บทที่ 14 ขอชดใช้ให้
เสิ่นเจียสาแก่ใจเป็อย่างมาก!
ใช่แล้วเสิ่นเมิ่งไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของสองสามีภรรยาคู่นี้
ลู่ผิงมีโรคเรื้อรังทำให้ไม่สามารถมีลูกได้ สิบเก้าปีก่อน พวกเขารับเสิ่นเมิ่งที่เพิ่งอายุครบหนึ่งขวบจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเลี้ยงเป็ลูกสาวแท้ ๆ ข้างกาย
เดิมที เื่นี้ก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร แต่ในวันเกิดปีที่สิบแปดของเสิ่นเมิ่ง เมื่อเธอรู้ว่าตัวเองเป็เด็กที่ถูกรับมาเลี้ยง เธอก็กลายเป็คนดื้อรั้นผิดปกติขึ้นมาทันที
ไม่เพียงแต่พฤติกรรมจะแปลกประหลาด แต่ยังขัดใจกับทางบ้านอย่างหนัก ยืนกรานจะคบหากับเมิ่งเจียงอวี่
แต่เดิม เสิ่นเจียคิดว่าเสิ่นเมิ่ง เป็แค่เด็กที่ถูกรับมาเลี้ยง ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเือยู่แล้ว ทั้งยังไม่เชื่อฟังขนาดนี้ อาสองกับอาสะใภ้ของเธอน่าจะผิดหวังในตัวเธอมากแล้ว แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ พวกเขายังคงถือว่าเธอเป็ลูกแท้ ๆ อยู่ดี แถมยังตั้งใจจะมอบกิจการใหญ่โตขนาดนี้ให้เธออีก!
‘ตอนนี้ดีแล้ว เสิ่นเมิ่งไม่เพียงแต่หลอกอาสองกับอาสะใภ้ แต่ยังขโมยเงินในบ้านหนีไปกับคนอื่นอีก อาสองกับอาสะใภ้น่าจะผิดหวังในตัวมันอย่างสิ้นเชิงแล้ว!’
เสิ่นเจียขยันจัดผ้าห่มให้ลู่ผิงอย่างเอาอกเอาใจ จับมือของหญิงวัยกลางคนอย่างอ่อนโยน ปลอบประโลมเบา ๆ ว่า
“อาสะใภ้อย่าเสียใจเลย ยังมีหนูอยู่นี่ไง”
“เมิ่งเมิ่ง เธอ… เธอ...” นิ้วมือและหัวใจของลู่ผิงเย็นเฉียบ ตัวสั่นจนพูดไม่ออก
ลูกสาวที่เลี้ยงมาสิบเก้าปีกลับกลายเป็ลูกอกตัญญู! ล้มเหลว! เศร้าใจ เ็ป!
เสิ่นจงเฉิงมีความรู้สึกเดียวกับเธอ ถึงแม้เขาจะเป็ผู้ชายร่างใหญ่ แต่ก็ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างอ่อนแรง
บรรยากาศอึมครึม
คนใช้ในบ้านแยกย้ายออกไปอย่างเงียบ ๆ ส่วน เสิ่นเจียหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แตะหน้าจออย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ก็รุ่งสางแล้ว
ท้องฟ้าเริ่มสว่าง มีแสงสีฟ้าลอยขึ้นมาจากขอบฟ้า ความมืดมิดของค่ำคืนก็ค่อย ๆ จางหายไป มีเพียงลมหนาวแผ่ซ่านเข้ามาทางหน้าต่าง
เสิ่นเมิ่งนั่งแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ ร่างกายทั้งหมดถูกความหนาวเย็นห่อหุ้ม
เวลาของเธอไม่มากแล้ว จากประสบการณ์ในชาติก่อน อีกหนึ่งชั่วโมงตระกูลเสิ่นก็จะจัดงานแถลงข่าวแล้ว
หากเธอไม่สามารถกลับไปที่ตระกูลเสิ่นก่อนงานแถลงข่าวจบลง การเตรียมการทั้งหมดที่เธอทำคืนนี้ก็จะสูญเปล่า อวิ๋นโม่เทียน้าให้เธอร้อนใจ ดังนั้นเขาจึงคอยประวิงเวลาเธอ!
แต่เธอไม่สามารถรอต่อไปได้แล้ว
“คุณอวิ๋น ฉันเต้นได้แค่บัลเลต์” เสิ่นเมิ่งสูดลมหายใจลึก ๆ พยายามทำให้น้ำเสียงของตัวเองราบเรียบที่สุด
“แต่ถ้าคุณอยากเห็นฉันเต้นระบำเปลื้องผ้า คุณสอนฉันมาแล้วฉันจะเต้นให้คุณดูคราวหน้า วันนี้ฉันมีอีกวิธีแก้ปัญหา คุณจะฟังหน่อยไหม?”
“หืม?” อวิ๋นโม่เทียนยังคงมีสีหน้าที่ดูเหมือนยิ้มแต่ไม่ใช่ “ลองพูดมาฟังหน่อย”
เสิ่นเมิ่งพยักหน้า ะโลงจากรถแล้วดึงกระเป๋าใบใหญ่ออกมาจากใต้ที่นั่ง ล้วงเอาธนบัตรห้าปึกหนาและมีดสปริงเล็ก ๆ ออกมาจากก้นกระเป๋า
เธอยื่นปึกธนบัตรให้อวิ๋นโม่เทียน “คุณอวิ๋น วันนั้นที่ปี้อวิ๋นเจียน ฉันทำหน้าผากคุณช้ำ วันนี้คุณเอาเงินพวกนี้ทุบหัวฉันห้าทีเป็การแลกเปลี่ยนก็แล้วกัน!”
“อืม เอาห้าแลกหนึ่ง ก็ถือว่ามีท่าทีสำนึกผิด” อวิ๋นโม่เทียนพยักหน้า ดวงตาสีดำขลับคู่นั้นจับจ้องที่ดวงตาของเสิ่นเมิ่งอีกครั้งด้วยความเ็า “แล้วที่ฉันโดนเธอเตะล่ะ เธอจะชดใช้ยังไง”
“ฉันจะชดใช้แบบนี้” เสิ่นเมิ่งเลิกชายกระโปรงขึ้นทันที เผยให้เห็นขาขาวเนียนเรียวยาวใต้กระโปรงผ้าแก้วสีเทา
สายตาของชายหนุ่มมองไปยังขาที่เรียวกระชับบอบบางนั่น เขาเหม่อลอยไปชั่วขณะ ดวงตาสีดำสนิทของเขาก่อตัวเป็คลื่นสีเข้มที่กำลังปั่นป่วน แต่ก็สงบนิ่งกลายเป็สีหมึกในไม่ช้า
“ฟิ้ว!”
เสิ่นเมิ่งเปิดมีดสปริงออกด้วยมือข้างหนึ่ง ใบมีดส่องประกายเย็นะเื เธอเงื้อมีดขึ้นและฟันลงมา ปลายใบมีดจมลงไปที่ส่วนล่างของน่อง แล้วกรีดขึ้นมา
เธอกรีดแผลลึกบนน่องของตัวเองจริง ๆ!
“เธอบ้าไปแล้ว!”
คิ้วของอวิ๋นโมเทียนกระตุกรุนแรง เขาอุทานออกมาด้วยความใ
แต่เสิ่นเมิ่งได้ชักมีดออกมาแล้ว และกำลังจะแทงลงไปอีกครั้ง!