โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 143 เผชิญหน้าราชันหิมะ

    “ เซี่ยหลานเจ้ากล้าดียังไง ถึงทำร้ายลูกปิงเฉียนของข้าเช่นนี้”

    ราชินีมองปิงเฉียนที่ตอนนี่ตาค้างเริ่มกระตุก เลือดไหลทะลักออกมาจาก ลำคอไม่หยุด และกริชที่เซี่ยหลานแทงใส่นั้นได้วางยาพิษหงอนกระเรียนแดงที่ร้ายกาจที่สุดเอาไว้ ไม่มีทางที่ปิงเฉียนจะรอดไปได้ แม้นว่า ราชันปิงลู่ฉานจะให้ยาเม็ดสีขาวให้ ปิงเฉียนกินเข้าไป บาดแผลก็ค่อยๆ หายแต่ว่า พิษก็ซึมซับเข้าสู่หัวใจไปแล้ว หมดหนทางเยียวยา

    “ ข้าเฝ้ารอมายี่สิบปี ก็เพื่อวันนี้ มันส่งคนไปฆ่า สามีของข้า ทำให้ข้าต้องพลัดพรากจากลูก มันสมควรตายแล้ว”

    “ เจ้า..ทำอย่างนี้ นึกถึงผลที่จะตามมาหรือไม่ สำนักวังเหมันต์จะต้องจบสิ้นเพราะเจ้า มองหน้าคนเหล่านี้ซิ พวกเขาต้องมาตายเพราะเจ้าทั้งหมด"

    “ ท่านจ้าววังข้าขอโทษ หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะเกิดมาเป็นม้าเป็นลา เพื่อรับใช้พวกท่านตลอดไป”

    “ เฮ้อ...เซี่ยหลานเจ้าอย่าได้คิดมาก ข้าเองก็รู้สึกว่า ถึงเวลาที่ข้าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ที่ผ่านมาข้าเป็นถึงจ้าววัง ทำตัวเป็นเต่าหดหัวแต่ในกระดอง ปล่อยให้คนพวกนี้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเรามาตลอด เป็นอย่างนี้ก็ดีแล้ว เรามาสู้ตายไปพร้อมๆ กันเลย” จ้าววังหันไปมองหน้า อาจารย์ชิว อาจารย์จากหอต่างๆ ทุกคนต่างพยักหน้า ปลดปล่อยพลังมหาเซียนขั้นที่ 1 เตรียมพร้อมที่จะสู้ตายกันหมด

    “ รนหาที่ตาย” ราชินีหิมะ ปล่อยพลังไอเย็นเยือกแข็งออกไปจัดการกับคนทั้งหมดในคราวเดียวกัน ทำให้จ้าววังและ จ้าวหอต่างๆ ล้วนถูกพลังไอเย็นกระแทกกระเด็นไปคนละทิศละทาง ไอเย็นแทรกซึมเข้าไปในร่าง ทำให้มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะทั่วร่างกันทุกๆ คน

    ราชินีหิมะยกมือขึ้น พลันมีหอกน้ำแข็งเกิดขึ้นกว่า สิบเล่มลอยกลางอากาศ

    “ จดจำเอาไว้ เกิดชาติหน้า ก็อย่าได้คิดเป็นศัตรูกับ ราชวงศ์หิมะอีกต่อไป ตายเสียเถอะ”

    ก่อนที่หอกน้ำแข็งจะพุ่งออกไป ก็มีลูกธนูสีทอง พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าหา ราชินีหิมะ ทะลุไหล่ของนาง จนเซถลา หอกน้ำแข็งร่วงหล่นลงมากลายเป็นหยดน้ำ

    เป็นขจรนั่นเอง ที่ใช้ธนูของท่านโฮ่วอี้ ยิงลูกธนูปราณสุริยันออกมา

    “ สวัสดี เราได้เจอกันอีกแล้วนะ ราชินีหิมะ”

    “ แกเองหรือ? เซี่ยจง”

    “ เสด็จพ่อ มัน มันเป็นคนทำให้ลูกเป็นแบบนี้” องค์ชายปิงฉู่เข้ามาเกาะแขนของราชันหิมะ ที่มองศพของ ปิงเฉียนแล้วส่ายหัว ไม่คิดว่า โอรสของตนจะต้องมาตายต่อหน้าเขาแบบนี้ แล้วมองไปที่ราชีนีหิมะกลับถูกเด็กเมื่อวานซืน ทำร้ายจนบาดเจ็บอีก ยิ่งรู้ว่า คนที่ทำให้ปิงฉู่กลายเป็นสตรี เป็นคนๆ เดียวกันที่ทำร้ายราชินีของเขา ก็หันหน้ามามอง ไอความโกรธสีขาวก็ค่อยๆ ระเหยขึ้นมาจากร่างกาย พื้นแผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือนเลือนลั่น

    “ เสด็จพี่ให้ข้าจัดการกับมันเอง” ราชินีหิมะ ดึงลูกธนูปราณสุริยันออกไป  แล้วนางก็กินยาเม็ดสีขาวเข้าไปหนึ่งเม็ด  แผลของนางที่ไหล่ก็ค่อยๆ หายไปในทันที

    “ นี่นางมีเม็ดยาคืนชีพเหมือนของข้าด้วยหรือนี่”

    “ ไม่ใช่ นั่นคือเม็ดบัวหิมะ ใช้รักษาอาการบาดเจ็บให้หายได้อย่างรวดเร็ว เหมือนกับยาเม็ดคืนชีพของเจ้า”

    ราชินีหิมะหายดีแล้ว ก็หันมามองขจรด้วยสายตาอาฆาตแค้นแล้วเอ่ยด้วยวาจาอันโกรธเกรี้ยว

    “ แกต้องตาย”  ราชินีหิมะ พุ่งตัวเข้าหาขจร โดยที่มือทั้งสองของนางก็ สร้างหอกน้ำแข็งนับสิบๆ เล่ม แล้วปล่อยออกไปใส่ร่างของขจร ที่ตอนนี้ ใช้พลังเทพทลายมิติ  หยุดเวลา แล้วยิงธนู ปราณสุริยันเข้าใส่ นับไม่ถ้วน  แต่สัมผัสของราชินีหิมะรับรู้ได้ จึงสร้างม่านน้ำแข็งป้องกันเอาไว้ได้ แต่ขจรก็ไม่สนใจ ลอยตัวฉีกมิติ ออกไปเพื่อช่วยแม่กับคนในสำนักวังเหมันต์ก่อน

    “ รีบหนีกันก่อนเร็ว”

    ทั้งหมดกำลังจะหนีออกไปจากวิหาร แต่ว่า ทันใดนั้นก็มีกำแพงน้ำแข็งของราชันหิมะ ปล่อยออกมากั้นขวางเอาไว้

    แต่ทันใดนั้นเอง ผู้พิทักษ์หวังหลิง ก็ระเบิดกำแพงน้ำแข็งออกมา แล้วพาทุกคนขึ้นเรือเหาะที่เตรียมเอาไว้ 

    “ คิดว่าจะหนีข้าไปได้อย่างนั้นเร๊อะ”

    ราชินีหิมะหวนกลับมาคราวนี้ปล่อย หอกน้ำแข็งนับ ร้อยๆ เล่มพุ่งเข้ามาหมายปักร่างของทุกๆ คนเอาไว้

    ขจรดึงธนูโฮ่วอี้ ออกมาแล้ว ยิงออกไป ลูกธนูปรานสุริยันพุ่งออกไปกระแทกใส่หอกน้ำแข็งจนแตกละเอียดไป แต่แล้วก็มีเงาฝ่ามือ ฟาดออกมาจากราชันหิมะ ลอยลิ่วพุ่งเข้ากลางหลังขจร เต็มๆ ทำให้ขจรถึงกับลอยคว้าง ธนูโฮ่วอี้หลุดมือ ล้มฟุบไปต่อหน้า เซี่ยหลานและทุกๆ คน

    “ ลูกแม่”

    “ เซี่ยจง”

    ราชันหิมะปิงลู่ฉานไม่ปล่อยให้ทุกคนหนีไป ตอนนี้ทุกคนถูกพลังไอเย็นเยือกแข็งของราชันหิมะ ยึดร่างเอาไว้ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ ส่วนขจรตอนนี้ กลายเป็นหุ่นน้ำแข็งไปแล้ว

    ทันใดนั้นเอง ร่างของขจรที่ฟุบไปกับพื้นกลายเป็นก้อนน้ำแข็งก็ค่อยๆ ละลายลงอย่างรวดเร็ว แล้ว ขจรก็ยืนขึ้นมาได้ใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปกลายเป็นสีฟ้าอีกแล้ว

    “ แก..ทำได้ยังไงกัน” ราชินีเห็นขจรไม่เป็นอะไรก็ตกใจ

    “ น้องสะใภ้ ดูเจ้าไม่เปลี่ยนไปเลยนะ”

    คำพูดที่พูดออกมาจากปากของขจร ทำให้ ราชันกับ ราชินีหิมะ ถึงกับตกใจ ต้องถอยหลังไปหลาวก้าว

    “ เจ้า..เป็น..ใคร?”

    “ ข้ายังไม่อยากฆ่าพวกเจ้าสองคนผัวเมีย ฉะนั้นตอนนี้ไสหัวไปซะ”

    “ บังอาจ” ราชินีหิมะ พุ่งตัวซัดฝ่ามือใส่ขจร แต่แค่ขยับตัวได้ก้าวเดียว ก็มีมือของขจรฉีกมิติมาปรากฏตรงหน้า แล้วตบซ้ายขวาไปหลายสิบฉาด จน ราชินีหิมะล้มไปกองกับพื้น โดยที่ขจรนั้นไม่ได้ขยับตัวจากจุดที่ยืนอยู่เลยแม้แต่น้อย

    “ พลังเทพทลายมิติ? เจ้าเป็นใคร ทำไมรู้วิชาของศิษย์พี่ใหญ่”

    ราชันหิมะเอ่ยอย่างตกใจ

    “ เจ้ายังจำพี่ใหญ่ของเจ้าได้ด้วยรึ?”

    “ เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

    “ ตอนนี้ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า จงใช้ชีวิตให้มีความสุข วันหนึ่งข้าจะกลับมาเอาไป”

    “ เจ้า..”

     ราชันหิมะ ยกมือทั้งสองปล่อยพลังไอเย็นเยือกแข็ง ออกมาทั้งสองมือ กลายเป็นไอเย็นรูปมังกรน้ำแข็ง สองตัว อ้าปากพุ่งเข้ามาหาขจร

    “ ฝ่ามือมังกรเยือกแข็ง”

    ขจรมอง มังกรน้ำแข็งที่พุ่งเข้ามหาอย่างโกรธเกรี้ยว ด้วยสายตานิ่งเฉยหาได้เกรงกลัวไม่ พอมังกรน้ำแข็งสองตัวเข้ามาใกล้ ขจรก็ปล่อยหมัดออกไปเบาๆ 1 หมัด หมัดที่พุ่งออกไปกลายเป็นเงามังกรตัวใหญ่กว่า

    “ หมัดมังกรทลายฟ้า”

    เงามังกรของขจรกลืนกินมังกรน้ำแข็งจนสลายไป แล้วก็ยังพุ่งไปกระแทกใส่ร่างของราชันหิมะ จนกระเด็นกระดอน ทะลุผนังวิหาร หายไป ทหารนับร้อยที่เห็น ก็ต่างทิ้งอาวุธรีบหนีไป รวมทั้งองค์ชายปิงฉู่ และเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายด้วย

    คนของสำนักวังเหมันต์ได้แต่อ้าปากตาค้างมองหน้าขจรเหมือนเห็นภูตผี

    “ ไปกันได้แล้ว” ขจรเอ่ยจบ ก็พาคนของสำนักวังเหมันต์ไปขึ้นเรือเหาะ กลับสำนักทันที พอขึ้นเรือเหาะได้ ขจรก็ถึงกับสลบไป

    “ ลูกแม่” เซี่ยหลานรีบเข้ามาดูอาการ

    “ เมื่อสักครู่ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เขานะ เซี่ยหลาน” จ้าววังเอ่ยอย่างมั่นใจ

    “ ข้ารู้ แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ยังเป็นลูกข้า”

    “ เฮ้อ งานนี้ไม่รู้ว่าจะทำป้องกันอย่างไร กับเพลิงพิโรธของ ราชันกับ ราชินีน้ำแข็งทั้งสองคนนี่” จ้าววังเอ่ยอย่างหนักใจ

    “ ท่านจ้าววังวางใจ ตอนนี้ ธิดาเทพได้เปิดค่ายกลเป็นผลสำเร็จแล้ว ต่อไปไม่มีใครเข้ามา ทำร้ายพวกเราง่ายๆ ได้อีกแล้ว”

    “ จริงรึ? เป็นไปได้ยังไง”

    “ ธิดาเทพบอกว่า เรื่องนี้เซี่ยจงเป็นคนที่ช่วย ลำพังนางคนเดียวคงทำไม่ได้”

    ทั้งหมดมองมาที่ขจรที่ตอนนี้ยังคงหลับไหลอยู่

    ในห้วงจิตของขจร

    “ เจ้าไม่รีบพามันไปรับพลังของข้าเสียที ทำไมให้มันมาเสี่ยงแบบนี้ พลังของข้านั้นใกล้จะหมดเต็มทีแล้ว”

    “ เจ้าเด็กนี่ มันกตัญญูนัก ข้าเองก็พยายามตักเตือนมันแล้ว”

    “ ตอนนี้พวกมันคงจะรู้ตัวแล้ว  เวลาไปที่ดินแดนไร้ที่สิ้นสุด ก็ให้มันระวังตัวเอาไว้ด้วย ข้าไม่อาจออกมาช่วยเหลือมันได้อีกแล้ว”

    “ ราชันวางใจ ข้าจะพยายามให้มันรีบไปให้เร็วที่สุด”

    แล้วขจรก็ฟื้นขึ้นมา

    “ แม่” ขจรเห็นแม่ปลอดภัยแล้วก็ดีใจ

    “ ดีนะที่เจ้าให้ยาคืนชีพแม่มาหลายเม็ด ทำให้พวกเราทุกคนล้วนปลอดภัยกันหมด ลูกแม่บอกมานะ ว่าใครสิงร่างของลูกอยู่ในตอนนั้น”

    “ ราชันหลิงเทียน”

    “ ราชันหลิงเทียน จักรพรรดิดินแดนไร้ที่สิ้นสุดเมื่อพันปีก่อนได้เสียชีวิตไปแล้วนี่? หรือว่า วิญญาณเขายังคงอยู่”

    ขจรส่ายหัว แล้วเอ่ยต่อว่า

    “ เขาตายไปแล้ว แล้วก็มาเกิดใหม่เป็นลูกนี่แหละ แต่ว่าจิตของเขายังคงมีพลังอยู่มากนัก เลยช่วยลูกเอาไว้หลายครั้งแล้ว”

    “โอ้ ลูกแม่ นี่มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ไปแล้ว ห้ามลูกบอกใครนะ มันไม่เป็นผลดีต่อตัวลูกเอง แม่ก็กลัวว่า วิญญาณของเขาจะยึดครองร่างของลูกแม่ จนนิสัยใจคอเปลี่ยนไปจนหมด”

    “ ไม่มีทางหรอกครับ สบายใจได้”

    ทั้งสองเข้ามาที่สำนัก ตอนนี้ได้มีม่านจันทราป้องกัน แถมยังมี หุ่นนับรบเทพ อีก 12 ตนคอย ยืนเฝ้าอยู่ รอบๆ สำนัก ทำให้ทุกคนล้วนยินดีกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

    “ ท่านอาจารย์” ธิดาเทพเดินเข้ามคำนับจ้าววังทันทีที่มาถึง

    “ หืม นี่เจ้าสลายไอเย็นที่ปิดกั้นชีพจรได้แล้วหรือนี่”

    “ เจ้าค่ะ เรื่องนี้เซี่ยจงเป็นคนช่วยศิษย์”

    “ เหรอ เขาช่วยยังไง?”

    “ เอ่อ....” ธิดาเทพไม่ตอบแต่ใบหน้าแดงซ่าน ไม่กล้าที่จะเอ่ยออกมา

    “ เอาล่ะ ไม่ต้องบอกวันนี้ก็ได้  ตอนนี้ข้าต้องรีบไปกราบไหว้เทพีจันทราที่ได้ช่วยคุ้มครองสำนักของเรา”

    แล้วทั้งหมดก็เดินตามจ้าววังไปไว้ขอบคุณเทพีจันทรา

    ส่วนขจรนั้น ก็เตรียมตัวเดินทางกลับบ้านกับแม่ที่โลกมนุษย์

    “ ข้ารู้สึกว่าพลังของราชันหลิงเทียนใกล้จะหมดลงแล้ว เกิดอะไรขึ้น?”

    ขจรเก็บของไปด้วย และ เอ่ยถามหินเจ้าปัญญาด้วยความสงสัย

    “ เพื่อไม่ให้เจ้าต้องตายไป ท่านใช้พลังเฮือก สุดท้าย ปกป้องเจ้าไว้ แต่ว่า มันก็ทำให้ศัตรูของท่านราชัน เริ่มรู้ตัวแล้ว ต่อไปข้าเกรงว่า สำนักวังเหมันต์คงตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง”

    ขจรได้ฟังก็หยุดนิ่ง 

    “ ที่นี่มีค่ายกลเทพป้องกันแล้ว ใครมันจะบุกเข้ามาทำร้ายได้อีก”

    “ แม้นค่ายกลเทพีจันทราจะร้ายกาจ แต่ใช่ว่า จะไม่มีผู้ใดทำลายได้  หากผู้ที่มีพลังขั้นมหาเซียนขั้น 3 ร่วมมือกันโจมตี พร้อมกัน 8 ทิศ ค่ายกลนี้ก็มีโอกาสพังทลายได้ หรือหากตัวตนระดับนักพรตผู่เซียนปรากฏ ค่ายกลนี้ก็จะไม่อาจต้านทานได้แม้แต่ฝ่ามือเดียว ตอนนี้พวกมันคงรู้แล้ว ว่าราชันหลิงเทียนกำเนิดใหม่ในร่างของเจ้า พวกมันล้วนไม่ยอมให้เจ้าแข็งแกร่งถึงวันนั้นแน่ พวกมันต้องส่งคนมาจัดการกับเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะหนีไปโลกมนุษย์ หรือ ที่ไหนบนโลกเซียน พวกมันจะตามหาเจ้าจนเจอ เจ้าอาจจะหลบหนีได้ แต่ญาติพี่น้อง คนที่เจ้ารู้จัก จะต้องมันจับตัวเพื่อบีบคั้นให้เจ้าออกมาจนได้”

    “ คงไม่ร้ายแรงขนาดนั้นมั๊ง”

    “ นี่ไม่ใช่แค่การคาดเดา แต่มันคือความจริง คนเหล่านี้ร่วมมือกันวางแผนชั่วร้ายรุมสังหารท่านจนตาย ยิ่งพอรู้ว่า ท่านกำเนิดใหม่ มีหรือจะไม่หวาดกลัว มีทางเดียวก็คือ ได้รับพลังจากราชันหลิงเทียน แล้วสยบพวกมันเอาไว้”

    “ เฮ้อ..เรื่องนี้ข้าต้องปรึกษากับแม่ก่อน”

    คืนนั้น ขจรได้นั่งคุยกับแม่สุรางคนางค์เซี่ยหลาน 

    “ ตัวของแม่ยังคงกลับโลกมนุษย์ตอนนี้ไม่ได้ เพราะว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ล้วนแม่เป็นต้นเหตุ แม้ว่าเราจะมีค่ายกลป้องกัน แต่ว่า พวกเราจะต้องกิน ต้องใช้ จะอยู่แต่ในสำนักอย่างเดียวไม่ได้ แม่ต้องคอยช่วยพวกเขาในเรื่องนี้ก่อน ส่วนลูกแม่แนะนำให้ไปรับพลังของราชันหลิงเทียน แต่แม่ไม่อยากให้ลูกเข้าไปพัวพัน เรื่องความแค้นของราชันหลิงเทียนในอดีต เพราะตอนนี้ ดินแดนไร้ที่สิ้นสุด มีจักรพรรดินีหยางเชี่ยน ปกครองอยู่ และพระนางก็สามารถปกครองแผ่นดินให้ร่มเย็นมาเป็นพันปีแล้วด้วย”

    “ จักรพรรดินีหยางเชี่ยน?”

    “ ก็คือ องค์หญิงแปดราชินีของ ราชันหลิงเทียนยังไงล่ะ”

    ขจรพยักหน้าเข้าใจ จำได้ว่า นางร่วมมือกับ  จักรพรรดิหยางเฟยแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เพื่อจัดการกับ ราชันหลิงเทียนนั่นเอง

    “ ลูกคงไม่ยุ่งกับความแค้นแต่หนหลังของพวกเขา แต่เพื่อความปลอดภัยของทุกคนพลังของราชันหลิงเทียนเท่านั้น ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ใครมาข่มแหงพวกเราได้อีก พรุ่งนี้ลูกจะรีบไป แล้วก็จะรีบกลับมานะแม่”

    “ ลูกแม่เติบโตแล้วจริงๆ ยังไงก็ระวังตัวให้ดี อย่าประมาทนะลูก”

    “ ลูกแม่คนนี้เก่งขนาดนี้ แม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”

    “ ไม่มีวันไหนที่แม่ไม่รู้สึกห่วงลูกเลย แม้ว่าลูกจะเก่งขนาดไหนก็ตาม”

    เซี่ยหลานลูบหัวหยางเทียนแล้วยิ้มให้อย่างปลื้มใจ ที่ได้เห็นลูกเติบโตมาจนถึงวันนี้

    พอออกมาจากห้องของแม่ ก็พบว่า อี้หยานธิดาเทพ มายืนรอ ที่หน้าห้องของเขา

    “ ข้าจะมาลาเจ้า”

    “ ลาไปไหน?”

    “ ข้าต้องกักตนเพื่อเลื่อนเข้าสู่ขั้นมหาเซียน คงต้องใช้เวลาเป็นปี”

    “ นานขนาดนั้นเลย”

    “ อืม...ที่ผ่านมาหากไม่ได้เจ้าช่วย  ข้าคงไม่สามารถมาถึงจุดนี้ได้ ”

    “ ไม่เป็นไร ข้าสมควรทำอยู่แล้ว”

    “ ข้าจะไม่ลืม เรื่องราวที่พวกเราช่วยกันเปิดผนึกค่ายกลในคืนนั้น”

    “ ข้า..ก็เช่นกัน”

    “ ขอบใจนะ”  อี้หยานเดินเข้ามาหาขจรในระยะประชิด แล้วค่อยๆเขย่งเท้า แล้วก็ปลดผ้าคลุมหน้าออก แล้วใช้ริมฝีปากที่อ่อนนุ่มจุมพิตขจรอย่างแผ่วเบา แล้วก็รีบหมุนตัวจากไป ทิ้งแต่กลิ่นกายให้ขจรได้แต่มองตามไปด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น......