“แอชเชอร์ วันนี้พอแค่นี้ก่อน”
พี่เลี้ยงส่งเสียงผ่านระบบสื่อสารครึ่งเดือนที่ผ่านมาหลังจากเขาถูกลดความสามารถของชุดเกราะให้เท่ากับมอนสเตอร์ 6 ดาว เขาก็ทำผลงานได้ดีเกินคาด จนตอนนี้ผลการประเมินของเขาชนเพดานที่ทางค่ายฝึกตั้งเอาไว้แล้ว นอกจากจะชนเพดานยังพุ่งทะลวงขึ้นไปอีกจนทิ้งห่างระดับ S ด้วยกัน เนื่องจากว่าระดับ S อีกสองคนใช้เวลาต่ำสุดในการฆ่ามอนสเตอร์ 6 ดาวคือ 5 - 10 นาที แต่เขากลับสามารถฆ่ามันได้ใน 1 - 2 นาทีที่เจอหน้ากัน
ความเร็วมากขนาดนี้ทางค่ายฝึกคิดว่าระดับ S จะทำได้หลังจากผ่านหลักสูตรเดือนที่ 4 ไป แอชเชอร์กลับทำได้หลังจากผ่านเดือน 4 มาเพียงแค่ครึ่งเท่านั้น ยังไม่ถึงปลายเดือนเลยจึงทำให้เหล่าพี่เลี้ยงมองหน้ากันเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรกับแอชเชอร์ การที่เขาฆ่ามอนสเตอร์ 6 ดาวได้อย่างง่ายดายเกินขอบเขตที่พวกเขาจะช่วยเหลือไปแล้ว คงมีทางเดียวที่ทำได้คือ ยอมให้เขาสู้กับมอนสเตอร์ 7 ดาว แต่ทางกองทัพที่ 7 ที่เป็นต้นสังกัดของแอชเชอร์คงไม่ยอมให้เขาทำเนื่องจากมันเสี่ยงเกินไป
“ผมเสร็จแล้วครับ”
แอชเชอร์กล่าวกับพี่เลี้ยงพลางวิ่งตามเพื่อกลับไปยังจุดที่พวกเขาจอดรถเอาไว้ ในสายตาของพี่เลี้ยงเขาคงจะเป็นคนที่โดดเด่นมากเพราะตอนนี้ฆ่ามอนสเตอร์ 6 ดาวได้ในระยะเวลา 1 - 2 นาทีเท่านั้น แต่สำหรับแอชเชอร์เขาคิดว่ามันยังไม่เพียงพอ บนชุดเกราะของเขายังมีรอยขีดข่วนจากการโจมตีที่หลบไม่พ้น ถ้าบนชุดเกราะหลังจากผ่านการฝึกซ้อมไม่มีรอยขีดข่วน เขาถึงจะพอใจกับมัน ระหว่างนั่งรถกลับไปยังค่ายฝึกนั้น แอชเชอร์ได้มองตามหลังเพื่อดูนักเรียนทีมที่ล่าในพื้นที่เดียวกัน
จากการต่อสู้ที่เกิดขึ้นมาพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความเสียหายบนชุดเกราะ ถึงความสามารถของพวกเขาจะก้าวหน้าขึ้นมามากจากการฝึก พวกเขากลับยังไม่สามารถสู้กับมอนสเตอ์ 6 ดาวแบบตัวต่อตัวได้ มากสุดที่พวกเขาทำคือการจับคู่เพื่อฆ่ามัน ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ระดับ A เหล่านี้ทำกลับเป็นสิ่งที่น่าพอใจ การที่พวกเขาไม่ใช่คนของตระกูลใหญ่ ไม่ได้ฝึกทักษะมาตั้งแต่เด็กกลับสามารถจับคู่ฆ่ามอนสเตอร์ 6 ดาวได้ เพียงเท่านี้ก็มากพอให้พวกเขาเอาชีวิตรอดในสนามรบได้แล้ว จากเวลาที่เหลืออยู่ 1 เดือนครึ่งในการฝึกอยู่ค่ายแห่งนี้ แอชเชอร์คิดว่าระดับ A คงจะสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาวได้ด้วยตัวพวกเขาเพียงลำพังได้แล้วอย่างแน่นอน
“อัลฟ่าธรี A427 ตอบด้วย~!”
“อัลฟ่าธรี A427 ตอบด้วย~!”
วิทยุสื่อสารของพี่เลี้ยงทั้ง 10 ที่นั่งรถมากับแอชเชอร์ดังขึ้น เขาจึงเงียบเพื่อแอบฟังการคุยกัน การที่พี่เลี้ยงถูกส่งมาดูแลการฝึกของแอชเชอร์นั้น ทำให้ระบบสื่อสารของพวกเขาต้องเปิดเพื่อพูดคุยกันตลอดเวลาทำให้แอชเชอร์ได้ยินเสียงวิทยุที่น่าจะมาจากค่ายฝึก
“อัลฟ่าธรี A427 รับทราบ”
“มีคำสั่งด่วน ตอนนี้พวกนายอยู่ใกล้เขต V45 หรือไม่”
“อีก 20 นาทีพวกเราจะถึง มีอะไร”
“ทางค่ายฝึกได้รับรายงานเร่งด่วนจากสหพันธ์ ตอนนี้เขต V45 กำลังถูกมอนสเตอร์บุกโจมตี”
“อัลฟ่าธรี A427 รับทราบ จะรีบไปให้เร็วที่สุด”
การสื่อสารจบลงพร้อมกับรถถูกเร่งเครื่องให้เร็วขึ้น กลุ่มพี่เลี้ยงที่ดูแลระดับ A ที่นั่งอยู่รถคันหลังต่างเตรียมอุปกรณ์ของชุดเกราะเพื่อเข้าช่วยเหลือเขต V45 แอชเชอร์ที่เห็นท่าไม่ดีเหมือนกับว่าเขาจะได้รับงานจริงจึงเตรียมชุดเกราะเช่นเดียวกัน แต่ทว่าเขากลับถูกมือของพี่เลี้ยงกดไหล่สั่งให้เขานั่งอยู่บนรถ เนื่องจากชุดเกราะของเขามีพลังงานที่ต่ำเกินไป มันอันตรายหากเขาออกไปช่วยเหลือชาวเมือง
“นายต้องอยู่บนรถห้ามออกไปไหน”
“ทราบ”
แอชเชอร์พยักหน้า เหล่านักเรียนระดับ A ที่อยู่ด้านหลังพวกเขาต่างนั่งนิ่งเช่นเดียวกัน ภารกิจที่กำลังเกิดขึ้นนี้จะมีเพียงแค่พี่เลี้ยงของพวกเขาที่เข้าไปจัดการ กระทั่งขบวนรถของค่ายฝึกพิเศษวิ่งเข้ามาในเขต V45 ได้นั้น แอชเชอร์ก็ได้มองจ้องไปยังเพดานของเขตที่ตอนนี้มีรูขนาดใหญ่ คล้ายกับรูที่ถูกระเบิดเจาะเข้ามาเหมือนเขต A72 ที่เขาอาศัย
“ไปไปไป”
ระบบสื่อสารของพี่เลี้ยงทั้งสองกลุ่มเชื่อมเข้าหากันก่อนที่พวกเขาจะวิ่งลงจากรถมุ่งหน้าเข้าไปในเมืองเพื่อจัดการมอนสเตอร์ที่กำลังปะทะกันกับกองกำลังที่ป้องกันเมืองแห่งนี้ ระหว่างที่พี่เลี้ยงวิ่งไปหมดแล้วนี้เอง นักเรียนที่ถูกสั่งให้เฝ้ารถต่างมองจ้องรอบๆด้วยความระวังตัว
“แอชเชอร์ใช่ไหม”
เสียงจากนักเรียนระดับ A ส่งมาหาแอชเชอร์ หลังจากพวกเขาได้อยู่ร่วมกัน บนใบหน้าของคนที่ร้องทักทายเขานั้นเป็นหนึ่งในคนที่เขาเคยร่วมทีม ดูเหมือนว่าระดับ A ที่ถูกฝึกจะถูกจัดทีมใหม่ไม่ใช่ทีมเดิมเหมือนตอนที่มีระดับ S เข้าร่วม
“ใช่ มีอะไรเหรอ” แอชเชอร์เปิดหมวกเกราะ เผื่อชายที่ทักทายเขาจะมีข้อมูลอะไร ด้วยรูขนาดใหญ่บนเพดานที่เผยให้เห็นแสงเหมือนพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินจากด้านนอกสาดส่อง มันทำให้แอชเชอร์ตงิดใจ กลัวว่ามันจะเกิดจากฝีมือกลุ่มเดียวกันกับที่ทำให้เขาเขต A72 ล่มสลาย
“นายมีข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ไหม”แอชเชอร์เปิดปากถาม
“ไม่เลย ยังไม่มีช่องไหมทำข่าวตอนนี้ คงมีเพียงแค่กองทัพที่ได้รับเรื่อง หากอยากรู้เรื่องคงต้องถามกองทัพ ดูแล้วคนที่เห็นเหตุการณ์ชัดสุดในตอนนี้น่าจะเป็นพวกเรา”
“นั่นสินะ แล้วชุดเกราะนายมีมานาเหลืออยู่เยอะไหม”
“25 %”
“งั้นขอ 5 %”
“นายจะทำอะไร” แอชเชอร์ทำเพียงชี้นิ้วไปยังจุดที่กำลังมีการต่อสู้เกิดขึ้น แม้เขาจะได้รับคำสั่งจากพี่เลี้ยงให้อยู่ที่นี่แต่หากเขากลับมาทันก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาเข้าไปเสี่ยงนอกจากนักเรียนที่ทิ้งไว้บนรถ
แอชเชอร์เชื่อมสายชุดเกราะของเขาเข้ากับชุดเกราะของชายที่พูดคุยด้วย จากนั้นเขาก็ขอแบ่งมานาจากคนอื่นอีกคนละ 5 % จนมานาของเขากลับมาเต็ม 100 % อีกครั้ง
“ถ้าพี่เลี้ยงมาแล้วไม่เห็นฉัน ให้บอกว่าฉันเข้าไปในเมือง เรื่องนี้ฉันจะรับผิดชอบเอง แต่หากฉันกลับมาก่อนพี่เลี้ยง พวกนายช่วยปิดเอาไว้จะได้ไหม”
ทุกคนมองหน้าแอชเชอร์ แต่ไม่มีใครรับปาก เขาจึงพุ่งตัวเข้าไปในเมืองด้วยความรวดเร็ว มุ่งหน้าหาคำตอบเกี่ยวกับรูบนเพดานที่ถูกขุดเข้ามาด้วยระเบิด
ตึง ตึงตึง~!
“แม้ชุดเกราะของพวกเราจะระดับเท่ากัน แต่ความสามารถส่วนตัวระหว่างเรากับเขายังห่างกันอยู่สินะ พวกระดับ S เนี๊ยเรียนรู้ได้เร็วจริงๆ”
เหล่านักเรียนมองดูการวิ่งของแอชเชอร์พลางถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างช่วยไม่ได้ แม้มันจะเป็นเพียงแค่การวิ่ง พวกเขากลับเห็นถึงความห่างชั้นในความเร็วที่แอชเชอร์รีดออกมาจากชุดเกราะ จนพวกเขาต้องฝึกให้เยอะขึ้นเพื่อจะทำให้ได้เหมือนระดับ S
ตึง~!
แอชเชอร์กวาดตามองไปรอบๆหลังจากเขาไต่ขึ้นมาจนถึงยอดตึกสูง 10 ชั้น พลางมองจ้องไปยังการต่อสู้อันดุเดือนระหว่างพี่เลี้ยงของเขากับมอนสเตอร์ระดับ 3 และ 4 ดาวที่กำลังคลานทั่วเมืองราวร้อยกว่าตัว หากเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นเพราะกลุ่มคนที่มีสัญลักษณ์ขนนกสีแดงเขาจะรีบกลับไปรวมกันกับเพื่อน แต่หากว่าใช่เขาจะเข้าไปหาพวกมันเพื่อตามหาเบาะแส
“ระบบ สามารถสแกนพื้นที่เพื่อนำสิ่งมีชีวิตมาสร้างเป็นแผนที่ได้หรือไม่”
[ระบบไม่สามารถสร้างแผนที่ได้ แต่สามารถระบุจำนวนเป้าหมายที่อยู่รอบตัวได้]
“ระบุได้มากแค่ไหนเห็นชื่อหรือสังกัดเลยไหม”
[ไม่ การตรวจสอบเชิงลึกเพื่อให้ปรากฎชื่อจะทำได้ก็ต่อเมื่อโฮสต์มองผ่านดวงตาเท่านั้น]
“งั้นก็บอกจุดของกลุ่มคนที่มีพลังต่อสู้สูงๆให้ฉัน”
[ระบบกำลังสแกน]
แอชเชอร์กวาดตามองไปรอบๆ เพื่อหากลุ่มคนสวมชุดเกราะสีดำ แม้โอกาสเจอจะน้อยมากเพราะพวกมันน่าจะเดินทางจากไปแล้วหลังจากขุดอุโมงเข้ามาในเขตนี้ก็ตาม แต่เขาก็ยังคงหวังให้ระบบตรวจพบพวกมัน
[แจ้งเตือนตรวจพบพลังงานฟอสเอนเนอร์จี้กลุ่มใหญ่บนท้องฟ้าทางทิศเหนือห่างไป 105 เมตร]
[แจ้งเตือนตรวจพบพลังต่อสู้ 750 หน่วย บนท้องฟ้าทางทิศเหนือห่างออกไป 105 เมตร]
“มันอยู่ด้วยกันเหรอ” แอชเชอร์ย่นคิ้วพลังงานฟอสเอนเนอร์จี้ขนาดใหญ่ที่ระบบตรวจพบได้จะต้องเป็นยานรบหรือไม่ก็รถหุ้มเกราะที่ใช้ในการรบ ส่วนพลังต่อสู้ 750 หน่วยเป็นของผู้ที่สวมใส่ชุดเกราะมาร์คเอทไม่ผิดแน่นอน
[ทั้งสองอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ]
“ชี้จุดให้ฉันเห็นหน่อย”
ติ๊ด~!
แอชเชอร์แหงนหน้ามองบนท้องฟ้าในตำแหน่งที่เขาเห็นแสงสีแดงกำลังชี้นำ ปรากฎว่าในตำแหน่งที่ระบบกำลังนำทางมีบางอย่างล่องหนอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งการล่องหนที่แนบเนียนไปกับท้องฟ้าได้แบบนี้ทำเอาแอชเชอร์เหงื่อไหล เนื่องจากว่าเทคโนโลยีล่องหนไม่น่าจะผลิตออกมาได้เร็วแบบนี้ เดิมทีมันมาพร้อมกับชุดเกราะนาโนสูท แต่ทางกองทัพยังไม่สามารถผลิตชุดเกราะนี้ได้ การที่ยานรบบนท้องฟ้าใช้งานระบบล่องหนสร้างความวิตกให้แอชเชอร์ไม่น้อย ถึงอย่างนั้นเขาจำเป็นต้องจัดการเพื่อทราบแหล่งที่มาของพวกมัน
“ระบบ พลังงานที่ยานรบใช้งานกับพลังงานในชุดเกราะของทางกองทัพเหมือนกันหรือไม่”
[ตรวจพบความเสถียรของพลังงานที่ต่างกัน ยืนยันได้ว่าชุดเกราะของทางกองทัพและพลังงานของยานรบล่องหนต่างกัน]
“งั้นตรวจหาพลังงานที่เหมือนกับยานรบให้หน่อย”
[เริ่มต้นการสแกน]
แอชเชอร์รออย่างใจจดจ่อหวังให้พวกที่มาจากยานรบใช้แหล่งพลังงานเดียวกันกับยานรบ หากเป็นแบบที่คิดแอชเชอร์สามารถตามหาพวกมันได้ด้วยระบบ ไม่จำเป็นต้องวิ่งวุ่น แต่หากไม่พบทางเดียวที่เขาจะเจอพวกมันได้คือขึ้นไปบนยาน แต่อาวุธระยะไกลของเขาไม่มีคงต้องหาวิธีพิเศษเพื่อจะขึ้นไป
[ตรวจพบชุดเกราะปริศาที่โฮสต์ต้องการจำนวน 10 ตำแหน่งอยู่ทางทิศตะวันออกห่างออกไป 85 เมตร]
“นำทางเลย”
พรึ่บ~!
แอชเชอร์กระโดดลงมาจากตึกมุ่งหน้าไปยังจุดที่พวกชุดเกราะปริศนาอยู่ เขาต้องรู้ให้ได้ว่าพวกมันเป็นใคร เขาจะไม่บุ่มบ่ามออกไปพบเนื่องจากคนเหล่านี้อาจจะเป็นคนของหน่วยใดหน่วยหนึ่งจากกองทัพที่ถูกส่งมาเตรียมพร้อมช่วยเหลือเมือง
[ระยะห่างเหลือ 20 เมตร ศัตรูอยู่ชั้นที่ 5 ของตึกด้านหน้า]
แอชเชอร์มองไปยังตึกชั้นที่ 5 ด้วยแรงของชุดเกราะเขาสามารถกระโดดขึ้นไปได้ในครั้งเดียว แต่เขาไม่ทำ มันจะส่งเสียงดังเกินไปจึงเลือกที่จะใช้บันไดไต่ขึ้นไปแทน
[แจ้งเตือน โฮสต์ถูกพบตัวแล้ว]
แอชเชอร์ที่มาถึงบันไดกำลังจะปีนขึ้นไปต้องหยุดมือเมื่อระบบแจ้งเตือนให้เขารู้ว่าตัวตนที่แอบย่องมาถูกเปิดเผยแล้ว เขาจึงตัดสินใจถอยออกมาจากตึกก่อนจะเปิดใช้งานสกิลวิ่งเต็มฝีเท้าแล้วกระโดดสูงพุ่งไปยังชั้นที่ 5 ในทันทีเพราะตอนนี้พวกมันกำลังจะเปลี่ยนสถานที่หลบซ่อนตัว
เพล้ง~!
ชุดเกราะมาร์คเซเว่นของทางกองทัพทะลวงกระจกชั้น 5 ของตึกเข้ามาข่มขวัญเหล่าคนสวมชุดเกราะที่หลบอยู่ภายในตึก ทันทีที่ทั้งสองฝ่ายมองจ้องกันจนระบุตัวตนได้นั้นแอชเชอร์กลับเป็นฝ่ายขนลุกชันด้วยความดีใจเมื่อชุดเกราะสีดำที่คนเหล่านี้สวมใส่มีสัญลักษณ์ขนนกสีแดงบนหัวไหล