ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 5 บทที่ 136 คนโสดไม่เข้าใจความรัก

            เมื่อได้ยินดังนั้น ซูไป่ชิงก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ เธอกล่าวเสริมอีกว่า “แต่คนโสดอย่างพี่ซู คงยังไม่รู้ว่าอะไรคือพรหมลิขิต เรื่องนี้ฟังๆ ไว้ก็พอค่ะ”

            ซูไป่ชิง “…”

            จิ่งเยี่ยนกุยหันกลับมาพูดกับเขาด้วยท่าทีจริงจัง “แต่พี่ซูคะ พี่ก็อายุไม่น้อยแล้ว ถ้ามีผู้หญิงที่ชอบจริงๆ ก็แต่งงานได้แล้วนะคะ”

            ซูไป่ชิง “…”

            ไม่รู้ทำไม เขากลับรู้สึกเหมือนได้กลิ่นของการรังเกียจอย่างรุนแรง เขากระตุกมุมปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “โดนคุณปู่เร่งแต่งงานก็แย่พออยู่แล้ว นี่ยังมาโดนเธอเร่งอีก!”

            จิ่งเยี่ยนกุยกระแอมเล็กน้อย ทำท่าทางเป็นผู้ใหญ่แล้วพูดว่า “ทำไมฉันจะเร่งไม่ได้ล่ะ? ยังไงฉันก็เป็นผู้อาวุโสของพี่นะ เรียกฉันว่าอาหญิงสิ!”

            ซูไป่ชิง “…”

            เขารู้สึกเหมือนโดนคุณปู่แท้ๆ ของเขาขุดหลุมฝังเสียแล้ว!

            เขาอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ฉันคิดถึงวันที่เรายังไม่ค่อยสนิทกันมากกว่านะ อย่างน้อยตอนนั้นเธอจะไม่พูดกับฉันแบบนี้”

            จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะออกมา “พี่ซูคะ พี่เข้าใจอะไรฉันผิดหรือเปล่า? ฉันดูเป็นคนประเภทที่ยอมไว้หน้าคนอื่นเพียงเพราะไม่สนิทกันหรือไง?”

            ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยเล่นกันก็มาถึงบ้านของคุณปู่ซู นี่เป็นครั้งที่สองที่จิ่งเยี่ยนกุยมาบ้านตระกูลซู

            ที่นี่เป็นบ้านเก่าแก่ของตระกูลซู ซึ่งเคยถูกยึดมาก่อน แต่ภายหลังก็ได้คืนมา บ้านหลังนี้มีพื้นที่ประมาณหนึ่งหมู่ มีทั้งสวน สระน้ำ และเนินเขาจำลอง ให้ความรู้สึกงดงามมีสไตล์ คุณปู่ซูกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องหนังสือ

            หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยมาถึง เธอก็เรียกท่านอาจารย์อย่างนอบน้อม คุณปู่ซูให้เธอนั่งลง แล้วถามเรื่องของอวี๋ซือเหยี่ยก่อนเป็นอันดับแรก เธอจึงเล่าเรื่องที่เธอรู้ให้เขาฟังอย่างตรงไปตรงมา

            หลังจากที่คุณปู่ซูได้ฟังก็โกรธจนตบโต๊ะ “พวกนั้นมันช่างไร้ยางอายจริงๆ! อาหญิงใหญ่ของเธอรวมทั้งสามีของคนนั้น ช่างน่ารังเกียจจริงๆ!”

            จิ่งเยี่ยนกุยรีบรินน้ำชาให้เขา แล้วพูดว่า “ท่านอาจารย์ คนพรรคนั้นไม่ควรค่าแก่การใส่ใจหรอกค่ะ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว”

            “ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก ต้องบอกอาจารย์นะ อาจารย์จะช่วยจัดการพวกมันให้!” คุณปู่ซูที่กำลังโกรธจัด แทบไม่เหลือภาพลักษณ์ของแพทย์ผู้ทรงคุณธรรมให้เห็นเลย กลายเป็นชายแก่ที่หัวร้อนไปเสียแล้ว

            แต่เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของท่าน จิ่งเยี่ยนกุยกลับรู้สึกอบอุ่นใจ พ่อแม่แท้ๆ ของเธอไม่ต้องการเธอ ส่วนพ่อแม่อุปถัมภ์ปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นวัวเป็นม้า แต่เธอก็ยังมีคนที่รักและห่วงใย ไม่ได้โดดเดี่ยวตัวคนเดียว

            เธอจับมือของเขาพลางออดอ้อน “หนูรู้ว่าอาจารย์ดีกับหนูที่สุด”

            ซูไป่ชิงลูบจมูก พวกเขาทั้งสองคนนี่มันจริงๆ เลย

            ความโกรธของคุณปู่ซูลดลงบ้าง แต่ก็หันมาอบรมจิ่งเยี่ยนกุยต่อ “เธอก็ด้วย เกิดเรื่องแบบนี้ทำไมไม่บอกอาจารย์สักคำ ถ้าอาจารย์ของเธอไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ก็คงไม่รู้เรื่องนี้!”

            “ถึงแม้ว่าคู่หมั้นของเธอจะใช้ได้ทีเดียว แต่พวกเธอยังไม่ได้แต่งงานกัน เขาก็ยังเป็นคนนอก! เธอไม่บอกเรื่องนี้กับอาจารย์ของตัวเอง แต่กลับไปพูดกับคนนอก มันทำให้ฉันเสียใจมากจริงๆ!”

            เมื่อได้ยินดังนั้น มุมปากของจิ่งเยี่ยนกุยก็ยกขึ้นเล็กน้อย เมื่อก่อนตอนที่เธอเกิดเรื่อง ไม่เคยมีใครสนใจ แต่ตอนนี้กลับมีคนอยากจะเข้ามาช่วยเธอแก้ปัญหา ความรู้สึกเช่นนี้มันดีจริงๆ

            ดังนั้นเธอจึงพูดอย่างว่าง่ายว่า “ครั้งนี้เป็นเพราะฟางเสียนจือบังเอิญมาเจอพอดีค่ะ ต่อไปถ้ามีเรื่องแบบนี้อีก หนูจะบอกอาจารย์แน่นอนค่ะ”

            คำพูดของเธอทำให้คุณปู่ซูตำหนิเธอไปอีกหนึ่งยก “ยัยเด็กคนนี้จะหวังดีกับตัวเองหน่อยไม่ได้เลยหรือไง! ยังคิดจะให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก!”

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกว่าท่านอาจารย์ของเธอดูจะสองมาตรฐานเล็กน้อย เธอหันไปมองซูไป่ชิง ซูไป่ชิงเงยหน้ามองเพดาน ดูเหมือนจะชินกับเรื่องแบบนี้แล้ว

            หลังจากถูกด่าแล้ว เธอก็ถูกอาจารย์อันเป็นที่รักตรวจสอบความคืบหน้าในการศึกษาตำราแพทย์ในช่วงนี้

            หลังจากที่คุณปู่ซูทดสอบเสร็จ เขาก็รู้สึกพอใจอย่างมาก แต่ก็ยังคงทำหน้าบึ้งตึงแล้วพูดว่า “วันๆ รู้แต่ทำเรื่องไร้สาระ ความก้าวหน้าช่วงนี้มันช้าเกินไป กลับไปแล้วต้องแบ่งเวลาวันละครึ่งวันมาศึกษาหาความรู้ด้วย!”

            จิ่งเยี่ยนกุยรับคำอย่างเชื่อฟัง แล้วถามปัญหาที่เธอยังไม่ค่อยเข้าใจไปสองสามข้อ

            สมกับที่เป็นบุคคลสำคัญในวงการแพทย์จริงๆ ท่านอธิบายหลักการได้ชัดเจนและเข้าใจง่าย ปัญหาที่เธอคิดไม่ออกมาหลายปีก็ได้รับคำตอบ เธอจึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับประจบเอาใจท่านอาจารย์อีกครั้ง ทั้งสองคนก็คุยกันอย่างสนุกสนาน

            แต่ก่อนที่เธอจะกลับ คุณปู่ซูก็เรียกเธอไว้ แล้วกำชับเธออีกครั้งว่าต้องตั้งใจเรียน อย่าขี้เกียจ

            หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยกลับไปแล้ว คุณปู่ซูก็จุดธูปสามดอก แล้วยืนอยู่หน้าป้ายบรรพบุรุษของตระกูลซู “ท่านบรรพบุรุษที่เคารพ ลูกชายที่ไม่ได้ความคนนี้ ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้ต้องสูญเสียทั้งลูกชายและลูกสะใภ้ ในบ้านมีเพียงหลานชายคนเดียว แต่ก็ไม่ใช่ผู้ที่เรียนวิชาแพทย์ได้โดดเด่น อย่างมากสุดก็ได้แค่ความรู้ทางการแพทย์ไปเพียงสามส่วน”

            “ผมคิดว่าวิชาแพทย์ของตระกูลคงจะต้องสูญหายไป แต่เมื่อถึงวัยชรากลับได้รับศิษย์คนหนึ่ง เธอมีนามว่าจิ่งเยี่ยนกุย ถึงแม้จะไม่ใช่คนในตระกูลซู แต่ก็มีพรสวรรค์เป็นเลิศ ในช่วงหลายปีมานี้ การแพทย์แผนจีนค่อนข้างเสื่อมถอยลง ลูกชายที่ไม่ได้ความคนนี้คิดว่าไม่ควรยึดติดในเรื่องของชื่อเสียงและแซ่สกุลอีกต่อไป ควรที่จะรักษาแก่นแท้ของแพทย์แผนจีนไว้ให้ดีที่สุด”

            “ลูกชายที่ไม่ได้ความอยากจะถ่ายทอดวิชาแพทย์ของตระกูลให้เธอทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนกฎของบรรพบุรุษ แต่ก็เป็นการกระทำที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หวังว่าบรรพบุรุษจะโปรดอภัย”

            หลังจากที่กล่าวจบ เขาก็ก้มหัวลงคำนับ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดต่อไปอีกว่า “ลูกศิษย์ของลูกชายที่ไม่ได้ความคนนี้ มีพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่ง เริ่มจากเรียนรู้ด้วยตนเองจนจับทางของการแพทย์แผนจีนได้ ปัจจุบันเพิ่งเรียนกับลูกชายที่ไม่ได้ความคนนี้ไม่ถึงเดือน ก็สามารถเข้าใจแก่นแท้ของการแพทย์แผนจีนได้แล้ว ช่างน่ายินดีจริงๆ!”

            “วิชาแพทย์ที่บรรพบุรุษได้ถ่ายทอดมา จะต้องสืบทอดต่อไป และจะนำประโยชน์สุขมาสู่ประชาชน!”

            หลังจากที่ซูไป่ชิงไปส่งจิ่งเยี่ยนกุยและกลับมาที่ร้านขายยา เขาก็เห็นปู่ของตนนั่งพึมพำอยู่บนเบาะหน้าป้ายบรรพบุรุษ เขาฟังอยู่พักหนึ่งก็อดที่จะลูบจมูกไม่ได้ ในนั้นมีคำพูดอยู่ครึ่งหนึ่งที่ด่าว่าเขาที่ไม่เอาไหน เอาแต่หาเงิน ไม่เหมือนลูกหลานตระกูลแพทย์เลย

            ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็เป็นการชื่นชมว่าจิ่งเยี่ยนกุยนั้นมีพรสวรรค์อย่างไรบ้าง ต่อไปวิชาแพทย์ในสายตระกูลของพวกเขาจะต้องพึ่งพาเธอ

            ซูไป่ชิงโดนคุณปู่ด่ามาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กๆ ก็ท่องตำราแพทย์จนกลายเป็นปมในใจ ความจริงแล้วความรู้ทางการแพทย์ของเขาก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น อย่างน้อยก็เก่งกว่าหมอแผนจีนในโรงพยาบาลทั่วไป แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของคุณปู่

            เขาก็รู้ตัวดีว่าถ้าเขาทุ่มเทให้กับวิชาหมอจริงๆ ความสำเร็จของเขาอาจจะไม่เท่าคุณปู่ แต่ก็คงไม่ด้อยไปกว่ากัน แต่ด้วยสถานการณ์ของตระกูลซูในตอนนี้ ถ้าเขาไม่ตั้งใจดูแล ร้านขายยาเหล่านั้นก็อาจจะต้องปิดตัวลง

            นี่เป็นการตัดสินใจของเขาเอง ดังนั้นก็ต้องอดทนฟังคำด่าต่อไป

            หลังจากที่คุณปู่ซูระบายความในใจต่อหน้าป้ายบรรพบุรุษแล้ว เขาก็รู้สึกดีขึ้นมาก เมื่อหันมาเห็นซูไป่ชิงยืนเหม่อลอยอยู่ข้างนอก จึงเดินออกมาถามว่า “ได้ยินฉันด่าแกหมดแล้วใช่ไหม?”

            “ถ้าปู่ไม่ด่าผมสิครับแปลก ผมชินแล้ว” ซูไป่ชิงพูดพลางหัวเราะ

            คุณปู่ซูจ้องเขา “แกมันเรียนแพทย์ไม่ได้เรื่อง อายุปูนนี้แล้วก็หาผู้หญิงดีๆ มาแต่งงานซะ ฉันอยากมีหลานชายแล้ว”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604