กลืนกินผลเหมันต์หยกนับหมื่นในครั้งเดียว!
ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ล้วนแต่ถือว่าพบเห็นโลกภายนอกมามากรู้จักวิชายุทธ์การบำเพ็ญพลังปราณมากมาย แต่ก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ณ เวลานี้มาก่อน
พลังแห่งฟ้าดินภายในผลเหมันต์หยกนับหมื่นนั้นหาได้มีจำนวนน้อยๆไม่ หากกลืนกินมันเข้าไปทั้งหมดในครั้งเดียวก็อาจทำให้ต้องตายเพราะร่างกายระเบิด
แม้แต่เมิ่งอวี่หุนก็ยังมองด้วยความตกตะลึง สีหน้าของเขาแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง หรือว่าเจ้าคนผู้นี้จะเป็นบ้าไปเสียแล้ว?แม้แต่จอมยุทธ์ขั้นปราณทะลวงก็ยังไม่คิดที่จะกลืนกินผลเหมันต์หยกจำนวนมากมายเช่นนี้ทว่าเขากลับเห็นด้วยตาตนเองว่าเมิ่งฝานได้กลืนกินผลเหมันต์หยกเหล่านั้นลงไปแล้ว
“รนหาที่ตาย!”
เมิ่งอวี่หุนเอ่ยเสียงเบาเขาไม่ได้ลงมือกระทำการใดเพราะอยากรอดูร่างของเมิ่งฝานระเบิดกับตา
แล้วในเวลาต่อมาเมิ่งฝานพลันตวาดเสียงดังคล้ายดั่งว่าเป็นมังกรผู้ถูกพันธนาการเอาไว้ก็ไม่ปานเสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ขณะเดียวกันก็คล้ายดั่งว่ารูขุมขนในร่างกายของเขาได้เปิดออกกว้างก็ไม่ปานอากาศรอบกายพลันบิดเบี้ยวไปในทันใด
เลือดในร่างกายเดือดพล่านพลังของผลเหมันต์หยกนับหมื่นลูกแผดเผาอยู่ในร่างกายของเมิ่งฝาน ความร้อนแรงซึ่งเกิดจากฤทธิ์ของมันทำให้เส้นแขนงปราณของเมิ่งฝานได้รับความเสียหายแต่ในวินาทีต่อมาผนึกคัมภีร์ทวนเทพที่หลับใหลอยู่ในร่างกายของเมิ่งฝานพลันขยับ!
ผนึกนั้นดูดกลืนทุกสรรพสิ่งหลอมผสานได้ทุกอย่าง หากไม่มีมันเมิ่งฝานคงไม่กล้าที่จะกระทำการเช่นนี้
เพียงชั่วพริบตาที่กลิ่นอายพลังโบราณของผนึกแผ่ซ่านก็เริ่มทำการกลืนกินประหนึ่งหลุมดำก็ไม่ปานแม้ว่าพลังของผลเหมันต์หยกภายในร่างกายของเมิ่งฝานจะแข็งแกร่งหรือมากมายเพียงใดก็ถูกผนึกนั้นดูดกลืนและผสานพลังจนหมดเพียงไม่กี่อึดใจร่างกายของเมิ่งฝานพลันขยายใหญ่หลายเท่าตัวพลังกายามหาธาตุแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมประหนึ่งก้อนหินก็ไม่ปาน
กรอด กรอด!~~~
เสียงกระทบกันของกระดูกดังขึ้นเมิ่งฝานไม่ได้ขยับและกัดฟันเอาไว้แน่น ภายใต้พลังงานอันมากมายที่อยู่ในร่างกายทำให้ร่างกายของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายต่อหลายครั้งร่างกายแดงเถือก เส้นแขนงปราณปูดนูนคล้ายดั่งว่าเขายืนอยู่กับที่อย่างเงียบงันแต่แท้จริงแล้วกำลังอดทนต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกาย
โดยรอบนั้น ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณขณะที่ทุกคนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความชะงักงันและมีสีหน้าที่บ่งบอกถึงความรู้สึกอันมากมาย ทั้งเย้ยหยัน ตกตะลึง ไม่สบอารมณ์...แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าผลลัพธ์ของการกลืนกินผลเหมันต์หยกลงไปจำนวนมากมายปานนั้นของเมิ่งฝานจะเป็นเช่นไร
“เจ้าคนผู้นี้ร่างกายของเขาคงจะไม่ระเบิดใช่หรือไม่!”
“น่าจะไม่รอดกินผลเหมันต์หยกไปตั้งมากมายเสียขนาดนั้น!”
“ดูนั่น เขาขยับแล้ว!”
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแต่แล้วเมิ่งฝานที่ยืนอยู่กับที่มาโดยตลอดก็ก้าวออกมาเบื้องหน้า อากาศพลันสั่นสะเทือนพร้อมกับมีพลังมากมายเทียมฟ้าแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเมิ่งฝานในเวลาต่อมากล้ามเนื้อบนร่างปูดนูนและมีเสียงดังเกิดขึ้น ในชั่วพริบตานี้เมิ่งฝานมองไปยังเมิ่งอวี่หุนด้วยนัยน์ตาที่คล้ายดั่งว่าเป็นสัตว์อสูรก็ไม่ปานนัยน์ตาคู่นั้นอัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นและร้ายกาจ
แม้จะสามารถอาศัยผนึกแห่งคัมภีร์ทวนเทพสยบพลังอันแข็งแกร่งเอาไว้ได้แต่พลังพวกนั้นก็ยังคงอยู่ในร่างกายของเมิ่งฝานไม่จางหายไปไหน และในเวลานี้เมิ่งฝานคิดเพียงอย่างเดียวนั้นคือต้องการระเบิดมันออกมาต้องการสู้ ต้องการสังหาร!
ผู้ที่เป็นดั่งเครื่องจักรสังหารก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวกลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงพุ่งทะยานไปหาเมิ่งอวี่หุน
ต่อให้เป็นเมิ่งอวี่หุนก็ยังหน้าถอดสีเขาเอ่ยขึ้นด้วยความเหลือเชื่อ “เป็นไปได้อย่างไร!”
ทั้งที่กลืนกินสิ่งที่มีสรรพคุณทางยาเข้าไปนับหมื่นแต่นอกจากจะไม่ตายแล้วยังแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย เจ้าเมิ่งฝานผู้นี้ฝึกฝนวิชายุทธ์ใดกันแน่!
แล้วในวินาทีต่อมาเมิ่งฝานก็ก้าวเดินไปเบื้องหน้าอีกครั้งพร้อมกับชกผ่านอากาศ
หลังจากที่กลืนกินผลเหมันต์หยกไปจำนวนมากเมิ่งฝานก็รู้ดีว่าเวลานี้ตนเองแข็งแกร่งยิ่งกว่ายามที่มีพลังอยู่เต็มร่างด้วยซ้ำไปแต่ถึงกระนั้นมันก็เป็นความแข็งแกร่งที่มีเวลาจำกัด ฉะนั้นแล้วทุกวินาทีจึงสำคัญต่อเขาเป็นอย่างยิ่ง
เขาก้าวออกไปเบื้องหน้าพร้อมกับเงาหงัดที่ปรากฏขึ้นสิ่งที่คล้ายดั่งพระอาทิตย์ดวงใหญ่ลอยตระหง่านขึ้นกลางอากาศก่อนจะพุ่งเข้าไปหาเมิ่งอวี่หุนโดยตรง
“ในเมื่อเจ้าต้องการชีวิตข้า ข้าก็จะให้แต่เจ้าต้องมาเอามันไปเอง!”
ทุกคำพูดเป็นดั่งพลังแห่งสายฟ้า ขณะเดียวกันหมัดของเขาก็ได้ไปถึงเป้าหมาย
เมิ่งอวี่หุนกัดฟันแน่น จากนั้นจึงยกมือขึ้นพร้อมตวาดเสียงดังอย่างเดือดดาล“ดรรชนีหกมายา!”
เมิ่งอวี่หุนเอ่ยพลางชี้นิ้วออกไปเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลของเมิ่งฝานเขาจึงไม่กล้าประมาทเลยแม้แต่น้อยในวินาทีต่อมาพลันมีพลังปราณอันน่าสะพรึงพุ่งทะยานออกไปจากนิ้วของเมิ่งอวี่หุน พลังจากดรรชนีซึ่งเป็นดั่งสายฟ้าพุ่งออกไปในอากาศอย่างดุดัน
พลังในระดับอักษรหงมันคือวรยุทธ์ที่เขาได้รับมาจากพรรคเหมันต์สวรรค์เป็นท่าไม้ตายอันโด่งดังของเมิ่งอวี่หุน!
เมื่อทั้งสองปล่อยพลังปราณอันแข็งแกร่งของตนเองออกมาผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็หยุดหายใจไปชั่วขณะเพราะรู้ดีว่ายามนี้การต่อสู้กำลังอยู่ในช่วงที่ดุเดือดอย่างสูงสุด เวลานี้หากผู้ใดถอยผู้นั้นย่อมต้องตายอยู่ภายใต้การประมือด้วยพลังอันแข็งแกร่งอย่างแท้จริง!
ตู้ม!
หนึ่งนิ้วชี้ไปเบื้องหน้าพลังทะลวงอากาศ แล้วในวินาทีต่อมามันก็ปะทะเข้ากับฝ่ามือของเมิ่งฝานที่อยู่ในอากาศเสียงระเบิดดังขึ้นก่อนที่ระลอกคลื่นแห่งพลังจะแผ่ซ่าน พลังปราณแตกกระจาย เมื่ออยู่ภายใต้พลังดรรชนีของเมิ่งอวี่หุนระลอกคลื่นแห่งพลังปราณที่อยู่ในอากาศก็แตกซ่านไป
ทว่าเมิ่งอวี่หุนยังไม่ทันได้หยุดพักหายใจกลับมีพลังดรรชนีของเมิ่งฝานพุ่งเข้ามาหาตน
“หนึ่งกระบี่ชี้ปราณสวรรค์!”
เมื่อพลังดังกล่าวถูกปล่อยออกมาภายใต้การเสริมพลังให้แข็งแกร่งโดยกายามหาธาตุซ้ำยังมีพลังของผลเหมันต์หยกอยู่ในร่างกายทำให้เมิ่งฝานสามารถแสดงอานุภาพความแข็งแกร่งที่แท้จริงของมันออกมาได้
และในวินาทีนี้พลันมีเงากระบี่อันไร้เทียมทานปรากฏขึ้นมาเสมือนว่าไม่อาจมีสิ่งใดมาขวางกั้นมันได้ แข็งแกร่งทนทานไร้เทียมทานต่อให้เป็นเมิ่งอวี่หุนก็ยังอดไม่ได้ที่จะขยับฝ่ามือใหญ่เพื่อให้พลังปราณแผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือแล้วกลายเป็นโล่แห่งพลังปราณอันแข็งแกร่งปรากฏขึ้นป้องกันอยู่เบื้องหน้าของตนเอง
ตู้ม!
เมื่อการพุ่งชนอันรุนแรงตกลงมาบนโล่พลันมีรอยร้าวปรากฏขึ้นบนโล่แห่งพลังปราณของเมิ่งอวี่หุนแต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงไม่ไหวติง
“โล่วัฏจักรขุมปราณนี้เป็นสิ่งที่อาจารย์แห่งพรรคเหมันต์สวรรค์ถ่ายทอดให้แก่ข้าด้วยตนเองเจ้าไม่มีทางทำลายมันได้หรอกเมิ่งฝาน แม้แต่โล่กำบังนี้เจ้ายังไม่อาจทำลายได้แล้วเจ้าจะทำร้ายข้าได้อย่างไร?” เมิ่งอวี่หุนหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็นเมื่อเขาขยับฝ่ามือใหญ่รอยร้าวบนโล่กำบังดังกล่าวก็หายไป
ต้องเป็นพลังในระดับอักษรหงถึงจะสามารถทำเช่นนี้ได้แม้เมิ่งอวี่หุนจะใช้พลังเพียงไม่กี่ส่วนแต่การต้านทานของมันก็ทรงพลังเป็นอย่างยิ่งเมื่อไม่ได้แตกสลายเพราะถูกโจมตีในครั้งแรกก็กลับมาฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ดังเดิมซึ่งหากพลังปราณในร่างกายของเมิ่งอวี่หุนยังมีมากพอเขาก็จะอยู่ในสภาวะที่ไร้พ่าย!
นี่คือความน่าสะพรึงของบุตรชายคนโตแห่งตระกูลเมิ่งสีหน้าของผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็เปลี่ยนไปทว่าเมิ่งฝานกลับไม่ได้ต่อบทสนทนาของเขา เพียงชั่วพริบตาต่อมาเมิ่งฝานก็ก้าวออกไปเบื้องหน้าพร้อมทั้งชกออกไปด้วยหมัดคู่
สองหมัดสะท้านสิงขร!
เมื่อหมัดทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกับโล่วัฏจักรขุมปราณแรงสั่นสะเทือนนั้นทำให้โล่แห่งพลังปราณของเมิ่งอวี่หุนแตกร้าวอีกครั้ง พลังอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านโล่นั้นพลันยุบตัวลงไปในทันใด เมิ่งอวี่หุนจึงขยับฝ่ามือเพื่อที่จะผลักโล่กลับออกไป
ทว่าในวินาทีต่อมาฝ่ามือของเมิ่งฝานกลับขยับแล้วตะปบลงมาโจมตีอีกครั้ง
“ผสานสัตตะดารา!”
ในวินาทีที่ฝ่ามือของเขาขยับพลังฝ่ามือขนาดยักษ์พลันตะปบลงไปบนโล่วัฏจักรขุมปราณพลังปราณอันยิ่งใหญ่นั้นเป็นดั่งสายธารหลากซึ่งแฝงไปด้วยพลังที่สามารถทำลายล้างได้ทุกสรรพสิ่งก็ไม่ปาน
ตู้ม!
เมื่อพลังอันแข็งแกร่งพุ่งเข้ามาแม้แต่เมิ่งอวี่หุนก็ยังต้องกัดฟันแน่นแล้วปล่อยพลังปราณในร่างกายออกมาทั้งหมด
เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของเมิ่งฝานนั้นคือสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของเขาฉะนั้นแล้วเมิ่งอวี่หุนจึงไม่กล้าประมาทแม้เพียงน้อยนิดและจำต้องต่อกรกับศัตรูอย่างสุดกำลังแต่ในขณะเดียวกันฝ่ามือใหญ่ของเมิ่งฝานพลันแปรเปลี่ยนไปอีกครั้งไม่รอให้โล่วัฏจักรขุมปราณได้ฟื้นตัวก็โจมตีด้วยฝ่ามืออีกหน
“สมุทรพิโรธภพฟ้าสิ้น!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นฝ่ามือใหญ่ก็ตวัดลงไปบนโล่แห่งพลังปราณเบื้องหน้าอีกครั้งการโจมตีด้วยกระบวนท่าเหล่านี้ล้วนแต่มาจากการใช้วิชาทะลวงธาราได้อย่างราบรื่น โดยมันถูกปล่อยออกมาจากมือของเมิ่งฝานอย่างสอดผสาน
ทะลวงคลื่นสมุทรนับหมื่นทำลายได้ทุกสรรพสิ่ง เมื่อเมิ่งฝานแสดงความสามารถด้านการปล่อยวิชายุทธ์ระดับอักษรฮวงออกมาเขาก็พบว่าในที่สุดตนเองก็สามารถแสดงอานุภาพแห่งพลังอันยิ่งใหญ่ของมันออกมาได้เสียที! ในชั่วพริบตานี้ เมื่อเขาทำการจู่โจมอย่างดุดันและแข็งแกร่งนั้นต่อให้โล่วัฏจักรขุมปราณแข็งแกร่งหรือยิ่งใหญ่เพียงใดก็ยังสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่ากำลังแตกร้าวซ้ำยังแผ่เป็นวงกว้างไม่อาจฟื้นตัวได้ทันแล้วระเบิดออกในทันใด!
ตู้ม!
แรงระเบิดรูปดอกเห็ดปรากฏขึ้นต่อให้เป็นการป้องกันที่แข็งแกร่งเช่นนี้ก็ยังไม่คณนามือของเมิ่งฝาน!
โดยรอบนั้นผู้คนทั้งหลายต่างก็มองมาด้วยความเหลือเชื่อและพูดไม่ออกอากาศรอบกายคล้ายดั่งถูกแผดเผาก็ไม่ปานระลอกคลื่นแห่งพลังปราณอันดุดันร้ายกาจแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
เอือก!
กลางอากาศเมื่ออยู่ภายใต้ระลอกคลื่นแห่งพลังปราณอันแข็งแกร่งเมิ่งอวี่หุนกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง!
เขากระเด็นลงพื้นแล้วกระอักเลือดสีแดงสดออกมาร่างของเมิ่งอวี่หุนสั่นเทา เสื้อผ้าบริเวณหน้าอกฉีกขาด เส้นผมยุ่งเหยิงและไร้ซึ่งรอยยิ้มหยิ่งทะนงเช่นก่อน
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าผู้ชนะการประลองยุทธ์ของจอมยุทธ์น้อยในอาณาจักรต้าก้านอย่างเมิ่งอวี่หุนจะถูกเมิ่งฝานจัดการจนสะบักสะบอมถึงเพียงนี้!
ผู้คนทั้งหลายต่างก็มองภาพเบื้องหน้าด้วยความเหลือเชื่อคล้ายดั่งว่าความเชื่อถูกลบล้างไปก็ไม่ปาน เจ้าของร่างอรชรอย่างเมิ่งเฟยเอ๋อร์ยืนอยู่กับที่ใบหน้าของนางชะงักงันและมองภาพเหตุการณ์ที่เบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าในเวลาเพียงไม่กี่เดือนนี้จะทำให้เมิ่งฝานแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมซ้ำยังน่าสะพรึงกว่าผู้ใด
บุรุษหนุ่มผู้นี้ได้ทำให้ระยะห่างทางด้านศักยภาพของตนเองกับจอมยุทธ์น้อยแห่งตระกูลเมิ่งหดสั้นลงอย่างที่ไม่มีผู้ใดทันรู้เนื้อรู้ตัวถึงขั้นที่เหนือกว่าทุกคนจนอยู่ในขั้นของเมิ่งอวี่หุนอีกด้วย! ฝีมืออันน่าสะพรึงของเขาในยามนี้คือสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของผู้คนทั้งปวง
แล้วในเวลาต่อมาเมิ่งอวี่หุนที่อยู่บนพื้นจึงลุกขึ้นยืนสยบเลือดลมในร่างกายที่แปรปรวนแล้วมองเมิ่งฝานด้วยความร้ายกาจ จากนั้นจึงเอ่ยอย่างเยือกเย็น“อาจารย์ของเจ้าเป็นใคร!”
เมิ่งฝานยังคงมีสีหน้าที่ราบเรียบก่อนจะเอ่ยขึ้น “ไม่ต้องพูดให้มากความแสดงฝีมือที่แท้จริงของเจ้าออกมา!”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน!”
ใบหน้าของเมิ่งอวี่หุนบิดเบี้ยวไปด้วยความเดือดดาลเขากัดฟันแน่นก่อนจะตวาดเสียงดัง “เจ้าเป็นแค่สวะตัวหนึ่งเท่านั้นไร้ซึ่งอาจารย์ ไร้ซึ่งทรัพยากรในการบำเพ็ญตนแล้วเหตุใดจึงแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ เหตุใดคนอย่างเจ้าจึงอาจหาญมาเทียบกับข้าได้ข้าไม่ยอม เมิ่งฝาน วันนี้ข้าจะสับร่างของเจ้าออกมานับหมื่นชิ้นเจ้าไม่มีทางสู้ข้าได้เป็นแน่!”
นี่เป็นน้ำเสียงที่ร้ายกาจดุดันเขานึกไม่ถึงเลยว่าเมิ่งฝานที่ตนเองมองว่าเป็นเพียงมดตัวหนึ่งจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้นี่เป็นการหยามเกียรติจนเมิ่งอวี่หุนมีไฟแค้นลุกโชนในหัวใจ เดือดดาลอย่างที่สุด!
นัยน์ตาที่มองไปยังเมิ่งฝานนั้นแฝงไปด้วยความชั่วร้ายทว่าเมิ่งฝานกลับทำทีว่าไม่ได้ยินก็ไม่ปาน
ร่างของเขาขยับพุ่งทะยานเข้าหาเมิ่งอวี่หุนด้วยความเร็วปานดาวตกขณะเดียวกันเมิ่งฝานก็กำหมัดแน่นแล้วชกออกไป
ในชั่วพริบตาต่อมาที่หมัดอันทรงพลังอย่างสูงสุดของเมิ่งฝานเข้าไปใกล้เป้าหมายเสียงของเขาพลันดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ “ในเมื่อเจ้าไม่ยอมข้าก็จะชกจนกว่าเจ้าจะยอมสยบ!”