ส่วนหัวเหมือนกะหล่ำปลีลูกใหญ่ มีปาก มีตา ไม่มีจมูก ไมมีหู ส่วนร่างกายนั้นเหมือนกับการ์ตูนมนุษย์ก้างหากแต่เป็นเถาวัลย์แทน มีแขน มีขา ที่เป็นเถาวัลย์ขนาดเล็กและก็ มีมือ มีเท้า ที่เป็นใบไม้สีเขียว โดยรวมแล้วสิ่งมีชีวิตนี้เหมือนกับหลุดออกมาจากเกมที่สมิธเคยเล่นอย่างเกมต้นไม้ปะทะซอมบี้
“โคตรเท่!” สมิธพูดออกมาเมื่อได้เห็นรูปของต้นไม้ที่คนเหล่านี้กำลังจะไปกำจัด สมิธพูดออกมาด้วยความจริงใจไม่ได้เสแสร้งเพราะสำหรับเขามันเท่จริงแถมยังตัวเขายังคุ้นเคยอีกเพราะเคยเห็นอะไรคล้ายๆแบบนี้จากในเกมที่ตัวเขาเคยเล่น
“ว่าแต่เจ้าหนุ่มเอ็งมีอะไร?” มันเก็บโทรศัพท์หลังจากเจ้าหนุ่มนี้ได้ดูรูปและมันถามต่อทันทีว่าไอหนุ่มนี้มีอะไรทำไมจู่ๆถึงเข้ามาคุยกับพวกมัน
“ผมขอตามพวกพี่ไปที่ว่าจ้างนั้นได้ไหมครับ?” สมิธบอกความต้องการของเขาไปตรงๆ
“ก็แล้วแต่ อย่าสร้างปัญหาก็แล้วกัน” เมื่อมันได้ฟังคำขอตัวมันไม่ปฏิเสธเพราะแค่ตามพวกมันไปไม่ได้ไปฆ่าผู้ว่าจ้างหรือไปลอบก่อการร้ายอะไรแค่ตามไปเฉยๆ ขออย่างเดียวคือขอแค่อย่าสร้างปัญหาก็แค่นั้น
เมื่อสมิธได้สิ่งที่ต้องการแล้วเขาจึงออกจากร้านมารอกลุ่มคนตัดไม้ที่รถ รอไม่กี่นาทีกลุ่มคนตัดไม้ก็กินอาหารเสร็จพวกเขาโบกมือบอกเป็นสัญญาณให้สมิธว่าขับรถตามมาได้เลย สมิธรีบสตาร์ทรถและขับตามในทันที
“ดูนายตื่นเต้นนะ” กรีนชิลดพูดขึ้นเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทีของสมิธ
“ก็ใช่น่ะสิ เดี๋ยวนายไปเห็นสิ่งมีชีวิตนั้นนายก็จะเข้าใจเอง” สมิธพูดพร้อมกับเอามือไปตบเบาๆที่พุงของกรีนชิลดหนึ่งที เพราะสภาพของกรีนชิลดในตอนนี้คือนอนกลางพุงเหมือนกับเด็กดูแล้วไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตอายุ 500+ ปีแต่เหมือนต้นกล้าที่อายุได้ไม่กี่วันแทน
สมิธขับรถตามช่างไม้เพียงไม่นานก็มาถึงยังจุดมุ่งหมายโดยสถานที่แห่งนี้เป็นบ้านธรรมดาทั่วไปดูแล้วไม่มีอะไรพิเศษ แต่เมื่อได้เดินไปดูหลังบ้านก็พบเข้าไปโลกอีกใบสนามหญ้าเต็มไปด้วยเถาวัลย์และร่องรอยของการขุดจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งมีชีวิตหัวกะหล่ำปลีเอียงหัวมองคนแปลกหน้าด้วยสายตาสงสัย
“นายว่าไงกรีนชิลด?” สมิธหันไปถามความคิดเห็นของกรีนชิลด
“ไม่เลวพวกนี้ถือเป็นสายพันธุ์ต้นกำเนิดธรรมชาติแบบข้าแต่ด้อยกว่า” กรีนชิลดตอบสมิธไปตามตรง
“เดี๋ยวก่อนครับ เดี๋ยวก่อน…” สมิธที่เห็นกลุ่มคนตัดไม้กำลังมุ่งตรงไปที่พวกหัวกะหล่ำปลีพร้อมกับขวานสมิธรีบเข้าไปหยุดคนตัดไม้
“มีอะไร?” มันหันมาถามด้วยความสงสัยว่าจะหยุดพวกมันไว้ทำไม
“คุณได้ค่าจ้างในการกำจัดพวกนี้เท่าไหร่ครับ เดี๋ยวผมให้เท่าค่าจ้างนั้นเลย + ให้อีก 50% ด้วย” สมิธยื่นข้อเสนอให้กับกลุ่มคนตัดไม้เพราะสมิธคิดจะนำหัวกะหล่ำปลีไปที่ฟาร์มและอีกอย่างน่าสงสารออกถ้าพวกนี้โดนกำจัดสมิธรู้สึกชอบพวกนี้ตั้งแต่แรกเห็น
“เอาไง…” พวกมันหันไปคุยปรึกษากันว่าจะเอาไงดีจะยอมรับข้อเสนอของสมิธหรือไม่ ซึ่งผลสรุปคือ...
“ก็ได้ฉันยอมรับข้อเสนอเอ็งไอหนู พวกฉันเองก็ไม่อยากจะทำร้ายเจ้าพวกหัวผักพวกนี้หรอก ส่วนค่าจ้างของฉันที่ได้คือ...” พวกมันยอมรับข้อเสนอของสมิธ
สมิธที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาพร้อมกับยื่นเงินให้กลุ่มคนตัดไม้ตามที่ตกลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะเดินไปหาสิ่งมีชีวิตกะหล่ำปลีที่ยังคงเอียงหัวมองเขาด้วยความสงสัย
ชู ชู ชู ชู
ชู ชู ชู
ชู ชู ชู ชู ชู ชู
ชู ชู ชู ชู ชู
ขณะที่สมิธค่อยๆเดินเข้าใกล้เพราะไม่อยากให้แตกตื่นหรือหวาดกลัวเขา สมิธได้ยินพวกหัวกะหล่ำปลีพูดอะไรสักอย่างด้วยภาษาที่เขาไม่เข้าใจและไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาจึงหันไปมองกรีนชิลด
“เจ้าพวกนั้นบอกว่าได้กลิ่นแสนอร่อยจากตัวเจ้า” กรีนชิลดพูดออกมาถึงความหมายที่พวกหัวกะหล่ำปลีคุยกันเมื่อสักครู่
“อ่า...” สมิธคิดสักพักว่าอะไรกันเป็นต้นเห็นของกลิ่นที่ว่าหรือว่าจะเป็น…
“พวกนายได้กลิ่นผลไม้นี้หรอ?” สมิธนำผลแอปเปิ้ลแห่งสายรุ้งออกมาจากช่องเก็บของแล้วยื่นให้กับพวกหัวกะหล่ำปลี
ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู
เมื่อพวกหัวกะหล่ำปลีได้รับผลแอปเปิ้ลแห่งสายรุ้งจากท่าทีที่เต็มไปด้วยความสงสัยเปลี่ยนไปเป็นชูแขนเถาวัลย์ทั้งสองพร้อมกระโดดและหมุนตัวไปพร้อมๆกัน แม้สมิธจะไม่เข้าใจในภาษาพูดแต่สิ่งที่เขาเห็นท่าทางของพวกหัวกะหล่ำปลีในตอนนี้ก็เข้าใจในทันทีว่าพวกนี้กำลังความสุข
“เจ้าพวกนั้นกำลังร้องเพลงและเต้นรำสรรเสริญเจ้าอยู่สมิธก้มหัวน้อมรับเร็วเข้า!”