บทที่ 38 รวมทีม
ในเวลาแปดโมงเช้าวันรุ่งขึ้นผู้ที่ผ่านการทดสอบรอบแรกก็ถูกปลุกด้วยเสียงที่ดังจากลำโพงภายในห้องทุกคนได้รับคำสั่งเหมือนกันคือให้สวมชุดภาคสนามแล้วมาเจอกันที่สนามกลางภายในสิบนาที
ชุดภาคสนามนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเป็นชุดสีดำที่แขวนไว้ในตู้เก็บเสื้อผ้านั่นเอง
เรียกรวมตัวไม่ถึงสิบนาทีทั้งสิบสองคนก็ยืนแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งเตรียมพร้อมอยู่ที่สนามแล้วคนที่ยืนอยู่ด้านตรงกันข้ามยังคงเป็นเฉิงชิง ลูกน้องคนสนิทของฉู่เทียนเฟิงนอกจากเขาแล้วยังมีคนของหน่วยพยัคฆ์ยืนอยู่อีกหลายคน
“เพื่อไม่ให้เสียเวลาฉันจะไม่พูดอะไรไร้สาระ วันนี้จะมีการแบ่งกลุ่มเพื่อทำการทดสอบรอบที่สองแต่ละกลุ่มต้องมีสมาชิกขั้นต่ำห้าคน สูงสุดไม่เกินเจ็ดคน ทำหน้างงกันทำไม? ฉันยังพูดไม่จบ ! พวกเธอทั้งสิบสองคนจะถูกเรียกว่าเป็นหน่วยภาคสนามสามารถรวมกลุ่มกันได้ไม่เกินสามคน ส่วนสมาชิกที่เหลือก็โน่น”เฉิงชิงชี้นิ้วไปอีกทางหนึ่ง
เมื่อมองไปตามทิศทางที่เฉิงชิงบอกทุกคนก็เห็นว่าตอนนี้กำลังมีคนเดินเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งมุ่งหน้ามาโดยมีทหารหน่วยพยัคฆ์ประกบอยู่ด้านข้าง คนกลุ่มนี้พอมาถึงก็ยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มของหวังเฟิงจัดแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งเช่นกัน แต่จำนวนคนมีน้อยกว่า เพียงสิบคนเท่านั้น
เฉิงชิง รอให้กลุ่มคนที่มาใหม่จัดแถวเรียบร้อยแล้วก็พูดต่อว่า“พวกเธอที่มาใหม่นี้จะถูกเรียกว่าหน่วยสนับสนุน พวกเธอทั้งสองหน่วยอยากจับคู่กับใคร เลือกเอาได้เลย ฉันให้อิสระอย่างเต็มที่กฎในการจับคู่มีเพียงสองข้ออย่างที่ฉันได้บอกไปแล้ว ทีมไหนที่ได้สมาชิกครบแล้วให้หัวหน้าทีมมารายงานตัวที่อาคารปีกซ้ายชั้นสองห้องห้า”
สิ้นเสียงเฉิงชิงเหล่าผู้เข้าทดสอบทั้งยี่สิบสองคนต่างหันหน้ากันมองอย่างสนอกสนใจ กลุ่มของหวังเฟิงตอนนี้มีสองคนแล้วนั่นคือตัวหวังเฟิงเอง กับต้าเป่า ยังต้องหาสมาชิกอีกอย่างน้อยสองคนและหนึ่งในนั้นจะต้องเป็นคนจากหน่วยภาคสนาม
“ลูกพี่มีข้อกำหนดในการหาสมาชิกไหมครับ”
“เลือกคนที่คิดว่าจะเข้ากันได้กับพวกเรา”หวังเฟิงตอบกลับ
ต้าเป่าเองก็คิดแบบนี้เหมือนกันเพราะต้องทำงานกันเป็นทีม ดังนั้นการสื่อสาร ความเข้ากันได้ของแต่ละคนจึงเป็นสิ่งสำคัญมากส่วนความสามารถนั้นเป็นเรื่องรองเพราะยังไงคนที่ผ่านรอบแรกมาได้ความสามารถต้องไม่แย่อยู่แล้ว อีกอย่างยังมีลูกพี่ทั้งคน!
ทีแรกต้าเป่าไปชวนคนที่ได้พักอยู่ห้องเดียวกันแต่อีกฝ่ายดันมีทีมที่อยากเข้าอยู่แล้ว จึงตอบปฏิเสธ พอต้าเป่ามองไปรอบ ๆ อีกครั้งก็พบว่าเจิ้งหมิงยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย เลยเดินเข้าไปชวนร่วมทีม
“เจิ้งหมิงสนใจร่วมทีมด้วยกันไหม”
เจิ้งหมิงที่ใบหน้าทื่อด้านพอได้ยินคนมาชักชวนแววตาก็เป็นประกายทันที เขาเป็นคนเข้าสังคมไม่เก่งแถมยังไม่กล้าเปิดปากพูดคุยกับคนอื่นก่อนพอมีต้าเป่าคนที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคย มาชวนร่วมทีมแบบนี้จึงตอบตกลงทันที“นับฉันไปด้วยคน !”
“ฉันคิดแล้วนายต้องตกลง เจิ้งหมิง นายตามฉันไปหาสมาชิกทีเหลือกัน” ต้าเป่าพูดพลางเดินนำเจิ้งหมิงไปหาสมาชิกอีกสองคนถามอยู่ครู่หนึ่งก็พบกับคนที่ยังไม่ได้ตกลงเข้าทีมไหน จึงชักชวนมาร่วมทีมด้วยกันต้องบอกว่าชื่อของ ต้าเป่า กับเจิ้งหมิง ถือว่าเป็นใบเบิกทางที่พอใช้ได้เพราะทั้งสองคนต่างก็มีชื่อเสียงอยู่พอสมควร ทำให้ทั้งสองคนตอบตกลงได้อย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก
หน่วยสนับสนุนคนแรกชื่อเมิ่งซิ่วอิง หญิงสาวที่มีใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก อายุยี่สิบปี หุ่นอวบเล็กน้อยมีความเชี่ยวชาญด้านการแกะรอยอย่างมาก
คนที่สองชื่อสวีตงหยาง ชายหนุ่มใบหน้าธรรมดา ตัดผมสั้น ใส่แว่นตากลม ดูราวกับผู้รู้อายุสิบเก้าปี มีความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ และการซุ่มยิง
“เท่านี้สมาชิกของทีมเราก็ครบแล้ว”ต้าเป่าพูดอย่างดีใจ
“ครบแล้ว?” เมิ่งซิ่วอิงรู้สึกสงสัย“แต่ฉันนับได้แค่สี่คนเองนะ”
ต้าเป่ายิ้มอย่างมีเลศนัย “ทุกคนตามฉันมา”
ต้าเป่าเดินนำสมาชิกทีมทั้งสามคนตรงไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่รอบสนามต้นหนึ่งที่นั่นมีหวังเฟิงกำลังนั่งหลังพิงต้นไม้คอยอยู่เงียบ ๆ
“นี่คือสมาชิกคนสุดท้ายของทีมเราเหรอ? ฮิ ๆ ไม่น่าเชื่อ ฉันแอบมองเขาอยู่หลายหนแน่ะ”เมิ่งซิ่วอิงไม่คิดเลยว่าสมาชิกคนสุดท้ายจะเป็นหนุ่มหล่อที่เธอแอบมองอยู่หลายครั้ง
‘เป็นคนที่หน้าตาดีมากจริง ๆ’สวีตงหยางคิดในใจ
ส่วนเจิ้งหมิงเคยเห็นหวังเฟิงมาก่อนแล้วจึงไม่ได้คิดอะไรสิ่งที่เขาให้ความสนใจจริง ๆ ก็คือหวังเฟิงคนนี้มีดีที่ตรงไหนกันแน่ถึงขนาดทำให้คนที่มีความสามารถอย่างต้าเป่ายอมเป็นมือเป็นเท้าให้
“ลูกพี่คนครบแล้ว” ต้าเป่าร้องขึ้น พร้อมกับแนะนำสมาชิกแต่ละคน
หวังเฟิงส่ายศรีษะต้าเป่าคนนี้จะแสดงเก่งเกินไปแล้ว เขาได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ “สวัสดีทุกคนผมหวังเฟิง”
เมื่อแนะนำตัวกันไปรอบหนึ่งทั้งหมดต่างก็เปิดใจมากขึ้น หลังจากพูดคุยสัพเพเหระกันรอบหนึ่ง ต้าเป่าก็บอกว่า“พวกเราต้องเลือกหัวหน้าทีม จะได้ไปรายงานชื่อสมาชิกให้ครูฝึกเฉิงทราบฉันขอเสนอลูกพี่ ให้เป็นหัวหน้าทีมของพวกเรา ถ้ามีใครคิดว่าไม่เหมาะสมสามารถออกความเห็นได้”
เจิ้งหมิงเมิ่งซิ่วอิง สวีตงหยาง สามคนมองหน้ากัน จากนั้นก็พยักหน้าขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงพวกเขาทั้งสาม ไม่มีใครมีคุณสมบัติมากพอที่จะเป็นหัวหน้าทีมได้สักคนแล้วจะไปโต้แย้งทำไมเล่า ?
“งั้นทุกคนรอตรงนี้ก่อน ฉันจะไปรายงานกับครูฝึกเฉิง” หวังเฟิงเดินแยกตัวออกมาเดินตรงไปยังห้องที่เฉิงชิงเคยบอกไว้ อาคารปีกซ้าย ชั้นสองห้องห้า
ก๊อกก๊อก ก๊อก
“เข้ามา”
หวังเฟิงเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบกับโต๊ะทำงานอยู่ห้าตัว ตั้งวางเรียงรายกันในห้อง มีทหารเดินสวนกันไปมาดูเป็นภาพที่มีชีวิต กระชับกระเฉงอย่างมากส่วนเฉิงชิงนั้นกำลังนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง กำลังง่วนอยู่กับเอกสารบางอย่าง
“ครูฝึกเฉิงชิงผมหวังเฟิง มาแจ้งรายชื่อสมาชิกทีมครับ”
เฉิงชิงที่กำลังก้มหน้าก้มตาพอได้ยินว่าเป็นหวังเฟิงก็รีบเงยหน้าขึ้น
‘แววตามุ่งมั่นดี’ เฉิงชิงคิดในใจ จากนั้นก็พูดขึ้น “สมาชิกทีมของเธอมีใครบ้าง”
“นอกจากผมแล้วมีต้าเป่า เจิ้งหมิง เมิ่งซิ่วอิง และสวีตงหยาง รวมทั้งหมดห้าคนครับ”
ระหว่างที่รายงานชื่อสมาชิกหวังเฟิงก็เห็นว่าเฉิงชิง หยิบแท็บเล็ตที่อยู่ริมขอบสุดของโต๊ะขึ้นมาแล้วเปิดไฟล์หนึ่งขึ้น จากนั้นก็ลากรายชื่อที่เขาบอกจัดรวมกลุ่มเข้าด้วยกันสุดท้ายก็กลายเป็นตารางรายชื่อทีมอย่างง่ายขึ้นมา โดยมีชื่อ ‘หวังเฟิง’ อยู่บนหัวตาราง