เทพสงครามสายเลือดมังกร

ตอนที่ 150 ปะทะคารม

ชายหนุ่มที่ถีบประตูจนพังช่างดูเย่อหยิ่งอย่างน่าเหลือเชื่อ  เห็นได้ชัดว่าเขาคือ ‘องค์ชายน้อยแห่งเหล่าทอง’ จินเฉิงเอิน ผู้เป็นที่ร่ำลือว่ายึดตนเองเป็นที่ตั้ง


“เจ้าทั้งสองช่างห้าวหาญเหลือเกิน ไม่สนใจชื่อเสียงของข้า จินเฉิงเอิน ผู้นี้เลยหรือ?”


เมื่อได้เห็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยของหลงเฉินและหลิวหลานที่กำลังหันหลังให้  จินเฉิงเอินก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครแต่คาดเดาว่าหลงเฉินเป็นเพียงคนธรรมดา และเขายังรู้สึกโกรธแค้นไม่หาย


เมื่อพูดจบ  สายตาเฉียบคมก็จับจ้องมาที่หลงเฉิน


หลงเฉินสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่แผ่ออกมาอย่างรุนแรง  ราวกับว่าจินเฉิงเอินเป็นกระบี่ที่คมกริบ ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองมิได้ยืนอยู่ใกล้กัน ทว่าคลื่นพลังจากปลายกระบี่ของจินเฉิงเอินได้พุ่งเสียบร่างของเขาแล้ว


เมื่อรู้สึกได้ว่ามีเลือดซึมออกมาจากผิวหนัง  หลงเฉินจึงตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ


หากหลงเฉินเป็นบุคคลสำคัญที่มาทำลายชื่อเสียงของเขา จินเฉิงเอินก็คงไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง  แต่ถึงกระนั้น เขากลับเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่บรรลุระดับแก่นมนุษย์ที่หาญกล้าท้าทายเขา!


ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกเกรงกลัวต่อสิ่งใดขณะที่ถีบประตูและปล่อยให้คลื่นพลัง [กายาเคลือบทอง] ทิ่มแทงหลงเฉิน


‘เขาทำให้ข้าบาดเจ็บได้เพียงแค่การยืนอยู่เบื้องหน้า  นี่คือพลังของทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำขั้นสูงงั้นรึ?’


หลงเฉินรู้สึกประหลาดใจแต่หากลัวไม่  หากเขามาที่นี่เพียงลำพังเขาอาจจะสงวนท่าทีในการท้าทายจินเฉิงเอินอย่างที่เขาทำในตอนนี้  อย่างไรก็ตาม เขาก็มีหลิวหลานอยู่ด้วย


แล้วก็เป็นไปตามคาด  หลิวหลานยืนขึ้นและหันกลับมา ใบหน้าอ่อนหวานและเรือนร่างชวนตะลึงเผชิญหน้ากับจินเฉิงเอิน


เมื่อได้เห็นหญิงงาม  จินเฉิงเอินผู้หล่อเหลาก็มีท่าทีตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัดและกำลังจะเอ่ยวาจาออกมา  แต่แล้วก็พบว่าใบหน้านั้นดูคุ้นตาอย่างไม่น่าเชื่อ  เมื่อพินิจดูแล้วก็พบว่านางคือหญิงที่ฉู่ยวิ๋นซีมีใจให้


‘เจ้าหนุ่มนี่คือหลงเฉินที่ฉู่ยวิ๋นซีเอ่ยถึงสินะ?’


จินเฉิงเอินตระหนักได้ทันทีว่าพวกเขาเป็นใคร  เขาตั้งใจจะสั่งสอนหลงเฉินและแย่งแก่นวิญญาณโลหิตอสูรมา  แต่ถึงกระนั้น  เมื่อมีหลิวหลานอยู่ด้วย  แผนการของเขาจึงมิอาจเป็นไปได้


แม้ว่าเขาจะไม่สนใจเรื่องแก่นวิญญาณ  ทว่าจินเฉิงเอินก็ไม่สามารถปล่อยวางเรื่องของฉู่ยวิ๋นซีได้เช่นกัน


“ข้าก็สงสัยอยู่ว่าเป็นใคร... ที่แท้ก็คู่รักผู้ไร้ยางอายนี่เอง  พวกเจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใดรึ?  กำลังมองหาสถานที่ที่จะทำให้ตัวเองต้องเสียหน้าอย่างนั้นหรือ?”


แม้จินเฉิงเอินจะมีท่าทีสุภาพ  ทว่าวาจาของเขาช่างเชือดเฉือน เมื่อหลิวหลานได้ยินจึงมีท่าทีรังเกียจและโพล่งขึ้นมาทันที


“ข้าเองก็ได้ยินกิตติศักดิ์อันเลื่องลือเกี่ยวกับคำพูดไร้ที่อารยะขององค์ชายน้อยมานาน ทั้ง ๆ ที่ไม่น่าจะหลุดออกจากปากของผู้ที่มีสถานะเช่นเจ้าเลย  ทว่าสิ่งที่ข้าเห็นในวันนี้ช่างกระจ่างชัดนัก”


ในเรื่องของการต่อปากต่อคำ  แม้ว่านางจะไม่เคยชนะหลงเฉินได้ ทว่าจินเฉิงเอินเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และนางก็ไม่ใช่คนที่จะยอมถูกกลั่นแกล้งได้ง่าย ๆ


“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”


จินเฉิงเอินเริ่มบันดาลโทสะ  แต่เขาตระหนักดีว่าเขาไม่สามารถเอาชนะนางได้  หากพวกเขาต่อสู้กันที่นี่ สมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งคงไม่อยู่เฉย  ดังนั้นเขาจึงต้องกล้ำกลืนโทสะนั้นเอาไว้ และเยาะเย้ยหลงเฉินพลางเบือนหน้าจากหลิวหลาน


“ข้าเองก็ได้ยินกิตติศัพท์เรื่องความเจ้าชู้ของหลิวหลานมานาน  ช่างน่าขันที่ใครคนบางคนชอบผู้หญิงแพศยาอย่างนาง...”


“เช่นนั้นรึ?”


หลงเฉินไม่ยอมถอย


“เหตุใดจึงเหมือนนิทานเรื่องสุนัขจิ้งจอกที่บอกว่าองุ่นเปรี้ยว ทั้ง ๆ ที่ไม่มีปัญญาได้ลิ้มรสกันนะ? ฉู่ยวิ๋นซีเหมือนกับจิ้งจอกตัวนั้นไม่มีผิด”

[Note: สำนวนองุ่นเปรี้ยวมีที่มาจากนิทานอีสปเรื่อง สุนัขจิ้งจอกกับองุ่น เล่าถึงสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งเห็นพวงองุ่นห้อยระย้าอยู่บนต้นไม้สูงก็อยากจะกิน แต่กระโดดเท่าไรก็ไม่ถึง มันจึงต้องเดินจากไปด้วยความผิดหวัง และปลอบใจตนเองโดยรำพึงว่าองุ่นพวงนั้นเปรี้ยวอย่างแน่นอน ‘องุ่นเปรี้ยว’ จึงหมายถึง สิ่งใดหรือผู้ใดที่ตนต้องการแต่ไม่สามารถครอบครองได้ และตำหนิว่าสิ่งนั้นไม่ดี]


“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”


เขาคิดว่าหลงเฉินเป็นเพียงหนุ่มเจ้าสำราญผู้โชคดีที่มีหลิวหลานคอยเลี้ยงดู อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าหลงเฉินกล้าท้าทายเขา  จินเฉิงเอินจึงปลดปล่อยจิตสังหารของเขาออกมาในทันที


คำพูดก่อนหน้าของเขาเป็นดั่งระเบิดลูกใหญ่สำหรับหลิวหลาน  นางรู้ดีว่าตนเองไม่ได้มีชื่อเสียงในทางที่ดีนัก  แต่ไม่ว่าจิตใจของนางจะแข็งแกร่งสักเพียงใด นางก็ยังเสียความรู้สึกกับคำพูดที่รุนแรงเช่นนี้  อย่างไรก็ตาม  เมื่อหลงเฉินตอกกลับไป  ความรู้สึกเจ็บปวดเหล่านั้นก็มลายหายไปสิ้นจนนางสามารถหัวเราะได้


นางมองหลงเฉินด้วยสายตาซาบซึ้งระคนแปลกใจ


“ข้าพูดไปชัดเจนที่สุดแล้ว  เชื่อว่าคุณชายจินเองก็น่าจะเข้าใจเรื่องง่าย ๆ เช่นนี้ได้ไม่ยาก ใช่หรือไม่? แม้แต่หมูโง่ ๆ ยังเข้าใจเลย”


หลงเฉินเอ่ยอย่างหน้าตาเฉยพร้อมกับยิ้ม


“ฮิฮิ”  หลิวหลานป้องปากหัวเราะ


ปฏิกิริยาโต้ตอบของพวกเขาเป็นการดูแคลนองค์ชายน้อยแห่งเหล่าทองอย่างที่สุด  หมัดของเขากำแน่น ดวงตาแดงก่ำ


“หลงเฉิน เจ้าอยากตายมากนักรึ?”


จินเฉิงเอินถ่มน้ำลาย  หลงเฉินคิดว่าเขาจะลงมือ  ทว่าสุดท้ายแล้ว จินเฉิงเอินก็ข่มอารมณ์ไว้ได้


ควาดอดทนระดับนี้ทำให้หลงเฉินกังวลใจ  เมื่อองค์ชายน้อยมิใช่ผู้ที่หุนหันพลันแล่นหรือโง่เขลา ในทางตรงกันข้าม  เขากลับมีไหวพริบและความอดทนสูงมากทีเดียว


เพราะคู่ต่อสู้ที่มีลักษณะเช่นนี้และยังทรงพลังอย่างมาก คือผู้ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด


“หากไม่มีอะไรแล้วละก็  ได้โปรดไปเสียเถอะ ข้าเกรงว่าท่านคงจะไม่รู้ว่าการรบกวนคู่รักที่กำลังหวานชื่นนั้นไร้มารยาทเพียงใด”


หลงเฉินยังไม่ยอมลดละ


“ดี... ดีมาก...!”


จินเฉิงเอินยิ้มเยาะพลางจ้องมองหลิวหลานและหลงเฉิน


“ช่างเป็นคู่รักที่ไร้ยางอายสิ้นดี น่ารังเกียจเหลือเกิน! หลงเฉิน ข้าได้ยินว่าเจ้าจะเข้าร่วมการคัดเลือกเข้าเหล่าคนในด้วย หวังว่าเจ้าคงรอดชีวิตกลับไปยังสำนักมรกต  มิเช่นนั้น... หญิงผู้นี้อาจจะหว่านเสน่ห์อีกครั้งก็ได้เมื่อนางเริ่มรู้สึกเปล่าเปลี่ยว...”


“เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก  ข้าทำให้นางพึงพอใจได้อยู่แล้ว”


สีหน้าท่าทางของหลงเฉินนั้นเป็นธรรมชาติอย่างน่าเหลือเชื่อ  ทว่าหลิงซีมิอาจทนไหว  เขารู้สึกราวกับโดนทิ่มแทงที่ติ่งหูและทำได้เพียงกัดฟันและอดทนเอาไว้


‘ข้าลืมไปเสียสนิทว่ายัยปีศาจน้อยก็อยู่ด้วย!’


ระหว่างนั้น จินเฉิงเอินที่เห็นว่าหลงเฉินยังคงไม่รู้สึกรู้สากับการข่มขู่ของเขา  ความรู้สึกกระหายเลือดจึงเพิ่มสูงขึ้น


ทว่าเขาทำได้เพียงสะกดกลั้นความเกรี้ยวกราดเอาไว้


“ในเมื่อเจ้าไม่กลัวตาย ข้าจะบอกอะไรเจ้าไว้อย่าง  ในการแข่งขันด่านแรกของการคัดเลือก  ข้าและฉู่ยวิ๋นซีจะจับคู่กัน  ข้าแน่ใจว่าคงไม่มีใครอยากจับคู่กับเจ้าสินะ?  ฮ่า ๆ ๆ”


ขณะที่หัวเราะอยู่นั้น  เขาเอ่ยกับหลิวหลานหลังจากเหลือบมองหลงเฉิน


“นังผู้หญิงแพศยา ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นเขาคุกเข่าต่อหน้าข้า  อ้อนวอนขอความเมตตาต่อหน้าทุกคน  ข้าอาจจะยอมปล่อยเขาไปก็ได้หากเขายอมทำเช่นนั้น...”


จินเฉิงเอินหันหลังและเดินจากไป


ขณะเดียวกัน คลื่นพลังรุนแรงที่ทิ่มแทงหลงเฉินก็อันตรธานหายไปสิ้น


หลงเฉินตระหนักถึงพลังของ [กายาเคลือบทอง]  มีบาดแผลเล็ก ๆ นับสิบบนร่างกายของเขาในเวลานี้  ราวกับว่าหลงเฉินถูกตำด้วยเข็มแหลม


“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”


เมื่อเห็นรอยเลือดบนใบหน้าของหลงเฉิน  หลิวหลานจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง


“ไม่ต้องสนใจหรอก”


เมื่อเช็ดเลือดออกไป  เพียงครู่เดียวแผลเล็ก ๆ เหล่านั้นก็หายไปด้วยเคล็ดวิชา [กายาย้อนกลับ]


“พอใจหรือยังล่ะ?”


นางกลอกตาใส่หลงเฉิน  หลิวหลานทรุดตัวลงนั่ง  ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง


“ทีแรกเจ้ามีทั้งวิญญาณสัตว์อสูรและผลึกแก้ว  หากเจ้าไม่ไปท้าทายจินเฉิงเอิน  เจ้าอาจจะพอมีโอกาสอยู่บ้าง  แต่เวลานี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว  เจ้าไม่เหลือสิ่งใดแล้ว  เจ้าจะเทียบกับฉู่ยวิ๋นซีและจินเฉิงเอินที่มีพลังใกล้เคียงกับระดับแก่นปฐพีขั้นสมบูรณ์ได้อย่างไรกัน?”


หลงเฉินหัวเราะออกมาแต่ไม่ได้พูดอะไร  บางสิ่งบางอย่างมิต้องการคำอธิบาย  หากแต่ต้องลงมือทำให้เห็นเท่านั้น


“ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่รู้สึกกดดันบ้างเลยนะ...”


หลิวหลานส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา


“หลงเฉิน มีบางอย่างที่ข้ายังไม่ได้บอกเจ้า เพราะข้าคิดว่ามันอาจจะทำให้เจ้าคิดมาก”


“อะไรรึ?”  สีหน้าเคร่งขรึมของหลิวหลานทำให้หลงเฉินรู้สึกกังวล


หลิวหลานเม้มปากและมองหลงเฉิน


“มันเกี่ยวกับน้องสาวของเจ้าที่เพิ่งเข้าเหล่าคนในไปน่ะ”


เมื่อพูดถึงหยางหลิงชิง  หลงเฉินมีลางสังหรณ์ไม่สู้ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาถามอย่างจริงจัง


“เกิดอะไรขึ้นกับหลิงชิง?”


“เจ้าไม่เข้าใจความเป็นไปของเหล่าคนใน  คนส่วนมากเป็นคนในแต่เดิมอยู่แล้ว  ด้วยแซ่ของพวกเขา  ตงฟาง ซีเหมิน หนานกง และเป่ยถัง  ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เหล่าคนในแห่งตระกูลหลิงอู่ได้เปิดรับคนรุ่นใหม่จากเหล่าคนนอกเข้าไป และจากที่ข้าได้รู้มา เด็กสาวทุกคนที่เข้าไปและมีรูปลักษณ์หมดจดงดงามล้วนเป็นที่หมายปองของยอดฝีมือเหล่าคนในที่พากันต่อสู้แย่งชิงให้ได้มา  และผู้ที่เข้าเหล่าคนในแห่งตระกูลหลิงอู่ก็มักจะเป็นผู้ชาย  เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่?”


หลงเฉินขมวดคิ้ว


“ท่านหมายความว่า เพื่อป้องกันการแบ่งแยกระหว่างเหล่าคนในดั้งเดิมและคนจากเหล่าคนนอกที่เพิ่งเข้าไป  พวกเขาจึงหาทางทำให้คนที่มาจากเหล่าคนนอกพวกนี้กลายเป็นพวกเขาอย่างสมบูรณ์  นั่นก็คือทำให้ตระกูลของเหล่าคนนอกผูกมัดเหล่าคนในและกลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาโดยปริยาย  อย่างนั้นใช่หรือไม่?”


“ถูกต้อง  สรุปก็คือหากเจ้าเข้าเหล่าคนในได้ เจ้าจะต้องแต่งงานกับคนในนั้น”


พูดอีกอย่างก็คือหากหลงเฉินเข้าเหล่าคนใน  ภรรยาในอนาคตของเขาจะต้องเป็นคนจากเหล่าคนในเท่านั้น  แน่นอนว่าผู้ชายย่อมมีภรรยาได้หลายคน  และหากหลงเฉินแข็งแกร่งอย่างแท้จริง ก็เป็นไปได้หากเขาจะมีภรรยาคนอื่น ๆ อีก


หลิวเยวี๋ยนเองก็มีแผนการเช่นนั้นแต่แรก  หากฉู่ยวิ๋นซีเข้าเหล่าคนในได้ เขาก็จะยอมให้หลิวหลานแต่งงานกับฉู่ยวิ๋นซี  ทว่านางคงไม่ได้เป็นฮูหยินใหญ่ของเขาอย่างแน่นอน


ด้วยเหตุนี้หลิวหลานจึงไม่เลือกฉู่ยวิ๋นซี


เพราะเป็นไปไม่ได้ที่หญิงผู้ภาคภูมิเช่นนางจะยอมมีสามีร่วมกับผู้อื่น


ระหว่างนั้น  หลงเฉินไม่ได้คิดถึงตัวเขาเองเลยนอกจากหยางหลิงชิง


“หากจะพูดอีกนัยหนึ่ง หลิงชิงจะต้องแต่งงานกับตระกูลเป่ยถังแม้ว่านางจะไม่ยินยอมก็ตามงั้นรึ?”


เมื่อคิดเช่นนี้  คิ้วของหลงเฉินก็ขมวดแน่นขึ้นอีก


หลิวหลานพยักหน้า


“ถูกต้อง  เจ้ายังจำเป่ยถังม่อได้ใช่หรือไม่? หลังจากได้ยินว่าหยางหลิงชิงมีกายาเงาพิศวง  เขาก็รีบรุดไปยังลัทธิเซียนโลหิตทันที  เจตนาของเขาชัดเจนมาก  เขาหมายจะฟูมฟักหยางหลิงชิงอย่างรวดเร็วและแต่งงานกับนาง...”


“อะไรนะ?”


สีหน้าของหลงเฉินถมึงทึงอย่างน่ากลัว


********************



คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน