บทที่ ยี่สิบเอ็ด
ห้องประชุมลับยามราตรีแฝงตัวอย่างสงบจากโลกภายนอกประทีปน้ำมันถูกจุดให้แสงสว่างสลัว เสียงพูดคุยของผู้เฒ่าและบุรุษองอาจค่อยๆสงบลงเมื่อเจียงเจียก้าวเข้ามา เขาค้อมศีรษะให้ทุกคนก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“เป็ความจริงอย่างที่นายหญิงกล่าวท่านหญิงสามให้คนไปตามเหยียนปี้เจินมาพบจริงทันทีหลังนายท่านกลับและคนงานที่าเ็สาหัสวันนี้ซึ่งท่านหมอเผยรับรักษาก็เป็คนของจวนตระกูลเหยียน”
ทุกคนเงียบไปชั่วขณะพร้อมให้ไปมองสตรีที่นั่งหลังตรงหนึ่งเดียวสิ่งนี้หลิวชิงเซียงบอกกล่าวเองว่าถ้าอยากรู้ว่าสิ่งที่นางประเมินเป็จริงหรือไม่ให้รีบตรวจสอบพอการประเมินที่แม่นยำทุกคนก็อดประหลาดใจไม่ได้ส่วนตัวนางหลังรู้ความจริงจึงหันมองสบตาโม่เหวินหานก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เช่นนั้นก็เป็ไปตามที่ข้าคิด..เหยียนปี้เจินเป็คนวางแผนเื่นี้ขึ้นมา”
สีหน้าของเจียงเจียฉายแววฉงนเล็กน้อยเพราะอยากรู้ว่าทำไมนางถึงวิเคราะห์ได้เฉียบขาดเช่นนี้“เื่นี้นายหญิงรู้ได้อย่างไร?”
หลิวชิงเซียงปรายตามองไปรอบห้องก่อนอธิบาย“คนที่ป่วยอยู่ตอนนี้คือท่านหญิงสามส่วนคนที่ได้รับาเ็สาหัสก็คือคนของตระกูลเหยียน หากเชื่อมโยงกันให้ดีมันออกจะเหนือความบังเอิญไปหน่อยใช่หรือไม่? เหยียนปี้เจินคงตั้งใจให้ถังหยี่ได้ใช้เวลาสองต่อสองกับศิษย์ของท่านหมอเทวดาทว่ากลับไม่คาดคิดว่านายท่านจะพาข้าไปด้วย…”
“ผิดแผนไปสินะ” ครั้งนี้เป็หมอหลวงเผยที่กล่าวออกมาเพราะตนเองยุ่งวุ่นวายกับชายที่าเ็สาหัสนั้นทั้ง่บ่ายที่แท้เป็เพราะแผนการที่อยากให้ท่านหญิงสามได้มีเวลากับบุรุษที่สหายพึงใจ
หลิวชิงเซียงพยักหน้าช้าๆ“ป่านนี้ท่านหญิงสามคงซักไซ้เหยียนปี้เจินอยู่ว่าข้ามีความเกี่ยวข้องอันใดกับศิษย์ท่านหมอ”
เจียงเจียขมวดคิ้วแน่น“หากเป็เช่นนั้นจริงข้าก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงคิดว่าเป็แผนของเหยียนปี้เจินไม่ใช่ตัวท่านหญิงสามเอง”
โม่เหวินหานที่ส่วนมากจะเลือกนั่งฟังเงียบๆในที่สุดก็เริ่มเอ่ยเองบ้าง “นั้นเพราะตามรายงานที่เ้าสืบมาเื่ส่วนตัวของท่านหญิงสามนางเป็หญิงหัวอ่อนไม่กล้าทำการรุนแรง หากเกิดสิ่งที่รายงานมาไม่จริงนางคงรู้ด้วยตัวเองแล้วว่าหญิงที่เราพาไปด้วยเป็ภรรยาไม่จำเป็ต้องเรียกสหายมาพบ หรือเผลอๆ อาจจะสอบถามจากข้าวันนี้โดยตรงไปแล้วด้วยซ้ำ”
เจียงเจียเริ่มเข้าใจจึงพยักหน้าตามไปด้วย
“ฉะนั้นเหยียนปี้เจินคนนี้ต่างหากที่ห้ามมองข้ามวางแผนให้หนึ่งชีวิตเสี่ยงตายเพียงเพื่อส่งเสริมความรักของเพื่อนไม่แน่แผนใหญ่กว่านี้อาจจะเป็นางที่จัดวางก็ได้”
“เช่นนั้นนายท่านว่าที่ท่านหญิงสามตั้งใจหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับเหลียงฉีซ่านก็อาจเป็แผนของเหยียนปี้เจิน?”
โม่เหวินหานพยักหน้าให้หมอผู้เฒ่า“ใช่แล้วนอกจากเื่เหลียงฉีซ่านที่เราควรสืบให้กระจ่างว่าเป็ใคร มาจากไหน ค้าขายอันใดและเหตุใดถึงได้มาแต่งงานกับท่านหญิงสาม เหยียนปี้เจินเองก็ควรถูกจับตามองด้วย”
บรรยากาศในห้องเงียบลงอีกครั้งทุกคนต่างรับรู้ดีว่าถังหยี่เดิมเป็คนที่โอนอ่อนผ่อนตามง่ายหากมีสหายที่เจนจัดด้านแผนการเช่นนี้เกรงว่าอีกหลายครั้งอาจถูกชักจูงไปโดยไม่รู้ตัว
“ข้าน้อยจะให้คนจับตาดูเหยียนปี้เจิน” เจียงเจียเอ่ยหนักแน่น
โม่เหวินหานยิ้มพอใจก่อนเอนตัวพิงพนักเก้าอี้พลางพึมพำ “เช่นนั้นเรามารอดูกันว่าเื้ัของแผนการนี้มีสิ่งใดซ่อนอยู่แต่ก่อนอื่นเรามีอีกเื่ให้เ้าทำ..” แล้วเขาก็หันไปมองเจียงเจีย
...
ย้อนกลับมาที่เรือนท้อร่วงยามบ่ายของวันเดียวกันนั้นเหยียนปี้เจินถูกเรียกตัวพบก็มาถึงในเวลาไม่ถึงชั่วยามเมื่อหญิงสาวก้าวเข้ามาในเรือนของสหายกลับเห็นใบหน้าของคนป่วยที่ยังคงหวานละมุนอยู่ถึงจะดูเหนื่อยล้าอยู่ก็ตามแต่ครั้งนี้สีหน้านางไม่ได้ดูแช่มชื่นเช่นคนพึงพอใจแต่กลับคิ้วขมวดคล้ายมีเื่ไม่อาจคิดตก
“ข้ามาแล้ว”
ถังหยี่ได้ยินเสียงคุ้นเคยก็หันไปหาเช่นทุกครั้งจากนั้นจึงรีบไล่สาวใช้ทั้งหมดให้ออกไป“เ้ารีบมานี่เถอะ” หญิงสาวบนเตียงกวักมือเรียก
เมื่อเหยียนปี้เจินนั่งลงที่ข้างๆขอบเตียงคนป่วยก็เอ่ยทันที “แผนไม่สำเร็จแต่เหนืออื่นใด..”
คนข้างเตียงเลิกคิ้วสงสัยระหว่างที่เสียงเบาๆหยุดลง “เกิดอะไรขึ้น? เ้ารีบบอกข้าเถอะ”
“เขาพาหญิงคนหนึ่งติดตามมาด้วยข้าเลยไม่ได้ทำตามแผนที่เ้าวางไว้”
“..หืม?” เหยียนปี้เจินรู้ในทันทีว่าสิ่งที่ถังหยี่กล่าวนั้นคืออะไรและใครที่หมอหนุ่มคนนั้นพามาคงไม่พ้นภรรยาของเขา นางพ่นลมออกมาอย่างจะระบายอารมณ์ขุ่นมัวหญิงผู้นั้นต้องเกิดมาเป็ศัตรูนางแน่ๆ อยู่ดีๆ ถึงได้โผล่มาขัดแผนการที่วางไว้นางอุตส่าห์ลงทุนสั่งคนไปทำร้ายคนงานตนเองที่นางส่งเขาไปหาพืชประดับชนิดหนึ่งในป่าเชียว
“เ้ารู้หรือไม่ว่านางเป็ใครทำไมข้ารู้สึกว่าทั้งสองดูสนิทสนมกันนัก”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไรแต่เ้าอย่าร้อนใจไป นางอาจจะเป็สาวใช้ของท่านหมอหยางก็ได้” เหยียนปี้เจินไม่ยอมเอ่ยความจริงทั้งที่ตนรู้อยู่ก่อนแล้วนั้นเพราะตนรู้ดีว่าถ้าถังหยี่รู้นางจะต้องไม่ยอมเดินหน้าต่อเื่หมอรูปงามคนนั้นแน่ๆแล้วถ้านางไม่ยอมเป็มือที่สามของหมอหนุ่มนางจะแก้แค้นหญิงไม่รู้ที่ต่ำที่สูงเช่นนั้นอย่างไร “เดียวข้าจัดการเองครั้งหน้าต้องสำเร็จแน่ๆ”
“เ้าจะช่วยข้าอีกจริงหรือ?” เหยียนปี้เจินพยักหน้า “ถ้าเ้าว่าไม่มีอะไรก็คงเป็เช่นนั้นข้าไม่อยากแต่งงานไปอยู่ที่อื่นจริงๆ”
“วางใจได้” หญิงสาวผู้มากด้วยแผนการแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนให้อีกฝ่ายพลางคว้ามือบางมากุมไว้แล้วลูบเบาๆอย่างปลอบโยน
วันถัดมาภายในห้องรับรองอันโอ่อ่าของจวนไหลอ๋องบรรยากาศเคร่งเครียดพ่อบ้านนำชาฝงหยางมาต้อนรับแขกก่อนก้าวถอยออกไปเงียบๆปล่อยให้การสนทนาดำเนินไปตามลำพัง
ไหลอ๋องทอดสายตามองบุรุษสองคนที่อยู่เบื้องหน้าคนหนึ่งคือหมอเทวดาไป๋ผู้ที่เขาต้องพึ่งความรู้การแพทย์ส่วนอีกคนคือบุรุษหนุ่มผู้เป็ศิษย์ที่สุขุมและรูปงามชายที่เขายอมรับว่ามีความคิดและยังไม่อาจประเมินได้กระจ่าง
“นี่ก็วันที่ห้าแล้ว” น้ำเสียงของไหลอ๋องเอ่ยขึ้นก่อนแม้จะมั่นคงอย่างไรก็แฝงความกังวลลึกๆ “อาการของเสี่ยวหยี่คืบหน้าไปถึงไหน? ท่านหมอพอจะวินิจฉัยอะไรได้หรือไม่?”
หมอเผยปรายตามองโม่เหวินหานก่อนที่บุรุษหนุ่มจะกล่าวขึ้นเสียงเรียบ“หากเป็อาการป่วยธรรมดาคงไม่ยืดเยื้อถึงเพียงนี้ แต่ตอนนี้..เราพอจะระบุได้แล้วว่าที่นางเป็เช่นนี้น่าจะเป็เพราะพิษ”
ไหลอ๋องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าพิษคิ้วเข้มขมวดแน่นขึ้น มือที่วางบนที่วางแขนกระชับแน่นโดยไม่รู้ตัว “พิษรึ?”
“ใช่” โม่เหวินหานพยักหน้า “แต่ข้าน้อยยังไม่อาจบอกได้ว่าพิษชนิดใดแน่ชัดหากถ้าสามารถระบุได้ว่าพิษชนิดใดและเข้าสู่ร่างกายอย่างไรก็อาจจะรักษาก็จะง่ายขึ้น”
คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของไหลอ๋องเคร่งเครียดกว่าเดิม“ถ้าเป็อาการป่วยที่เกิดขึ้นเองย่อมไม่น่ากังวลเท่าไร แต่หากเป็พิษ..” เขาเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ “ย่อมหมายความว่ามีคนตั้งใจปองร้ายบุตรีข้า”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชั่วขณะไหลอ๋องก้มหน้าครุ่นคิดสายตาทอแววเคร่งเครียด
โม่เหวินหานสบตากับหมอเผยครู่หนึ่งก่อนกล่าวขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงนัยบางอย่าง “ใต้เท้าไหลพอจะคิดออกหรือไม่ว่าผู้ใดอาจมีเหตุให้ปองร้ายท่านหญิงสาม?”
ไหลอ๋องเงยหน้าขึ้นทันทีสายตาพิจารณาบุรุษหนุ่มเบื้องหน้าอย่างลึกซึ้ง “หมายความว่าอย่างไร?”
“ข้าหมายถึง..” โม่เหวินหานเอียงศีรษะเล็กน้อยราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูด“บางทีเื่นี้อาจไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่ท่านหญิงสามแต่อาจเกี่ยวพันถึงตัวท่านอ๋องเอง”
บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลงราวกับสายลมหนาวพัดผ่านไหลอ๋องหรี่ตาลง มือกระชับที่วางแขนแน่นขึ้นกว่าเดิม
“ท่าน..” คนหนุ่มแสร้งลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็กล่าวออกมา “ั้แ่เกิดเื่นี้ใต้เท้าไหลได้พิจารณาหรือไม่ว่าอาจเป็ฝีมือของผู้ที่คิดไม่ดีกับท่านหญิง ่ก่อนหน้าที่ท่านหญิงสามป่วยนั้นมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่?”
ไหลอ๋องสูดลมหายใจลึกความคิดมากมายแล่นเข้ามาในหัว ก่อนหน้าที่นางจะป่วยหรือ..ตอนนั้นมีการประกาศเื่หมั้นหมายหรือเช่นนั้นจะเป็คนที่ไม่้าให้เกิดงานแต่งงาน?
“หรืออาจจะเกี่ยวกับตัวใต้เท้าก็ได้สิ่งนี้คนร้ายอาจจะเล็งไปที่คนที่ใต้เท้ารักและเอ็นดูก่อน” คำพูดของชายหนุ่มคราวนี้ขยายวงกล้างกว่าเดิมไหลอ๋องเคร่งเครียดหนักจนที่ขมับเริ่มมีเหงื่อซึมออกมา ในความคิดแตกออกเป็อีกสายเขาคิดว่า ‘หรือบางทีอาจจะเป็เพราะท่าทีของเขาที่เริ่มเอนเอียงไปทางซีเป่ยเลยส่งคำเตือนผ่านบุตรสาวเขา?’
“หรือ..ซี..” ท่ามกลางความคิดที่วนในหัวไหลอ๋องเผลอพึมพำกับตัวเองหลายคำโม่เหวินหานสังเกตสีหน้าของไหลอ๋องอย่างเงียบงันไม่เผยความรู้สึกรอให้บุรุษผู้นี้เรียบเรียงความคิดของตนเองไปตนก็ยิ่งได้รับข้อมูลเพิ่มเต็มแค่คำหนึ่งที่หลุดออกมาแม้จะจับความไม่ได้ชัดเจนแต่โม่เหวินหานชำนาญการอ่านริมฝีปากจึงจับได้หลายคำซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ‘ซีเป่ย’
แม้จะเข้า่เวลาค่ำแล้วหลังจากที่ศิษย์หนุ่มคนนั้นเอ่ยคำถามให้เขาฉุกคิดไหลอ๋องก็ยังรู้สึกกระวนกระวายใจไม่หายเขาคิดไม่ตกว่าควรติดต่อทางซีเป่ยไปเพื่อปรึกษาดีหรือไม่่นี้เขาพอจะรู้ว่าตัวเองกำลังถูกเพ่งเล็งจากทางเมืองหลวงถ้าไม่ระแวดระวังไว้บ้างแล้วติดต่อทางซีเป่ยไปอาจถูกราชสำนักจับได้ก็ได้
“ไปตามเหยียนเผิงมาพบข้าเดี๋ยวนี้” ผู้ปกครองซุ่ยหยวนออกคำสั่งจากนั้นไม่นานคนที่ตามตัวก็มาถึงเหยียนเผิงเป็คนสนิทข้างกายไหลอ๋องมานานหลายสิบปีตอนนี้รั้งตำแหน่งที่ปรึกษาฉะนั้นเวลาสิ่งได้ที่เขาคิดไม่ตกก็มักจะขอคำปรึกษาจากเหยียนเผิง
“นายท่านเรียกข้าน้อยมาพบมีสิ่งใดหรือ” ผู้น้อยกว่าโค้งตัวเคารพคนที่นั่งอยู่พร้อมใบหน้าที่เคร่งขรึมกว่าปกติ
“เื่ของถังหยี่..เ้าก็รู้ว่าข้าให้คณะของหมอเทวดามารักษานางแล้ววันก่อนพวกเขาบอกว่าที่ถังหยี่เป็เช่นนี้เพราะได้รับพิษ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างจริงจังดวงตาจ้องมาเปลวไฟที่เทียนจุดตั้งไว้กลางโต๊ะปล่อยให้ความเงียบสงัดปกคลุมห้องรับรองอันโอ่อ่าครู่ใหญ่ “หากเป็จริงเ้าว่าใครที่คิดจะวางยานางนางก็แค่หญิงอ่อนแอคนหนึ่ง”
เหยียนเผิงพินิจใบหน้าเ้านายตนอย่างเงียบงันและใช้ความคิด“..นายท่านเื่นี้จริงแท้เท่าไรเรายังไม่ควรตื่นตระหนก วางยาพิษเป็เื่ใหญ่นอกจากไม่สามารถระบุได้ง่ายอาจจะทำให้เื่บางเื่ถูกเปิดเผยถ้าไม่รอบคอบ” เหยียนเผิงที่รู้ว่าผู้เป็นายกำลังกังวลสิ่งใดยิ่งรีบกล่าวให้อีกฝ่ายคลายกังวล
ไหลอ๋องหรี่ตาลงใบหน้ากลับมามีความหนักแน่น“แต่ถ้าทางนั้นทำเพราะรู้เื่ลับๆของการหมั้นหมายและติดต่อซีเป่ยหรือรู้แม้กระทั่งเส้นทางลับที่เราจะใช้คิดต่อขนส่งสินค้าแล้วมุ่งร้ายต่อข้าโดยตรงไม่ได้จึงหันมาเล่นงานถังหยี่ก่อน..เ้าคิดว่าเราไม่ควรแจ้งทางซีเป่ยหรือ?”
เหยียนเผิงลูปหนวดเคราพลางนึกคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงรอบคอบ“ขอให้นายท่านตรึกตรองให้ดีเวลานี้ทางการส่วนกลางกำลังจับตามองการเคลื่อนไหวของเราอยู่หากมีข่าวหรือเบาะแสเพียงนิดเดียวว่าท่านติดต่อกับซีเป่ย อาจทำให้เกิดการตรวจสอบได้ยิ่งเื่ของท่านหญิงสาม หากยังไม่แน่ชัดว่าเป็เพราะพิษจริงการรีบร้อนสื่อสารกับทางนั้นจะเป็ภัยเสียมากกว่า”
ไหลอ๋องขมวดคิ้วคำของเหยียนเผิงยิ่งทำให้ใจเขาหนักอึ้งและตอกย้ำ
“อีกทั้ง..” เหยียนเผิงเอ่ยต่ออย่างช้าๆ “การแต่งงานกับซีเป่ยก็ล่าช้ามากพอแล้วการที่ท่านหญิงสามล้มป่วยเช่นนี้อาจทำให้ทางนั้นไม่พอใจหากเรายังไม่สามารถรักษานางให้หายดี สัญญาที่ตกลงไว้ก็จะยิ่งคลอนแคลนนายท่านควรมุ่งรักษาท่านหญิงให้หายก่อน เมื่อส่งตัวนางไปได้ เื่นี้จะจบลงด้วยดีไม่ควรติดต่อด้วยเื่ไม่แน่นอนที่ยังไม่มีหลักฐาน”
ไหลอ๋องถอนหายใจเฮือกใหญ่น้ำเสียงเริ่มอ่อนลง “เ้าว่าเราควรรอดูอีกหน่อย?”
“ขอรับ” เหยียนเผิงพยักหน้า “ระหว่างนี้ให้หมอเทวดาไป๋และศิษย์ของเขาตรวจสอบให้แน่ชัดหากเป็พิษจริงเราค่อยว่ากันอีกครั้ง ส่วนผู้ที่อยู่เื้ั ถ้ายังไม่อาจหาตัวก็ต้องเพิ่มการระวัง”
“ข้าเกรงว่าหากปล่อยให้นานไป..” ไหลอ๋องกัดฟันแน่น “กลัวว่าพวกมันจะไม่หยุดแค่ถังหยี่”
“ขอให้นายท่านมองการณ์ไกล” เหยียนเผิงลุกขึ้นคุกเข่าลงเบื้องหน้าอย่างจงรักภักดี “เมื่อส่งตัวท่านหญิงสามให้ซีเป่ยแล้วเส้นทางการค้าเปิดกว้าง เราก็จะมีอำนาจต่อรองมากขึ้นบรรณาการที่ต้องส่งให้ส่วนกลางเราก็ไม่จำเป็ต้องกังวลอีกนายท่านต้องระวังในยามนี้เพื่ออนาคตยาวไกลข้างหน้า”
ไหลอ๋องมองเงาที่สะท้อนบนพื้นมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย “ก็ได้! ให้คนของเราตรวจตราเข้มงวดขึ้น”
เสียงในห้องเงียบลงอีกครั้งเปลวไฟยังคงลุกไหม้อย่างสงบ แต่ภายในใจของไหลอ๋องกลับร้อนระอุยิ่งกว่านั้นนัก
ค่ำคืนในเมืองซุ่ยหยวนภายใต้แสงจันทร์กระจ่างกลางฟ้าบรรยากาศเงียบสงัดภายในตรอกแคบสายหนึ่งของเมืองตำหนักหลังใหญ่ของตระกูลเหยียนตั้งตระหง่านอยู่กลางย่านขุนนาง
โม่เหวินหานในชุดดำทมิฬปกปิดเรือนกายก้าวเดินอย่างมั่นคงเส้นผมถูกรวบขึ้นสูงแ่า มองดูเคร่งขรึมและเ็าดวงตาคมเข้มใต้หน้ากากสีเงินกวาดมองเงียบๆ ไปโดยรอบข้างกายเขาเป็หญิงสาวในชุดอาภรณ์บุรุษเรียบง่าย หลิวชิงเซียงสะกดกลั้นลมหายใจฝีเท้าเบาราวกับแมวป่า เช่นเดียวกับเจียงเจียองครักษ์หนุ่มผู้ติดตามเงียบๆอยู่เื้ั
“ตระกูลเหยียนเป็เสมือนเงาไหลอ๋องหากมีแผนการติดต่อซีเป่ยจริงเขาต้องเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน” เสียงทุ้มต่ำของโม่เหวินหานเอ่ยขึ้นเบาๆไม่เร่งเร้าแต่หนักแน่นทุกถ้อยคำ โม่เหวินหานยกมือลูบหน้ากากที่ใช้ปิดหน้านั่นเพราะพวกเขาได้รับข่าวมาเพิ่มว่าเหยียนเผิงเพิ่งเข้าพบไหลอ๋องหลังจากโม่เหวินหานเปรยเื่พิษอีกทั้งเดิมที่เขายังเป็คนสนิทที่สุดของอ๋องด้วยคืนนี้พวกเขาจึงตัดสินใจลอบเข้าถ้ำเสือหาข่าวด้วยตัวเอง
หลิวชิงเซียงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยพลางกวาดสายตาสำรวจรอบกำแพงตอนแรกนางเองก็แปลกใจว่าทำไมถึงถูกรวมเข้าภารกิจลอบเข้าจวนตระกูลเหยียน แต่ไหนๆนางก็ไม่มีเื่ปิดบังเกี่ยวกับความสามารถเื่วรยุทธ์กับบุรุษผู้นี้แล้วเช่นนั้นก็เปิดเผยไปเลย เป็อย่างที่ตัวเองเป็
ทั้งสามจึงปีนเข้าสู่จวนตระกูลเหยียนในยามดึกโดยไร้สุ้มเสียงโม่เหวินหานก้าวอย่างมั่นคงตรงไปยังห้องทำงานของเหยียนเผิงซึ่งก่อนหน้าเขาส่งคนลอบติดสินบนคนในสืบมาว่าคนผู้นี้จะใช้ห้องข้างๆห้องหนังสือสำหรับเก็บของสำคัญ
จนเข้ามาถึงด้านในได้ไม่ยากเพราะเวลานี้เ้าของจวนไม่อยู่ หลิวชิงเซียงเดินตามโม่เหวินหานไปพลางสำรวจของในห้องก่อนจะชะงักมือเมื่อเห็นลิ้นชักชั้นหนึ่งถูกแง้มไว้เพียงเล็กน้อย ด้วยความอยากรู้นางจึงเอื้อมมือไปดึงมันออกแล้วหยิบม้วนเอกสารผืนหนึ่งขึ้นมา
นางเพ่งมองพลางขมวดคิ้วทันที“หืม..แผนผังเส้นทางเหมือนขนส่งอะไรบางอย่าง?”
เสียงเบาบางของหญิงสาวเรียกโม่เหวินหานให้มาสนใจเดินมาดูดวงตาทอประกายเย็นเยียบทันที “แผนผังเช่นนี้..สันเขาและแทบพื้นป่า” เขารู้สึกคุ้นตาอยู่พอสมควรแต่ไม่สามารถนึกออกได้ทันทีเพราะนอกจากภาพวาดแผนที่แล้วก็ไม่มีอะไรบ่งบอกอีกว่าจะระบุเป็ที่ใดนอกจากผู้ใช้จะรู้อยู่แล้ว
ขณะที่กำลังพินิจเอกสารนั้นเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอกทั้งสามจึงรีบซ่อนตัวมุมมืดและลับตาโดยเร็ว จนเสียงพูดคุยเบาๆ ดังลอดเข้ามานางสั่งให้ผู้ติดตามรออยู่ด้านนอก แล้วแยกตัวเข้ามาให้ห้องหนังสือผู้เดียวโดยผู้ที่เดินมาไม่ใช่ใครอื่นหากแต่เป็บุตรสาวของเหยียนเผิง หญิงสาวผู้นั้นสวมอาภรณ์งดงามใบหน้าหยิ่งยโสลอยเด่นภายใต้แสงตะเกียงในมือ
หลิวชิงเซียงเบิกตากว้างเมื่อเห็นหญิงคนนั้นแทบจะอุทานออกมาหากมิใช่เพราะโม่เหวินหานยกมือขึ้นปรามเสียงไว้ร่างโปร่งบางถูกรั้งแนบอกกว้างของบุรุษด้านหลังทำให้สองกายแนบชิดคางของโม่เหวินหานว่างเกยที่ไหล่ใกล้ริมหูหญิงสาว “ชู่” เขากระซิบเสียงแ่
หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นความทรงจำเมื่อหลายวันก่อนผุดขึ้นในใจวันนั้นนางถูกพวกคนของหญิงสาวคนนี้จะรังแกแต่นางหลบหนีมาได้นั่นคือบุตรสาวเหยียนเผิง เหยียนปี้เจินคนนี้เอง!
ในขณะนั้นเองเหยียนปี้เจินก็เริ่มค้นของในโต๊ะของบิดาตนเองแล้วพึมพำอย่างคล้ายคนไม่พอใจ“ท่านพ่อว่าทางนั้นอาจจะเริ่มไม่พอใจแล้วเพราะงานแต่งของถังหยี่ล่าช้าเกินไปคงต้องทำอะไรสักอย่างให้นางถูกส่งตัวไปโดยเร็ว หึ..ข้าไม่ยอมง่ายๆ หรอก”
หลิวชิงเซียงสะกดกลั้นลมหายใจดวงตาฉายความใก่อนที่จะหันหน้าไปสบตากับโม่เหวินหานแต่ท่าทางที่ทั้งสองกำลังเผชิญทำให้ใบหน้าออกจะใกล้ไปเสียหน่อยหากแต่นางทำอะไรไม่ได้เพราะพื้นที่แคบเกินไปอีกฝั่งของชายหนุ่มก็คือเจียงเจียถ้านางผลักเขาออกจะชนอีกฝังแล้วเกิดเสียงก็ได้
ทั้งสามรั้งอยู่ในพื้นที่จำกัดพักใหญ่จนเหยียนปี้เจินเก็บของเสร็จแล้วจากไปพวกเขาถึงออกมาจากมุมลับ
“ครั้งนี้ไม่เสียเปล่าได้ข้อมูลมากพอจริงๆ”โม่เหวินหานกล่าวอย่างพอใจ “เหมือนบิดาก็ไม่รู้ว่าแผนการของตัวเองกำลังถูกบุตรสาวนี่เองที่ขัดแผนการอยู่ตระกูลเหยียนน่าสนใจจริงๆ”
หลิวชิงเซียงเม้มริมฝีปากแน่นพลางกระซิบตอบ“แล้วเราจะทำเช่นไรต่อ?”
โม่เหวินหานหรี่ตาเล็กน้อยดวงตาเปล่งประกายเ็า “จับตาดูพวกเขาไว้ก่อนรอให้ข่าวลือของคุณชายเหลียงฉีซ่านลือมาถึงซุ่ยหยวนดูสิว่าจะยังนิ่งได้อยู่ไหมระหว่างนี้ต้องรักษาถังหยี่ให้ได้ จากนั้นจึงลากตัวคนร้ายออกมา” แล้วในเงามืดทั้งสามเงาก็เลือนหายไปพร้อมสายลม