เรื่องวุ่นวายถูกจัดการวันใหม่ เซี่ยซีหานก็เริ่มต้นมันด้วยเช้าอันสดใส
กินนอน ทำงาน สอนหนังสือ ทำงาน ดึกฝึกพลังแห่งผู้วิเศษ
และเป็นแบบนั้นจนกระทั่ง...
วันหยุดยาวของเซี่ยซีหานมาถึงอีกครั้ง
ในบ้านที่อบอุ่นไปด้วยเตาผิง เซี่ยซีหานตื่นแต่เช้าและเขาก็เริ่มบ่นกับตัวเอง
'ครั้งนี้ข้าจะหลอมตัวยาสำหรับใช้ฝึกฝนเคล็ดวิชากายอมตะ และข้ามีสูตรยาประเภท 'ผลัดเนื้อเปลี่ยนกระดูก' จำนวนมาก ตอนนี้ข้าเรียนรู้แล้วว่าตัวเองอ่อนแอแค่ไหน ข้าสู้ผู้วิเศษที่แท้จริงไม่ได้แม้ข้าจะมีพลังโอน่ามากมาย แต่แม้ข้าอยากจะเลือกเป็นผู้วิเศษที่แท้จริงก่อน แต่จำนวนเงินแสนบูลนี่เพื่อควบรวมพลังธรรมชาติให้บริสุทธิ์ถึงขีดสุด ข้าก็ยังไม่สามารถทำมันได้ ข้ายากจนเกินไป และข้าจำเป็นที่ต้องเก็บเงินเพื่อรักษาเจียตัวพ่อของข้า ดังนั้น การเพิ่มความแข็งแกร่งของข้าในตอนนี้ ก็มีแต่เดินบนเส้นทางของนักรบ ข้าต้องกลายเป็นนักรบขอบเขตก่อปราณให้ได้เร็วที่สุด'
'แต่ข้าไม่ควรเป็นนักรบขอบเขตก่อปราณธรรมดา ข้าควรทำอะไรที่พิเศษไปกว่านั้น ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะอ่อนแอเกินไป เมื่อเกิดการต่อสู้กับยอดฝีมือที่แท้จริงเช่นปิ๋งเสิ่งอีก ข้าตัดสินใจแล้วข้าจะฝึกกายอมตะให้บรรลุสู่ "ขั้นสูงสุดที่แท้จริง" ก่อนจะทำการก่อปราณ'
การได้ต่อสู้กับปิ๋งเสิ่ง ทำให้เซี่ยซีหานเปลี่ยนความคิดของตัวเองหลายๆ อย่าง ในตอนแรกมันคิดว่ามันแข็งแกร่งพอแล้ว ที่จะเอาชีวิตรอดในโลกใบนี้
มันเป็นทั้งผู้วิเศษและนักรบ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่หายากและสามารถเย่อหยิ่งในความแข็งแกร่งได้
แต่เวลาผ่านไปไม่นานเซี่ยซีหานก็รู้ว่ามันอ่อนหัดเกินไป การไม่พยายามทำสิ่งที่ดีที่สุดในขณะที่ตัวเองทำได้ นั่นอาจจะ... ทำให้วันหนึ่งตัวมันอาจจะต้องเสียใจ เพราะไม่พยายามมากพอ
ถ้ามันตาย ถ้ามันไม่สามารถปกป้องคนที่อยากปกป้องได้ เซี่ยซีหานรู้สึกว่าตัวเองจะต้องเจ็บปวดตลอดไป
ความเจ็บปวดแบบนี้สำหรับเซี่ยซีหาน มันอาจจะทรมานยิ่งกว่าความตาย ดังนั้นเวลาผ่านมาหลายวัน เซี่ยซีหานเลือกที่จะเปลี่ยนวิธีคิด และมุ่งสู่ความเป็นสุดยอด
'ไม่ได้การข้าต้องกลับเมืองรากไม้อีกครั้ง ส่วนผสมตัวยาที่ข้าซื้อมา มันเป็นไปเพื่อบรรลุสู่การเป็นผู้ฝึกปราณขอบเขต "สร้างปราณ" แต่ตัวยา 'ร่างแตก' ที่เจียตัวให้ข้ามาเพื่อฝึกกายอมตะ ข้าไม่ได้ซื้อมาเลยแม้แต่น้อย บ้าจริง นี่ข้าต้องเสียเวลาสำหรับการฝึกเล่นแร่แปรธาตุอีกแล้ว ความยากจนทำให้เราไม่มีเวลาเป็นของตัวเองจริงๆ'
ในขณะที่เซี่ยซีหานจมอยู่ในความคิด ก็มีเงาตะคุ่มๆ สีเขียวสว่างเล็กๆ เคลื่อนเขาหามันใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ...
"ตะเอ้" เสียงจื้อเยว่เด็กหญิงดัง สองมือเล็กๆ ของนางกระเพื่อมไหวอยู่ตรงหน้าเซี่ยซีหาน
ตัวเซี่ยซีหานยิ้มแต่เขาต้องแกล้งตกใจ เขากรีดร้องและล้มลง "น่ากลัว น่ากลัว น่ากลัวจังเลย"
จื้อเยว่หัวเราะอย่างมีความสุข เซี่ยซีหานอุ้มนาง แล้วทำราวกับนางกำลังโบยบิน เสียง "บิน บิน" อันน่าฟังของเด็กหญิงดังไม่ขาดปาก ที่บ้านเล็กของเซี่ยซีหานไม่เหงาอีกต่อไป มันได้ต่อเติมห้อง เตียงที่นุ่มและใหญ่ของมันได้มอบให้กับเด็กหญิงและเด็กชาย จื้อเพ่ยและจื้อเยว่
เซี่ยซีหานตัดสินใจรับจื้อเพ่ยเป็นลูกศิษย์และผู้ช่วยของตัวเอง เด็กชายเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ไว เซี่ยซีหานเลือกสกัดรูนจากร่างตัวเองธาตุดินให้เด็กชายศึกษา แต่ละวันเด็กชายจื้อเพ่ยจะแบ่งเวลาเอาตัวเองไปจมอยู่ในใต้ดิน
ส่วนจื้อเยว่นางกลับเหมือนลูกสาวของเซี่ยซีหาน นางทำให้เซี่ยซีหานยิ้มได้เสมอ แต่เซี่ยซีหานก็ไม่มีเวลาให้นางมากนัก
"คุณชายท่านมีธุระหรือเปล่า ให้อีฝานดูแลจื้อเยว่แทนท่านเถอะนะ" อีฝานกวักมือเรียกเด็กหญิง แต่เด็กหญิงส่ายหน้าไว
เซี่ยซีหานมีสีหน้าลำบากใจเล็กๆ การปล่อยมือจากเด็กหญิงที่แสนน่ารัก มันยากลำบากสำหรับมันเกินไป
"ไม่เป็นไรข้าจะอยู่กับเจ้าตัวน้อยจื้อเยว่จนถึงกินข้าวเช้า จากนั้นค่อยปล่อยให้นางไปเล่นและเรียนหนังสือ" เซี่ยซีหานพูดสิ่งต่างๆ อย่างเป็นระบบ ตอนนี้ทางป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ด้วยการจัดการของพี่ชายถางเทียนเจี๋ย ทางป้อมปราการได้ว่าจ้างครูผู้มีความสามารถมาสอนเด็กๆ หลายคน
มันมีวิชาที่เซี่ยซีหานเน้นย้ำให้เด็กๆ ต้องเรียนรู้ เช่น อักษรภาษา การคำนวณ นอกจากนั้นยังมีนักรบผู้มากประสบการณ์ ปลีกเวลามาสอนเรื่องการเอาตัวรอด จากสัตว์ร้ายและสัตว์ปีศาจประเภทต่างๆ ด้วย แต่ในวิชาทั้งหมด วิชาของผู้วิเศษนั้น เด็กๆ ดูสนใจกันมากที่สุด
เคอซวนผู้วิเศษระดับนักวิจัยสูงสุด มาสอนเรื่องราวเกี่ยวกับผู้วิเศษของเขา ที่ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวในปัจจุบัน ค่าจ้างของเคอซวนค่อนข้างแพง แต่เซี่ยซีหานก็คิดว่าคุ้มค่า เขามีเงินเกือบ 12,000 บูลนี่อยู่กับตัว และไม่รวมทรัพย์สินอื่นๆ ที่เปลี่ยนเป็นเงินได้อย่างรูนทักษะ
ดังนั้นค่าตัวของเคอซวนที่ 500 บูลนี่ต่อเดือน จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเซี่ยซีหานในปัจจุบัน ลึกๆ เซี่ยซีหานรู้สึกว่าเคอซวนร้อนเงินตลอดเวลา
และเมื่อเซี่ยซีหานพบเคอซวน เคอซวนก็ต้องตกใจในพัฒนาการการเป็นผู้วิเศษของเซี่ยซีหาน เขาราวกับเห็นผี เพราะเซี่ยซีหานเป็นผู้วิเศษไม่กี่ปี เขาก็เป็น 'นักวิจัยขั้นสูงสุด' แล้ว
และเคอซวนก็รู้ปัญหาต่อไปของเซี่ยซีหาน เขาแนะนำให้เซี่ยซีหานเดินทางไปเข้าโรงเรียนผู้วิเศษในอาณาจักรชั้นสอง ด้วยพรสวรรค์ของเซี่ยซีหาน จะมีชนชั้นสูงยอมออกทุนให้เขาเป็นผู้วิเศษที่แท้จริง
แต่ก็แน่นอน นั้นต้องแลกกับความภักดีของเซี่ยซีหานด้วยเช่นกัน
เซี่ยซีหานไม่สนใจ สำหรับเคอซวนเขาอาจจะคิดว่า การเป็นผู้วิเศษที่แท้จริงยากลำบากและมีความเสี่ยง นั่นเพราะ... การจะบรรลุเป็นผู้วิเศษแต่ละครั้งจำต้องใช้เงินราว 100,000 บูลนี่ และโอกาสที่จะบรรลุได้ ก็ไม่ได้ 100% คนธรรมดาแทบจะไร้โอกาสที่จะหาเงินจำนวน 100,000 บูลนี่ได้
ตลอดชีวิตของเคอซวน เขาเก็บเงินได้ 100,000 บูลนี่ เพียงหนึ่งครั้งในเวลาหลายสิบปี แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ว่างเปล่า เขาไม่อาจจะตระหนักรู้พลังวิเศษของตัวเองต่อพลังธรรมชาติควบแน่นได้ และเคอซวนรู้ว่าตัวเองต้องใช้โอกาสหลายสิบครั้งและเขาก็ตัดใจ
...
"ซีหานมากินข้าวกันจ๊ะ..." เสียงหวานๆ ของพี่สาวหวาเหวินดัง
บนโต๊ะอาหารตัวใหญ่ นอกจากเจียตัว ยังมีเคอซวนด้วย
เคอซวนมองเซี่ยซีหานและเด็กหญิง "แล้วเจ้าเด็กจื้อเพ่ยละ"
"จื้อเพ่ยน่าจะทำการตระหนักรู้พลังธรรมชาติอยู่ที่แถวๆ โขดหินใหญ่ขอรับท่านเคอซวน"
เคอซวนถอนหายใจ
"เจ้าไม่ควรใช่คำว่า 'ท่าน' กับข้าอีก เจ้ากำลังจะได้เป็นผู้วิเศษแท้จริงผู้ยิ่งใหญ่ ผิดกับข้า"
เซี่ยซีหานยิ้ม เขารู้ว่าเคอซวนรู้สึกต่ำต้อย เมื่อตัวเขาเทียบกับเซี่ยซีหาน "ท่านเคอซวนท่านอย่าได้พูดแบบนั้น ข้ายังเยาว์วัยและท่านคือผู้มีความรู้ราวกับเดือนดาวบนท้องฟ้า ท่านอ่านหนังสือผู้วิเศษของข้าแล้วรู้สึกเช่นไร"
อยู่ๆ นัยน์ตาของเคอซวนก็สว่างวาบ เขารู้สึกหลงใหลหนังสือของเซี่ยซีหาน ที่ได้จากเด็กชายประหลาดที่ชื่อเสี่ยวหรุ่ยเสียเหลือเกิน และเคอซวนได้แต่พูดว่ามันยอดเยี่ยม
จานข้าวเริ่มถูกเอามาวาง
จื้อเยว่นั่งด้านข้างเซี่ยซีหานและเจียตัว ก่อนนางจะเริ่มกินอาหารอย่างมูมมามเช่นเซี่ยซีหานและเจียตัว ปากเล็กๆ ของนางเคี้ยวอาหารดังหมุบหมับ มือถือน่องเนื้อย่างไม่ยอมปล่อย
พี่สาวหวาเหวินเห็นแบบนี้นางก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ ทั้งๆ ที่นางเห็นสิ่งนี้เกือบแทบทุกวัน ในวันแรกๆ จื้อเยว่ราวกับลูกสาวขุนนางผู้มีเกียรติ แต่ตอนนี้นางคือบุตรสาวของคนกักขฬะแล้ว
"จื้อเยว่เจ้าไม่ควรกินอาหารเรียนแบบท่านพ่อเจียตัวและพี่ชายซีหานของเจ้า เจ้าควรตักอาหารและกัดเนื้อคำเล็กๆ อย่างเรียบร้อย ไม่งั้นเจ้าจะดูไม่สวยงาม แต่จะดูกักขฬะเช่นบุรุษที่ไม่สนใจสิ่งสวยงาม"
"แม่จ๋าจื้อเยว่จะเป็นนักรบ จะตัวใหญ่ๆ แบบพ่อเจียตัว" เสียงจื้อเยว่สดใส เจียตัวหัวเราะดัง เขากินข้าวอย่างมีความสุข
เมื่อเจียตัวรู้ว่าเซี่ยซีหานรับเด็กหญิงมาเลี้ยงดู แต่เขาไม่มีเวลา นอกจากงานช่างหลอม เขายังต้องแบ่งเวลาในการตระหนักรู้พลังแห่งผู้วิเศษ การเล่นแร่แปรธาตุ นอกจากนั้นยังรวมถึงการฝึกศิลปะการต่อสู้อีก
เจียตัวและหวาเหวิน จึงตัดสินใจรับจื้อเพ่ยและจื้อเยว่เป็นลูกเลี้ยง
โดยอีฝานหญิงสาวร่างใหญ่ นางมีความมุ่งมั่นในการเดินบนเส้นทางนักรบ เจียตัวเขารู้สึกถึงแรงปรารถนาในใจอย่างกล้าแข็งของนางได้ เขาจึงรับนางเป็นศิษย์และฝึกสอนนางอย่างโหดร้ายทุกวัน ในตอนนี้เจียตัวแทบจะไม่ไปที่โรงหลอม การที่มองไม่เห็นมีผลต่อการตีเหล็กของเขามากเกินไป การฆ่าคนเจียตัวสามารถสัมผัสถึงตัวตนของคนอื่นได้ผ่านลมหายใจ กลิ่นและสัญชาตญาณ แต่สำหรับค้อน เหล็กและไฟที่โรงหลอมทำเช่นนั้นไม่ได้ การต้องให้คนอื่นๆ ช่วยตลอดเวลาในการตีเหล็กทำให้เจียตัวอับอาย
เขาจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกนักรบแทนในปัจจุบัน...
และในระหว่างกินข้าวเซี่ยซีหานพูดเรื่องสำคัญ เขาจะออกเดินทางอีกครั้งเพื่อไปหาส่วนผสมของตัวยา 'ร่างแตก' และยา 'ผลัดเนื้อเปลี่ยนกระดูก' อื่นๆ เพื่อใช้ฝึกกายอมตะ เจียตัวสับสนเล็กน้อย นั่นเพราะว่าเซี่ยซีหานบรรลุสู่ขอบเขต 'ก่อร่าง' ขั้นสูงแล้ว ทำไมเขาจึงต้องฝึกอีก เซี่ยซีหานไม่อธิบายมากนัก เขาพูดเพียงว่า เขารู้สึกว่ารากฐานของกายอมตะยังมีที่ให้เขาพัฒนาอีก เจียตัวไม่มากความ เขาไม่สงสัยสิ่งใดในตัวเซี่ยซีหาน เจียตัวทำเพียงพยักหน้า แม้เรื่องนี้จะแปลกไปมาก สำหรับผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ที่เมื่อคุณอยู่ขั้นสูงแล้ว แต่คุณไม่เลือกที่จะ 'สร้างปราณ'
และในระหว่างกินข้าว เคอซวนผู้วิเศษระดับนักวิจัยผู้มากประสบการณ์ ก็บ่นเซี่ยซีหานถึงการมอบรูนทักษะธาตุดินให้เด็กชายจื้อเพ่ยตระหนักรู้
เคอซวนบ่นว่า มีคนไม่มากนักที่เหมือนเจ้า ที่จะสามารถเข้าใจรูนธาตุบริสุทธิ์ได้
เพียงแต่ว่าหลังจากเคอซวนบ่นได้ไม่กี่คำ ประตูบ้านเจียตัวก็ถูกเปิดออก ลมหนาวโชยเข้ามาพร้อมเสียงเด็กชาย
"ท่านอาจารย์ซีหาน ท่านอาจารย์เคอซวน ข้าทำสำเร็จแล้ว ข้าทำสำเร็จแล้ว ค่าก่อรูปธาตุดินจากความว่างเปล่าได้แล้ว"
"..." เคอซวนใบหน้านิ่งแข็ง จ้องมองเซี่ยซีหานอย่างเขินอาย
...
'มันคือลูกศิษย์ของพระเอกกกกกกกกกกกกก คิกคิก' เซี่ยซีหานยิ้มและพูดกับตัวเองในใจอย่างเย่อหยิ่ง
----------
ในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ตัวนักเขียนมีปัญหาสุขภาพ และต้องทำหลายอย่างเพื่อฟื้นฟูสุขภาพของตัวเอง จนตอนนี้ถึงค่อยๆ กลับมาเขียนงานได้ครับ ดังนั้นจึงขอแจ้งว่านิยาย “ตำนานผู้วิเศษเล่ม 5” ไม่สามารถรวมเล่มได้แน่ๆ ในสัปดาห์นี้ครับ
อย่างเร็วที่สุดคือสัปดาห์หน้า ขออภัยผู้อ่านที่ซื้อนิยายร่วมเล่มทุกท่านครับ