ปักปักปัก~!
เสียงก่อสร้างด้วยการใช้ไม้เป็นหลักดังขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่จากกลุ่มคนที่ได้รับหน้าที่ให้ก่อสร้างค่ายพัก จากสิ่งที่พวกเขาคุยกันเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น จำเป็นต้องวางรั้วป้องกันค่ายเอาไว้ 2 ชั้น ชั้นในพวกเขาทำเป็นรั้วธรรมดาทั่วไปความสูงขึ้นอยู่กับต้นไม้ที่ตัดมาเสียบทำรั้ว แต่ชั้นนอกพวกเขาจะต้องทำรั้วจากการเสียบไม้ทำแนวทะแยงให้เหมือนกับหอก หากมอนสเตอร์วิ่งชนจะต้องได้รับความเสียหายจากไม้แหลมพวกนี้
ส่วนสิ่งก่อสร้างภายในค่าย พวกเขาไม่จำเป็นต้องสร้างอะไรมาก สิ่งหลักๆที่จำเป็นต้องสร้างคือคลังเก็บของ กรงขัง และสถานที่เอาไว้หลบภัย โดยทุกๆสิ่งก่อสร้างที่จะสร้างขึ้นมานี้เองจะใช้วิธีขุดหลุมเป็นอันดับแรกแล้วมุงด้วยไม้แหลมหลายอันจนคล้ายกับโคนไอติม สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าพวกเขาอาจจะเจอมอนสเตอร์บินได้ จึงต้องทำทุกอย่างให้มียอดแหลมคม
“ทางเราก็ไปกันเถอะ”
หน่วยสำรวจเริ่มต้นออกเดินทางอีกครั้ง วันนี้พวกเขาจำเป็นต้องออกตามหากล่องอุปกรณ์ที่เหลืออยู่ให้ได้มากที่สุด ซึ่งวันนี้แอชเชอร์ก็ได้ตกลงกันกับกลุ่มของเขาเอาไว้ว่าจะใช้การสำรวจแบบใหม่ โดยเขาจะนำหน้าไปก่อนเพื่อความปลอดภัย ด้วยสัญญาณวิทยุที่ปล่อยมาจากค่ายทำให้พวกเขาคุยกันได้ไกลขึ้น สิ่งๆนี้จึงทำให้แอชเชอร์สามารถเดินทางคนเดียวได้
“เอาล่ะ ฉันจะแยกตัวไปก่อน พวกนายดูแลตัวเองด้วย”
แอชเชอร์แยกตัวออกจากกลุ่มหลังจากพวกเขาเดินมาถึงจุดที่สำรวจเมื่อวาน การที่เขาทำแบบนี้มีอีกเหตุผลหนึ่งเช่นกัน นั่นคือเขาต้องการให้หน่วยสำรวจได้ทำงานด้วยตัวเองบ้าง ไม่ใช่ว่ารอให้เขาสั่งการอย่างเดียว การที่เขามีระบบมันจึงเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกให้คนที่เดินตามหลังเขาด้วยเช่นกัน จึงทำให้พวกเขาไม่เจอมอนสเตอร์เลยสักตัว
“นี่ ฉันเจอกล่องแล้วจะยกมันไปวางไว้ในเส้นทางที่พวกนายกำลังเดิน”
แอชเชอร์ใช้ระบบสื่อสารบอกเพื่อน พลางยกกล่องไปวางเอาไว้ในเส้นทางที่เพื่อนกำลังเดินทางไป จากนั้นเขาก็กระโดนขึ้นไปบนต้นไม้ แกล้งทำเป็นเหมือนว่าเขากำลังมองทุกอย่างจากสถานที่สูงๆ การที่เขาต้องแกล้งทำก็เนื่องมาจากว่าด้านบนเพดานพื้นที่แห่งนี้มีการติดกล้องเอาไว้ ทุกๆการเคลื่อนไหวในเขตแห่งนี้ ทางกองทัพที่กำลังจับตามองสามารถเห็นทุกการเคลื่อนไหว แอชเชอร์ยังไม่อยากเปิดเผยพลังของตัวเองให้ใครรับรู้ จึงแกล้งทำเป็นปีนต้นไม้ การที่เขาวิ่งไปหากล่องต่างๆที่ถูกซ่อนเอาไว้เหมือนกับรู้ตำแหน่ง น่าจะทำให้คนที่จับตามองสงสัยเขาได้
“ฉันวางกล่องที่ 3 เอาไว้ หากเดินตรงมาอีกก็จะเจอ”
การระบุตำแหน่งกล่องของแอชเชอร์เกิดขึ้นเรื่อยๆท่ามกลางเวลาที่เลยผ่านไป กลุ่มคนที่ต้องสับเปลี่ยนตัวในตอนบ่าย พวกเขาก็ได้เดินมาสมทบกับกลุ่มในช่วงเช้าก่อนจะสับเปลี่ยนการทำงานกัน โดยกลุ่มเช้าพวกเขาได้เดินทางกลับไปพร้อมกับกล่องมากมาย
[ตรวจพบพลังงานชีวิตใต้ดินลึก 10 เมตร]
แอชเชอร์หยุดเท้าหลังจากได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบ เขาจึงมองไปยังตำแหน่งจุดสีแดงมีลูกศรชี้นำทางให้รู้ว่าระบบมันตรวจพบสิ่งมีชีวิตตำแหน่งไหน ทว่าเขาไม่ได้สนใจเนื่องจากว่าตำแหน่งที่ระบบตรวจพบสิ่งมีชีวิตใต้ดิน ไม่ใช่ตำแหน่งของมอนสเตอร์ แต่เป็นจุดที่ครูฝึกใช้หลบซ่อนตัวเพื่อจับตาดูพวกเขาในการฝึก แอชเชอร์จึงพุ่งตัวจากไป หน้าที่ของเขาคือสำรวจจึงพยายามทำเครื่องหมายบอกทิศทางกลับค่าย กระทั่งเขาได้รับคำสั่งจากทางค่ายให้รีบกลับแอชเชอร์จึงหยุดเท้า วันนี้การสำรวจของเขาคงจบลงเพียงเท่านี้
“ทุกคนโปรดทราบ เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมงจะค่ำแล้ว รีบกลับค่ายด่วน!*”
เสียงพูดย้ำทำให้แอชเชอร์ต้องรีบเร่งฝีเท้ามากกว่าเดินขึ้นไปอีก ทันใดนั้นเอง วิทยุสื่อสารของชุดเกราะหน่วยสำรวจกลุ่มหนึ่งก็ได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นกระทันหัน จึงทำให้แอชเชอร์หยุดพลางมองจ้องไปยังทิศทางที่กำลังจะมีแสงพลุปรากฎ
ฟู่ว~!
แสงสีแดงบ่งบอกว่าตำแหน่งนั้นถูกโจมตีและมีอันตรายระบุให้แอชเชอร์มองเห็น เขาที่รู้ว่าตอนนี้หน่วยสำรวจที่ 5 กำลังปะทะกับมอนสเตอร์ 1 ดาวถึง 10 ตัวจึงพุ่งตัวไปด้วยความรวดเร็วเพื่อช่วยเหลือ
การช่วยของเขาในครั้งนี้ แอชเชอร์ตั้งเป้าหมายไว้สองอย่าง หนึ่งคือทดสอบระบบ1-1 สองเพิ่มคะแนนให้กับเขาเอง การทดสอบแม้จะมีการให้คะแนนรวมก็ตาม สุดท้ายเหล่าคนที่โดดเด่นยังไงพวกเขาก็ได้รับแต้มพิเศษที่มีผลต่อการรับยศ เขาจึงไม่คิดจะปล่อยโอกาสนี้ไป รีบพุ่งตัวไปช่วยเหลือจุดที่มีการต่อสู้เกิดขึ้นในทันที
“แอชเชอร์แอสลาส กำลังมุ่งหน้าไปช่วยเหลือหน่วยสำรวจที่ 5 ย้ำ~! ”
“แอชเชอร์แอสลาส กำลังมุ่งหน้าไปช่วยเหลือหน่วยสำรวจที่ 5 ”
ระบบสื่อสารของแอชเชอร์เปิดใช้งานก่อนที่ร่างของเขาจะเข้าใกล้จุดที่กำลังเกิดการระเบิด ทันทีที่เขามาถึงแอชเชอร์ได้กวาดตามองดูรอบๆ จนพบว่ามีชายคนหนึ่งบาดเจ็บหนัก รูปแบบการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้นนั้นล้วนแล้วพังเละเทะไปแล้ว จึงเหลือเพียงแค่ชายคนเดียวที่เป็นระดับ A ต่อสู้กับมอนสเตอร์นับสิบตัว
ตึง~!
“ใช้รูปแบบป้องกัน 1 10 1 ทุ่มกำลังไปที่การถอย~!”
แอชเชอร์กระโดดเข้าไปขวางทางมอนสเตอร์และหน่วยสำรวจที่ 5 พลางออกคำสั่งในทันที ระดับ A ที่เห็นแอชเชอร์มาได้จังหวะพอดีจึงชวนแอชเชอร์ต้านมอนสเตอร์เอาไว้จนกว่าเพื่อนของพวกเขาจะหนี แต่เมื่อแอชเชอร์สั่งการออกไปนี้ ระดับ A ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรเสร็จ ร่างของแอชเชอร์ก็ได้พุ่งเข้าหามอนสเตอร์หนึ่งในสิบตัวที่เขากำลังต่อสู้ ก่อนจะมีเลือดสีแดงสาดกระจายขึ้นฟ้า
มอนสเตอร์ตัวแรกที่แอชเชอร์พุ่งเข้าไปฆ่าถูกเขาใช้ดาบผ่าท้องของมันจนเครื่องในไหลทะลักออกมาจนตาย มอนสเตอร์ตัวที่สองที่พุ่งเข้าไปหาล้วนถูกตัดหัว ตัวที่สาม ตัวที่สี่ ตัวที่ห้าพวกมันทั้ง 3 ตัวถูกดาบและมีดในมือของแอชเชอร์แทงเข้าไปบริเวณลูกตาด้วยความเร็วสูงจนล้มตัวลงตาย
มอนสเตอร์ตัวต่อไปที่กำลังร้องคำรามล้วนถูกตัดขาก่อนจะมีดาบทะลวงปากของมัน ตัวที่เจ็ดแปดเก้านั้นล้วนถูกแทงคอ ปิดท้ายด้วยตัวที่สิบถูกผ่าหลังดึงกระดูกของมันออกมา ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงแค่ 2 นาทีกว่ามอนสเตอร์นับ 10 กลับตายด้วยสภาพสยดสยอง ทำเอาระดับ A ที่ไปฝึกในค่ายพิเศษกับแอชเชอร์ถึงขั้นยืนอึ้ง ไม่คิดว่าความห่างชั้นของพวกเขาจะมากถึงขนาดนี้ทั้งที่ไปฝึกคล้ายๆกัน จนเขามั่นใจว่ามอนสเตอร์ 1 ดาว 1 - 2 ตัวสามารถจัดการได้ด้วยตัวคนเดียว
“ถอยเร็วเข้าที่นี่ไม่ปลอดภัย~!”
คำสั่งของแอชเชอร์ทำให้ระดับ A ได้สติ จึงรีบกระโดดตามกลุ่มที่กำลังถอยหนี แอชเชอร์ที่ลงมือจัดการกับมอนสเตอร์ไปทั้ง 10 ตัวแล้วนี้ ก็ได้เดินเข้าไปหาพวกมันเพื่อตัดชิ้นส่วนสำคัญที่มีเพียงชิ้นเดียวไปเก็บเอาไว้เป็นแต้มของค่าย
ระหว่างเก็บชิ้นส่วนนี้เองแอชเชอร์ก็ได้ลองดูดซับฟอสเอนเนอร์จี้จากมันมาหนึ่งตัว ปรากกฎว่าเขาได้ฟอสเอนเนอร์จี้มาเพียงแค่ 1 หน่วยเท่านั้น ด้วยสิ่งที่เกิดทำให้เขาถอนหายใจ ยังดีที่ระบบให้ฟอสเอนเนอร์จี้กับเขามาเพียงแค่ 1 หน่วย
จากความเป็นจริงเขาต้องดูดกลืนฟอสเอนเนอร์จี้มอนสเตอร์ 1 ดาวหลายร้อยตัวเพื่อให้ได้ฟอสเอนเนอร์จี้ 5 ดาว 1 หน่วยแบบนี้ แต่การที่ระบบ 5 ดาวช่วยให้เขามีฟอสเอนเนอร์จี้ 1 หน่วยนับว่าเขายังได้ประโยชน์จากมอนสเตอร์ 1 ดาว
ฉึก~!
แกนมานาทรงกระบอกถูกเสียบลงไปยังร่างของมอนสเตอร์ สิ่งที่แอชเชอร์ควรทำนอกจากสำรวจแล้วก็คือเก็บแหล่งพลังงานกลับไป ร่างของมอนสเตอร์ 1 ดาวที่ตายล้วนมีฟอสเอนเนอร์จี้ เขาจึงใช้แกนพลังงานที่ได้มาจากกล่องอุปกรณ์เก็บกลับไปด้วย เพื่อให้ค่ายของเขามีพลังงานสำรอง
—------------------------
“เห็นอะไรไหม”
คนที่จับตามองผ่านกล่องบนเพดานสูงดูตะลึงกับความสามารถของแอชเชอร์ เซนเซอร์ของพวกเขาพึ่งตรวจเจอการต่อสู้ระหว่างนักเรียนค่ายฝึกที่ 7 กับมอนสเตอร์กลุ่มหนึ่ง แต่การต่อสู้เกิดขึ้นยังไม่นานมันกลับจบลงแล้วเพราะการปรากฎตัวของนักเรียนเพียงคนเดียว
ด้วยการฆ่าของแอชเชอร์นี้เองทำให้คนที่จับตามองเกิดความสงสัยจึงได้นำข้อมูลนี้เขาส่วนกลางเพื่อขอข้อมูล ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังแนบวีดีโอการฆ่าของแอชเชอร์ไปด้วย นอกจากพวกเขาที่เป็นผู้ควบคุมการสอบแล้ว ยังมีหลายหน่วยงานและหลายกลุ่มคนต้องการเห็นผลการสอบทุกๆวินาที โดยกลุ่มที่อยากเห็นนี้ล้วนแล้วเป็นกลุ่มผู้ทรงอำนาจ ที่อยากดึงตัวคนแข็งแกร่งเขาร่วมกับพวกเขา ทางกองทัพจึงต้องมีการนำข้อมูลของนักเรียนที่โดดเด่นออกไปไว้ในที่ส่วนรวมที่เตรียมเอาไว้ให้เหล่าแมวมองได้ยื้อแย่งกัน
—----------------------------------
“น่าจะพอได้”
แอชเชอร์มัดขาของมอนสเตอร์ทั้ง 10 ให้ติดกัน จากนั้นเขาได้นำพวกมันขึ้นไปห้อยบนต้นไม้ เหล่าคนที่ยังคงจับตามองเขาต่างก็สงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่แอชเชอร์ทำ แต่พวกเขากลับไม่มีใครรู้ว่าแอชเชอร์กำลังจะทำอะไร เพราะเขาทำเพียงแค่ห้อยมอนสเตอร์ทั้ง 10 ไว้บนต้นไม้ให้ร่างของพวกมันสูงห่างจากพื้นเพียง 3 เมตรเท่านั้น มันไม่ใช่ความสูงที่มาก ถ้าเขาจะเก็บมอนสเตอร์ทั้ง 10 ตัวเอาไว้เป็นอาหารรอมาเก็บในวันพรุ่งนี้ก็น่าจะวางเอาไว้สูงกว่านี้ หลายคนจึงตั้งคำถามกับตัวของเขา ก่อนที่กล้องจะเปลี่ยนไปมองมุมอื่นที่มีการต่อสู้กันกับมอนสเตอร์
ตุบ~!
แอชเชอร์ตามหน่วยสำรวจที่พึ่งถูกโจมตีกลับมายังค่ายพัก พลางบอกหัวหน้าค่ายให้รู้ว่ามอนสเตอร์ตายไปแล้ว ซึ่งคนที่บาดเจ็บต่างก็ถูกนำตัวไปรักษาอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายถึงชีวิต
“แอชเชอร์ ร่างมอนสเตอร์อยู่ไหน”
มอนสเตอร์คือสิ่งที่ผู้ผ่านการซิงโครไนซ์สามารถกินเข้าไปได้ มันจะถูกพวกเขาใช้เป็นอาหารสำรอง แม้ในช่วงกินจะปวดท้องแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรกิน
“ฉันห้อยมันไว้ในจุดที่เกิดการต่อสู้กัน เก็บมาเพียงแค่ชิ้นส่วนเท่านั้น”
ชิ้นส่วนมอนสเตอร์ทั้ง 10 มอบให้กับเพื่อน จากนั้นแอชเชอร์ก็เริ่มบอกถึงสาเหตุที่เขาได้ทำลงไป หลังจากเขาเห็นหัวหน้าค่ายกำลังจะจัดเตรียมกำลังคนไปขนมอนสเตอร์กลับมา
“หัวหน้าค่าย ฉันว่าหยุดก่อนจะดีกว่า มอนสเตอร์ทั้ง 10 ที่ถูกฆ่าฉันห้อยมันไว้บนต้นไม้ หากเราเก็บมันมาเร็วเกินไป เลือดของมันจะล่อมอนสเตอร์ตัวใหม่มาหาเรา อีกอย่าง การที่ห้อยไว้แบบนั้นยังดีต่อตัวของเราด้วยเพราะมอนสเตอร์จะไปรวมกลุ่มกันที่นั่น มันจะทำให้การสำรวจของเราในวันพรุ่งนี้ง่ายขึ้น”
“นั่นสินะ ฉันลืมไปเลยเรื่องเลือดที่ดึงดูดพวกเดียวกัน”
“งั้นหัวหน้าค่าย คืนนี้เพิ่มกำลังคนหน่อยนะ ฉันรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ เหมือนกับว่าจะมีมอนสเตอร์บุกโจมตีเรา”
แอชเชอร์แยกตัวไปงีบ จากประสบการณ์คืนที่ 2 หลังจากค่ายพักของพวกเขาเป็นรูปร่าง ทางครูฝึกจะล่อมอนสเตอร์ให้มาโจมตีค่ายของพวกเขา แม้มันจะไม่ถูกล่อมาเยอะ เพียง 1 - 2 ตัวก็ทำให้วุ่นวายได้แล้ว