วันนี้เป็นวันที่เธอต้องมาสำนักวังบาดาล หลังจากไม่ได้มาหลายวัน แต่ก็ไม่ทำให้มีปัญหาอะไร เพราะเรื่องความรู้ด้านการปรุงยาของเธอนั้นรุดหน้าไปไกลกว่าทุกคนเสียอีก เพราะได้ตำราดีมาจากท่านตา เจ้าสำนักวังบาดาล เธอจะมาเรียนก็ต่อเมื่อท่านตาอยู่ ท่านตาจะเป็นคนสอนเธอเอง วันไหนท่านตาไม่อยู่ องค์ชายแปดก็จะช่วยสอนแทน แต่ถ้าทั้งสองคนไม่อยู่ เธอก็ไม่จำเป็นต้องมา เรียนอยู่ที่จวนเองก็ได้
แต่วันนี้เธอคิดว่าจะมาเอาหนังสือที่ห้องสมุดไปศึกษาเพิ่มเติมสักหน่อย จึงได้เข้าสำนักวังบาดาลในวันนี้ วันนี้เธอจะต้องศึกษาด้วยตัวเอง เพราะทั้งสองคนที่เป็นคนสอนเธอไม่อยู่ และเพราะเป็นศิษย์โดยตรงของเจ้าสำนัก จึงไม่จำเป็นต้องเรียนรวมกับคนอื่น เธอเดินสำรวจไปเรื่อยๆจนมาถึงด้านของหลังสำนักซึ่งเป็นป่า เธอคิดว่าจะเดินดูสักพักเพราะยังไม่เคยมาแถวนี้ แต่ก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าเอาไว้
"ฟางเหม่ยหลิง เจอเจ้าวันนี้ก็ดีแล้ว ข้าขอชำระแค้นที่เจ้าทำกับข้า"
ไป๋เฉียนฉิงนั้นเดินตามหาฟางเหม่ยหลิงจนทั่วสำนัก ในที่สุดก็เป็นโอกาสดีที่ได้เจอฟางเหม่ยหลิงอยู่คนเดียว นางจะได้แก้แค้นได้สะดวก นางอุตส่าห์อดทนเพื่อจะได้เจอฟางเหม่ยหลิงที่อยู่ตัวคนเดียวเหมือนเช่นตอนนี้ แถมที่ตรงนี้ก็เหมาะเลย ป่าหลังสำนัก
"มีอะไรกับข้าหรือ"
เธอแกล้งถามออกไปด้วยแววตาใสซื่อ
"อย่าเสแสร้ง เจ้าเผาร้านเครื่องประดับของข้า"
ไป๋เฉียนฉิงชี้หน้าฟางเหม่ยหลิงด้วยความโกรธ
"มีหลักฐานหรือไม่ ว่าข้าเป็นคนทำ"
"ข้ารู้ว่าเป็นเจ้า อย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้นะ "
"เอ๋ ทำไมถึงคิดว่าเป็นข้าละ"
เธอแกล้งทำหน้าสงสัย
"เพราะเจ้าอยากแก้แค้นที่ข้าเผาร้านของเจ้ายังไงละ"
นางทนไม่ไหวจึงได้โพล่งออกไป
"หึ ในที่สุดก็ยอมรับออกมาจนได้นะ ว่าเจ้าเผาร้านของข้า"
เธออุตส่าห์รอว่าเจ้าตัวจะยอมรับเมื่อไหร่
"แล้วจะทำไม ข้าสั่งคนไปเผาเองละ ร้านยากระจอกๆ"
"นั้นสินะ ข้าก็เป็นคนเผาร้านของเจ้าเองเหมือนกัน ร้านเครื่องประดับกระจอกๆ"
เธอเองก็ย้อนคำพูดคืนเหมือนกัน
"เจ้าไม่มีสิทธิ์มาเผาร้านของข้าแบบนี้ ข้าเป็นใครแล้วเจ้าเป็นใคร นางเศษสวะ"
"โง่ไม่เปลี่ยนเลยนะ ไป๋เฉียนฉิง อย่าคิดว่าพ่อเจ้าเป็นที่ไว้วางพระทัยขององค์จักรพรรดิ แล้วเจ้าจะทำตัวระรานคนอื่นได้ง่ายๆ ดูตัวเองให้ดีก่อน รังแกคนอื่นก่อนแล้วยังมีหน้ามาหาเรื่องอีก หน้าตาอัปลักษณ์แล้วจิตใจก็ยังอัปลักษณ์อีก"
"กรี๊ดดดดดดดดดดดด เจ้าว่าข้าอัปลักษณ์ นางสารเลว"
"แสบแก้วหูจะแย่แล้ว ยัยอัปลักษณ์"
เธอยิ่งพูดตอกย้ำเข้าไปอีก
"กรี๊ดดดดดดดดดดดด วันนี้เจ้าต้องตาย"
ไป๋เฉียนฉิงกางกรงเล็บและพุ่งเข้าใส่ฟางเหม่ยหลิงด้วยความโมโหนางพยายามที่จะกรีดเล็บลงบนใบหน้าของฟางเหม่ยหลิงเพื่อทำลายใบหน้างามนั้นให้เป็นบาดแผลและอัปลักษณ์ไปเลย แต่ฟางเหม่ยหลิงก็หลบหลีกทัน
"เพี้ยย"
"โอ้ยย ละ..เลือด เจ้ากล้าทำร้ายข้า"
"ทำไมหรือคิดว่าเจ้ามีมืออยู่คนเดียว เป็นไงโดนหลังแหวนของข้าไปเลือดกบปากเลยนิ เจ้าควรเอาเลือดชั่วออกมาบ้างนะ จะได้ดีขึ้นบ้าง จำไม่ได้หรือไงว่าที่สำนักเขามีกฎห้ามทะเลาะวิวาทหรือลืมไปแล้ว"
"ตรงนี้ไม่มีคนอื่น ใครจะเห็นถ้าข้าจะจัดการเจ้า"
ไป๋เฉียนฉิงเช็ดเลือดที่มุมปากเพราะโดนฟาดด้วยหลังมือเมื่อกี้ นางกำลังโกรธมากและวันนี้ก็จะขอแก้แค้นให้ได้ นางชักดาบคู่กายออกมาก่อนที่จะทะยานขึ้นฟ้าแล้วดิ่งลงมาฟันไปที่ฟางเหม่ยหลิง
"ตายสะเถอะ"
เธอนั้นเตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว จึงหลบการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะตะวัดแส้สายฟ้าในมือฟาดไปที่ไป๋เฉียนฉิง แต่ไป๋เฉียนฉิงก็หลบได้อย่างว่องไว วันนี้ได้สู้กันจริงๆจังๆสักที จึงทำให้เธอรู้ว่าไป๋เฉียนฉิงฝีมือร้ายกาจมาก พอๆกับเธอเลย
"สายฟ้าฟาด"
"หยาดพิรุณ"
เธอและนางต่างพูดท่าของอาวุธก่อนจะเข้าปะทะกันจนทำให้บริเวณนั้นเกิดฝุ่นตลบอบอวลไปหมด การต่อสู้ยังพลัดกันรุกพลัดกันรับแต่ ก็ไม่มีใครยอมใคร ต้นไม้ใบหญ้าที่โดนลูกหลงไปด้วย ต่างหักโค่นร่วงหล่นลงพื้น ระเนระนาด
"ข้าจะฝังเจ้าไว้ที่นี่ละ ที่นี่คือหลุมฝังศพของเจ้า"
ไป๋เฉียนฉิงใช้ดาบชี้หน้าฟางเหม่ยหลิง
"ถ้าทำได้ก็ลองดู"
เธอสะบัดแส้ไปที่ไป๋เฉียนฉิงแต่นางก็ปัดป้องได้ทุกครั้ง และระหว่างนั้นทั้งสองก็หาจังหวะ ได้โอกาสโจมตีฝ่ายตรงข้ามได้เป็นครั้งแรก เธอฟาดแส้ไปที่จุดบอดนั้น อีกฝ่ายก็ฟันดาบเข้ามาเหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างจับที่แขนของตัวเอง เธอมองดูแขนซ้ายที่เลือดกำลังไหลจากการถูกฟัน ไป๋เฉียนฉิงเองก็โดนแส้ฟาดที่แขนขวาจนเนื้อแตกเลือดไหลออกมาเหมือนกัน
"ไม่คิดว่าเศษสวะอย่างเจ้า จะทำให้ข้าต้องมีบาดแผลได้"
ไป๋เฉียนฉิงเจ็บจนหน้าซีดยืนเอามือจับแขนที่เจ็บเอาไว้
"หึ ข้านะเป็นถึงหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นเหลียงเชียวนะ เจ้านั้นแหละที่เป็นเศษสวะ แถมยังโง่อีกด้วย"
เธอเองก็เริ่มมีเหงื่อไหลซึมเพราะเจ็บไม่แพ้กัน
"ข้าไม่ใช่เศษสวะ ข้าเป็นลูกสาวเสนาใหญ่ ตระกูลของข้าก็ยิ่งใหญ่ ตระกูลอื่นๆยังต้องให้ความเคารพ ไม่เหมือนเจ้าที่มีแต่ปู่แก่ๆกับตระกูลเก่าๆที่ใกล้จะล่มสลายเต็มที ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
ไป๋เฉียนฉิงหัวเราะชอบใจที่ได้พูดจาถากถางฝ่ายตรงข้าม
"เจ้าอยากว่าข้าก็ว่าเลย อย่าลามปามถึงท่านปู่ของข้า"
ตอนนี้เธอเริ่มโกรธแล้วนะ บังอาจมาว่าท่านปู่ที่เคารพรักของเธอ
"จะทำไม ข้าพูดความจริง ยังไงๆ ปู่แก่ๆของเจ้าก็ต้องตาย จะอยู่นานๆไปทำไม เกะกะปล่าวๆ ทำความดีความชอบอะไรก็ไม่ได้แล้ว มีแต่จะถ่วงมือ ถ่วงเท้า องค์จักพรรดิปล่าวๆ"
"หนอยแนะแก ปากดีนักนะ ไป๋เฉียนฉิง ดูสิว่าถ้าเลือดกลบปากแล้วยังจะพูดจาพล่อยๆได้อีกไหม"
ตอนนี้เธอโกรธจนมือไม้สั่นไปหมด บังอาจลามปามท่านปู่ของเธอถึงขนาดนี้
เธอเหวี่ยงแส้กลางอากาศก่อนที่จะสะบัดไปที่ไป๋เฉียนฉิงและรัดคอของนางเอาไว้ เธอดึงแส้ที่รัดคอของนางให้แน่นขึ้น แน่นขึ้น ไป๋เฉียนฉิงพยายามจะแกะแส้ที่รัดคอออก แต่ก็เอาออกไม่ได้ เธอกระตุกแส้จนไป๋เฉียนฉิงถลาไปตามแรงกระตุกล้มลงคุกเข่าที่พื้น ไป๋เฉียนฉิงใช้มือที่ไม่เจ็บจับดาบและฟันลงมาที่แส้ เธอเห็นเช่นนั้นเลยกระโจนเข้าเตะที่ดาบจนหลุดออกจากมือของไป๋เฉียนฉิง เธอจับแส้ไว้แน่นและลากไป๋เฉียนฉิงที่คอถูกแส้รัดเอาไว้ไปกับพื้น ไป๋เฉียนฉิงถูกลากคลุกดินคลุกฝุ่น อีกทั้งยังถูกรัดคอ นางพยายามดิ้นรนขัดขืนและแก้แส้ออกจากคอ