ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 132 เส้นทางสุสาน

            “พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วเจ้ามั่นใจว่าจะสามารถทำลายผนึกม่านพลังป้องกันนี่ได้หรือ?”

            หั่วเอ๋อร์กระพือปีกบินขึ้นไปบนหัวหลินหยางกรงเล็บข้างหนึ่งเกาะอยู่บนหนังหัวของหลินหยางหลังจากที่ผ่านการต่อสู้ในทะเลอสูรมาแล้ว ดูเหมือนเจ้านกตัวนี้จะเริ่มสนิท (ลามปาม)กับหลินหยางมากขึ้น

            “ถามโง่ๆ คิดว่าข้ายังอยู่บนเกาะนี้เพื่อนอนดูดาวกับเจ้าหรืออย่างไร?”ตอนที่หลินหยางอยู่กับหั่วเอ๋อร์สองคนก็กลับมาปากคอเราะร้ายเหมือนเดิม

            ตอนแรกที่พวกเขาอยู่ด้วยกันในเขาเมฆามรกตเป็นเวลาครึ่งปีนั้นพวกเขาก็ทำตัวแบบนี้ตลอด

            ระหว่างที่หลินหยางกำลังพูดอยู่เขาก็ได้ขยับตัวกลับมายืนอยู่หน้าม่านพลังป้องกันป้อมปราการสีดำทมิฬที่ตั้งตระหง่านอยู่นี้ ช่างดูคล้ายกับอสูรยักษ์ตนหนึ่งที่จ้องมองมาที่หลินหยาง

            หลินหยางใช้เนตรเพลิงสุพรรณ ตรวจสอบดูม่านพลังนี้อย่างละเอียด

            “ไหวรึเปล่า? ถ้าไม่ไหวก็ไปเที่ยวเล่นตรงทะเลอสูรอีกสักรอบดีกว่าข้าว่าอาหารทะเลตรงนั้นก็ใช้ได้อยู่นะ”

            หลินหยางพลันโยนเนื้อฉลามเสือออกมาราวๆ ร้อยกว่าชั่งเพื่อให้หั่วเอ๋อร์สงบปากสงบคำลง

            เขาค่อยๆ ก้าวช้าๆ ราวช่วงเวลากาน้ำชาเย็นลงในที่สุดก็มาหยุดยืนอยู่ตรงจุดๆ หนึ่งซึ่งทำมุมประมาณสี่สิบห้าองศากับประตูยักษ์ของป้อมปราการนี้

            หลังจากนั้นเขาก็รีบเอาอุปกณ์การช่างอย่างง่ายออกมาจากแหวนพระสุเมรุซึ่งมีทั่งตีเหล็กตัวหนึ่ง แล้วก็เตาหลอมขนาดเล็กอีกหนึ่งตัว

            “หั่วเอ๋อร์ ยืมไฟในปากเจ้าหน่อย”

            “ขอเนื้อฉลามเสืออีกร้อยชั่ง”

            “เริ่มคันก้นแล้วใช่ไหม?”

            ตอนที่อยู่ด้วยกันแค่สองคนนั้นพวกเขาก็มักจะเป็นแบบนี้ตลอด แต่หั่วเอ๋อร์เองก็ไม่ได้ทำเสียเรื่องมันพ่นไฟวิเศษของปี้ฟังออกมาหนึ่งคำซึ่งเพียงพอให้หลินหยางใช้งานแล้ว

            หลังจากนั้นหลินหยางก็เริ่มโชว์ทักษะการช่างอันสมบูรณ์แบบขึ้นมาหนึ่งฉากโดยนำวัตถุดิบระดับสี่ดาวสิบกว่าอย่างที่เขาพกมาด้วยมาหลอมรวมกันจนกลายเป็นของเหลวสีน้ำเงินจางๆ ชนิดหนึ่ง

            จากนั้นเขาก็หยิบพู่กันสลักอักษรของตัวเองออกมา

            วิชาสลักอักษร คือหนึ่งในไพ่ตายที่ลับที่สุดของหลินหยางและก็เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาไม่อยากทำลายม่านพลังป้องกันพร้อมกับคนอื่นๆ

            ม่านพลังตรงหน้าเขานี้เป็นเครื่องป้องกันที่ถูกสร้างขึ้นมาจากวิชาสลักอักษรมันสามารถดูดกลืนพลังฟ้าดินได้ตลอดเวลาอย่างไม่มีหยุดพัก สามารถซ่อมแซมตัวเองซึ่งเป็นความสามารถที่เกินกว่าจินตนาการของเหล่าจอมยุทธ์ของทวีปชี่อู่ไปไกลหลายเท่า

            แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหลินหยางต่อหน้าจักรพรรดิฟ้าหลีหั่วที่เคยประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดของศาสตร์การสลักอักษรม่านพลังป้องกันนี้ ไม่อยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ

            หลินหยางนำของเหลวที่เขาเพิ่งสร้างเสร็จบรรจุลงไปปลายพู่กันเปล่งประกายแสงศักดิสิทธิ์ไปทั่วทุกทิศ พอมันแตะเบาๆ ลงไปบนม่านพลังป้องกันนั่นแล้วก็เกิดเป็นระลอกคลื่นอ่อนๆ ขึ้น

            “อักษรแห่งความว่างเปล่า เปิดให้ข้า เดี๋ยวนี้!!!!”

            หลินหยางคำรามเสียงต่ำ พู่กันในมือของเขาเริ่มขยับขึ้นอย่างรวดเร็วขีดเขียนตัวอักษรลงไปบนม่านพลังป้องกัน พลังฟ้าดินที่อยู่รอบๆ เริ่มมารวมกันอยู่บนตัวอักษร

            พลังแห่งศาสตร์สลักอักษร หลอมรวมฟ้าดิน

            ตัวอักษรลึกลับที่สั่งสมความรู้ของผู้คนในอดีตจำนวนนับไม่ถ้วนเอาไว้เหล่านี้แต่ละตัวอักษรล้วนมีพลังอำนาจที่สามารถสะเทือนฟ้าดิน

            ตัวอักษรระเบิดที่สลักบนขนนกอัคคีของปี้ฟังแข็งแกร่งมากพอที่จะทำให้ยอดฝีมือระดับอวิ้นหลิงขั้นท้ายยังต้องยอมสยบ

            บนโล่มหาตะวันเองก็มีตัวอักษรที่หลินหยางสลักลงไปอยู่สองตัว “อักษรทนทาน”ที่ทำให้โล่ยักษ์ชิ้นนี้มีพลังป้องกันเทียมฟ้า และอีกตัวคือ “อักษรรวมแสง”ที่ทำให้โล่ชิ้นนี้สามารถดูดดึงพลังจากผลึกหลีหั่วที่เป็นวัตถุดิบขั้นสูงมาสะสมเก็บไว้แล้วปลดปล่อยเป็นการโจมตีที่ทรงพลังในระดับที่เหนือกว่าอวิ้นหลิงขั้นท้ายเสียอีก

            ฉลามเสือยักษ์ตัวก่อนหน้านี้นั้นก็ถูกหลินหยางสังหารด้วยการโจมตีจากโล่มหาตะวันซึ่งเขาต้องใช้พลังของผลึกหลีหั่วไปจำนวนมากเหมือนกันถึงจะสามารถเจาะรูบนท้องแบบนั้นได้

            และตอนนี้เอง อักษรว่างเปล่าที่หลินหยางสลักขึ้นมาเป็นอักษรที่อยู่ในหมวดของมิติเวลา สามารถสร้างทางผ่านขึ้นจากความว่างเปล่าได้ซึ่งสามารถทะลุการขัดขวางของม่านพลังป้องกันได้ทุกรูปแบบ

            ม่านพลังตรงหน้าของหลินหยางนี้เขาไม่จำเป็นต้องทำลายทิ้งด้วยซ้ำก็แค่สร้างทางผ่านขึ้นก็สามารถเข้าออกได้ดั่งใจนึกแล้ว

            วิธีการสุดพิสดารเหนือโลกแบบนี้ หากผู้อื่นเห็นเข้าละก็ไม่รู้ว่ามันจะสร้างผลกระทบขึ้นอีกมากแค่ไหนหลินหยางในตอนนี้ก็ยังไม่ถือว่าเป็นยอดฝีมือระดับไร้เทียมทานดังนั้นการมีไพ่ตายลับเก็บเอาไว้นับว่าฉลาดกว่า

            สั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที ตัวอักษรก็สลักเสร็จสมบูรณ์

            สัญลักษณ์พิสดารทรงสี่เหลี่ยมก็เริ่มเปล่งประกายแสงขึ้นอยู่บนม่านพลังป้องกัน

            พลังงานสุดพิสดารกลุ่มหนึ่งเริ่มขยายตัวอยู่บนม่านพลังป้องกันจากนั้นก็เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาแตะเบาๆ เพื่อเปิดทางเข้าให้กับหลินหยาง

            ประตูทรงกลมพลันปรากฏขึ้นตรงเบื้องหน้าของเขาเส้นทางไปยังป้อมปราการโบราณตอนนี้ไร้ซึ่งสิ่งกีดขวางแล้ว

            “โห เปิดได้จริงด้วยแฮะ”

            หั่วเอ๋อร์รีบเขมือบกองเนื้อฉลามเสือตรงหน้าทั้งหมดเข้าปากแล้วกลืนลงไปจากนั้นก็รีบบินมาอยู่บนไหล่ของหลินหยาง

            ในที่สุดหนึ่งคนหนึ่งนกก็เดินเข้าไปถึงตรงหน้าของสุสานแห่งดวงดาวสุดลึกลับหลังนี้แล้ว

            ข้างในนั้นจะมีความลับอะไรเก็บซ่อนอยู่บ้างนะ?

            ประตูศิลาขนาดมหึมาไม่สามารถขวางทางเดินของหลินหยางได้ เขาใส่อักษรแห่งความว่างเปล่าอีกครั้งจากนั้นก็เดินเข้าไปข้างป้อมโบราณได้อย่างสบายใจเฉิบ

            ทิวทัศน์ตรงหน้านี้ไม่ได้แตกต่างจากที่หลินหยางคาดเดาไว้เท่าไร

            ที่นี่...เป็นเพียงแค่สุสานลวงตาที่เอาไว้ใช้ทำให้ผู้อื่นสับสนก็เท่านั้น

            ทางเดินขนาดมหึมาเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นตรงด้านหน้าของหลินหยางเป็นถนนที่มีสีเขียวอมดำตลอดทั้งทาง

            กำแพงสองข้างของทางเดินนี้มีโคมไฟทองแดงโบราณแบบเรียบง่ายติดอยู่ซึ่งบนนั้นมีเปลวเพลิงกำลังส่องแสงสว่างอยู่ทำให้สามารถมองเห็นทางเดินได้อย่างชัดเจน

            หลินหยางเงยหน้าขึ้นไปดูโคมไฟเหล่านั้นก็พบว่าเปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่ในนั้นก็คือเพลิงอัสนีสีม่วงแบบเดียวกับที่เก็บอยู่ในร่างกายของเขา

            “ดูท่าทางแสงสว่างทั้งหมดในสุสานยักษ์นี้ล้วนเกิดขึ้นมาจากเพลิงอัสนีม่วงนะ”

            หลินหยางที่กำลังครุ่นคิดอยู่ในใจก็มองเห็นหั่วเอ๋อร์บินขึ้นไปบนกำแพงสูงที่อยู่ด้านหน้าโดยกำลังจ้องมองไปที่ภาพๆหนึ่งที่อยู่บนนั้น

            “หลินหยางน้อย ที่วาดอยู่บนนี้คือรูปอะไร?”

            หลินหยางมองเห็นภาพที่วาดอยู่บนกำแพงของทั้งสองฝั่งซึ่งกำแพงเหล่านี้ล้วนมีความสูงหลายสิบเมตรราวกับอยู่ในหุบเขาเล็กลูกหนึ่งก็ไม่ปานภาพวาดบนกำแพงเหล่านี้คงอธิบายได้แค่คำว่า ใหญ่โตมโหฬาร และให้ความรู้สึกที่ดูยิ่งใหญ่อลังการ

            ทางเดินนี้มีความยาวหลายร้อยเมตรภาพวาดบนกำแพงทั้งสองฝั่งเองก็ถูกวาดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งสองฝั่งเช่นกันดูเหมือนว่าจะกำลังเล่าถึงวีรกรรมอันทรงเกียรติของผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งอยู่

            แต่พอหลินหยางลองสังเกตเนื้อหาของภาพวาดโดยละเอียดแล้วแววตาของเขาก็ดูหนักอึ้งขึ้นมาทันที

            “สถานที่บนภาพนี้คือที่ไหนน่ะ?”

            จิตสำนึกของหลินหยางนั้นได้หลุดพ้นจากทวีปชี่อู่นานแล้วต่อให้เป็นภพภูมิที่สูงกว่านี้หน่อยก็ยังไม่สามารถทำให้เขาแสดงสีหน้าตกใจแบบนี้ออกมาได้

            แต่ภพภูมิในภาพวาดที่ดูสมจริง ที่หลินหยางกำลังเห็นอยู่นั้นถึงกับทำให้บางอย่างที่อยู่ในส่วนลึกในวิญญาณของเขาเต้นระรัว

            ในโลกนั้นไม่มีผืนดิน ใต้เท้ามีแต่ปุยเมฆ รอบๆ ตัวเต็มไปด้วยบรรยากาศอันแสนศักดิสิทธิ์มีทั้งต้นไม้ใบเขียวและดอกไม้สีสด มีสมบัติหายากเก็บอยู่มากมายบนแม่น้ำที่ไหลมาอย่างต่อเนื่องนั้น ก็ล้วนเป็นเครื่องดื่มชั้นยอดอันหอมหวาน

            นี่มันแผ่นดินของเซียนในตำนานชัดๆ เลยนี่

            ระหว่างที่หลินหยางกำลังเดินไปนั้น เขาก็ยังได้เห็นทั้งมังกรพญาวิหคเพลิง และอื่นๆ ที่ล้วนเป็นอสูรเทวะตัวเต็มวัยที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน มีกิเลน ปี้ซี่ (เต่าผสมมังกร) ปี้ฟัง (นกขาเดียว) และคุนเพิ๋ง (นกยักษ์ผสมปลายักษ์)ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัตว์อสูรเทวะที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งพวกมันต่างก็กระจัดกระจายตามจุดต่างๆ ในภาพราวกับพวกวัวแพะทั้งหลายที่ถูกเลี้ยงแบบปล่อยอยู่ในหุบเขาก็ไม่ปาน

            ในนั้นมีทั้งชายหญิงซึ่งแต่งตัวแบ่งตามเพศถึงแม้จะดูระดับพลังไม่ออก แต่ดูจากท่าทางของแต่ละคน บรรยากาศอันไม่ธรรมดาแตกต่างจากสถานที่ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดต่อให้เอาไปเปรียบเทียบกับมังกรพวกนั้นแล้ว ก็ยังดูสง่างามไม่ได้ด้อยไปกว่ากันสักเท่าไรเลย

            ตกลงแล้ว สถานที่แบบในภาพคือสถานที่แบบไหนกันแน่?

            หรือว่ามันจะเป็นตำหนักเซียนบนสวรรค์ในตำนานนะ

            หรือว่าบนโลกนี้จะมีเซียนจริงๆ

            ในความทรงจำของจักรพรรดิฟ้าหลีหั่วนั้น เหมือนมันจะมีภาพรางๆ เกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้นอยู่แต่มันกลับเหมือนมีอะไรบางอย่างมาฝืนกดภาพของหลินหยางไว้จนทำให้นึกไม่ออก เขารู้สึกแค่ว่าทั้งหมดที่ปรากฏขึ้นตรงหน้านี้ล้วนอยู่เหนือกว่าจินตนาการของเขาไปมาก

            เขาเริ่มกวาดสายตาลงมา ภาพวาดที่อยู่บนกำแพงส่วนท้ายๆ เหมือนจะกำลังพูดถึงเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่จะสั่นคลอนโลกในภาพนั้นไปทั้งใบ

            แต่เดิมแล้ว แผ่นดินของเซียนที่ว่านี้ก็ดูสงบเรียบร้อยดีเหล่าเซียนทั้งหลายสามารถอยู่ร่วมกับอสูรเทวะได้อย่างสงบแต่พอมาถึงจุดที่ภาพวาดมาถึงหนึ่งในสามแล้วท้องฟ้าในรูปนั้นพลันปรากฏเงามารสี่ดำที่มีขนาดมหึมาขึ้นถึงหกสายราวกับมารฟ้ากำลังจุติลงบนโลกมนุษย์ก็ไม่ปานทำให้ภาพวาดรูปนี้เต็มไปด้วยการฆ่าล้างและการทรมานอันไร้ที่สิ้นสุด

            มารร้ายเหล่านั้นแข็งแกร่งเกินไป

            ทั้งมังกร ทั้งพญาวิหคเพลิง พออยู่ใต้เงื้อมมือของพวกมันแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับหนอนแมลงและไก่บ้านส่วนพวกมนุษย์เซียนสุดแกร่งทั้งหลายล้วนถูกฆ่าจนเต็มไปด้วยซากศพเรียงรายเต็มบริเวณนั้น โลหิตหลั่งไหลเจิ่งนองไปทั่ว

            โลกทั้งใบได้ตกอยู่ในความหนาวเหน็บและความมืดมิดสิ่งมีชีวิตทั้งหมดล้วนถูกสังหารสิ้นในวันสิ้นโลกนั้น

            “สามารถทำการสังหารโหดในภพภูมิแบบนั้นได้... ความแข็งแกร่งของมารฟ้าทั้งหกตนนี้มันยากจะจินตนาการได้จริงๆ”

            หลินหยางถึงกับร่ำร้องในใจด้วยความหวาดกลัว

            แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ว่าบางสิ่งที่อยู่ในส่วนลึกในดวงวิญญาณของเขาที่กำลังเต้นระรัวแรงขึ้นเป็นอย่างมากเหมือนกับว่ามีความรู้สึกโกรธแบบบอกไม่ถูกค่อยๆ แผ่ขยายไปทั่วจิตใจของเขา

            เขาดูรูปภาพเหล่านั้นต่อ

            ความบรรลัยที่มารฟ้าหกตนนั้นก่อขึ้นยังคงดำเนินต่อไปอีกเป็นเวลานานแสนนานแต่พอถึงส่วนสุดท้ายจากสามส่วนของภาพแล้ว บนโลกที่กำลังตกอยู่ในวิกฤตนั้นอยู่ก็มีๆ ตัวตนอันแข็งแกร่งประดุจเทพเจ้าปรากฏขึ้น

            ตัวตนอันทรงพลังนั่นถูกปกคลุมอยู่ท่ามกลางประกายแสงเทวะอันมหาศาลราวกับเป็นดวงดาวแห่งความหวังของโลกใบนั้น เขาปรากฏกายขึ้นบนโลกนั้นอย่างแข็งแกร่งไร้เทียมทานนำทัพเหล่าเซียนทั้งหลายที่ตกอยู่ในความหวาดกลัวให้เริ่มกลับมาสู้ศึกกับมารฟ้าทั้งหกตนนั่นอีกครั้ง

            ศึกครั้งนั้น ไม่รู้ว่าใช้เวลานานกี่ขวบเดือน

            ทำให้หลินหยางได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่และความน่ากลัวของสงครามครั้งนั้นอย่างแท้จริง

    คล้ายกับเรื่องราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468