แม้คำตอบตกลงจะหลุดจากปากไปแล้ว แต่แพรกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินลงไปในบ่อโคลนที่มองไม่เห็นก้น
ความร่าเริงของพี่แอนกลายเป็นเสียงอื้ออึงที่ชวนให้ปวดประสาท
'พี่เอก... เขาจะมาไม้ไหนอีก'
แพรพยายามบอกตัวเองว่ามันคือการกินข้าวกลุ่ม
แต่มโนภาพของ 'พี่เอก' ที่ลานจอดรถเมื่อวานยังคงตามหลอกหลอน แววตาที่เหมือนคนสติหลุดคู่นั้น... มันไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากาก
"พี่เอกคนใจดีที่เลี้ยงข้าวพนักงาน" ต่างหาก
นิ้วเรียวสั่นเล็กน้อยขณะพิมพ์ข้อความหาพี่กร เธอไม่ได้แค่ต้องการ 'คนมารับ' แต่เธอต้องการ 'เกราะป้องกัน' จากความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่เธอกำลังจะไปเผชิญในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า...
** 19.00 น. ณ ร้านสวนอาหารไทยริมน้ำ**
แพรเลือกนั่งห่างจากพี่เอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
โต๊ะยาวสำหรับ 6 คน แพรรีบเดินไปนั่งปลายโต๊ะฝั่งตรงข้ามกับพี่เอกเลย (ใกล้พี่แอนกับเพื่อนอีกคน)
พี่เอกยิ้มให้แพร แต่แพรแค่ยิ้มตอบสั้น ๆ แล้วก้มหน้าก้มตาดูเมนู ไม่สบตาเขาแม้แต่นิดเดียว
ระหว่างกินข้าว แพรพยายามคุยกับพี่แอนและเพื่อน ๆ เท่านั้น พูดหัวเราะตามปกติ แต่สายตาไม่เคยหันไปทางพี่เอกเลยสักครั้ง
พี่เอกพยายามชวนคุยสองสามครั้ง (“แพรชอบเมนูไหนมากที่สุดครับ?”) แต่แพรตอบสั้น ๆ แล้วหันไปคุยกับคนอื่นต่อทันที
บรรยากาศดูปกติจากภายนอก เพราะมีคนอื่นเยอะ แต่แพรรู้สึกอึดอัดจนแทบจะกินไม่ลง
พอสาว ๆ (พี่แอนกับเพื่อนอีก 2 คน) ลุกไปเข้าห้องน้ำพร้อมกัน แพรก็ลุกตามไปด้วย (กลัวอยู่กับพี่เอกสองต่อสอง)
แต่พี่เอกบอกว่า “พี่นั่งรอตรงนี้แหละครับ” แล้วยิ้มให้แพรอีกครั้ง
แพรเลยรีบเดินตามสาว ๆ ไปห้องน้ำ ปล่อยให้พี่เอกอยู่ที่โต๊ะคนเดียว
ระหว่างที่แพรไม่อยู่...
พี่เอกมองแก้วน้ำเย็นของแพรที่วางค้างอยู่ตรงนั้น
มือเขาสั่นเล็กน้อย แต่ก็หยิบขวดยาเม็ดเล็ก ๆ (สีขาว ไม่มีฉลาก) ออกจากกระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว
เขาหยอดยา 2 เม็ดลงในแก้วน้ำของแพร แล้วใช้ช้อนคนเบา ๆ จนละลายหมด (ยาไม่มีสี ไม่มีกลิ่น)
ทำเสร็จแล้วเขาก็วางแก้วคืนที่เดิม ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จากนั้นนั่งยิ้มรอให้สาว ๆ กลับมา
แพรกลับมานั่งที่โต๊ะอีกครั้ง
แก้วน้ำเย็นยังอยู่ตรงหน้าเหมือนเดิม แพรหยิบขึ้นมาจิบตามปกติ (เพราะกระหายหลังกินเผ็ด ๆ)
จิบไปสองสามอึก ไม่มีรสผิดปกติอะไรเลย แพรเลยดื่มต่ออีกนิด แล้ววางแก้วลง
สักพัก (ประมาณ 10-15 นาที)
สัมผัสเย็นชืดของแก้วน้ำที่จิบลงไป กลับกลายเป็นเปลวเพลิงที่แผดเผาจากภายในเพียงไม่กี่นาทีต่อมา
แพรพยายามกระพริบตาไล่ความพร่ามัว แต่ภาพตรงหน้ากลับเริ่มบิดเบี้ยว แสงไฟในร้านที่เคยนวลตา กลับสว่างจ้าจนแสบไปถึงขั้วสมอง
'เกิดอะไรขึ้น...'
ร่างกายเริ่มทรยศต่อการควบคุม ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปตามกระแสเลือด มันไม่ใช่แค่ไข้ แต่มันคือความกระสันอยากที่ถูกจุดขึ้นอย่างรุนแรงจนเธอนึกรังเกียจตัวเอง
แพรขบเม้มริมฝีปากจนห่อเลือดเพื่อสะกดกั้นเสียงครางที่จ่ออยู่ที่ลำคอ ทุกครั้งที่ขยับขา ความรู้สึกเปียกชื้นที่ง่ามขาทำเอาเธอสั่นสะท้านด้วยความอับอาย
แพรพยายามนั่งนิ่ง แต่ร่างกายเริ่มร้อนรุ่มจนทนไม่ไหว หน้าแดงก่ำ หายใจถี่ขึ้น
พี่แอนที่นั่งข้าง ๆ สังเกตเห็นก็หันมาถาม
“แพร เป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ หน้าแดงมากเลยนะ”
แพรพยายามยิ้มฝืน “ไม่... ไม่เป็นไรค่ะพี่แอน แค่ร้อนนิดหน่อยค่ะ”
แต่จริง ๆ แล้วแพรรู้สึกไม่ปกติเลย
ยาที่พี่เอกใส่ (เป็นยาเร่งอารมณ์ชนิดแรง) เริ่มออกฤทธิ์เต็มที่
สายตาที่พร่าเบลอเหลือบไปเห็นใบหน้าของ อ.เอก เขายังนั่งอยู่ที่เดิม... ยิ้มเหมือนเดิม
แต่แววตาคู่นั้นกลับดูเหมือนหมาป่าที่กำลังนั่งนับถอยหลัง รอเวลาขย้ำเหยื่อที่กำลังจะสิ้นฤทธิ์!
แพรตัวสั่น หายใจหอบเบา ๆ สายตาเริ่มพร่ามัว มองอะไรก็รู้สึกเสียวซ่านไปหมด
แพรแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือสั่น แล้วพิมพ์ไลน์หาพี่กรอย่างรวดเร็ว (แต่พิมพ์ผิดบ้างเพราะมือสั่น)
**แพร (ข้อความสั่น ๆ):**
พี่กรคะ... หนูไม่ค่อยดีเลยค่ะ รู้สึกตัวร้อนมาก หัวมึน แปลก ๆ มาก
มาหาหนูได้ไหมคะ รีบเลยนะคะ
ร้านสวนอาหารไทยริมน้ำค่ะ โต๊ะ 12
แพรกดส่ง แล้ววางโทรศัพท์ลง มือยังสั่นไม่หยุด
พี่เอกที่นั่งอีกฝั่งโต๊ะแอบมองแพร แล้วยิ้มมุมปากเล็กน้อย (แต่ไม่มีใครเห็น)
เขาหันมาพูดเสียงเบา ๆ กับแพร (คนอื่นกำลังคุยกันไม่สนใจ)
“แพร... ไม่สบายเหรอครับ หน้าดูแดงมากเลย เดี๋ยวพี่พาไปพักข้างนอกดีกว่าไหมครับ
พี่ขับรถมาส่งให้ถึงบ้านเลยนะ”
แพรตัวสั่น หายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
แพรรู้ว่าต้องไม่ไปกับเขาเด็ดขาด
แพรพยายามพูดเสียงสั่น
“ไม่... ไม่ต้องค่ะพี่เอก
หนู... หนูรอคนมารับอยู่ค่ะ”
พี่เอกยิ้ม แต่สายตาเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง
“คนมารับเหรอครับ... อาจารย์ธนากรใช่ไหมครับ หนูไม่ต้องกลัวนะ พี่แค่จะพาแพรไปพักผ่อนให้หาย ไม่มีอะไรหรอกครับ”
แพรรู้สึกตัวร้อนยิ่งกว่าเดิม ระหว่างขาเปียกชุ่มจนรู้สึกอับอาย
แพรพยายามลุกขึ้น แต่ขาอ่อนแรงเกือบล้ม
พี่เอกยื่นมือมาจะประคองทันที แต่แพรสะบัดมือออก
“อย่า... อย่าแตะหนูค่ะ!”