ฝัก17
“อู๊ยยย..ย~ซี๊ดดดมะม่วงดองทำพิษข้าแล้วปู๊ดดด~อั๊ยย๊าเอาตรงนี้ล่ะว่ะหวังว่าคงไม่มีใครผ่านมาตอนนี้นะงั้นข้าขอวางะเิเลยแล้วกันปุ๊ด ปุ๊ด ปู๊ดดดดดดด~”
‘เต้าเจี้ยว’หนุ่มอายุสิบเจ็ดปีรูปร่างผอมบางมีผิวขาวเหลืองส่วนสูงที่มีก็ต่ำกว่าเกณฑ์ของบุรุษทั่วไปแถมยังมีหน้าตาน่ารักจนทำให้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็หญิงงามอยู่เรื่อยจนเป็เหตุทำให้เ้าตัวนั้นต้องเอาผมยาวๆมาปิดบังใบหน้าของตนเอาไว้เสมอซึ่งการทำผมทรงนี้นั้นหากได้ไปเดินในที่เปลี่ยวยามค่ำคืนแล้วล่ะก็คงจะทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นนั้นขวัญผวากันบ้างล่ะนะ
เต้าเจี้ยวนั้นเป็ศิษย์เอกของท่านจอมเวทย์อันดับที่หนึ่งของแคว้นศศินแห่งนี้และในตอนนี้ก็กำลังอยู่ระหว่างการทำภารกิจตามที่อาจารย์ตนได้มอบหมายมาให้
ชายหนุ่มนั้นเพิ่งจะเดินทางมาถึงอำเภอแห่งนี้ในยามเช้าที่ผ่านมานี่เองจึงได้มีโอกาสเดินชมตลาดเช้าในเมืองแห่งนี้ด้วยก่อนจะได้เจอกับแผงร้านขายผลไม้ดองที่วางขายอยู่ข้างทางจึงได้แวะซื้อมากินเล่นหลังจากนั้นไม่นานก็มีเื่ให้ลำบากก้นอย่างที่เป็อยู่ขณะนี้
ปู๊ดดดดด~ปุ๊ดปุ๊ด แพร๊ดดด แปร๊ดดดดด~~~~~
“อ๊าาา~สบายเหมือนได้ขึ้น์เลยเรา”
แต่แล้วก็มีมารมาขัดความสุขของหนุ่มเต้าเจี้ยวจนได้เมื่อมีกลุ่มคนกำลังเดินผ่านมาทางที่ตนกำลังปลดทุกข์อยู่คนกลุ่มนั้นประกอบด้วยหญิงวัยกลางคนรูปร่างเล็กหนึ่งคนและอีกสามคนนั้นเป็ชายหนุ่มวัยรุ่น
“ตายล่ะหว่าหวังว่าเ้าคนพวกนี้คงไม่จมูกดีได้กลิ่นะเิที่ข้าวางไว้หรอกนะ”
หากแต่เหมือนโชคชะตาจะกลั่นแกล้งให้เต้าเจี้ยวนั้นได้อกสั่นขวัญแขวนเมื่ออยู่ดีๆชายผิวคล้ำร่างใหญ่ที่มากับกลุ่มคนพวกนี้ก็เดินตรงรี่เข้ามายังที่เขากำลังนั่งปลดทุกข์อยู่พอดีจะลุกหนีก็ทำไม่ได้เพราะขรี้กำลังคาตรูดอยู่
‘เฮ้ย!!!ไอ้ดำแกอย่าเข้ามานะข้ามีะเินะเฟ้ยเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน’เขาได้แต่ขู่คนที่กำลังเดินเข้ามาในใจ
แต่เหมือนไอ้ดำมันจะไม่ฟังคำเตือนของตนแม้แต่น้อยกลับยังคงมุ่งหน้าเดินเข้ามาจนเขาต้องเกร็งตรูดเอาไว้ไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหนในที่สุดไอ้ดำมันก็มาหยุดยืนอยู่ไม่ห่างกับที่ตัวเขานั่งอยู่นักแล้วก็ได้เอื้อมมือไปเด็ดดอกกล้วยไม้ซึ่งอยู่เหนือศีรษะของตนเป็เหตุทำให้เขาต้องอกสั่นขวัญหายจนเผลอขมิบตรูดจนขรี้ที่มันคาอยู่นั้นหักครึ่งในทันที
เมื่อได้ดอกไม้ไปแล้วไอ้ดำก็เดินกลับไปในทันทีและได้มอบมันให้กับหญิงวัยกลางคนที่มาด้วยกัน
“ท่านแม่ดอกกล้วยไม้ที่ท่านชอบสวยมากเลยนะขอรับ”
“เ้านี่รู้ใจแม่จริงๆแต่ว่าน้องชายเ้านั้นแพ้เกสรดอกไ...มแฮ่ก แฮ่ก...กกก”
แต่แล้วอยู่ๆหญิงคนนั้นก็หายใจหอบเสียงดังออกมาก่อนที่จะหมดสติและทรุดตัวล้มไปดีที่เ้าหนุ่มคนนั้นรับร่างของนางเอาไว้ได้ทัน
“ท่านแม่!!!!”
เ้าพวกคนที่มาด้วยกันได้ร้องะโออกมาพร้อมกันเสียงดังลั่นจนทำให้เต้าเจี้ยวนั้นต้องสะดุ้งสุดตัวเผลอออกแรงเบ่งอย่างแรงจนขรี้ที่มันคาอยู่ด้านในครึ่งหนึ่งนั้นพุ่งพรวดหลุดออกมาทันที
“อ๊าาาา~~~ค่อยยังชั่วหน่อยในที่สุดเ้าก็ออกมาดูโลกจนได้สินะเ้าะเิตอปิโดของข้า”
เมื่อเริ่มที่จะสบายตัวแล้วจึงได้หันไปให้ความสนใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าต่อ
“พ...พี่สิงห์~ทำไงดีข้าััลมหายใจท่านแม่ไม่ได้เลยแล้วชีพจรของท่านข้าก็หาไม่เจอด้วยทำไงดีท่านพี่ ฮึกก ฮือออ”
เต้าเจี้ยวเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ปลงกับชีวิตคนเราที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เลยเมื่อนาทีก่อนหน้ายังมีชีวิตอยู่เลยแต่ในนาทีถัดมานั้นกลับจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับเสียแล้ว
ไอ้ดำทำหน้าสับสนอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะอุ้มหญิงคนนั้นขึ้นมาแล้วพูดออกมาอย่างมีความหวังแต่ตนมองดูแล้วเหมือนกับความหวังนั้นจะเลือนลางนัก
“ข้า~ข้าจะพาท่านแม่ไปหาท่านหมอสมพลท่านจะต้องช่วยท่านแม่ได้แน่นอน”
แต่่ที่ไอ้ดำกำลังจะวิ่งออกไปนั้นก็ถูกไอ้หนุ่มตัวเล็กสุดในกลุ่มดึงรั้งเอาไว้เสียก่อนเต้าเจี้ยวเห็นแล้วก็รู้สึกขัดใจไอ้หนุ่มหน้าจืดคนนี้นักคนเขากำลังจะเป็จะตายเ้าจะรั้งคนไว้ทำไมฟ๊ะ!แล้วไอ้ดำกล้ามโตก็คงจะคิดเหมือนกับเขาเช่นกัน
“ภรรยาข้าเ้ามีสิ่งใดก็เอาไว้คุยกันทีหลังเถอะนะตอนข้าต้องรีบแล้ว”
เฮ้ย!เ้ามีเมียเป็ผู้ชายเหรอไอ้ดำแม้ตัวเ้าจะดำมากไปหน่อยแต่ก็มีหน้าตาที่หล่อคมคายทั้งยังมีรูปร่างสูงใหญ่แล้วยังมีมัดกล้ามที่สวยงามสมชายชาตรีอีกถ้าหากจะให้พูดอย่างไม่มีอคติเลยไอ้ดำมันก็เป็ชายหนุ่มรูปงามมากคนหนึ่งเชียวล่ะข้าว่าแค่ปลายตามองบรรดาหญิงงามทั้งหลายก็แทบจะวิ่งมาสยบแทบเท้าเ้าเลยนะคิดยังไงไปคว้าไอ้หนุ่มหน้าจืดคนนี้มาเป็เมียฟ๊ะรสนิยมเ้านี่มันต่ำเตี้ยเรี่ยดินจริงๆเลย
“ท่านพี่ท่านโปรดเชื่อข้า!ท่านรีบวางท่านแม่ลงเถอะขอรับข้าจะช่วยท่านแม่เอง”
‘อย่าไปเชื่อ!เ้ารีบพามารดาเ้าไปหาหมอเร็วๆเข้า อาจจะยังพอมีทางยื้อชีวิตมารดาเ้าเอาไว้ได้นะเชื่อข้าสิ!’
“แต่ว่า….”
‘อ้าว~ไอ้ดำทำไมเ้ายังไม่รีบไปอีกข้าบอกว่าอย่าไปฟังไอ้เมียหน้าจืดคนนี้ของเอ็งไงฟ๊ะ’
“ท่านพี่เชื่อข้าเถอะไม่มีเวลาแล้ว โปรดจงเชื่อข้าสักครั้งในเวลานี้มีเพียงข้าผู้เดียวเท่านั้นที่จะช่วยท่านแม่ได้”
จนแล้วจนรอดไอ้ดำมันก็ใจอ่อนหลงเชื่อเมียจนได้แล้วข้าจะรอดูว่าเมียเ้าจะทำอะไรได้จะสงสารก็แค่ผู้หญิงคนนั้นที่ต้องมาตายเพราะโดนไอ้หนุ่มตัวเล็กนั้นมาทำให้เสียเวลาในการรักษา
แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อร่างของเมียไอ้ดำนั้นเปร่งแสงสว่างเรืองรองขึ้นมาแถมยังปลดปล่อยพลังเวทย์ออกมาด้วยแล้วร่างของไอ้หนุ่มหน้าจืดนั้นก็เริ่มลอยสูงขึ้นจากพื้นดินเรื่อยๆพร้อมกับแผ่ไอเวทย์ที่เข้มข้นและรุนแรงอย่างที่ตนนั้นไม่เคยััมาก่อนจนถึงกับต้องทรุดตัวนั่งลงอย่างตกตะลึง
ไม่ผิดแน่!!!นี่มันคือพลังเวทย์ของ‘ผู้สืบทอดพลังิญญาแห่งชีวิต’ที่ท่านอาจารย์ให้เขาตามหาอย่างแน่นอน
เต้าเจี้ยวนั่งตะลึงค้างไปนานมากจนถึงเวลานี้ที่คนกลุ่มพวกนั้นกำลังจะจากไปแล้วแต่ตัวเขาเองนั้นก็ยังตามคนกลุ่มนี้ไปไม่ได้
เพราะ?เพราะอะไรน่ะเหรอก็เพราะตอนที่เขาทรุดตัวนั่งลงไงล่ะคือคำตอบ!!!
งง??
งงล่ะสิแค่นั่งมันจะมีปัญหาอะไรกันมันก็จะไม่มีปัญหาเลยถ้าหากไม่ลืมตัวนั่งทับะเิที่ตัวเองปล่อยทิ้งเอาไว้น่ะสิแล้วแถวนี้ก็ไม่มีน้ำให้ล้างเสียด้วยตอนนี้เขาจึงทำได้เพียงแค่เอาตรูดไปถูกกับต้นหญ้าแถวนี้อยู่นี่ไงล่ะเพราะฉะนั้นจะไปไหนในตอนนี้ก็ไม่ได้ทั้งนั้นเข้าใจกันยัง ห๊ะ!!!
ที่บ้านของสิงห์ในยามเย็น…
เย็นวันนี้ดินได้นัดกับครอบครัวของสามีไว้ว่าจะพาไปเยี่ยมบ้านของตนเพื่อให้ทุกคนได้ใช้ประกอบการตัดสินใจในการย้ายที่อยู่กัน
“ตอนนี้ท่านพ่อท่านแม่ข้าน่าจะกลับถึงบ้านกันแล้วล่ะพวกเราออกเดินทางกันเลยนะขอรับ”
เมื่อดินพูดจบทุกคนก็ลุกแล้วตั้งท่าว่าจะเดินไปที่ประตูเพื่อจะออกจากห้องนี้กัน
“เดี๋ยวก่อนขอรับทุกคนเราไม่ได้จะเดินทางไปทางนั้นนะขอรับ”
“อ้าว~แล้วจะไปทางไหนกันล่ะพี่สะใภ้ทางออกก็มีแค่ประตูนี้เพียงทางเดียวนะขอรับอย่าบอกว่าพี่สะใภ้จะเล่นมุขให้ปีนออกทางหน้าต่างนะฮ่าฮ่าฮ่า”
ดินยิ้มตอบแล้ววาดมือขึ้นเป็วงกว้างเพื่อสร้างประตูเวทย์มิติขึ้นมา
“นี่คือประตูเวทย์มิติขอรับเป็พลังที่ข้าหยิบยืมจากเหล่าภูตมาใช้บิดามารดาของข้าก็เดินทางไปกลับระหว่างที่บ้านกับร้านค้าด้วยประตูเวทย์มิตินี้เช่นกันทุกคนตามข้ามาเลยขอรับ”
ดินสร้างประตูเวทย์มิติให้มีจุดหมายปลายทางเป็ด้านนอกของตัวถ้ำเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวของสามีนั้นได้เห็นสภาพแวดล้อมรอบๆนี้ด้วย
“ที่นี่ที่ไหนกันเนี่ยพวกเ้าดูสิมีหิมะอยู่ทั่วไปหมดเลยสวยมากจริงๆ”ท่านแม่ศจีดูจะตื่นเต้นกับที่นี่มากเพราะภายในเมืองนั้นถึงจะหนาวแต่ก็ไม่ค่อยจะมีหิมะตกลงมาให้เห็นต่างจากที่แห่งนี้ที่มีหิมะตกลงมาเกือบจะทุกวัน
“ท่านแม่ดูทางด้านนั้นสิมีผักเยอะแยะเลยขอรับแต่อากาศหนาวและมีหิมะตกถึงขนาดนี้แล้วไม่น่าเชื่อว่าจะมีพืชผักอะไรจะสามารถเติบโตได้นะขอรับมันช่างน่าอัศจรรย์นัก”
เสือชี้ให้ทุกคนหันไปดูแปลงผักที่มีพวกภูตเป็ผู้ดูแลทั้งหมดเพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เื่แปลกเลยที่ผักในแปลงปลูกทั้งหลายเ่าั้จะเจริญงอกงามได้แถมยังใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจก็สามารถเก็บเกี่ยวพวกมันได้แล้วนี่แหละเป็แหล่งที่มาของวัตถุดิบหรือของสดที่พวกเขามีอยู่เยอะมากจนแทบจะล้นห้องเย็นอยู่แล้วในตอนนี้
“ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะได้เหล่าภูตน้อยมาเป็ผู้รับหน้าที่ดูแลแปลงผักพวกนั้นไงล่ะ”ดินอธิบายให้เสือฟัง
“แล้วพวกภูตไปอยู่ไหนกันหมดหรือขอรับข้าไม่เห็นเลยสักตน”
“เ้าต้องจะได้รับการยินยอมจากเหล่าภูตทั้งหลายเสียก่อนจึงจะสามารถมองเห็นและได้ยินเสียงของภูตได้”
“งั้นชาตินี้ข้าก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นกระมั้งน่าเสียดายจัง”
“ก็ไม่แน่เดี๋ยวข้าจะลองขอร้องพวกเขาดู”
“เหล่าภูตทั้งหลายจะไม่อนุญาติให้พวกเขานั้นได้มองเห็นพวกเ้ากันหน่อยเหรอบุรุษผู้นี้คือสามีของข้าเองและท่านนี้ก็เป็มารดาของสามีข้าส่วนเด็กหนุ่มผู้นี้ก็คือน้องชายของสามีข้าเองพวกเขาทั้งหมดก็เป็ครอบครัวของข้าเช่นกันข้าอยากให้พวกเ้าได้รู้จักกับพวกเขานะอีกอย่างข้าก็อยากให้พวกเ้าช่วยดูแลพวกเขาด้วยจะได้หรือไม่สหายตัวน้อยของข้า”
และแล้วภาพสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่กำลังบินวนไปวนมาก็ค่อยๆปรากฏขึ้นแจ่มชัดที่เบื้องหน้าของครอบครัวสิงห์พร้อมกับเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วราวกับเสียงเด็กที่เริ่มดังให้ได้ยิน
“คนผู้นี้หรือที่นายท่านแต่งงานด้วยน่ะหล่อเหลามากเลยนะพวกเรา”
“ใช่ๆแถมยังกล้ามใหญ่เหมือนที่นายท่านชอบด้วยสิ”
“แล้วข้ายังได้ยินเ้าภูตอัคคีบอกมาว่าฝักข้าวโพดของสามีนายท่านนั้นใหญ่มากด้วยนะพวกเราข้าจะต้องหาโอกาสไปดูสักครั้งให้ได้”
“ใช่ข้าก็ได้ยินมาอย่างนั้นเหมือนกันแล้วพวกเ้ารู้มั้ยว่าเพียงแค่สองวันเท่านั้นพวกท่านก็ร่วมรักกันจนเตียงหักไปแล้วถึงสองหลังเชียวนะ”
“ว๊าย~สุดยอด~~สามีนายท่านช่างแข็งแรงยิ่งนัก”
ทุกคนที่ได้ยินสิ่งที่พวกภูตกำลังคุยกันอยู่นั้นต่างก็พากันทำหน้าอิหลักอิเหลื่อกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับสถานการณ์ตรงหน้านี้
“เอ่อ~ข้าว่าพวกเราเข้าบ้านกันก่อนดีกว่านะขอรับ”ดินรีบแก้สถานการณ์ที่เริ่มจะทำตัวไม่ถูกด้วยการเดินนำทุกคนมาที่ปากถ้ำซึ่งเป็ทางเข้าบ้านของตน
“หืม!นี่ครอบครัวเ้าอาศัยอยู่ในถ้ำกันหรือเมียข้า”
“เป็เช่นท่านพี่ตามข้ามาเถอะขอรับแล้วพวกท่านจะต้องชอบที่นี่อย่างแน่นอนเชื่อข้าเถอะ”
เมื่อเดินเข้ามาด้านในจนมาถึงห้องครัวแล้วดินก็รีบวิ่งเข้าไปกอดมารดาตนที่กำลังง่วนกับการทำข้าวอยู่
“ท่านแม่ข้ากลับมาแล้วขอรับ”
“อ้าว~มาได้อย่างไรลูกแล้วทำไมไม่อยู่ดูแลครอบครัวสามีเ้าล่ะหนีกลับมาอย่างนี้ไม่ดีเลยนะรู้มั้ย”
“ทุกคนก็มาพร้อมกับข้าด้วยนะขอรับท่านแม่”นางพิมพอได้ยินเช่นนั้นก็วางมีดที่กำลังหั่นผักลงแล้วจึงหันมามองด้านที่หลังทันที
“คารวะท่านพี่ศจีเ้าค่ะต้องขออภัยที่ข้าไม่รู้ว่าพวกท่านจะมากันเลยไม่ได้เตรียมตัวต้อนรับพวกท่านเลย”
“ต้อนร้งต้อนรับอะไรกันล่ะน้องพิมเราก็ครอบครัวเดียวกันแล้วนะอย่าได้มากพิธีอะไรเลยว่าแต่เ้ากำลังทำอะไรอยู่ล่ะมาเดี๋ยวพี่จะช่วยเ้าทำเองเอาล่ะหนุ่มๆพวกเ้าออกไปรอข้างนอกกันก่อนเถอะ”
“จะดีหรือท่านแม่ท่านเป็แขกนะขอรับ”
“เอ๊ะ~เ้าลูกสะใภ้คนนี้แม่เพิ่งจะพูดอยู่หยกๆว่าเราก็เป็ครอบครัวเดียวกันไปไป๊ ออกกันไปก่อนเถอะ”
เมื่อโดนท่านแม่ศจีไล่ออกมาด้านนอกแล้วดินจึงได้พาสองพี่น้องเสือสิงห์นั้นไปชมบ้านของตนต่อ
พอคนทั้งสองเดินมาถึงห้องรับแขกเท่านั้นทั้งสามีและเสือก็ต่างพากันอ้าปากค้างกับความสวยงามของอัญมณีในห้องนี้
“สวยมากมาเลยภรรยาข้าอัญมณีพวกนี้เ้าไปได้จากที่ไหนมามันช่างงามนัก!แถมมันยังสามารถส่องแสงสว่างออกมาได้อีกด้วย”
“จริงขอรับมันสวยมากๆ เลยบ้านพี่สะใภ้มีอะไรให้ข้าต้องประหลาดใจหลายอย่างเลยนะขอรับ”
“ยังมีสิ่งให้เ้าได้ประหลาดใจอีกเยอะเลยล่ะส่วนอัญมณีพวกนี้มันมีมาก่อนหน้าที่พวกข้าจะย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วล่ะและเพราะความที่มันสามารถให้แสงสว่างได้ข้าเลยนำมันมาใช้เพื่อให้ความสว่างภายในบ้านหลังนี้เสียเลยเพราะฉะนั้นที่บ้านข้านั้นเราจะไม่ใช่ตะเกียงกันหรอกนะ”
“อย่างนี้ก็สะดวกสบายมากเลยนะเมียข้า”
“ใช่ขอรับท่านพี่อืม~ตอนนี้ท่านพ่อกับน้องชายข้าน่าจะกำลังอาบน้ำกันอยู่งั้นข้าจะพาพวกท่านไปดูห้องนอนข้ากันก่อนดีกว่าหากพวกท่านตกลงจะย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยกันแล้วถึงตอนนั้นข้าจะทำห้องนอนเพิ่มให้นะขอรับ”
ดินเดินนำคนทั้งสองมาที่ห้องนอนของตน
“นี่คือห้องนอนของข้าขอรับ”
เขาเปิดกล่องไม้ที่วางอยู่ข้างประตูแล้วหยิบอัญมณีก้อนใหญ่ขึ้นมาวางบนขาตั้งที่อยู่ใกล้ๆกัน เพื่อใช้ให้ความสว่างภายในห้องนี้ในห้องนอนทุกห้องนั้นได้ถูกออกแบบให้เหมือนกับห้องนอนหรูในโลกก่อนที่เขานั้นจากมามันจึงดูค่อนข้างจะแปลกตาสำหรับคนที่นี่
แล้วหากครอบครัวสามีนั้นตกลงที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่ปัญหาเตียงหักของพวกตนก็จะหมดไปทันทีเพราะเตียงนอนของที่นี่นั้นทำจากหินล้วนแถมฟูกที่นอนก็หนามากๆไม่เหมือนกับของคนในยุคนี้ที่มันบางมากจนแทบจะเหมือนนอนอยู่บนพื้นไม้แข็งๆเลยล่ะ
“และนี่ก็คือห้องน้ำขอรับ”
“ห้องน้ำ!!”เสียงของพี่สิงห์และเสือดังออกมาประสานกันลั่น
“หากเราต้องไปหาบน้ำมาไว้ที่ในห้องนี้มันจะไม่ลำบากไปหน่อยหรือภรรยาข้า”ไม่แปลกที่พี่สิงห์จะกังวลเช่นนั้นเพราะหากต้องไปหาบน้ำจากแม่น้ำด้านนอกมาเพื่อใช้ในห้องน้ำนี้ก็ถือว่าเป็งานหนักมากและเสียเวลาอีกด้วย
“ท่านพี่ไม่ต้องกังวลไปหรอกขอรับเดี๋ยวข้าจะแสดงวิธีใช้งานให้ดูอันนี้คือท่อน้ำเย็นส่วนอันนี้เป็ท่อน้ำร้อนข้าจะเปิดน้ำจากท่อน้ำเย็นก่อนแล้วจึงค่อยเปิดน้ำจากท่อน้ำร้อนน้ำร้อนและน้ำเย็นก็จะมาผสมกันในถังใบเล็กที่ติดอยู่้าใกล้กับเพดานตรงนั้นน่ะขอรับ”สองพี่น้องตั้งอกตั้งใจฟังกันอย่างมากจนดินแอบยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูสามีกับน้องชายสามีเสียไม่ได้
“จากนั้นพวกมันก็จะไหลตามท่อลงมาในอ่างอาบน้ำหรือถ้าผลักคันโยกอันนี้ไปด้านขวามือน้ำก็จะไหลออกจากตัวที่เป็จานใหญ่ๆคล้ายฝักบัวอันนี้ เห็นมั้ยขอรับว่ามันแสนจะสะดวกสบายแค่ไหน”
“เ้าเป็คนคิดวิธีการนี้เองหรือคนเก่งของข้า”สิงห์เห็นเมียตนเองอธิบายได้คล่องจึงคิดว่าคงจะเป็ความคิดของเ้าตัวแน่ๆ
“ข้าเก่งมากใช่มั้ยล่ะสามีท่านต้องให้รางวัลข้าแล้วล่ะอิอิอิ”
“ได้แน่นอนอยู่แล้วเมียข้า”สิงห์ดึงคนตัวเล็กเข้ากอดแล้วหอมแก้มให้รางวัลอย่างหมั่นเขี้ยวภรรยาเขาสามารถทำเื่ให้ตนนั้นประหลาดใจได้ตลอดเลยจริงๆ
“หากยังไม่เพียงพอเดี๋ยวคืนนี้ข้าจะให้รางวัลพิเศษดีหรือไม่”
“สามีล่ะก็ข้าไม่ใช่พวกทำดีหวังผลหรอกนะแต่ถ้าท่านอยากจัดรางวัลให้ข้าก็จะรับไว้ก็ได้ ฮิฮิฮิ”
“แล้วเ้าสิ่งนี้คืออะไรหรือพี่สะใภ้”เสือที่เห็นวัตถุหน้าตาประหลาดที่ด้านล่างนั้นมีแอ่งน้ำเล็กอยู่ด้วย
“อ่อ~มันคือชักโครกน่ะเอาไว้เวลาถ่ายหนัก ถ่ายเบา”
“แล้วมันใช้งานอย่างไรหรือขอรับ”
“ง่ายมากเลยถ้าหากเวลาเ้าจะถ่ายเบาเ้าจะยืนหรือจะนั่งถ่ายอย่างนี้ก็ได้แต่เวลาจะถ่ายหนักเ้าต้องนั่งถ่ายอย่างนี้นะและเมื่อเสร็จธุระแล้วเ้าก็ใช้สายน้ำอันนี้ฉีดทำความสะอาดก้นอย่างนี้แล้วเมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วทุกครั้งห้ามลืม!กดคันโยกอันนี้เป็อันขาดนะวิธีใช้ทั้งหมดก็มีเพียงแค่นี้เอง”
“พี่สะใภ้!ท่านนี่เป็อัจฉริยะมาเกิดแท้ๆถึงได้คิดทำอะไรยากๆอย่างนี้ขึ้นมาได้ข้าล่ะนับถือท่านจริงๆเลยขอรับ”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกข้าแค่คิดออกแบบแล้วอธิบายให้พวกภูตนั้นได้เข้าใจก่อนที่เหล่าภูตนั้นจะลงมือทำให้ทั้งหมด”
“ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะขอรับยังไงมันก็เป็ความคิดของพี่สะใภ้อยู่ดี”ดินรู้สึกกระดากอายจริงๆเพราะสิ่งพวกนี้นั้นตนจำมันมาจากโลกที่แล้วทั้งสิ้นไม่ได้คิดเองแม้แต่อย่างเดียว
เมื่อไม่มีอะไรในห้องนอนให้อวดแล้วเขาจึงพาทั้งสองคนออกมานั่งเล่นที่ห้องโถงเพื่อรอเวลาอาหารเย็นซึ่งมารดาทั้งสองกำลังช่วยกันทำอยู่อากาศภายในบ้านหลังนี้นั้นกำลังเย็นสบายและมันก็เป็เช่นนี้ตลอดไม่เคยเปลี่ยนไม่ว่าด้านนอกอากาศจะเป็เช่นไรก็ตาม
พวกเขาสามคนนั่งคุยกันได้ไม่นานนักท่านพ่อกับเ้านัทซึก็ออกมาจากห้องนอนกันพอดี...
“คารวะท่านพ่อขอรับ/คารวะท่านน้าขอรับ”
สิงห์และเสือต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นทำความเคารพเ้าของบ้านที่เดินออกมาพร้อมกับอุ้มบุตรชายคนเล็กที่อยู่ในชุดพร้อมเข้านอน
เมื่อเ้านัทซึนั้นเห็นพี่ชายตนก็ดิ้นจะลงมาหาทันที
“ท่านพี่มาส่งข้าเข้านอนใช่มั้ยขอรับวันนี้ท่านต้องเล่านิทานให้ข้าฟังด้วยน๊าแต่ไม่เอาเื่เดิมๆ นะขอรับข้าฟังจนเบื่อแล้วล่ะ”นัทซึเมื่อบิดาวางตนลงก็วิ่งมานั่งตักดินทันที
“ได้ซิเ้าตัวแสบแต่เ้ากำลังลืมอะไรอยู่หรือเปล่าพี่ชายไม่ได้อยู่คนเดียวนะยังมีพี่เขยกับพี่เสืออยู่ด้วยเห็นมั้ยเร็วเข้า!ยังไม่รีบทำความเคารพอีกเ้าเด็กคนนี้”
“คารวะท่านพี่เขยคาราวะพี่เสือพวกท่านจะมาส่งข้าเข้านอนด้วยเหรอขอรับแต่ถ้านอนเบียดกันสี่คนข้าต้องโดนทับแบนแต๊ดแต๋แน่เลยอ่าท่านพี่ขยายเตียงให้ข้าหน่อยสิขอรับ”
เ้าเด็กตัวเล็กทำหน้าเคร่งเครียดเหมือนว่ากำลังเจอปัญหาใหญ่อยู่ช่างน่าเอ็นดูนัก
ฟอดดดด...ด~
ดินก้มลงไปหอมแก้มเ้าตัวแสบไปทีนึงด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ใครเขาจะขึ้นไปนอนบนเตียงเ้ากันเล่ามีแค่ข้าพี่ชายเ้าผู้เดียวเนี่ยแหละที่จะขึ้นไปนอนเล่านิทานให้เ้าฟังไงล่ะ”พี่ชายรีบแก้ความเข้าใจเ้าน้องชาย
“อ้าว~พวกท่านทั้งสองไม่ชอบฟังนิทานกันเหรอขอรับท่านพี่ข้าเล่าสนุกมากเลยนะหากพวกท่านได้ฟังจะต้องติดใจเหมือนข้าเลยล่ะ”นัทซึรีบอวดพี่ชายตนทันที
“หึหึหึเช่นนั้นหรืองั้นพวกข้าสองคนจะขอไปนั่งฟังด้วยจะได้หรือไม่ล่ะ”
“ได้สิขอรับแล้วพวกท่านจะต้องติดใจอยากจะฟังนิทานที่พี่ข้าเล่าอีกแน่นอนคิคิคิ”
นัทซึรู้สึกยินดีที่มีคนมาร่วมฟังนิทานด้วยกันหลายๆคน มันช่างดูครึกครื้นดีนักวันหลังเขาต้องพาเ้าเก่งลูกสมุนของตนมานอนค้างบ้างแล้วล่ะ