“ เจ้าของร้าน ผมไปก่อนนะ ”
อ้ายเสินและสมาชิกกลุ่มอีก 11 คนยืนออกันอยู่หน้าร้าน เสื้อผ้าที่สวมใส่เปลี่ยนไปพวกเขานำอุปกรณ์ฮันเตอร์ออกมาสวมทับจนไม่ต่างจากกำลังจะออกล่า แม้จะผ่านมาเพียง 4 วันที่พวกเขาใช้งานเครื่องออกกำลังกายเลเวล 2 กลับต้องเดินทางไปแนวหน้าแล้วเนื่องจากเจ้าหน้าที่บีบให้ฮันเตอร์อิสระต้องรีบไปรายงานตัว
การเดินทางในครั้งนี้จึงให้คนที่เพิ่มค่าสถานะครบ 20 เดินทางไปก่อน ส่วนที่เหลือจะตามไปในภายหลัง
อย่างไรก็ตามยังเหลือสมาชิกกลุ่มของอ้ายเสินอีก 14 คนรออยู่ที่ร้าน พวกเขาแบ่งกันออกเป็นสองกลุ่มเพราะจะให้กลุ่มแรกไปแก้ต่างให้ก่อน การเดินทางช้าของกลุ่มที่ 2 จะต้องมีเหตุผลรองรับไม่ใช่เพราะพวกเขาคิดจะหนี
“ โอเค ถ้ามีอะไรแปลกๆติดต่อมาด้วยล่ะ ”
“ ครับ ผมจะติดต่อมาแน่นอนถ้าเห็นอะไรแปลกๆ ”
เฉินห่าวทำเพียงพยักหน้าแล้วมองดูกลุ่มของอ้ายเสินขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังสนามรบ เป่าเป้ยน้อยที่ออกมาเล่นในช่วงเช้าโบกมือให้ลุงๆที่เห็นจนชินตา
[ จากรายงานสถานการณ์แนวหน้า มีโอกาสสูงถึง 80 % ที่กำแพงชั้น 2 จะถล่มลงมาในอีก 2 วันค่ะ ]
[ น่ากลัวจังเลยนะครับ เราคงทำอะไรมากไม่ได้นอกจากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และฮันเตอร์ที่พยายามต้านกองทัพมอนสเตอร์อย่างสุดความสามารถ …ครับ! ]
นักข่าวสองคนแสดงสีหน้ากังวลแล้วยกมือจับไปยังหู รายงานที่ส่งมาเมื่อครู่สร้างความกังวลให้พวกเขามากยิ่งขึ้นไปอีก
[ ท่านผู้ชมครับ ทางเราได้รับรายงานจากนักข่าวของช่องที่เดินทางลงไปดูสงคราม ตอนนี้มีราชามาเพิ่มอีก 2 ตัวทำให้การบุกของพวกมันรุนแรงมากยิ่งขึ้น กำแพงชั้น 2 อาจจะถูกทำลายลงในคืนนี้ครับ ]
[ ท่านผู้ชมคะ ทางเราได้รับข่าวด่วนจากทางรัฐบาลค่ะ ขอแจ้งให้ประชาชนเขต X ทุกคนที่เหลืออยู่อพยพโดยด่วนค่ะ จากการประเมินของเจ้าหน้าที่โอกาสที่กำแพงชั้นที่ 3 จะถูกทำลายมีสูงมาก คาดว่าไม่เกิน 7 วันมอนสเตอร์จะบุกเข้าไปในเขต X ได้ค่ะ ]
ชายแก่สองคนมองดูข่าวภายในชั้น 1 ด้วยใบหน้าเป็นกังวล ภายในมือของพวกเขาถือข้าวกล่องเอาไว้ เมื่อรู้ว่ากำลังเกิดอันตรายกับแนวหน้าพวกเขาจึงรีบตักข้าวเข้าปากแล้วกลับขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อออกกำลังกาย ยิ่งสามารถเดินทางกลับไปแนวหน้าได้ไวพวกเขาก็ยิ่งช่วยผู้คนที่นั่นได้เร็วขึ้น
เฉินห่าวเดินเข้ามาในร้านแล้วได้ฟังข่าวรู้สึกกังวลไม่แพ้กัน ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ประกาศอพยพผู้คนทั้งหมดออกจากเขต X แล้ว
ถึงอย่างนั้นเขาไม่สามารถหลบหนีได้เพราะร้านตั้งอยู่ที่นี่ ดังนั้นจึงทำเพียงรอเงียบๆจนกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง
“ เฟยหลง แกเล่นเสร็จหรือยัง ”
เฉินห่าวมองไปยังมังกรน้อย สถานการณ์เมือง X ในตอนนี้ไม่สู้ดี เขาจึงคิดว่าจะส่งมังกรไปช่วยสักระยะหนึ่ง
“ ข้าเล่นทั้งหมดแล้ว ”
เลเวลของมังกรคือ 109 เมื่อรวมกับค่าสถานะที่ได้จากเครื่องออกกำลังกาย 20 หน่วยมันจะมีพลังต่อสู้เทียบเท่ามอนสเตอร์เลเวล 129 ถึงอย่างนั้นราชามอนสเตอร์ยังคงแข็งแกร่ง
“ ดี ฉันจะส่งแกไปพร้อมจางเยว่และป๋อหลินก็แล้วกัน ”
ทั้งสองเป็นมือซ้ายและมือขวาของอ้ายเสิน คืนนี้คงสามารถเดินทางไปสมทบกับกลุ่มของอ้ายเสินที่เดินทางออกจากร้านตั้งแต่เช้า การเข้าสู่สนามรบของมังกรอาจจะเปลี่ยนหลายอย่าง แต่เพื่อไม่ให้เฟยหลงตายเขาจึงต้องจำกัดเวลาต่อสู้ของมันเช่นกัน
“ พี่ชาย พี่ชายเฉินห่าว! ”
เสียงเล็กร้องเรียกจากหน้าร้าน เฉินห่าวจึงเดินออกไปดูพบว่าเหมยลี่เป็นคนเรียกชื่อเขา
“ อ้าว จะไปไหนเหรอ ”
เฉินห่าวเดินออกจากร้านไปยืนข้างรถเก๋งคันเก่า ฝั่งคนขับมีหญิงวัยกลางคนผิวคล้ำคนหนึ่งกล่าวทักทายเฉินห่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยคำขอบคุณ
“ พี่ชาย หนูกับแม่กำลังจะออกจากเขต X แล้วค่ะ หนูจึงมาลา ว่าแต่พี่เตรียมตัวหรือยัง เขตนี้คงจะถูกทิ้งเหมือนเขตก่อนหน้า ”
“ ฉันเตรียมตัวแล้ว เดี๋ยวก็จะตามไปในคืนนี้แหละ ”
“ หนูไปก่อนนะ อีก 1 อาทิตย์ก็จะเปิดเทอมแล้วด้วย พี่จะไปเปิดสาขาใหม่ที่เขตอื่นไหมคะ ”
“ คงต้องรอดูสงครามก่อน ถ้าเขต X อยู่รอดก็เปิดที่นี่ต่อ แต่ถ้าไปไม่รอดก็คงต้องย้ายไปที่อื่น ”
“ งั้นหนูจะโปรโมทต่อไปนะคะ พี่ชายรีบพาเป่าเป้ยย้ายออกไปเลยนะ ที่นี่กำลังจะตกอยู่ในอันตรายแล้ว หนูได้ข่าวจากหลี่อิงมาด้วย เธอบอกว่ามอนสเตอร์ราชาตัวใหม่มีเลเวลถึง 130 เลยล่ะ ”
เฉินห่าวแกล้งทำเป็นตกใจก่อนที่เขาจะบอกให้คุณแม่ของเหมยลี่ออกรถ
“ ชีวิตวัยเรียนใช้ให้สนุก อย่าไปถูกใครหลอกเอาล่ะ สิ่งที่เธอได้จากร้านฉันมีค่ามากๆรู้ไหม ถ้าใช้มันเป็นเธอจะหาเงินจากมันได้ง่ายๆเลยล่ะ ”
“ หนูไปก่อนนะคะเจ้าของร้าน! ”
เหมยลี่ชะโงกหน้าออกมาจากรถที่วิ่งจากไปก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเข้าไปในร้าน พรุ่งนี้คงไม่มีใครอยู่แล้วสองตาเฒ่าก็คงจะจากไปในพรุ่งนี้เช่นเดียวกัน
ภายในใจของเขาอยากจะอพยพเช่นเดียวกัน ความปลอดภัยของลูกสาวถือเป็นอันดับ 1 ทว่าภายในตึกแห่งนี้กลับปลอดภัยมาก ต่อให้เขาต้องการจะอพยพยังมีมังกรที่สามารถบินได้รวดเร็วอีก เฉินห่าวจึงขอรออยู่ที่นี่จนกว่าจะถึงเวลานั้น เวลาที่เขาจะได้ลงมือ
“ เป่าเป้ยเราขึ้นไปนอนกันเถอะจ้ะ ”
“ จานอนแล้วเหยอ ”
“ ช่าย ถึงเวลานอนของเราแล้วไปกันเร็ว ”
เป่าเป้ยยื่นมือไปหาป๊ะป๋าเพื่อให้อีกฝ่ายอุ้มขึ้นชั้น 3 จนมาถึงห้องนอนใหม่จึงค่อยๆนอนกลิ้งบนเตียงแล้วปล่อยให้ตัวเองหลับ
เฉินห่าวที่พบว่าลูกสาวหลับแล้วเขาจึงงีบเช่นเดียวกัน ตลอดทั้งวันเขาได้ข่าวที่น่ากังวลมาเยอะพอสมควร
“ พร้อมยัง ”
ป๋อหลินถามสมาชิกทีม พวกเขามีด้วยกันทั้ง 14 คน ตอนนี้น่าจะเพิ่มค่าสถานะ 10 หน่วยครบทุกคนแล้วจึงถึงเวลาที่จะเดินทางไปสมทบกับกลุ่มของหัวหน้าที่ล่วงหน้าไปก่อน
“ เจ้าของร้านล่ะ เราจะลาเขาก่อนไหม ”
ป๋อหลินเดินลงมาชั้น 1 วันนี้เจ้าของร้านปิดไฟมืดเขาจึงรู้ว่าเจ้าของร้านน่าจะหลับแล้ว ดังนั้นจึงเขียนโน๊ตทิ้งเอาไว้ให้ พวกเขาไม่อยากรบกวนจึงปล่อยให้เจ้าของร้านมาเห็นจะดีกว่า
“ เอาล่ะไปกันเถอะ ”
ป๋อหลินเดินนำหน้าทีม พวกเขาจำเป็นต้องรีบไปสมทบกับกลุ่มหัวหน้าให้ไวก่อนจะมีใครตายไปมากกว่านี้ แต่เมื่อก้าวเท้ามาถึงหน้าทางออกร้าน พวกเขากลับพบว่ากิ้งก่าตัวสีแดงกำลังยืนขวาง มันยืนมองพวกเขาด้วยดวงตากลมโตน่ารักน่าชัง แต่เสียงที่เอ่ยออกมาทำให้พวกเขาขนลุกชันเมื่อพบว่ากิ้งก่าตัวนี้พูดได้
“ เดี๋ยวก่อน มันอาจจะเลียนเสียงเจ้าของร้าน ไม่แน่เจ้าของร้านอาจจะให้มันมาส่งข้อความในตอนที่เราจากไป ”
“ พวกเจ้าคิดมากไปแล้ว เจ้าของร้านไม่ได้ฝากข้อความใดๆทั้งนั้น ”
ป๋อหลินและสมาชิกผงะ กิ้งก่าไม่ได้บันทึกเสียงเหมือนนกแก้ว มันมีความคิดเป็นของตัวเอง
“ ไปกันได้แล้ว ข้าจะเดินทางไปแนวหน้ากับพวกเจ้า ”
“ แกจะไปแนวหน้ากับเราเหรอ แล้วแกจะไปทำอะไร ”
ป๋อหลินแสดงความสงสัย พวกเขาไม่รู้ว่ากิ้งก่าสีแดงจะเดินทางไปด้วยทำไม แต่เมื่อนึกได้ว่าเจ้าของร้านอาจจะใช้สกิลบางอย่างผูกติดกับมันเพื่อให้ตัวเองมองเห็นสนามรบ เขาจึงเข้าไปอุ้มมัน ทว่าเขากลับหยุดเท้ามองร่างกิ้งก่าที่เปลี่ยนไปกระทันหัน ร่างเล็กๆของมันขยายใหญ่ขึ้นจนเทียบเท่าตึก 10 ชั้นสร้างความตะลึงให้เขาไม่น้อย
“ มะ มะ มังกร มันเป็นมังกร ”
“ ป๋อหลิน มันไม่ใช่กิ้งก่า มันเป็นมังกร ”
“ แล้วไอ้บ้าที่ไหนบอกว่ามันเป็นกิ้งก่าวะเนี่ย ”
ทุกคนตกใจตื่น พวกเขาคิดมาตลอดว่าสัตว์เลี้ยงตัวสีแดงที่เล่นกับเด็กน้อยภายในร้านเป็นกิ้งก่า ตัวจริงของมันกลับเป็นมังกรตัวสีแดงเต็มไปด้วยเกล็ดหนาที่สามารถทำลายรถถังและยานรบได้สบายๆ
“ ขึ้นมา ”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกดดันแผ่กระจายไปทั่ว กลุ่มของป๋อหลินรู้สึกแข้งขาอ่อน แต่เมื่อรู้ว่ามังกรไม่ได้คิดจะฆ่าพวกเขาจึงตัดสินใจกระโจนขึ้นไปบนหลังของมังกร
“ คุณคุณ คุณมังกรครับ เจ้าของร้านให้คุณไปส่งเราอย่างนั้นเหรอครับ ”
ป๋อหลินพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
“ ไม่ เจ้าของร้านให้ข้าไปสู้กับราชา เช้านี้ก็กลับแล้ว จับให้แน่นข้าจะบินแล้ว ”
เหล่าฮันเตอร์รีบหาที่ยึดเกาะก่อนที่มังกรจะค่อยๆกระพือปีกพาตัวเองบินขึ้นที่สูง เมื่อได้ระดับที่พอเหมาะปีกทั้งสองก็ได้กระพือหนักๆส่งร่างของมังกรให้พุ่งเป็นเส้นตรงไปจากน่านฟ้าตึกหลงเฉียงอย่างรวดเร็ว
เฉินห่าวลืมตาขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากได้ยินเสียงมังกร ก่อนที่เขาจะหลับตานอนต่อไป ไม่มีอะไรที่เขาจะทำได้แล้วเนื่องจากสงครามอยู่ในขอบเขตที่พลังของเขายังช่วยเหลือไม่ได้
“ แม่เจ้าโว๊ย! ฉันจะไม่ตกลงไปตายใช่ไหมเนี่ย ”
จางเยว่เกาะเอวป๋อหลินพลางร้องตะโกนด้วยท่าทางหวาดกลัว ตึกสูงของเมือง X มีขนาดเล็กไม่ต่างจากนิ้ว ด้วยความสูงเท่านี้ถ้าร่วงตกลงไปต่อให้จะเป็นเขาคงไม่มีโอกาสได้หยิบยาฟื้นฟูขึ้นมาดื่ม
ทันใดนั้นมังกรก็ได้กางปีกหยุดร่างที่บินด้วยความเร็วจนทุกคนกลับมาทรงตัวได้อีกครั้ง
“ ลงไปได้แล้ว ”
ป๋อหลินพยักหน้ารับแล้วรีบปีนลงจากหลังมังกร ทันใดนั้นร่างสีแดงขนาดใหญ่ที่ปรากฎเพียงครู่เดียวก็ได้หายไปจากน่านฟ้าที่กำลังเกิดการต่อสู้ระหว่างฮันเตอร์และมอนสเตอร์ช่วงเลเวล 20 ไปจนถึง 40
ป๋อหลินที่เห็นว่ามังกรบินหายไปแล้ว ทิศทางที่มังกรบินไปคือจุดที่มีแสงไฟสาดส่องมากที่สุด ตำแหน่งนั้นคงจะเป็นจุดที่เลเวลสูงปะทะกัน ขณะที่กำลังยืนอึ้งเพราะพึ่งนั่งมังกรมานั้น เขาก็ได้ยินเสียงหัวหน้าร้องเรียกใกล้ๆ
“ ป๋อหลิน เมื่อกี้มันบ้าอะไรกัน ”
อ้ายเสินตกใจตื่น เมื่อครู่พวกเขากำลังช่วยกันฆ่ามอนสเตอร์เลเวล 50 แต่จู่ๆก็มีร่างขนาดใหญ่โผล่ออกมา ไม่ใช่เพียงแค่เขาที่ตกใจ ฮันเตอร์ที่รับหน้าที่ดูแลแนวรบทางฝั่งนี้ล้วนตกใจไม่ต่างกัน ทว่าเขาตกใจมากยิ่งกว่าเพราะเพื่อนที่อยู่หลงเฉียงฟิตเนสได้ไต่ลงมาจากหลังมังกรที่หายไป
“ หัวหน้า! ” ป๋อหลินร้องด้วยท่าทางตื่นเต้น เขารีบเล่าเรื่องที่เจอให้หัวหน้าฟัง ทว่าการเล่ามีอุปสรรคอยู่มากเพราะมังกรมาส่งพวกเขาท่ามกลางมอนสเตอร์จึงรีบตั้งอาวุธต่อสู้ไปพร้อมกับเล่า
“ หัวหน้าจำกิ้งก่าของลูกสาวเจ้าของร้านได้หรือเปล่า ”
“ ไอ้ตัวแดงๆกลมๆนั่นเหรอ ”
“ ใช่แล้วหัวหน้า ความจริงแล้วมันไม่ใช่กิ้งก่า ”
“ เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่ามันคือมังกรตัวเมื่อกี้ ”
“ ใช่ ”
“ บ้าเอ๊ย! นี่ฉันอยู่ใกล้ความตายตลอดเวลาเลยเหรอ แล้วทำไมเจ้าของร้านไม่บอกว่ามันเป็นมังกร เกือบตายไปแล้วไหมล่ะ ”
“ หัวหน้า ที่บ้ากว่ามังกรคือเจ้าของร้าน เขาคงเป็นคนแรกที่กล้าจับมังกรมาเลี้ยงลูกสาว ”
“ ฮ่าๆๆ นั่นสินะ ใครมันจะบ้าเหมือนเขากัน เอาล่ะรีบลงมือเร็ว อีก 30 นาทีพวกมันจะมาเพิ่มแล้ว ”
อ้ายเสินเริ่มเข้าควบคุมกลุ่ม การมาเพิ่มของฮันเตอร์เพียง 14 คนกลับทำให้จุดที่เขาต่อสู้เริ่มสวนกลับได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
เหล่าฮันเตอร์และทหารที่ต่อสู้อยู่ใกล้ๆเริ่มรู้สึกได้ว่ามอนสเตอร์เบาบางขึ้น พวกเขาจึงหันมองกลุ่มของอ้ายเสินที่กำลังสังหารมอนสเตอร์เลเวลสูงกว่าราวกับพวกมันเป็นผักปลา
“ พวกเขาทำได้ยังไงกัน!? ”
“ ช่างก่อน ตอนนี้เราต้องรีบกำจัดมอนสเตอร์ก่อนที่กลุ่มใหม่จะมาถึง ”
อ้ายเสินไม่สนใจเสียงของฮันเตอร์ที่อยู่รอบๆ ในระหว่างนี้เขาไม่ลืมหันมองไปดูกำแพงชั้น 2 ที่อยู่ด้านหลัง พวกเขาได้รับหน้าที่ให้ลงมาต่อสู้ด้านล่าง แต่ดูเหมือนว่ามอนสเตอร์ส่วนใหญ่จะมุ่งเป้าไปที่กำแพงมากกว่าจนตอนนี้มีรูโหว่ขนาดใหญ่หลายแห่งปรากฎบนกำแพงที่เหมือนจะพังถล่มได้ทุกเมื่อ
“ ลูกพี่ เสียงอะไร ” กลุ่มคนที่มาไม่ถูกส่งเข้าสู่สนามรบจึงไม่ได้ฟังคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่ก่อนจะลงมาจากกำแพง อ้ายเสินจึงบอกให้ทุกคนเตรียมวิ่ง พวกเขาจะหลบไปที่หลังกำแพงชั้น 2 เนื่องจากกำแพงกำลังถล่มลงมาแล้ว แนวรบจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่
“ ไปเร็ว! รีบไปจากที่นี่ทหารจะสร้างแนวรบใหม่แล้ว! ”