ้าสีทองขนาดมหึมาก็ผ่าลงมาจากฟ้า เป้าหมายของมันคือหานหมิงเท่านั้น
ตูมมมมมมมมม!!
เสียงฟ้าร้องดังลั่นสะเทือนฟ้า พลังของสายฟ้านั้นไม่ใช่ธรรมดา มันคือสายฟ้าที่ถูกกลั่นกรองจากเต๋าสวรรค์โดยตรงจนความบริสุทธิ์ของพลังเกือบจะเทียบได้กับระดับของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่หลายหมื่นคน
แต่ก่อนที่สายฟ้านั้นจะกระแทกใส่หานหมิง มันกลับถูกหยุดไว้ด้วยระบบทันทีก่อนมันจะกลั่นเป็นพลังงานบริสุทธิ์ให้หานหมิง
หานหมิงยกมือขึ้นช้าๆ เปิดใช้งานรูปแบบวงแหวนสีทองขนาดยักษ์กลางอากาศ วงแหวนหมื่นอักษรปรากฏขึ้นเหนือศีรษะราวกับประตูสวรรค์ สายฟ้าถูกดึงเข้าไปในรูปแบบนั้นทันที
สายฟ้านั้นถูกค่ายกลหมื่นอักษรดึงลงมาอย่างรุนแรง ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออกเผยให้เห็นร่างประหลาดสีทองที่ยืนอยู่เหนือทุกคน มันคือรูปร่างพลังของเต๋าสวรรค์ที่ถูกแปลงมาเป็นรูปแบบกึ่งมนุษย์ กึ่งวิญญาณ ร่างของมันถูกรูปแบบหมื่นอักษรของหานหมิงดึงลงอย่างช้าๆ โดยใช้สายฟ้าที่มันส่งมาโจมตีหานหมิงเป็นเสมือนเชือกที่ค่อยๆ ลากมันลงมาหาหานหมิง
ร่างนั้นไม่ได้พูดอะไร มันรู้แล้วว่าตัวเองพลาดแล้ว มันเลือกที่จะพุ่งลงมาโจมตีหานหมิงทันทีด้วยความเร็วที่ไม่อาจจะมองตามทันได้
หานหมิงสร้างดาบแห่งแสงนับล้านเล่มขึ้นมาในพริบตาเดียว ก่อนจะสะบัดมือส่งดาบทั้งหมดพุ่งขึ้นฟ้า ดาบแห่งแสงกลายเป็นสายฝนสีทองพุ่งเข้าปะทะกับร่างสีทองอย่างรุนแรง
ร่างสีทองยกหมัดขึ้นเตรียมชกสวนกลับ แต่ทันใดนั้นเอง… แขนของมันก็ขาดออกไปเฉยๆ โดยไม่มีสัญญาณใดมาก่อน
หานหมิงยกมือขึ้นเล็กน้อย ใช้เพียงสองนิ้วดูดกลืนแขนที่ขาดนั้นเข้ามาหาตัวเอง ก่อนที่แขนสีทองนั้นจะถูกสลายหายเข้าไปในฝ่ามือของเขาเหมือนไม่เคยมีอยู่
ในวินาทีนั้น โชคสีทองบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาจากตัวหานหมิงอย่างรุนแรงและบริสุทธิ์ มันบริสุทธิ์มากจนที่เต๋าสวรรค์เองก็ต้องตกใจ
ร่างสีทองที่รู้สึกถึงภัยคุกคามโดยสัญชาตญาณรีบถอยห่างทันที ก่อนจะใช้พลังแห่งโชคมหาศาลทำลายดาบแห่งแสงทั้งหมดที่ยังเหลือในอากาศจนสลายกลายเป็นฝุ่นแสง
ทันใดนั้น ร่างสีทองโจมตีไปยังกลุ่มหญิงสาวทั้งหกของยอดเขาไผ่สวรรค์และฮัวจินหรู มันยิงแสงไปแตะตรงกลางหน้าผากของแต่ละคนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทันใดนั้นโชคของหญิงสาวทั้ง 7 คนก็ค่อยๆ ไหลออกมาจากตัวพวกนางเหมือนสายธารสีทอง
ที่เต๋าสวรรค์ทำไปทั้งหมดนี้ก็เพื่อการล่อ! มันต้องการใช้โชคของหญิงสาวทั้ง 7 คน ล่อหานหมิงให้เปลี่ยนเป้าหมายไปที่หญิงสาวเหล่านั้น เหมือนกับการโยนชิ้นเนื้อให้เสือที่กำลังหิวกระหายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของมัน
ทว่าความหวังนั้นกลับสลายสิ้น ร่างสีทองเริ่มสั่นกลัวเพราะดวงตาสีทองของหานหมิง...กำลังจ้องมองมันอย่างไม่กะพริบตา ไม่ใช่แค่การมองธรรมดา แต่เป็นการจ้องของสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องมองเหยื่อของมันอยู่
ดวงตาของหานหมิงตอนนี้ไร้อารมณ์ ไม่มีความเกลียด ไม่มีความกลัว ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นช้าๆ
ในขณะนั้นเอง จู่ๆ ผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะที่ควรตายไปแล้วก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่จะพุ่งไปคว้าร่างของเย่หลินที่ยังนอนอยู่กับพื้นแล้วพุ่งหายออกไปทันที
ขณะนั้นเอง เสียงที่แผ่วเบาจนแยกไม่ออกว่าเป็นของใครดังขึ้น
“ขอบคุณ..”
หานหมิงยิ้ม เขาไม่ได้สนใจทั้ง 2 คนนั้นแม้แต่น้อยเพราะเป้าหมายเดียวของเขาตอนนี้... คือร่างสีทองเบื้องหน้านี้เท่านั้น