“ อาจารย์ใจเย็นๆ นั่นมันเป็นเสียงของท่านผู้คุ้มกฏสวรรค์ ท่านสือโฮ่วเชียวนะ”
หยางเจี่ยนเข้ามาเอ่ยเตือนเทียนเบาๆ
“ ผู้คุ้มกฏแล้วไง เล่นลอบกัดข้ามาสองครั้งแล้ว มันนี่เองส่งเสริมจอมมารญิน”
“ อาจารย์ในสภาสวรรค์รองจากท่านเง็กเซียนและเจ้าแม่หวังหมู่ ก็ท่านสือโฮ่วนี่แหละเป็นหัวหน้าผู้คุ้มกฏสวรรค์” หยางเจี่ยนเอ่ยเบาๆ กับเทียน
“ ช่างเถอะ พวกเราไปหาซุนหงอคงกันดีเถอะ”
บนสภาสวรรค์ หัวหน้าคุมกฏท่านสือโฮ่ว รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้สภาสวรรค์ฟังโดยละเอียด และเสนอให้เจ้าแม่ทำการส่งคำสาบ ไปให้หลี่เทียนกลายเป็นหมูตามที่เคยลงโทษขุนพลเทียนเผิง
“ หลี่เทียนคนนี้บังอาจนัก กล้าสังหารขุนพลสวรรค์ตายเป็นพัน เห็นทีข้าคงต้องลงโทษมันเสียหน่อยแล้ว บังอาจเข่นฆ่าคนของเรา เสด็จพี่เรื่องนี้ท่านยอมไม่ได้นะ” เจ้าแม่หวังหมู่เอ่ยกับเง็กเซียนที่กำลังหลับตาอยู่
“ เสด็จพี่ นี่ท่านฟังข้าอยู่หรือเปล่านี่” เจ้าแม่หวังหมู่เอ่ยเสียงแข็ง
“ ฟังอยู่ แต่เรื่องนี้ต้องบอกกับพระยูไลก่อน หากท่านรู้ว่าพวกเราทำอะไรศิษย์ของท่านหากท่านเอาเรื่องใครเล่าจะต้านทานพลังของท่านได้”
“ แล้วใครจะยอมให้ศิษย์ตัวเองถูกลงโทษกัน” เจ้าแม่หวังหมู่เอ่ยด้วยความไม่พอใจ
“ แจ้งให้ท่านทราบก่อน หากท่านไม่ว่าอะไร เจ้าจะสาบหลี่เทียนไปเกิดเป็นหมูเป็นหมาก็แล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน” เง็กเซียนก็โยนเรื่องให้เจ้าแม่หวังหมู่ไปเอ่ยกับพระยูไลเอาเอง
“ ผู้คุ้มกฏสือโฮ่ว ท่านไปสอบถามพระยูไล แล้วมาบอกกับข้าด้วย” เจ้าแม่หวังหมู่ให้สือโฮ่วไปจัดการเรื่องนี้ รอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียมของผู้คุ้มกฏสือโฮ่ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
ยอดเขาฮัวกูซัน มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังใช้ขวานเข้าต่อสู้กับ ชายผู้หนึ่งใครเห็นหน้าก็รู้จัก เขาคือ เทพวานรฉีเซียนต้าเซิง ซุนหงอคง กำลังต่อสู้กับ เด็กหนุ่มซึ่งก็คือเฉินเซียง บุตรชายคนเดียว วัย 15 ปี ของเจ้าแม่ซันเซิ่งหมู่เจ้าแม่โคมวิเศษ
หรือฉานน้อย ศิษย์ของเทียน
เฉินเซียงมีพลังดุจช้างสาร ใช้ขวานใหญ่เข้าฟัน หงอคง ไม่ว่าฟันที่ตรงไหน กระบองทองก็ป้องกันไว้ได้อย่างรวดเร็ว เทพวานรปล่อยให้เฉินเซียงโจมตีแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่ได้โต้ตอบ แต่พอลงมือตอบโต้ เพียงท่าเดียวเฉินเซียงก็ถูกฟาดกระเด็นไปไกล แต่เฉินเซียงกลับไม่เป็นอะไร พุ่งหายวับเข้ามาใหม่ ยังไม่ทันถึง
ตัวราชาวานร ก็ถูกกระบองทองที่ปล่อยออกมาแล้วยาวกว่าปกติ ทำให้เฉินเซียงถูกกระแทกหงายหลังกระเด็นไป เฉินเซียงจะเข้าจู่โจมอีก ก็มีคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตรงด้านหน้า ซุนหงอคงเห็นเทียนก็จำได้ ว่าเทียนเป็นคนบังคับให้เขาไปที่ชมพูทวีปในตอนนั้น
จึงตีลังกาหมุน 18 ตลบ ควงกระบองทองฟาดใส่เทียน ที่ยืนอยู่หน้าสุดคนเดียว โดยมีหยางเจี่ยน เหลยเจี้ยนจื่อ เจ้าแม่ซันเซิ่งหมู่ที่อุ้มเสี่ยวหลง
ตูม ! กระบองทองซุนหงอคงกระแทกพื้น จนแผ่นดินแยก เทียนถีบเข้าสีข้าง ซุนหงอคงกระเด็นคลุกฝุ่น ไปหลายสิบเก้า ซุนหงอคงโมโหมาก พุ่งร่างนับร้อยเข้าใส่เทียนที่ยืนอยู่อย่างนิ่งสงบ เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ร่างแปลงที่มีอยู่หลายคน ถูกเทียนปล่อยฝ่ามือยูไลเข้าใส่กระเด็นไปจนหมด
ซุนหงอคงกระแทกกระบอกทองปักลงพื้นทะลุแทบจะถึงแกนโลก แล้วหงอคงก็ตบอกของตนเองร่างของซุนหงอคง ขยายใหญ่ขึ้นเป็นคิงคองตัวใหญ่กระโดดเข้าใส่เทียนแล้วทุบเทียนไม่ยั้ง แต่เทียนหายวับไป กำลังจะต่อยด้วยหมัดดาวนพเก้า
แต่ว่าต้องหยุดไว้ก่อน เพราะ เสี่ยวหลงตะโกนออกมาเสียงดัง
“แม่จ๋า สู้สู้” แล้วพุ่งตัวออกมาจากอ้อมกอดของของเจ้าแม่ซันเซิ่งหมู่ แล้วกลายร่างเป็นคิงคองตัวใหญ่ แค่หัวเข่าซุนหงอคง พุ่งเข้าต่อยใส่ซุนหงอคง ตุบ ๆ ๆ ๆ ไม่ยอมหยุด ซุนหงอคอ หยุดนิ่งไม่ขยับเขยี้อนไปไหน ปล่อยให้เสี่ยวหลงทุบใส่ไม่ยั้ง แต่ไม่สามารถทำอะไรซุนหงอคงได้เลย
“ เสี่ยวหลง” เทียนเอ่ยเรียกเสี่ยวหลงด้วยเสียงแผ่วเบา เหมือนมีความรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสีย เสี่ยวหลงไป
ซุนหงอคง มองหน้าของเสี่ยวหลงที่กำลังทุบเขา ด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคย เหมือนกับว่าเขามองตัวเองตอนเด็ก ยิ่งมองไปในร่างของลิงน้อยตัวนี้ เขาเห็นภาพของหลงเอ๋อภรรยาจิ้งจอกที่จากกันไปนานแสนนาน เขาอุ้มลิงน้อยเข้ามากอดเอาไว้แน่น เสี่ยวหลงเหมือนรู้สึกอะไรบางอย่าง พยายามผลักออก แล้วตะโกนเรียกเทียน เหมือนให้มาช่วย พอต่อยจนหมดแรงร่างก็กลายเป็นเด็กน้อยตามเดิม
ซุนหงอคงก็กลับมาเป็นเทพวานรคนเดิมเช่นกัน
“แม่จ๋า แม่จ๋า” เสี่ยวหลงยกมือเพื่อจะให้เทียนเข้ามาช่วย เทียนเดินเข้าไปหาอย่างช้า ๆ ซุนหงอคงมองหน้าเทียนในใจอยากถามว่า เสี่ยวหลงเป็นลูกของเขาใช่ไหม เทียนเหมือนรู้ใจ จึงพยักหน้าให้ แล้วเดินมาใกล้ ๆ แล้วอุ้มเสี่ยวหลงออกมาจากมือ ของซุนหงอคงที่ยังยืนนิ่งไม่ขยับ
“แม่จ๋า แม่จ๋า” เสี่ยวหลงเข้ามากอดเทียนแน่นอย่างสบายใจที่ออกมาจากซุนหงอคงได้
“ เสี่ยวหลง นี่คือ พ่อจ๋า ของเจ้า คำนับเขาซะ” เทียนบอกออกไปอย่างช้าๆ รู้สึกยากที่จะเอ่ยออกมาจริง ๆ แล้วก็ปล่อยให้เสี่ยวหลิงลงมาที่พื้น เสี่ยวหลงเดินไปคุกเข่าคำนับซุนหงอคง เท่านี้บ่อน้ำตาของซุนหงอคงแตกกระจายร้องไห้ออกมาไม่อายใคร
“ ลูกพ่อ” แล้วจับเสี่ยวหลงเข้ามากอดไว้หอมแก้มซ้ายขวา ด้วยน้ำตา เสี่ยวหลงมองด้วยความสงสัย แต่ก็เอามือน้อย ๆ เช็ดน้ำตาให้ซุนหงอคง แล้วเอ่ยคำว่า
“ พ่อจ๋า” เทียนได้ยินคำนี้ก็รู้สึกได้ว่าต่อไปนี้ เขาคงไม่ได้อยู่กับเสี่ยวหลงอีกแล้ว
ในที่สุด ครอบครัวพ่อแม่ลูก ของฉานน้อยก็อยู่กันครบ ส่วนซุนหงอคงกับเสี่ยวหลงก็เข้ากันได้ดี เสี่ยวหลงสนุกกับการขี่คอหงอคงขี่เมฆสีทองบินไปบินมา
เทียนนั่งดื่มน้ำชากับหยางเจี่ยนและเหลยเจี้ยนจื่อ ปรึกษาเรื่อง ครอบครัวของฉานน้อย ว่าควรจะทำเช่นไรดี เพราะว่าสภาสวรรค์คงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้แน่
“ แดนสวรรค์นี่ไปยังไง” เทียนเอ่ยถามหยางเจี่ยนทันที
“ อาจารย์เรื่องนี้ อันตรายมาก ครั้งที่แล้วเจ้าแม่หวังหมู่ ออกราชโองการสวรรค์ออกมา ขุนพลเทียนเผิงไปเกิดเป็นหมูที่โลกมนุษย์ทันทีเลย” หยางเจี่ยนเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ ข้าถามว่าไปแดนสวรรค์ยังไง โองการสวรรค์ข้าทำลายมาแล้ว อย่าได้กลัวเลย”
“ แดนสวรรค์มีทางเข้าแปดทิศ มีเทพทวารทั้งแปดเฝ้าอยู่ คนภายนอกไม่มีทางเข้าแดนสวรรค์ได้ แต่ถ้าอาจารย์จะไปข้าก็สามารถพาไปได้เลย” หยางเจี่ยนอธิบาย
“ พาข้าขึ้นไปแดนสวรรค์ ข้าจะเจรจากับเง็กเซียนกับเจ้าแม่หวังหมู่เอง”
“ ข้าไปด้วย เรื่องสนุก ๆ แบบนี้ขาดข้าไปได้อย่างไร” ซุนหงอคงเหาะลงมาพร้อมกบอุ้มเสี่ยวหลงมาด้วย
“ ครั้งก่อนท่านก่อกวนจนสวรรค์ จนพังไปหมด ถ้าไม่มีคำสั่งจากท่านเง็กเซียน
ห้ามท่านขึ้นไปแดนสวรรค์อยู่นะ” เหลยเจี้ยนจื่อเอ่ยเตือน
“ ไม่เป็นไรหรอก ข้าแค่จะไปขอลูกท้อเซียนมาให้เสี่ยวหลงกินสักสิบยี่สิบลูกเท่านั้น
เสี่ยวหลงกินลูกท้อเซียนไหมลูก” ซุนหงอคงเอ่ยออกมา แล้วก็กลับไปเล่นกับเสี่ยวหลงต่อ
“ พ่อลูกคู่นี้เหมือนกันจริง ๆ ไม่ชอบอยู่นิ่ง ๆ เหมือนกันเลย” หยางเจี่ยนเอ่ยออกมาเบาๆ
“ พวกเราเดินทางกันเถอะ ข้าไม่อยากเสียเวลา” เทียนสั่งให้ทุกคนขึ้นแดนสวรรค์พร้อมกันทั้งหมด ทิ้งให้หลิวเยี่ยนชางอยู่คนเดียวเพราะเขาเป็นมนุษย์ธรรมดา
แดนสวรรค์
“ นี่คือราชโองการสวรรค์สั่งให้หลี่เทียนไปเกิดเป็นหมู ท่านเอาไปจัดการได้เลย
แต่ท่านแน่ใจนะ ว่าพระยูไลท่านไม่ว่าอะไร” เจ้าแม่หวังหมู่เอ่ยกับสือโฮ่วหัวหน้าผู้คุ้มกฏ ด้วยความรู้สึกกังวล
“ ท่านไม่ว่าอะไรแน่นอน เราไม่ได้ฆ่าเขา แค่ลงโทษให้สำนึกผิด ไว้ให้เขาบำเพ็ญเพียรไม่กี่สิบปี ก็สามารถกลับมาเป็นเซียนได้อีก เหมือนขุนพลเทียนเผิง”
สือโฮ่วพูดไปแบบนั้น ในความเป็นจริงเขาไม่ได้สอบถามเรื่องนี้กับพระยูไล เพราะว่าพระยูไลเวลานี้ได้เก็บตัวฝึกตนอยู่ไม่ต้อนรับใครทั้งสิ้น
ทันใดนั้น มีนักรบสวรรค์เข้ามารายงานว่า
“ เรียนเจ้าแม่ ขุนพลหยางเจี่ยน พาหลี่เทียนกับพวกขึ้นแดนสวรรค์ขอพบท่านเง็กเซียน เวลานี้เข้าประตูสวรรค์มาแล้ว”
“ ดี ให้พวกมันมา ขอเพียงจัดการกับหลี่เทียนได้คนอื่นก็ไม่มีปัญหา” สือโฮ่วเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียม
“ แต่ว่าครั้งนี้มีท่านฉีเซียน ต้าเซิ่งขึ้นมาด้วย”
“ อะไรนะ เจ้าลิงหิน นี่มันมาด้วยหรือ” เจ้าแม่หวังหมู่ตกใจที่รู้ว่าซุนหงอคงก็มาด้วย
“ ท่านฉีเซียน ต้าเซิ่งบอกว่าขอพบเจ้าแม่ เพื่อขอประทานท้อเซียนให้บุตรชายของเขาสักยี่สิบลูกด้วย”
“ อะไรนะ นี่มันมีลูกด้วยหรือนี่ ตายล่ะ แค่มันคนเดียว ก็ป่วนจะแย่แล้ว นี่มันมีลูกอีกคน มิแย่ไปกว่านี้หรือ เอายังไงดีท่านผู้คุ้มกฏ” เจ้าแม่หวังหมู่เริ่มกังวลใจ
“ ซุนหงอคง มาขอแค่ลูกท้อสวรรค์เท่านั้น เจ้าแม่ก็ประทานให้เขาไป คงจะไม่มีอะไร” สือโฮ่วรีบเอ่ยตอบทันที
“ เฮ้อ ครั้งที่แล้วข้าให้มันลูกเดียว สุดท้ายมันกินไปหมดทั้งสวน เจ้าไปบอกฉางเอ๋อ บอกให้ทุกคนเฝ้าระวัง ต้นท้อเซียนขั้นสูงสุด” เจ้าแม่หวังหมู่สั่งการเสร็จก็ไปที่สภาสวรรค์ทันที
เทียนขึ้นมาแดนสวรรค์อย่างง่ายดาย พบว่าดินแดนแห่งนี้มีไอเซียนหนาแน่นมากกว่าแดนเซียนมามาก เข้าใจเลยว่าทำไมพลังของเซียนที่นี่ขั้นต่ำต้องมีระดับจักรพรรดิขึ้นไป บนแดนสวรรค์ไม่มีพื้นดิน มีแต่เมฆขาวปกคลุมไปหมด แต่ทุกคนก็เดินกันบนเมฆได้เหมือนเดินบนดินได้เลย สิ่งก่อสร้างบนแดนสวรรค์ เหมือนกับพระราชวังลอยฟ้ามีอยู่มากมาย แต่ที่เทียนยืนอยู่นี่ คือ หน้าสภาสวรรค์ มีพวกขุนนางแดนสวรรค์ และนักรบยืนอยู่โดยรอบ มองเข้าไปด้านในมีจ้าวสวรรค์นั่งอยู่กับเจ้าแม่หวังหมู่ มีชายคนหนึ่งสวมชุดสีดำยืนอยู่ด้านข้าง เจ้าแม่หวังหมู่ เทียนจำกลิ่นอาย ของมันได้ มันเป็นคนที่ปล่อยฝ่ามือ จากบนฟ้าเข้าใส่เทียน
“ หลี่เทียน เจ้ากล้าบังอาจนัก สังหารนักรบสวรรค์ ชิงตัวนักโทษ และยังบุกมาบนสวรรค์อีก บอกมาเจ้ามีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่” สือโฮ่ว กล่าวความผิดของเทียน
ทันทีที่เอ่ยปาก
“ ข้าแค่อยากมาบอกว่า ให้ท่านปล่อยครอบครัวของศิษย์ของข้าเท่านั้น”
“ เชอะ ลำพังมนุษย์อย่างเจ้าเนี่ยนะ จะมาขอร้องสภาสวรรค์ให้ปล่อยพวกเขา ลำพังตัวเจ้าเองก็ยังเอาตัวไม่รอด ยังมีหน้าไปช่วยคนอื่นอีกหรือ” สือโฮ่วเอ่ยอย่างดูถูก
“ ข้าไม่ได้มาขอร้องสักหน่อย ข้าแค่มาบอกพวกท่านเฉยๆ หากว่าจะหาเรื่องกันโดยใช้กฏสวรรค์กับศิษย์ของข้า ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน” เทียนเอ่ยเตือนออกมาแบบนี้ เจ้าแม่หวังหมู่ กับเง็กเซียนก็ตกใจยิ่งนัก ไม่คิดว่าเทียนจะกล้าเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมาได้
“ บังอาจนัก มนุษย์เด็กน้อยอย่างเจ้า ถือดีว่าเป็นศิษย์พระยูไล ถึงได้กล้าบังอาจเช่นนี้ ข้าส่งคนไปถามพระยูไล ท่านบอกข้ามาแล้ว ให้ข้าทำตามกฏได้เลย ท่านผู้คุ้มกฏ อ่านโองการสวรรค์ส่งมันไปเกิดใหม่ได้เลย” เจ้าแม่หวังหมู่เอ่ยออกมา
ผู้คุ้มกฏเลยนำ โองการสวรรค์มาอ่านทันที
“ หลี่เทียน ทำผิดกฏสวรรค์ ฆ่านักรบสวรรค์ ไปหลายพันคน ชิงตัวนักโทษ โทษสมควรตาย แต่ให้โอกาสแก้ตัว ให้ไปเกิดเป็นหมูในมวลมนุษย์ ครบร้อยปีให้ถือเป็นอิสระทันที” จากนั้นสือโฮ่วก็ปล่อยราชโองการลอยไปบนฟ้า มีแสงส่องลงมา
หาเทียน หยางเจี่ยนกับ เจ้าแม่ซันเซิงหมู่รีบคุกเข่าขอร้องแต่ไม่ทันแล้ว แสงส่องมาโดนร่างของเทียนไปเรียบร้อยแล้ว
เทียนยืนมองด้วยความสงสัย ผ้าสีทองผืนเดียวเนี่ยนะ จะทำให้เขาไปเกิดเป็นหมู น่าขันสิ้นดี เทียนยกมือปล่อยแสงออกจากดวงตาออกไป พรึบ ราชโองการไฟลุกไหม้ หายไปในทันที ทุกคน ตกใจยิ่งนักที่ผ่านมาไม่เคยมีใครเลยที่ ถูกราชโองการสวรรค์แล้วรอดมาได้ พวกเขาไม่รู้ว่าในร่างกายของเทียนนั้นมีลูกแก้วจันทราป้องกันคำสาบที่ได้จากเทพีอาร์ทีมิสมา ไม่ว่าจะเป็นเทพหรือเซียนคนไหนก็ไม่สามารถสาบเทียนได้
“ อย่าให้ข้าต้องทำลายแดนสวรรค์ เพราะเรื่องแค่นี้เลย” เทียนเอ่ยเตือนด้วยเสียงที่เย็นระเยือก
“ เทพทวารแปดทิศ สิบแปดตุลาการสวรรค์ หกผู้คุ้มกฏ สัตว์เทพเจ้าทั้งสี่ ฆ่ามันเลย” สือโฮ่วตะโกนสั่งออกมาดังลั่น เง็กเซียนสะดุ้งทันที ไม่คิดว่า สือโฮ่วจะเตรียมกำลังมาเยอะขนาดนี้ เจ้าแม่หวังหมู่ก็ตกใจเช่นกันไม่คิดว่าจะต้องฆ่าเทียน
เพราะยังเกรงกลัว พระยูไลกันอยู่มาก
“ เรียงหน้ากันเข้ามาเลย หยางเจี่ยน ฉานน้อย พวกเจ้าไม่ต้องมายุ่ง ข้าจะจัดการพวกมันเอง” เทียนเอ่ยจบท้องฟ้า เริ่มมีประกายฟ้าแลบฟ้าร้อง แล้วมีฟ้าผ่าลงมาหลายเส้น แม้แต่เทพอัสนีเหลยเจี้ยนจื่อเห็นยังตกใจ ลมพายุพัดเข้ามาเป็นพายุ
หมุนแรงขึ้น เหล่ากองทัพสวรรค์เห็นเช่นนั้น เริ่มหยุดนิ่งไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เทียน
เทียนสั่งโจมตี ทันที หมัดดาวนพเก้าพุ่งเข้าใสกองทัพสวรรค์ ที่ยืนอยู่หน้าเทียน โครม กระเด็นกันไปคนละทิศละทาง ยังไม่มีใครได้เข้าใกล้เทียนเลย สายฟ้ามาพร้อมกับพายุ ผ่าทำลายแดนสวรค์ไปทั่วทุกสารทิศ สร้างความตกใจ ให้คนแดนสวรรค์ไปทั่ว มีฝ่ามือยักษ์โผล่มาจากพลังของสือโฮ่ว ตบใส่เทียนหากโดนเข้าไปคงแบนติดเมฆแน่ เทียนไม่สนใจต่อยหมัดดาวนพเก้าสวนไป ตูม ! มือที่ต่อยมาระเบิดเป็นชิ้น ๆ สือโฮ่วหายไปในทันที
แล้วจุ่ ๆ ก็มีแต่ฝ่ามือของสือโฮ่วโผล่ออกมาจากอากาศ ตูม ! เทียนถูกฝ่ามือของสือโฮ่วซัดเข้าใส่หน้าอก ชุดเกราะมังกรขาวแตกกระจาย เทียนกระเด็นไป ร่างของเทียนลอยไปยังไม่หยุดนิ่ง สือโฮ่วก็ปรากฏร่างอัดเทียนอีกครั้ง ตูม ! เทียนโดนอัดครั้งที่สองจนกระดูกภายในเริ่มร้าวดีที่มีพลังนิรันดร์ที่ 1 กระดูกและเลือดเนื้อคือกายาอมตะ เลยกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ครั้งที่สามกำลัง จะอัดเทียนอีกครั้ง เทียนฉีกมิติหลบออกไปอย่างหวุดหวิด
“ เทพกาลเวลา นี่คือ พลังที่แท้จริงของเจ้าซินะ” เทียนเช็ดเลือดที่กระอักออกมาแล้วเอ่ยกับสือโฮ่ว ที่สามารถหยุดเวลาเอาไว้ แล้วอัดใส่เทียนอย่างง่ายดาย
“ รู้จักข้าด้วยหรือ ฮึ่มไม่ว่ายังไงวันนี้เจ้าต้องตาย” สือโฮ่วส่งเสียงคำรามในคอออกมา
“ ก็เอาสิ วันนี้ข้าจะอัดเทพกาลเวลาอย่างเจ้า ให้ลืมเดือนลืมตะวันเลยคอยดู”
ย๊ากกกกกก เทียนตะโกนลั่นฟ้าแล้วพุ่งเข้าใส่เทพกาลเวลาสือโฮ่วทันที.