หอกเหล็กชั้นดีในมือพุ่งฉวัดเฉวียนราวกับงูพิษเข้าปัดป้องแขนเหล็กสีดำสนิทของศัตรูก่อนจะพุ่งทะลวงเข้าที่ปากของซอมบี้แขนเหล็กระดับ 1 จนเกิดเสียงเนื้อทะลุดังบัดนี้หอกเหล็กได้แทงทะลุปากออกไปทางท้ายทอยอย่างแม่นยำ
เพียงแค่จ้าวเจียหมิงกระตุกข้อมือก็ดึงหอกกลับออกมาอย่างรวดเร็วจากนั้นร่างของซอมบี้แขนเหล็กก็ล้มพับลงพื้นไปอย่างหมดสภาพพอเห็นภาพที่เกิดขึ้นแล้วก็มีรอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
“พวกเราเร่งมือเข้าหน่อยรีบขนเอาเสบียงกับซากสุนัขกลายพันธุ์สามตัว ขึ้นรถกลับฐานที่มั่น!”
“พี่จ้าวเราจะกลับเลยเหรอ?” ชายหนุ่มที่มีฉายาว่าเฮยจื่อเอ่ยถาม
“กลับเลยแค่นี้ก็ได้เยอะแล้ว เมื่อวานพวกเขตสวนท้อได้มาเท่าไรเอง พวกเราได้มากกว่าพวกมันตั้งเท่าตัวแล้วเถอะตอนนี้รีบกลับกันดีกว่า พวกเราจะได้พักผ่อนเร็วๆ ตอนกลางคืนจะได้ไปนอนกอดสาวๆให้อิ่มหนำสำราญ!” คำพูดของจ้าวเจียหมิงเรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากลูกน้องได้เป็นอย่างดี
“ฮ่าๆพวกเรารีบขนของกลับฐานที่มั่นกันเถอะพี่จ้าวคงคิดถึงพี่น้องสองสาวที่ฐานที่มั่นจะแย่แล้ว!”
ณฐานทัพซูนาน ตอนนี้มีผู้รอดชีวิตมากกว่าสองพันห้าร้อยคนมารวมตัวกัน
ฐานที่มั่นแห่งนี้แตกต่างจากห้าฐานที่มั่นใหญ่อื่นๆในซูโจว เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นปึกแผ่นและสามัคสมานสามัคคีกันแต่กลับแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่าหรือจะให้พูดให้ถูกก็คือมีการแบ่งฝักฝ่ายคล้ายกับสามก๊ก
โดยแต่ละก๊กจะมีผู้นำเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ3 แต่เมื่อวานนี้ก็มีผู้นำของสองก๊กได้วิวัฒนาการเป็นระดับ 4 แล้วจึงสร้างแรงกดดันให้กับฝ่ายของจ้าวเจียหมิงไม่น้อย
โชคดีที่ฝ่ายเขามีผู้วิวัฒนาการระดับ3 ถึงสี่คน แถมยังมีจำนวนสมาชิกมากกว่าก๊กอื่นๆ ประกอบกับอีกสองก๊กคอยคานอำนาจและระแวดระวังกันมาตลอดจึงทำให้ตอนนี้ฝ่ายเขายังคงปลอดภัย แต่ทั้งสองฝ่ายนั้นกลับมีข้อตกลงร่วมกัน นั่นก็คือต้องการผลักภาระในการออกไปหาเสบียงมาที่ฝ่ายเขา
ด้วยเหตุนี้จ้าวเจียหมิงที่เป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับ3 จึงต้องนำเหล่าลูกน้องออกมาค้นหาเสบียง
วันนี้พวกเขาถือว่าโชคดีไม่น้อยเพราะยังไม่ถึงบ่ายสามโมงก็รวบรวมเสบียงจำพวกข้าวสารได้มากกว่าสามตัน รวมถึงน้ำมันพืชถังละห้าสิบจินอีกสี่ถังแถมยังได้ซากสุนัขกลายพันธุ์มาได้อีกสามตัว แค่เนื้อของสุนัขกลายพันธุ์ทั้งสามตัวนี้ก็มีปริมาณมากถึงแปดร้อยจินแล้วถือว่ามีมากเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับสิ่งที่ทีมของพวกนั้นออกมารวบรวมเมื่อวาน
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจ้าวเจียหมิงต้องการรีบกลับเพื่อนำคริสตัลวิวัฒนาการที่รวบรวมมาได้ให้กับสยงมู่ที่เป็นหัวหน้าของพวกเขามีเพียงสยงมู่วิวัฒนาการเป็นระดับ 4 เท่านั้น พวกเขาถึงจะปลอดภัยอย่างแท้จริง
หาไม่แล้วหากอีกสองก๊กร่วมมือกันเพื่อผนวกรวมพวกเขาละก็พวกเขาก็คงอับจนปัญญา และทำได้เพียงแค่ยอมจำนนโดยไม่อาจต่อต้านได้!
ใช่ว่าจ้าวเจียหมิงไม่เคยคิดที่จะฮุบคริสตัลวิวัฒนาการและวิวัฒนาการตัวเองขึ้นเป็นผู้นำของก๊กนี้เองแต่เป็นเพราะตัวเขารู้ดีว่าต่อให้แอบเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการออกล่าครั้งนี้ไว้คนเดียวก็ยังไม่อาจทำให้เขาวิวัฒนาการเป็นระดับ 4 ได้
แม้การวิวัฒนาการจากระดับ3 ไป 4 จะเป็นแค่ระดับเดียว แต่ก็ต้องใช้คริสตัลวิวัฒนาการไม่ใช่น้อยๆ
จ้าวเจียหมิงเป็นคนฉลาดหลังจากวิเคราะห์จากระดับวิวัฒนาการของตัวเองและคนรอบข้างแล้วจึงรู้ว่าการเลื่อนระดับจาก 3 ไป 4นั้นต้องใช้คริสตัลวิวัฒนาการสีเงินขาวอย่างน้อย 60 ชิ้น หากเป็นคริสตัลวิวัฒนาการสีเทาขาวทั่วไปก็ต้องใช้จำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองเท่านั่นก็คือจะต้องมีอย่างน้อย 180 ชิ้นขึ้นไป
หลังจากที่จ้าวเจียหมิงวิวัฒนาการเป็นระดับ3 แล้ว เขาก็เพิ่งจะกลืนกินคริสตัลวิวัฒนาการสีเงินขาวไปเพียง 3ชิ้นและสีเทาขาวอีกแค่ 2 ชิ้นเท่านั้น จึงถือว่ายังห่างไกลจากระดับ 4 อยู่มาก
คนทั้งหมดในก๊กมีเพียงสยงมู่ที่เป็นหัวหน้าเท่านั้นที่พอจะมีหวังหากเขาได้รับคริสตัลวิวัฒนาการที่พวกเขารวบรวมได้ในวันนี้ละก็ น่าจะมีโอกาสวิวัฒนาการเป็นระดับ4 ได้
ส่วนอีกสามคนที่เหลือกลับเป็นไปไม่ได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้นสยงมู่เป็นคนฉลาดมากเขาจะไม่ส่งผู้วิวัฒนาการระดับ 3 ทั้งสามคนออกไปพร้อมกัน แต่จะส่งออกไปเพียงครั้งละคนพอเป็นเช่นนี้แล้วก็สามารถควบคุมจ้าวเจียหมิงและพรรคพวกได้อย่างดีเยี่ยมแถมยังช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นวิวัฒนาการแซงหน้าเขาด้วย
…
“พี่จ้าวดูสิ กำลังมีคนมาทางนี้!” ขณะที่จ้าวเจียหมิงกับลูกน้องกำลังขนย้ายสิ่งของขึ้นรถและเตรียมจะออกเดินทาง ก็มีลูกน้องคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นพร้อมกับชี้ไปทางรถที่กำลังแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของจ้าวเจียหมิงหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะเบิกกว้างทันที เพราะเพียงแค่มองปราดเดียวเขาก็รู้ว่ารถที่ขับนำเป็นรถฮัมเมอร์ของตำรวจ และนี่ก็ถือว่าเป็นของทีเดียว
สาเหตุที่สองฐานที่มั่นใหญ่ในตัวเมืองของซูโจวสามารถต้านทานการรุกรานของฝูงซอมบี้ได้นอกจากจะมีอาวุธยุทโธปกรณ์แล้วก็เป็นเพราะมีรถฮัมเมอร์แบบนี้นั่นแหละ
แต่มีข่าวลือว่าช่วงนี้สองฐานที่มั่นใหญ่ในเมืองกำลังวางแผนที่จะตีฝ่าวงล้อมออกไปเพราะซอมบี้และสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ภายในเริ่มวิวัฒนาการจนแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ยังมีข่าวลือว่าภายในเมืองมีซอมบี้ระดับ4 ปรากฏตัวขึ้นอีก ดังนั้นสองฐานที่มั่นใหญ่จึงต้องเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้น
หากยังคงอยู่ในนั้นต่อก็จะยิ่งยากที่จะตีฝ่าวงล้อมออกมา
ไม่รู้ว่าผู้รอดชีวิตกลุ่มนี้เอารถฮัมเมอร์ของตำรวจมาจากไหนแต่ไม่ว่าจะได้มาอย่างไร จ้าวเจียหมิงก็ตัดสินใจแล้วว่าเขาต้องชิงเอารถคันนี้มาให้ได้
การที่อีกฝ่ายเลือกใช้เส้นทางนี้ก็แปลว่าต้องการเดินทางมาที่ฐานที่มั่นซูหนาน ช่วงนี้มีผู้รอดชีวิตและกลุ่มผู้รอดชีวิตจำนวนมากที่อยู่รอบๆเดินทางมาพึ่งพา และก่อนหน้านี้จ้าวเจียหมิงก็พบเห็นมาไม่น้อย
เมื่อวานนี้ก็เพิ่งจะมีกลุ่มผู้รอดชีวิต120 กว่าคนเดินทางมาถึงฐานที่มั่นซูหนาน
เพียงจ้าวเจียหมิงเหล่มองมาลูกน้องของเขาก็รู้ใจทันที จึงมีสองคนไปขับรถมาขวางถนนเอาไว้ ส่วนคนอื่นๆก็พากันถืออาวุธมายืนเรียงรายอยู่ริมถนน
“พี่เซวี่ย”จางอวิ๋นจือที่กำลังขับรถฮัมเมอร์เสริมเหล็กพอเห็นรถสองคันจอดขวางอยู่ด้านหน้าพร้อมกับชายฉกรรจ์อีก 30 คนยืนถืออาวุธแล้ว คิ้วเรียวสวยของเธอก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองเชียนมู่เซวี่ยที่นั่งอยู่เบาะด้านข้าง
ดวงตาสวยของเชียนมู่เซวี่ยกลายเป็นเย็นชาเพราะดูจากท่าทีที่แสดงออกมาแล้ว จึงรู้ได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายต้องการปล้น!
พออยู่บนถนนสายนี้จึงมีเพียงคนของฐานที่มั่นซูนานเท่านั้นที่กล้าทำพฤติกรรมอุกอาจแบบนี้!
ถ้าไม่ใช่เพราะคิดว่าคุณลุงกับป้าน่าจะอยู่ในฐานที่มั่นแห่งนี้เชียนมู่เซวี่ยคงสั่งให้จางอวิ๋นจือขับรถพุ่งชนไปแล้ว
“จอดใกล้ๆ!”เชียนมู่เซวี่ยเอ่ยเสียงเย็น
“ได้เลย!”จางอวิ๋นจือตอบรับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แม้ว่าจะมีชายฉกรรจ์กว่าสามสิบคนยืนถือมีดเล่มยาวและหอกเหล็กอยู่ด้านหน้าแต่ในสายตาของจางอวิ๋นจือแล้ว พวกมันก็เป็นเพียงแค่ฝูงไก่และสุนัขไม่เอาอ่าวเท่านั้น!
ในสายตาของจางอวิ๋นจือกับคนอื่นๆมีเพียงฐานที่มั่นเถาหยวนของพวกเธอที่แข็งแกร่งที่สุด เพราะก่อนที่จะออกเดินทางมา ฐานที่มั่นของพวกเธอก็มีผู้วิวัฒนาการระดับ4 ถึง 5 คนแล้ว ซึ่งในเวลานั้นต่อให้เป็นฐานที่มั่นทหารเมืองหลวงที่เป็นหนึ่งในสามฐานที่มั่นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศก็ยังมีผู้วิวัฒนาการระดับ 4 เพียงแค่ 4 คนเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นจางอวิ๋นจือกับคนอื่นๆ ก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับหน่อไม้หลังฝนตก
เฮยจื่อกับพวกที่ยืนอยู่หน้ารถฮอนด้าซีอาร์วีสองคันที่จอดขวางถนนอยู่พอเห็นรถฮัมเมอร์เสริมเหล็กวิ่งเข้ามาใกล้โดยไม่ลดความเร็ว แถมยังพุ่งตรงมาทางพวกเขาแล้วก็ตกใจจนต้องรีบกระโดดหลบไปด้านข้าง
เอี๊ยด! ในขณะที่เฮยจื่อและคนอื่นๆกระโดดหลบอย่างทุลักทุเลก็มีเสียงเบรกดังขึ้น
แผ่นเหล็กด้านหน้าของรถฮัมเมอร์หยุดอยู่ห่างจากรถฮอนด้าซีอาร์วีไปแค่สิบเซนติเมตร!
“อวิ๋นจือเธอรออยู่บนรถ!” เชียนมู่เซวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะเปิดประตูรถลงไปโอวหยางมี่มี่และชิวอวิ๋นเอียนก็ก้าวตามลงมาจากฝั่งซ้ายและขวา
สิ่งที่จางอวิ๋นจือได้หลังจากที่วิวัฒนาการคือการอ่านใจคนที่เป็นทักษะที่พิเศษมาก
แม้ว่าผู้วิวัฒนาการทุกคนจะมีพลังความเร็ว และจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นแต่ทักษะการอ่านใจของจางอวิ๋นจือกลับจัดอยู่ในประเภทพลังจิต ดังนั้นเมื่อเทียบกับเชียนมู่เซวี่ยและเจียงอี้อิงที่เป็นผู้วิวัฒนาการธาตุแล้ว ความสามารถในการโจมตีและป้องกันของเธอจึงอ่อนแอกว่า
นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่เชียนมู่เซวี่ยให้จางอวิ๋นจือรออยู่บนรถ
ทันทีที่เฮยจื่อและคนอื่นๆเห็นเชียนมู่เซวี่ย โอวหยางมี่มี่ และชิวอวิ๋นเอียนลงจากรถ ก็พากันจ้องมองด้วยตาเป็นประกายเพราะใบหน้าและออร่าของหญิงสาวทั้งสามงามจับตาจนพวกเขาตะลึงงัน
เชียนมู่เซวี่ยนั้นสง่างามและโดดเด่นราวกับหยกชั้นดีเธอไม่เพียงอ่อนโยนแต่ยังงดงามราวกับนางฟ้า
ส่วนโอวหยางมี่มี่นั้นมีรูปร่างสูงโปร่งพออยู่ในเสื้อหนังสีดำแล้วจึงแลดูแข็งแกร่ง สิ่งที่ดึงดูดสายตามากที่สุดก็คือยิ่งเธอวิวัฒนาการสูงเท่าไรร่างกายก็จะยิ่งเปล่งประกายระยิบระยับ ราวกับนางสวรรค์ที่มาจุติในโลกมนุษย์ แลดูบริสุทธิ์ดุจน้ำผึ้งและงดงามจนมิอาจหาสิ่งใดมาเปรียบ
ชิวอวิ๋นเอียนที่เคยทำงานที่โรงแรมหรูมาก่อนต่อให้รูปโฉมจะไม่สวยสะดุดตาเท่ากับเชียนมู่เซวี่ยและโอวหยางมี่มี่ แต่เธอก็เป็นสาวงามอันดับต้นๆยิ่งไปกว่านั้นเธอยังมีใบหน้าที่น่ารักน่าเอ็นดู บวกกับรูปร่างที่แสนจะอวบอิ่มและร้อนแรงแล้วจึงยิ่งทำให้เธอดูน่าหลงใหลมากขึ้น ราวกับเป็นสาวงามที่เป็นกึ่งนางฟ้าและปีศาจ