โรงพยาบาลกลาง
ห้องพักผู้ป่วยวีไอพี
เซี่ยวซิงอวี่ตื่นขึ้นมาตอนที่ข้างนอกหน้าต่างยังเป็นเวลากลางคืน
“ฉันนอนไปนานแค่ไหนแล้วเนี่ย...”
เซี่ยวซิงอวี่ขยี้ตาที่ปรือแล้วเปิดโทรศัพท์ดูพอเห็นวันที่ในโทรศัพท์ก็ตกใจแทบหงายหลัง
“เวรละ ฉันนอนไปตั้งสามวันเต็มๆเลยเหรอเนี่ย!”
หลังจากออกมาจากหุบเขาหมอกโลหิตได้ไม่นานเซี่ยวซิงอวี่ก็หมดสติไป
และหลับยาวไปถึงสามวันเต็มๆ
เซี่ยวซิงอวี่ลงจากเตียงแล้วขยับร่างกายเล็กน้อย ท่าทางดูเก้งก้างและเชื่องช้า
“ปวดแขนจังเลย เอวก็เจ็บสงสัยร่างกายที่อ่อนล้ายังฟื้นตัวไม่เต็มที่”
สามวันก่อนการต่อสู้กับแมงมุมเนตรอสูรใต้ดินในหุบเขาอย่างดุเดือดทำให้เซี่ยวซิงอวี่เฉียดตายไปรอบหนึ่ง
ตอนนี้เซี่ยวซิงอวี่พันผ้าพันแผลหนาเตอะทั่วร่างกายบาดแผลยังไม่หายสนิท
เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้น
“ติ๊ง~”
“ขอแสดงความยินดีกับท่านโฮสต์!ปลดล็อกความสำเร็จ [ตำแหน่งผู้ควบคุมสัตว์อสูรสองดาว]”
“รางวัลความสำเร็จ :[ทักษะการต่อสู้ธาตุแสง – “ประกายแสงชั่วพริบตา”] + [เมล็ดพันธุ์สัตว์อสูรเถาวัลย์วิญญาณสวรรค์]”
“รางวัลถูกจัดส่งแล้ว โปรดตรวจสอบ”
เซี่ยวซิงอวี่คิดในใจแล้วเปิดคลังระบบ
ในช่องเก็บของ มีของเพิ่มมาสองอย่าง
ทักษะการต่อสู้และเมล็ดพืชที่เปล่งประกายระยิบระยับหนึ่งเมล็ด
“ทักษะการต่อสู้ธาตุแสงนี้มาได้ทันเวลาพอดีเหมาะกับเฟรยาเลย”
อีกสองสัปดาห์ก็จะถึงการแข่งขันซูเปอร์โนวาแล้ว
สองสัปดาห์ก็เพียงพอที่เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์จะเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ธาตุแสงนี้
เซี่ยวซิงอวี่เกิดความคิดแวบหนึ่งจึงดึงเมล็ดพืชในช่องเก็บของออกมา
มันเป็นเมล็ดพืชสีเงินกลมๆเปล่งกลิ่นหอมจางๆ พร้อมกันนั้นก็เป็นร่างต้นของสัตว์อสูรประเภทพืช[สัตว์อสูรเถาวัลย์วิญญาณสวรรค์]
ร่างต้นของมังกรบริสุทธิ์คือไข่มังกร
ในทำนองเดียวกันร่างต้นของสัตว์อสูรประเภทพืชก็คือเมล็ดพืช
“นี่เป็นสัตว์อสูรประเภทพืชตัวแรกที่ฉันได้รับดูจากข้อมูลแล้ว...”
“ดีมาก ดีจริงๆ!”
แม้ตอนนี้สัตว์อสูรเถาวัลย์วิญญาณสวรรค์จะเป็นเพียงเมล็ดพืชที่ไม่สะดุดตาแต่เซี่ยวซิงอวี่ยังคงสามารถมองเห็นข้อมูลเมื่อมันเติบโตเต็มที่ได้
สัตว์อสูรเถาวัลย์วิญญาณสวรรค์ไม่ใช่สัตว์อสูรประเภทพืชธรรมดา แต่มันเป็นสัตว์อสูรประเภทพืชที่มีสายเลือดโบราณ!
สายเลือดโบราณ มีคุณภาพระดับ [มายาเทพ]
คุณภาพระดับมายาเทพสูงกว่าคุณภาพระดับเทพเจ้าหนึ่งขั้น!
สายเลือดที่แข็งแกร่งขนาดนี้กำหนดได้เลยว่าการเพาะเลี้ยงเมล็ดพืชนี้ต้องยากลำบากแน่นอน
เนตรปีศาจสามารถตรวจสอบขั้นตอนและวิธีการเพาะเลี้ยงเมล็ดพืชได้
รอยยิ้มของเซี่ยวซิงอวี่ค่อยๆ จางหายไป
“อะไรนะ? รดน้ำไม่ได้ต้องรดด้วยน้ำค้างจากหญ้าหางฟีนิกซ์และน้ำหวานจากดอกไม้เรืองแสงปีศาจเท่านั้น?”
“ปุ๋ยธรรมดาใช้ไม่ได้ต้องใช้มูลของสัตว์อสูรระดับราชันอสูรมาเป็นปุ๋ยเท่านั้น?”
“เมล็ดพืชแค่นี้ ทำไมถึงจุกจิกนักนะดูแลยากกว่าคุณหนูตระกูลดังเสียอีก!”
เมล็ดพืชนี้ หากเพาะเลี้ยงสำเร็จเมื่อเติบโตเต็มที่ก็จะกลายเป็นสัตว์อสูรเถาวัลย์วิญญาณสวรรค์ซึ่งมีสายเลือดโบราณคุณภาพระดับมายาเทพ
แต่การจะเพาะเลี้ยงให้สำเร็จค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย ทำให้เซี่ยวซิงอวี่ลังเลใจ
“ช่างเถอะก็เป็นสายเลือดโบราณคุณภาพระดับมายาเทพนี่นา ฉันยอมตามใจแกก็ได้”
เซี่ยวซิงอวี่เข้าใจหลักการข้อหนึ่งเป็นอย่างดีนั่นคือความเสี่ยงสูงผลตอบแทนสูง และความพยายามไม่มีวันสูญเปล่า
น้ำค้างจากหญ้าหางฟีนิกซ์และน้ำหวานจากดอกไม้เรืองแสงปีศาจ ไม่สามารถหาซื้อได้ในตลาดต้องไปเก็บเองในพื้นที่อันตรายที่สัตว์อสูรอาศัยอยู่
ส่วนมูลของสัตว์อสูรระดับราชันอสูรเซี่ยวซิงอวี่ก็ต้องกัดฟันลองเสี่ยงดู
ต้องรู้ไว้ว่า จิ้งจอกเก้าหางไต้ลู่ซึ่งเป็นไพ่เด็ดที่ใหญ่ที่สุดของเซี่ยวซิงอวี่ในตอนนี้ก็ยังเป็นแค่ระดับจักรพรรดิอสูรเท่านั้น
แม้แต่ไต้ลู่ในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุดก็ทำได้แค่ถูกสัตว์อสูรระดับราชันอสูรโจมตีแล้วหนีเท่านั้น
“การเพาะเลี้ยงเมล็ดพืชนี้ต้องใจเย็นๆต้องค่อยเป็นค่อยไป”
“ถ้าอยากใส่ปุ๋ยก็ต้องหามูลของสัตว์อสูรระดับราชันอสูรมาให้ได้...”
เซี่ยวซิงอวี่เกิดความคิดแปลกๆ ขึ้นมาจึงเปิดตราผนึกอสูร เพื่ออัญเชิญจิ้งจอกเก้าหาง
แสงสว่างส่องประกายหญิงสาวงามผู้มีเสน่ห์แบบต่างแดนก็ปรากฏตัวขึ้นข้างเตียงคนไข้
หูจิ้งจอกสองข้างขยับเล็กน้อยทำให้ราชินีสาวเซ็กซี่คนนี้ ดูมีเสน่ห์ขี้เล่นแบบที่สาวๆ ในวัยเดียวกันจะมี
“เรียกฉันมาทำอะไร?”
ไต้ลู่ยังคงวางท่าเย็นชาเหมือนเดิมภายนอกดูเย็นชาแต่ภายในกลับอบอุ่นสายตาของเธอจับจ้องไปที่ร่างกายของเซี่ยวซิงอวี่ที่พันผ้าพันแผลหนาเตอะ
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
“ฉันถามนายว่า บาดแผลยังเจ็บอยู่ไหม?”
“ลู่ลู่ ไม่ต้องห่วง ฉันร่างกายแข็งแรงมากไม่เจ็บแล้ว ฮึบ~”
เพื่อจะอวดเซี่ยวซิงอวี่จึงวิดพื้นไปสองสามครั้ง แต่บังเอิญไปโดนแผลเข้า เลยเจ็บจนหน้าเหยเกเหงื่อเย็นไหลออกมา
ไต้ลู่ขมวดคิ้วแล้วประคองเซี่ยวซิงอวี่ให้นอนลงบนเตียง พร้อมกับดุว่า“บาดเจ็บขนาดนี้แล้ว ยังจะมาเก่งอีก นอนพักผ่อนนิ่งๆ เลยนะ!”
รักมากก็ห่วงมาก
ท่าทีที่ไต้ลู่แสดงออกกับเซี่ยวซิงอวี่ค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว
“ลู่ลู่ ขอบคุณนะ”
ไต้ลู่ยื่นน้ำอุ่นให้เซี่ยวซิงอวี่แล้วถามอย่างจริงจังว่า “บอกมาได้แล้วเรียกฉันมามีเรื่องอะไรกันแน่?”
“ลู่ลู่เธอเองก็เคยเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิอสูรและยังเป็นสัตว์อสูรที่จักรพรรดินีแห่งหลงกั๋วเกลียดเข้าไส้...”
“คนใหญ่คนโตและตัวอันตรายอย่างเธอน่าจะรู้จักสัตว์อสูรเจ๋งๆ เยอะแยะเลยใช่ไหม”
“อย่างเช่น สัตว์อสูรระดับราชันอสูร?”
ไต้ลู่ตกใจเล็กน้อย แล้วถามอย่างสงสัยว่า“นายถามเรื่องนี้ทำไม?”
“บอกหน่อยสิ เธอรู้จักหรือเปล่า?”
ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาในใจหวนรำลึกถึงสนามรบที่เต็มไปด้วยไฟ
“ฉันรู้จักสัตว์อสูรบางตัวที่แข็งแกร่งกว่าฉันจริงๆนายถามเรื่องพวกนี้ทำไม?”
เซี่ยวซิงอวี่ตบขา แล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า
“เธอรู้จักก็ดีแล้ว!”
“ไอ้หนูนายแปลกๆ นะ มีแผนอะไรกันแน่?”
เซี่ยวซิงอวี่จับมือหยกของไต้ลู่ขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วถามอย่างจริงจังว่า
“ลู่ลู่เธอช่วยฉันหามูลของสัตว์อสูรระดับราชันอสูรมาให้หน่อยได้ไหม?”
“เซี่ยวซิงอวี่ นายป่วยหรือเปล่า!”
“ฉันจริงจังนะ”
“ฮึ นายป่วย!”
สายตาของไต้ลู่เผยความรังเกียจออกมาเล็กน้อยแล้วกลายเป็นแสงสว่างวูบหนึ่ง หายเข้าไปในตราผนึกอสูรของเซี่ยวซิงอวี่
เซี่ยวซิงอวี่หัวเราะทั้งน้ำตาแล้วตบตราผนึกอสูรอย่างแรง
“ลู่ลู่ อย่าเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ป่วยแล้วก็ไม่ได้เป็นโรคจิตด้วย”
“ฉันต้องการมูลของสัตว์อสูรระดับราชันอสูรเพื่อใช้ในทางที่ถูกต้องไม่ได้เอาไว้กินนะ!”
“ลู่ลู่!”
ไม่ว่าเซี่ยวซิงอวี่จะอธิบายยังไงไต้ลู่ก็ไม่ฟัง แถมยังเข้าใจผิดว่าเซี่ยวซิงอวี่ชอบกินอึ...
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกสองสัปดาห์ผ่านไปแล้ว
การแข่งขันซูเปอร์โนวาที่จัดขึ้นปีละครั้งจัดขึ้นในวันนี้
เช้าตรู่ เซี่ยวซิงอวี่สวมชุดแข่งขันขึ้นรถโรงเรียนมายังสนามบินเมืองหลงอิ่น
สถานที่จัดการแข่งขันซูเปอร์โนวาตั้งอยู่ในเมืองซื่อหลิน(สี่วิญญาณ)
ความหมายของสี่วิญญาณคือสัตว์วิญญาณทั้งสี่ตัวได้แก่ ชิงหลง ไป๋หู่ จูเชวี่ย เสวียนอู่ และยังหมายถึงสี่สถาบันใหญ่
แต่ละสถาบันจะส่งผู้เข้าแข่งขันสามคน
เซี่ยวซิงอวี่เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันของสถาบันชิงหลง
เมื่อเซี่ยวซิงอวี่เดินเข้าไปในห้องโถงผู้โดยสารก็เห็นชายหนุ่มหญิงสาวผมสีขาวคู่หนึ่งทันที
ชายหนุ่มผมสีขาวคือ มู่หรงหยางซั่ว
หญิงสาวผมสีขาวคือ มู่หรงซินซิน
ทั้งสองคนนี้ และเซี่ยวซิงอวี่ก็คือสมาชิกทั้งหมดของตัวแทนจากสถาบันชิงหลงที่เข้าแข่งขัน
“โอ้ อัจฉริยะเซี่ยวมาแล้ว~”
มู่หรงหยางซั่วแม้จะพูดจาเหน็บแนมแต่ก็ไม่ได้น่ารังเกียจอะไร
“พี่หยางซั่ว สวัสดีครับ~”
“ลิ่วจิน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเธอสวยขึ้นอีกแล้ว”
มู่หรงซินซินตกใจเล็กน้อยแล้วมองเซี่ยวซิงอวี่ด้วยสายตาแปลกๆ
“พรวด~”
มู่หรงหยางซั่วที่เพิ่งดื่มโค้กเข้าไปก็พ่นออกมาเต็มพื้น
“ไอ้หนู นายเรียกน้องสาวฉันว่าอะไร?”
เซี่ยวซิงอวี่พูดซ้ำว่า“ลิ่วจินไง~”
“ทำไมล่ะ?”
“เพราะว่าชื่อมู่หรงซินซินยาวเกินไปเรียกยาก ฉันเลยตั้งชื่อเล่นให้น้องสาวนายว่าลิ่วจินไง”
ตัวอักษร ‘ซิน’(鑫)ประกอบด้วยอักษร ‘จิน’ (金)หกตัวพอดี (เลขหกในภาษาจีนคือลิ่ว)
นี่คือที่มาของชื่อเล่นที่เซี่ยวซิงอวี่ตั้งให้
มู่หรงหยางซั่วถลกแขนเสื้อขึ้น
“เฮ้ย ฉันมันเป็นพวกอารมณ์ขึ้นง่ายนะเซี่ยวซิงอวี่ นายกล้าตั้งชื่อเล่นให้น้องสาวฉัน แถมชื่อเล่นยังเชยขนาดนี้เชื่อไหมว่าฉันจะ...”
“พี่ชาย นั่งลง”
มู่หรงซินซินพูดขึ้นมู่หรงหยางซั่วก็จำต้องหยุดการกระทำ นั่งลงอย่างว่าง่ายแล้วจ้องเซี่ยวซิงอวี่ด้วยสายตาอาฆาต
เซี่ยวซิงอวี่ไม่สนใจสายตาอาฆาตของมู่หรงหยางซั่วแล้วนั่งลงข้างมู่หรงซินซิน
“ลิ่วจิน ช่วงนี้เป็นไงบ้างความก้าวหน้าในการพัฒนาสัตว์อสูรเป็นยังไงบ้าง?”
“สัตว์อสูรตัวแรกของฉันวิวัฒนาการจนเป็นระดับเติบโต (ขั้นสอง) แล้วสัตว์อสูรตัวที่สองก็ปลุกพลังธาตุสายฟ้าได้ด้วย...”
มู่หรงหยางซั่วอ้าปากค้าง
มู่หรงซินซินคุยกับเซี่ยวซิงอวี่อย่างเป็นธรรมชาติซึ่งทำให้มู่หรงหยางซั่วรู้สึกแปลกหน้ามาก
“นี่~ นี่น้องสาวฉันจริงๆเหรอ?”
“เธอกำลังคุยกับผู้ชายเหรอ?”
“แถมยังยอมรับชื่อเล่น ‘ลิ่วจิน’ ที่เชยสุดๆ นี่ได้อีกด้วยเหรอ?”
“โอ้สวรรค์ โลกใบนี้มันบ้าไปแล้วหนูไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้แมว! น้องสาวฉันดันมีชายในฝันซะงั้น!”
ต้องบอกว่ามู่หรงหยางซั่วพูดเก่งมากเหมาะที่จะเป็นแร็ปเปอร์ที่ดีหลังเกษียณได้เลยนะ