กบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ

    EP-76 การตื่นของพระเอก

    หวังเทียนซือรู้สึกปวดหัวหนักมาก ความทรงจำของทั้งสองโลกเริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกัน แต่เดิมเขาเป็นคนของโลกแห่งปาฏิหาริย์แต่ทว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนถูกรถชน วิญญาณครึ่งหนึ่งจึงเข้าไปในโลกของการบำเพ็ญตน แต่หลังจากที่ร่างเนื้อเซียนถูกทำลายลง วิญญาณของเขาได้เดินทางผ่านห้วงเวลาแล้วกลับมายังโลกใบเดิม

    หวังเทียนซือผู้มีอายุนับ 1000 ปีพยายามลุกขึ้นยืน โลกนี้เขาไม่ได้อยู่คนเดียว แม้ว่าเนิ่นนานจะไม่ได้กลับมาทว่ายังมีคนให้ต้องดูแล นั่นคือแม่และน้องสาว

    เสียงประตูห้องถูกผลักจากด้านนอก

    หวังเทียนซือมองออกไปถึงกับชะงักงัน ร่างที่คุ้นเคย ใบหน้าที่ละเอียดอ่อน คนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอาจารย์และคนรักของเขา แต่ว่าทำไมเธอถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ หรือว่าต้องการตามมาฆ่าเขาอีกครั้ง

    “เธอ...ฟื้นแล้วเหรอ งั้นดีเลยอาจารย์จะเรียกคุณหมอให้มาตรวจเช็คอาการ” หลี่นานายิ้มยินดีเมื่อเห็นเขาตื่น อย่างน้อยก็ดีกว่านอนเป็นผักในห้องทำอะไรไม่ได้ เธอเดินเข้ามาใกล้เตียงผู้ป่วยแล้วกดกริ่งเรียกหมอ

    “เต้าเย่...นี่เจ้า...” หวังเทียนซือกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า ทว่าอีกฝ่ายกลับมองเขาอย่างน่าประหลาด

    “โอ้วไม่นะสมองคงไม่ได้กระทบกระเทือนแรงไปใช่ไหม ทำไมถึงพูดแปลกๆ ราวกับคนโบราณล่ะ อีกอย่างหนึ่งใครคือเต้าเย่ ฉันชื่ออาจารย์หลี่นานาจากมหาลัยต้าโจวนะจ้ะ” หลี่นานาเริ่มแนะนำตัวเองให้เขาเข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น รวมถึงเรื่องที่เธอขับรถชน

    หวังเทียนซือตกอยู่ในความเงียบไม่ได้พูดอะไร แต่ทว่าหัวใจกลับขยับ

    “คนหน้าคล้ายหรือ มันเป็นไปได้ยังไง ทั้งสองโลกจะมีคนหน้าคล้ายกันถึงเพียงนี้เลยหรือ”

    ระหว่างนั้นหมอเข้ามาแล้วตรวจเช็คอาการ แม้ว่าจะงุนงงบ้างเพราะวิญญาณเพิ่งกลับเข้ามาในร่างเดิม แต่หวังเทียนซือไม่ใช่คนโง่ หลังจากที่ความทรงจำหลอมรวมเขาจึงกลับไปใช้ภาษาของโลกนี้ แทนที่จะพูดแบบคนโบราณพลอยให้คนอื่นกังวลไป

    “ขั้นต้นไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง คนไข้ฟื้นตัวได้เร็วมากครับ”

    หลี่นานารู้สึกดีเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรมากต้องกังวล แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกผิดที่ขับรถเพลินไปหน่อยจึงลืมดูทาง

    เมื่อหมอและพยาบาลเดินออกไปจากห้องหลี่นานาจึงดึงเก้าอี้ออกมานั่งข้างเตียง

    เนื่องจากห้องนี้เป็นห้องแบบรวมสองคนจึงมีเตียงผู้ป่วยอยู่ถัดไปอีกอัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ไม่มีความเป็นส่วนตัว ยังมีผ้าม่านแบบกั้นทำให้ไม่ต้องเห็นหน้ากันได้

    “ดีใจจังที่เธอปลอดภัย เห็นครั้งแรกอาจารย์นึกว่าเธอจะไม่รอดแล้วซะอีก เอาล่ะยังไงก็พักผ่อนให้เยอะๆ นะ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นเดี๋ยวอาจารย์จะช่วยเหลือเอง แต่ขออย่างเดียวนะ ขอเพียงอย่าแจ้งความจับอาจารย์ก็พอ มิฉะนั้นอนาคตของอาจารย์ได้ดับแน่”

    กฏหมายการขับขี่บนถนนค่อนข้างร้ายแรงเอาเรื่อง ในขณะเดียวกันหลี่นานายังไม่ใช่คนรวย หากเกิดการฟ้องร้องขึ้นเกรงว่าคงแย่ เพราะดูจากรูปคดีแล้วเธอเป็นคนผิดเต็มประตู

    “ไม่เป็นไรครับมันไม่ใช่ความผิดของอาจารย์” หวังเทียนซือกล่าวด้วยรอยยิ้ม เอาตรงๆ เขารู้สึกอึดอัดมากที่ต้องคุยกับผู้หญิงที่มีใบหน้าเหมือนกับคนรักเก่าที่เคยร่วมมือกับศัตรูฆ่าเขา ต่อให้ทำใจคิดว่าไม่ใช่คนคนเดียวกันแต่มันยังรู้สึกแย่อยู่ดี

    “ขอบใจมากนะ เอาเป็นว่าตอนนี้เธอพักผ่อนมากๆ แล้วกัน ยังไงอาจารย์ก็จะมาเยี่ยมบ่อยๆ จนกว่าเธอจะออกจากโรงพยาบาล นี่คือเบอร์ติดต่อของอาจารย์นะ ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็โทรมาบอกได้เลย”

    เพราะเวลาเยี่ยมมีจำกัด ในขณะเดียวกันหล่อนยังอยากให้เขาพักผ่อนมากๆ หลังจากคุยอีกเล็กน้อยหลี่นานาจึงออกจากหอผู้ป่วยใน

    หวังเทียนซือมองเบอร์โทรศัพท์ที่อยู่ในมือแต่ไม่ได้ทิ้ง เขาเก็บมันไว้ใต้หมอนแล้วเอามือสัมผัสที่ท้องน้อย

    “ไม่รู้ว่าโลกใบนี้ต่างจากโลกเซียนหรือเปล่า แต่หากมีพลังวิญญาณละก็การที่เราจะกลับมาแข็งแกร่งก็ไม่ใช่เรื่องยาก”

    ในฐานะปรมาจารย์ที่เป็นเซียนมาหนึ่งพันปีหวังเทียนซือย่อมมีวิธีท้าทายสวรรค์หลายอย่าง

    ทว่าเมื่อเขาได้ลองเคล็ดวิชาที่เคยฝึกฝนในนิกายเพื่อรวบรวมอนูวิญญาณในอากาศพลันหน้าเปลี่ยนสี

    “สัมผัสพลังวิญณาณไม่ได้เลย ในขณะเดียวกันคล้ายกับว่าโลกนี้มีกฏบางอย่างที่หนาแน่นถูกเขียน เป็นไปได้ไหมที่เราจะไม่สามารถกลับไปฝึกฝนได้”

    ดวงตาของหวังเทียนซือเริ่มหมองคล้ำลง หากสิ่งต่อไปดำเนินแบบนี้นั่นหมายความว่าอนาคตที่เขาเริ่มวาดฝันนั้นกำลังพังทลายลง ต่อให้มีร้อยแปดวิธีในการฝึกทว่าทุกอย่างต้องเกี่ยวข้องกับพลังวิญญาณ ไม่ใช่ว่าใช้ร่างกายเพรียวๆ ก็ฝึกฝนได้

    หวังเทียนซือใช้เวลาอยู่ในหอผู้ป่วยนานหลายวัน ในระหว่างนั้นแม่และน้องสาวต่างมาเยี่ยม เพียงเห็นว่าเขาไม่เป็นอะไรมากทั้งสองต่างถอนหายใจ และเริ่มให้กำลังใจ หวังให้เขาออกจากโรงพยาบาลเร็วๆ

    หวังเทียนซือลุกขึ้นยืนจากเตียงแล้วเดินขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า สายลมเย็นๆ ที่พัดกระทบร่างกายแสดงให้เห็นว่าโลกนี้ไม่ใช่ความฝัน อย่างหนึ่งคือรู้สึกยินดีที่ได้กลับมาหาครอบครัวอีกครั้ง แต่อย่างที่สองคือความรู้สึกแย่ที่ไม่สามารถกลับไปโลกเซียนได้

    ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาไม่สามารถกลับไปหรือใช้พลังได้ ไม่อย่างนั้นคงผิดคอนเซ็ปต์ที่นักเขียนสุนัขได้วางพล็อตไว้ ห้ามมีผู้บ่มเพาะในโลกนี้เป็นอันขาด ดังนั้นกฏเต๋าที่บงการโลกผ่านนักเขียนสุนัขทั้ง 9 คนจึงแข็งแกร่งมาก

    หวังเทียนซือจับราวระเบียง ถอนหายใจราวกับท้อแท้ในชีวิตที่ไม่สามารถกลับไปโลกเซียนได้ แต่เมื่อนึกถึงแม่และน้องสาวเขาพลันกลับมาเริ่มรู้สึกมีกำลังใจยึดมั่นในชีวิต

    “ไม่เป็นไรที่บ่มเพาะไม่ได้ เส้นทางนี้ไม่สามารถเดินได้ในโลกนี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการฝึกฝนร่างกายอย่างหนักไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ อย่างน้อยมันก็น่าจะทำให้เราแข็งแกร่งกว่าทหารชั้นยอด”

    หลังจากเห็นว่าไม่สามารถกลายเป็นผู้บ่มเพาะเขาจึงเปลี่ยนแผน ใช้เส้นทางของนักรบแทน

    โดยนักรบในโลกของเซียนคือพวกชั้นต่ำที่ไม่สามารถฝึกฝนได้ ต้องใช้กล้ามเนื้อในการแก้ปัญหา โดยส่วนใหญ่ทำงานเป็นผู้คุ้มกันขบวนสินค้าหรือเมือง แต่หากมาอยู่ในโลกใบนี้พลังน่าจะเหนือกว่ายอดทหารของกองทัพ

    .......

    เนี่ยฝานนั่งอยู่ในห้อง เขากำลังรีเฟสบานประตูเพื่อหาภาพยนตร์ที่ไม่เป็นอันตราย แต่นานแล้วยังไม่พบเรื่องนั้น อีกอย่างหนึ่งก็เจอแต่ภาพยนตร์ที่ไม่ถูกโฉลกหรือไม่รู้จัก ดังนั้นจึงเลือกที่จะไม่เดินทาง

    ระหว่างที่นั่งอยู่ประตูห้องถูกกเคาะ สักพักเหวินจิงจึงเดินเข้ามาหา

    เนี่ยฝานเก็บประตูทองแดงแล้วกลับไปดื่มน้ำโคล่ากับกินมันฝรั่งบนโต๊ะ

    “นายน้อยคะ วอดก้าบอกว่าข่าวที่นายน้อยให้ติดตามมีความคืบหน้าแล้วนะคะ”

    “หืม...ให้เขาเข้ามาที่นี่”

    “เข้าใจแล้วค่ะ”

    ไม่นานคนขับรถที่รับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดลับๆ จึงเดินเข้ามาในห้อง

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนภูเขาห้านิ้วผ่านไปเพียงหนึ่งเดือนแต่ถึงอย่างนั้นราวกับเกิดขึ้นเมื่อวาน วอดก้าและรัมต่างฝึกฝนเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น พวกเขาเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นบอดี้การ์ดโดยเฉพาะแต่ทำงานล้มเหลวไม่สามารถปกป้องเจ้านายได้ สุนัขที่ไร้ประโยชน์จะมีใครอยากเลี้ยงให้เสียอาหาร ดังนั้นหลังจากจัดการเรื่องในภูเขาห้านิ้วเสร็จจึงรีบหาเวลาฝึกซ้อมทันที

    “พบนายน้อย” วอดก้าก้มศีรษะ

    “ข่าวอะไร” เนี่ยฝานถามในขณะที่ยังนั่งอยู่บนโซฟาโดยกินมันฝรั่งทอด

    “คนชื่อหวังเทียนซือเพิ่งถูกรถชนเมื่อสัปดาห์ก่อนครับ ข่าวนี้ค่อนข้างช้าสักหน่อยเพราะทางโรงพยาบาลเพิ่งแจ้งเข้ามา ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

    เนี่ยฝานหยุดกินชั่วคราวก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจสอบเวลาและวันที่

    “ไม่มีอะไรคาดเคลื่อนจากพล็อตต้นฉบับ หวังเทียนซือกลับมายังโลกนี้ด้วยวิญญาณครึ่งหนึ่งเหมือนนิยายต้นฉบับ นั่นแสดงให้เห็นว่าตราบใดที่เราไม่เข้าไปก้าวก่ายกับตัวละครที่ยังไม่โผล่ออกมาจากเนื้อเรื่องก็จะไม่มีผลมากเกินไป เหมือนกับจ้าวหลิงหลิงที่จะปรากฎตัวในนิยายก็เกือบจะเป็นช่วงท้ายของเรื่อง และเรียกได้ว่าเป็นนางเอกสนับสนุนไม่ใช่นางเอกหลักอย่างหลี่นานา”

    วางโทรศัพท์ลงเนี่ยฝานดื่มน้ำโคล่าต่อ

    นี่คือเรื่องที่เขาสั่งให้วอดก้าไปทำเมื่อไม่นานมานี้ ติดต่อกับโรงพยาบาลไว้แล้วบอกข้อมูลว่าเมื่อมีคนชื่อนั้นชื่อนี้ประสบอุบัติเหตุเข้ามาให้รีบแจ้งทันที แม้ว่าคำขอจะเหมือนว่ามีอะไรผิดปกติแต่นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะโรงพยาบาลเป็นหนึ่งในเครือสกุลเนี่ย ในฐานะทายาทเนี่ยฝานมีสิทธิ์ตรวจสอบ ตราบใดที่ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลมากเกินไปจนผิดกฎหมาย

    ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ เนี่ยฝานแต่งชุดใหม่แล้วให้วอดก้าและรัมขับรถไปที่คาเฟ่ใกล้มหาลัย ไม่นานรถก็ขับมาถึงที่หมาย

    ด้วยรถลีมูซีนคันสีดำสุดหรูเมื่อมันจอดย่อมได้รับความสนใจจากทุกคน

    วอดก้าลงมาจากรถก่อน เปิดประตู กางร่มให้ เนี่ยฝานลงมาจากรถโดยใส่กางเกงขาสั้น เหลือบมองป้ายชื่อร้านมุมปากกลับยกขึ้นเล็กน้อย

    คล้ายกับเรื่องกบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ ที่คุณอ่าน