ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่133 เสียงปริศนาที่ลอยมาตามลมจากหุบเหวลึก

         ตอนนี้เหล่าบรรดาท่านพ่อ ท่านลุง พี่ชาย หลานชาย ก็ได้ทำการตกลงแบ่งแยกเป็นกลุ่มๆกันเพื่อคอยดูแลเหล่าลูกลิงทะโมนน้อยๆกลุ่มนี้กันโดยที่ว่า ผลัดการลืมตามองดูพวกเด็กๆนั่นเอง เพราะพวกท่านไม่ไหวแล้วจริงๆที่จะลืมตามองดูดวงไฟที่เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิดแบบนี้นานๆ 

         “ถึงตาพวกเจ้าลืมตาแล้วเร็วเข้าอย่ามัวชักช้า…”ท่านพ่อ

          “ทำไมถึงตาพวกข้าเร็วนักเล่าขอรับท่านพ่อ เมื่อตะกี้นี้พวกข้าพึ่งจะ…..”พี่ชายใหญ่ซื่อจื่อยังไม่ทันพูดจบประโยคแย้งท่านพ่อเลย ท่านก็พูดขัดขึ้นมาก่อนเลยว่า…

          “หนอย….ยังจะเถียงข้าอีก นี่พวกเจ้าหาว่าพวกข้าเอาเปรียบพวกเจ้าอย่างนั้นรึยังไงกัน?? เหอะ…ข้าเป็นพ่อของพวกเจ้านะไปดูพวกเด็กๆได้แล้วข้าจะพักสายตาแล้ว”ท่านพ่อ

         “................”พวกพี่ชายฝาแฝด และเพื่อนๆ หลานชายทั้งหลายต่างพากันพูดไม่ออกเลยทีเดียว ตกลงกันว่าจะผลัดเปลี่ยนกัน แต่นี่ดูเหมือนพวกเขาจะมีหน้าที่คอยดูแลพวกเด็กๆแทนเสียแล้วสิ 

         “ทำไมถึงได้ถึงรอบพวกเราเร็วจังเล่า…”พี่รองเหล่าหู่ กระซิบกระซาบอย่างไม่อยากรับความไม่ยุติธรรมจริงๆ แต่ก็ไม่กล้าพูดเถียงออกมาเสียงดังอีกแล้ว เพราะพี่ใหญ่ซื่อจื่อก็พึ่งจะโดนไปยกใหญ่เมื่อตะกี้นี้เอง

         “ก็เพราะพวกเราเป็นลูก เป็นหลานอย่างไรเล่า!!ต้องรับฟังและรับคำสั่งก็เพียงพอแล้ว”พี่ใหญ่ซื่อจือ

         “...............!!”พวกลูกชาย และหลานชาย ต่างก็พากันทำสีหน้ากล้ำกลืนและหมดอาลัยตายอยากกันแล้วจริงๆ ที่จะต้องโดนเหล่าท่านพ่อ ท่านลุงที่นับถือของพวกเขาเอาเปรียบเข้าให้แล้วแบบเห็นๆเลย!!

         “ท่านพ่อ ท่านลุงฉือ ท่านลุงอี้ขอรับ ถ้าผลัดเปลี่ยนแบบนี้ล่ะก็พวกท่านนั่งพักสายตากันไปเลยดีกว่านะขอรับ เดี๋ยวท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองจะเหนื่อยเกินไปนัก ทางด้านพวกเด็กๆพวกข้าจะรับผิดชอบดูแลกันเอง และคอยผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าเองขอรับ พวกข้าไปล่ะขอรับ”พี่ใหญ่ซื่อจื่อ

        “ใช่ขอรับ พวกข้าจะทำกันเองไปแล้วนะขอรับ”พี่รองเหล่าหู่

        “...............!!”ท่านพ่อ ท่านลุงฉือ ท่านลุงอี้ที่กำลังพากันหลับตาเพื่อพักผ่อนสายตาจากการต้องทนเห็นภาพไฟกระพริบ ก็ต้องพากันขมวดคิ้วลืมตาขึ้นมาทันที และมองเหล่าบรรดาลูกชายหลานชายที่พากันเดินหนีออกไปแล้ว เพราะพวกท่านรับรู้ว่ากำลังโดนลูกชาย และพวกหลานชายพูดจากระทบพวกท่านนั่นเอง!!

         “เจ้า….เจ้าพวกนี่เนี่ย..ฮึ่ย…..”ท่านพ่อ

          “หนอยแน่…เจ้าพวกตัวเหม็น..!!”ท่านลุงอี้

           “ฮึ่ม…”ท่านลุงฉือ

         “ดันมารู้ทันพวกเราเสียอีก ทีแบบนี้ล่ะก็ฉลาดหัวไวกันขึ้นมาเชียวนะเหอะ…”ท่านลุงอี้

         “จริงไม่ได้เรื่องเลยเจ้าพวกตัวเหม็นพวกนี้เหอะ…”ท่านลุงฉือ

         “ไม่ต้องไปสนใจเจ้าพวกนั้น พวกเรามาพักสายตากันต่อดีกว่า นึกแล้วให้อารมณ์เสียจริงๆ”ท่านพ่อ

          “จริง..”ท่านลุงฉือ ท่านลุงอี้

          พวกท่านก็ใช่ว่าจะใส่ใจเจ้าพวกลูกชาย และหลานชาย ต่างก็เมินพวกเขากันหมดและพากันพักผ่อนสายตากันต่อแบบสบายใจกัน

         “ดูเข้าสิ ทำท่าเหมือนจะอยากแย่งดูแลพวกเด็กๆกันน่าดูเลยนะเนี่ยนะ”ท่านแม่

         “สามผู้เฒ่าดูแล้วน่าจะหลีกเลี่ยงหน้าที่แล้วล่ะนั่นน่ะ”ท่านป้าอี้

         “ทีแบบนี้นะหลีกเลี่ยงกันอย่างรวดเร็วทีเดียวล่ะ”ท่านป้าฉือ

         “ก็หนักไปที่พวกลูกชาย หลานชายล่ะทีนี้ และคอยดูเถอะพอรับมือกับพวกเด็กๆไม่ได้แล้วจริงๆ เดี๋ยวก็ต้องเอ่ยปากมาขอร้องข้ากับพวกเจ้าไปจัดการนี่แหละ น่าเบื่อจริงๆพวกผู้ชายพวกนั้นน่ะ เฮ้อ……”ท่านแม่ บ่นไปมายาวๆเลยพร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อยไปด้วย

         “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้วล่ะ มีครั้งไหนบ้างที่พวกผู้ชายจะเอาพวกเด็กๆอยู่กันน่ะฮะ?? นับครั้งได้เลยทีเดียวล่ะเจ้าว่าไหมเล่า??”ท่านป้าอี้

         “ก็จริงล่ะ”ท่านป้าฉือ

         “ลูกสาว เหลนสาวสุดที่รักเหลือเกินน่ะ พยายามแย่งชิงเวลาจะอยู่กับพวกนางด้วย แต่พอเจอพวกนางแผลงฤทธิ์แบบนี้เข้าแล้วล่ะก็นะ ไม่อยากรับหน้าที่กันดูแลเลยล่ะนั่น”ท่านแม่

         “จริง”ท่านป้าทั้งสองคน

         “ทีแบบนี้ล่ะก็นะพากันเกี่ยงที่จะดูแลพวกนางขึ้นมากันทันทีเลย เลี่ยงได้เป็นเลี่ยงเชียว”ท่านป้าอี้

         “ก็เวลาพวกนางไม่ดื้อไม่ซนมาก ช่างน่ารักน่าเข้าใกล้นักนี่เล่นเอาบรรดาท่านปู่ทวด ท่านปู่ ท่านพ่อ ท่านลุง ท่านอาทั้งหลายพากันหลงวาจาออดอ้อนของพวกนางกัน ช่างร้ายกาจเหลือเกินจริงๆ ข้าเองยังต้องยอมรับความสามารถอันนี้ของพวกนางจริงๆล่ะ”ท่านแม่

         “เรื่องจริงเลย พวกนางมีเรื่องใดบ้างล่ะที่จะไม่สามารถเอ่ยปากออดอ้อนเอาได้น่ะ?? มีแต่ได้กับได้ ไม่เคยเห็นพวกผู้ชายจะส่ายหน้าปฎิเสธเลยสักครั้งเดียว”ท่านป้าอี้

         “มีนะไอ้ที่ว่าส่ายหน้า หรือพูดปฎิเสธน่ะ”ท่านฉือ

         “เจ้าคงหมายถึงตอนที่พวกข้ากับพวกเจ้า มองหน้าพวกท่านพี่ใช่ไหมเล่า??”ท่านแม่

          “ก็ใช่น่ะสิ..!!”ท่านป้าทั้งสองคน 

          “ฮ่า…ฮ่า…..”บรรดาฮูหยิน ที่ถึงแม้จะไม่ต้องดูแลพวกเด็กๆก็จริง แต่ว่าพวกท่านเองก็มีงานครัวล้นมือตลอดเวลา ก็ได้แต่พากันมองผ่านๆกับพฤติกรรมของพวกเด็กๆ และพวกผู้ชายบ้างและพูดนินทาพวกเขาเพื่อคลายความเงากันอย่างเพลิดเพลินสนุกสนานกันจริงๆ 

         พวกท่านพ่อ ท่านลุง พี่ชาย หลานชาย เวลาอยู่ต่อหน้าพวกฮูหยินของพวกเขาย่อมสงบเสงี่ยมเรียบร้อยไม่กล้ากระทำการใดๆที่จะดูขัดหูขัดตาพวกสาวๆแม้แต่นิดเดียว เพราะถ้าขัดขืนหรือทำอะไรขัดใจพวกนางขึ้นมาล่ะก็ คงจะอยู่อย่างสงบไม่ได้ทั้งวันอย่างแน่นอน!! ถือว่าเป็นภัยอันใหญ่หลวงเลยทีเดียว ข้อห้ามนี้เป็นข้อที่ต้องพึงกระทำให้เด็ดขาด ไม่มีการรอมชอมใดๆทั้งสิ้น!! และพากันถือปฎิบัติมารุ่นต่อรุ่นกันโดยไม่จำเป็นต้องสอนสั่งกันแต่อย่างใด แต่สามารถรับรู้ได้เองตามธรรมชาติ!!

         “เอาล่ะงานเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็มีเวลาพักยาวๆไปเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “โอ้….ท่านย่าเล็กทำปุ่มเปิด ปุ่มปิดเสร็จเร็วมากๆเลยเจ้าค่ะ”เหลนสาวใหญ่ยายา

         “มันไม่ได้ใช้เวลาอะไรมากนี่หน่า แค่ข้าสะบัดๆไปแค่นี้เองล่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ท่านย่าเล็ก สุดยอดเลยเจ้าค่ะ”เหลนสาวน้อยต่างพากันยกมือปรบมือชื่นชมท่านย่าเล็กกันอย่างเต็มที่กันหมด

         “อ่าฮะ..มันแน่อยู่แล้วสำหรับข้า”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “แล้วหลังจากนี้พวกเรานั่งพักกินขนมกันต่อหรือเจ้าคะ ท่านย่าเล็ก??”เหลนสาวรองมี่เฟิง

         “เพิ่มพลังก่อนนั่นย่อมดีที่สุดนะ อย่างอื่นเดี๋ยวพวกเราค่อยว่ากันทีหลัง”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ได้เลยเจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวน้อย

         “อ๊ะ..ส่วนพวกเจ้าเหลนชายถ้าเลิกลองใช้การเปิดปิดผลึกดวงอาทิตย์แล้วก็ไปหาที่ปลูกต้นไม้ต่อเลยก็ได้นะ เข้าใจไหม??”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ขอรับ..ท่านย่าเล็ก!!”เหล่าบรรดาเหลนชายที่กำลังพากันสนุกสนาน อารมณ์ดีก็ต้องหยุดยิ้มกันอย่างรวดเร็วเพราะได้รับมอบหมายงานให้ทำต่อกันอีกแล้ว 

         “ดีมากเลยนะ ข้ากับพวกน้องสาวของเจ้ากำลังติดภาระกิจส่วนตัวกันนิดหน่อยนะ เดี๋ยวพวกข้าจะตามไปช่วยพวกเจ้าภายหลังนะ ไปล่ะเหลนชาย”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “..............!!”บรรดาเหลนชาย

         “พวกข้าไปก่อนนะพี่ชาย ตั้งใจทำงานต่อเล่า”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋

         “ไปก่อนนะ….”พวกเหลนสาว

         “.............!!”บรรดาเหลนชาย

         พวกพี่ชายหรือเหลนชายของท่านย่าเล็ก ได้แต่มองตามหลังพวกนางไปอย่างเหม่อลอย และพากันพูดคุยตามหลังพวกนางไปว่า

         “ติดภาระกิจส่วนตัว???”บรรดาเหลนชายต่างบ่นพึมพำกันออกมาอย่างรับกันไม่ได้จริงๆกับคำพูดที่ดูน่าฟังจากท่านย่าเล็กคำนี้

         ก็ที่พวกนางกำลังทำตัวไม่ว่างกันอยู่นี้พวกเหลนชายก็เห็นสิ่งที่พวกนางกำลังยุ่งอยู่ก็คือการนั่งโต๊ะที่เต็มด้วยขนมของว่างทั้งนั้นเลย!!

         “ทำไมท่านย่าเล็กไม่พูดออกมาตรงๆเล่าว่า ขอตัวไปกินขนมของว่างก่อนน่ะ”เหลนชายสามจีจี

          “นั่นน่ะสินะ..”เหลนชาย

          “ก็ต้องใช้คำเลี่ยงที่มันดูดี และทำให้พวกเรางงงันกับคำพูดนั้นอย่างไรเล่า กว่าพวกเราจะหายงงกับคำพูดท่านย่าเล็กพวกนางก็เดินหนีกันไปไกลแล้วน่ะ”เหลนชายสี่เหล่าสู่

         “โอ้…”เหล่าบรรดาเหลนชาย

         “สุดท้าย ท้ายที่สุดก็ตกมาที่ข้ากับพวกเจ้ากันเช่นเคยใช่ไหมเล่าเนี่ย??”เหลนชายรองจูจู

         “ก็ใช่น่ะสิ จะเป็นผู้ใดไปได้เล่าและนั่นพวกเจ้าดูท่านปู่ ท่านพ่อ ท่านลุง ท่านอาเองก็ไม่ต่างจากข้าและพวกเจ้าเลยแม้แต่น้อย”เหลนชายใหญ่หยางหยาง

         “จริงด้วย…”เหลนชาย

         “เฮ้อ………”เหล่าบรรดาเหลนชายต่างก็พากันมองพวกท่านปู่ ท่านพ่อของพวกเขาที่แยกกันเป็นกลุ่มๆ ทำงานต่างๆที่ท่านย่าเล็กเคยมอบหมายไว้ให้ตั้งแต่มาถึงเมืองเฮยอ้านแห่งนี้นั่นเอง

         “ทำไมพวกเราถึงไม่ตอบโต้กันบ้างล่ะขอรับ??”เหลนชายสี่เหล่าหู่

         “มีผู้ใดเป็นผู้กล้าคนแรกล่ะ??งั้นรีบนำหน้าข้าไปก่อนได้เลย”เหลนชายใหญ่หยางหยาง

         พอพูดจบไม่มีผู้ใดเลยสักคนที่ก้าวขามาด้านหน้าเพื่อแสดงถึงความเป็นผู้นำที่พร้อมจะชนกับท่านย่าเล็กและพวกน้องสาวของพวกเขากัน มีแต่ก้าวขาถอยหลังกันหมดทุกคนเสียมากกว่าตอนนี้

         “เฮ้อ………”เหล่าบรรดาเหลนชาย

         ได้แต่พูดออกมาอย่างนั้นสุดท้ายแล้วก็ได้แต่มองหน้ากันไปมาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และทำหน้าที่กันต่อไปแบบไม่เกี่ยงงอนเลย

         “เหลนชายพวกเจ้าอย่าลืมหาผักป่ามาเพิ่มด้วยนะ เอาไว้ผัดผักกินามื้อต่อไปเลยน่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว 

         “ขอรับ…ท่านย่าเล็ก!!”เหลนชาย

         ยังไม่ทันถึงมื้อดึกของจริงๆที่ไม่ใช่จากสภาพแววล้อมแห่งความมืดมิดเพียงเท่านั้น เหนี่ยวเหนี่ยวก็นึกถึงอาหารเต็มหัวน้อยๆของนางอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับตะโกนบอกให้พวกเหลนชายเตรียมหาวัตถุดิบทำอาหารมื้อต่อไปทันทีอีกด้วย

         “ลา…ลา…ลัน…..ลา…….”

         “เอ๋……??”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ตอนนี้หูน้อยๆของนางทั้งสองข้างกางเป็นเรดาร์ไปแล้ว เมื่อจับได้ยินเสียงปริศนาบางอย่างได้มาจากก้อนหุบเหวลึกอีกครั้งหนึ่ง

         “ท่านย่าเล็ก มีอะไรหรือเจ้าคะ??”เหลนสาวใหญ่ยายา ที่เห็นว่าท่านย่าเล็กผิดปรกติไปจึงรีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอันอยากรู้อยากเห็น

         “เดี๋ยวนะ ข้าขอฟังอะไรบางอย่างก่อน”เหนี่ยวเหนี่ยว เอ่ยห้ามเหลนสาวและหลับตารับฟังเสียงปริศนาอย่างตั้งใจอีกรอบหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินมันคืออะไรกัน

         “ท่านย่าเล็ก จะต้องเจออะไรเข้าให้อีกเป็นแน่ล่ะข้ารู้สึกได้เลยกับท่าทางของท่านย่าเล็กแบบนี้”เหลนสาวรองมี่เฟิง

         “ข้าก็เห็นเช่นเดียวกับพี่รองเหมือนกันนะ”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋

         “ข้าชักจะเริ่มตื่นเต้นอีกครั้งแล้วล่ะสิว่าท่านย่าเล็กจะเจออะไรแปลกใหม่ และวิเศษอีกน่ะ”เหลนสาวสี่ทู่จึ

         “ใช่ๆ”สาวน้อยจากอีกสองตระกูลก็พากันพยักหน้าไปมาหัวแทบหลุด พร้อมกับสายตาของพวกนางทุกๆคนตอนนี้ละจากขนมในมือและบนโต๊ะที่มีขนมวางเต็มไปหมด หันมามองที่ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวกันหมดทุกๆคนแล้ว

         “พรึ่บ…….”เหนี่ยวเหนี่ยว รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วแบบกะทันหัน

         “อ๊ะ….ของดี ของวิเศษอีกแล้วล่ะ ฮ่า…ฮ่า….”เหนี่ยวเหนี่ยว 

         “ท่านย่าเล็ก เจออะไรหรือเจ้าคะ???”เหลนสาวน้อย ก็รีบพากันลุกขึ้นพรวดพราดด้วยเช่นกันพร้อมกับส่งเสียงแข่งกันถามท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวกันยกใหญ่เลยว่านางเจออะไรอีกแล้ว

         “นั่นมันอยู่ใต้ล่างหุบเหว แบบล่างสุดเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ด้านล่างหุบเหว..???”เหลนสาวน้อย

         “...........!!”พวกท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ้ หลานสะใภ้ ที่อยู่ไม่ไกลจากกลุ่มพวกสาวน้อย ถึงกับพากันนิ่งตกใจอีกครั้งที่จู่ๆแม่นางน้อยทั้งหลายต่างตะโกนอะไรบางอย่างขึ้นมาอีกแล้ว

    ************

         เหนี่ยวเหนี่ยวได้ยินเสียงอะไรกันนะจากก้นหุบเหวลึก?? จะเป็นสัตว์อสูร???หรือพวกสมุนไพร ผลไม้???

         ลองเดากันดูเจ้าค่ะว่าท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวจะพาทุกๆคนลงไปด้นล่างหุบเหวเจออะไรกันแน่??