โอสถชำระปราณสามเม็ดที่ฉินเฟิงเพิ่งหลอมสำเร็จถูกหานโม่เก็บใส่ขวดหยกด้วยตนเอง สีหน้าของรองหัวหน้าสมาคมโอสถระดับสามผู้นี้ยังมีความประหลาดใจหลงเหลืออยู่ไม่จางหาย
นักปรุงโอสถอายุสิบหกปีไม่ใช่ว่าไม่เคยปรากฏในแคว้นเมฆาคราม
แต่ผู้ที่เพิ่งเริ่มเรียนไม่นาน กลับสามารถควบคุมเตาหลอมที่ไม่เคยใช้มาก่อน แยกฤทธิ์สมุนไพรหลายสายพร้อมกัน แล้วหลอมโอสถระดับหนึ่งที่มีความบริสุทธิ์เกินแปดส่วนได้ั้แ่ครั้งแรก เื่เช่นนี้มิได้พบเห็นกันง่าย ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนมาถึงสมาคมโอสถไม่นาน เด็กหนุ่มตรงหน้ายังเพิ่งเอาชนะอัจฉริยะขั้นรับปราณขั้นแปดด้วยระดับเพียงขั้นรับปราณขั้นสาม
หานโม่มองฉินเฟิงอีกครั้ง
“ตามข้อตกลง เ้าสามารถใช้ห้องหลอมแห่งนี้ได้สามครั้ง และเลือกวัตถุดิบตามมูลค่าของโอสถสามเม็ด เ้า้าเริ่มใช้สิทธิ์วันนี้เลยหรือไม่”
ฉินเฟิงพยักหน้า
“หากไม่รบกวนสมาคม ข้า้าใช้ครั้งแรกคืนนี้ขอรับ”
“คืนนี้?”
หานโม่เลิกคิ้วเล็กน้อย
“เ้าเพิ่งหลอมโอสถไปหนึ่งเตา พลังิญญาของเ้าใช้ไปไม่น้อย หากรีบหลอมต่ออาจทำให้จิติญญาอ่อนล้าเกินไป”
ฉินเฟิงประสานมืออย่างสุภาพ
“ข้าจะพักก่อนเริ่มเตาต่อไป และจะไม่ฝืนเกินกำลังขอรับ”
หานโม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“เช่นนั้นก็ได้ ห้องนี้คืนนี้ไม่มีผู้ใดใช้ ข้าจะสั่งให้คนเตรียมน้ำสะอาด ถ่านเพลิง และสมุนไพรที่เ้า้าไว้ให้”
กล่าวถึงตรงนี้ ชายชราก็หยุดเล็กน้อย
“แต่มีเื่หนึ่งที่ข้าอยากถาม”
“รองหัวหน้าหานเชิญกล่าวได้เลยขอรับ”
“โอสถชำระปราณเมื่อครู่ เ้าคิดค้นเองหรือเป็สูตรของอาจารย์เ้า”
ฉินเฟิงตอบโดยไม่ลังเล
“อาจารย์เป็ผู้ชี้แนะหลักการ ส่วนข้าเพียงเรียนรู้ตามที่ท่านสอนขอรับ”
คำตอบนี้ไม่ถือว่าโกหกเสียทั้งหมด
ความรู้เ่าั้มาจากอดีตของเขาเอง
เพียงแต่ “อาจารย์ลึกลับ” คือเกราะกำบังที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอธิบายสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับคุณชายเสเพลอายุสิบหกปี
หานโม่พยักหน้า
“อาจารย์ของเ้าคงมิใช่คนธรรมดา”
ฉินเฟิงยิ้มเพียงเล็กน้อย
“ท่านไม่ชอบให้ผู้คนกล่าวถึงมากนัก ข้าจึงไม่กล้าพูดเกินคำสั่งของท่านขอรับ”
“ข้าเข้าใจ”
หานโม่มิได้ซักไซ้อีก
ชายชราหยิบป้ายทองแดงขนาดสองนิ้วออกมาจากแขนเสื้อ บนป้ายมีตราเตาโอสถหนึ่งดวงและอักษรคำว่า “โอสถ” อยู่ตรงกลาง
“นี่คือตรารับรองนักปรุงโอสถระดับหนึ่งของเ้า ั้แ่วันนี้ หากอยู่ในเขตที่มีสมาคมโอสถ เ้าสามารถซื้อสมุนไพรพื้นฐานในราคาของสมาชิก ใช้ห้องหลอมระดับหนึ่งตามสิทธิ์ และเข้าร่วมการประเมินระดับที่สูงขึ้นได้”
ฉินเฟิงรับป้ายด้วยสองมือ
“ขอบคุณรองหัวหน้าหานขอรับ”
โจวชิงที่ยืนอยู่ด้านข้างมองตราในมือฉินเฟิงแล้วถอนหายใจอย่างอดไม่ได้
เมื่อไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก่อน เขายังคิดว่าจะพาเด็กหนุ่มมาทดสอบเป็นักปรุงโอสถฝึกหัด
แต่เพียงเตาเดียว อีกฝ่ายกลับข้ามขั้นนั้นไปโดยตรง
หานโม่หันไปสั่งคนเตรียมห้องพักข้างห้องหลอมให้ฉินเฟิง จากนั้นจึงออกไปพร้อมโจวชิง
เมื่อประตูปิดลง ภายในห้องเหลือเพียงฉินเฟิงคนเดียว
เขานั่งลงบนเบาะไม้ข้างผนัง แล้วหลับตาตรวจสภาพจิติญญาของตนเอง
การหลอมโอสถชำระปราณเมื่อครู่ใช้พลังิญญาไปเกินครึ่ง
หากเป็ผู้เริ่มเรียนทั่วไป สภาพเช่นนี้ควรพักอย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม
แต่เขายังมีเมล็ดบัวหลับิญญาเหลืออยู่
ฉินเฟิงหยิบเมล็ดสีม่วงคล้ำออกมาหนึ่งเมล็ด ใช้ปลายนิ้วบีบเปลือกจนแตก แล้วเคี้ยวเนื้อด้านในอย่างช้า ๆ
รสขมเย็นแผ่ทั่วลิ้น
ไม่นาน กระแสเย็นสดชื่นก็ไหลขึ้นสู่กลางหว่างคิ้ว
เขารีบโคจรคัมภีร์ขัดจิตฝุ่น์
พลังิญญารอบกายซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในอากาศเริ่มหลั่งไหลเข้าหาอย่างช้า ๆ
หมอกสีขาวจางในห้วงจิตที่ก่อนหน้านี้หดเล็กลงจากการใช้พลัง เริ่มฟื้นคืนทีละส่วน
ฉินเฟิงไม่ได้เร่ง
สิ่งที่เขา้ามิใช่เพียงฟื้นพลังให้กลับมาเท่าเดิม แต่้าใช้โอกาสที่จิติญญาเพิ่งผ่านการใช้งานอย่างหนัก ขยายขอบเขตการควบคุมขึ้นอีกเล็กน้อย
เมื่อหมอกิญญาฟื้นถึงประมาณเจ็ดส่วน เขาจึงเปลี่ยนวิธีหมุนเวียน
แทนที่จะดึงประกายิญญาทั้งหมดมารวมตรงกลาง เขากลับแยกหมอกออกเป็เส้นเล็กหกสาย แล้วให้แต่ละสายหมุนรอบกันช้า ๆ
หากโจวชิงหรือหานโม่ได้เห็นการฝึกเช่นนี้ คงรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง
สำหรับนักปรุงโอสถระดับต้น การทำให้พลังิญญาเคลื่อนไปในทิศเดียวอย่างมั่นคงก็ยากแล้ว
แต่ฉินเฟิงกลับฝึกแบ่งพลังออกหลายสายั้แ่ระดับนี้
สาเหตุไม่ใช่เพราะเขา้าอวดความสามารถ
หากวันหนึ่งต้องหลอมโอสถระดับสูง การควบคุมสมุนไพรหลายชนิดพร้อมกันเป็สิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
ร่างนี้จึงต้องเริ่มฝึกพื้นฐานนั้นั้แ่ต้น
ครึ่งชั่วยามผ่านไป
หมอกิญญาทั้งหกสายเริ่มคงรูป
ฉินเฟิงเพิ่มเป็เจ็ดสาย
ครั้งแรกสายที่เจ็ดแตกสลายทันที
เขาจึงรวบรวมใหม่
ครั้งที่สองยังไม่สำเร็จ
เมื่อถึงครั้งที่สาม เส้นพลังทั้งเจ็ดจึงหมุนได้พร้อมกันเป็เวลาสามลมหายใจ ก่อนจะกลับมารวมกันอีกครั้ง
ฉินเฟิงลืมตาขึ้นช้า ๆ
สีหน้ามีความเหนื่อยล้าอยู่บ้าง แต่ดวงตากลับแจ่มใสกว่าเดิม
พลังิญญาไม่เพียงฟื้นกลับมาเกือบสมบูรณ์ ความละเอียดในการควบคุมยังเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย
เขาหยิบป้ายสมาคมโอสถขึ้นมามอง
ในอดีต ป้ายระดับหนึ่งเช่นนี้ไม่มีค่าพอให้เขาเก็บไว้ด้วยซ้ำ
แต่ในตอนนี้ ป้ายเล็ก ๆ นี้สามารถเปิดทางให้เขาเข้าถึงสมุนไพร เตาหลอม และข้อมูลของสมาคมโอสถได้
ทุกสิ่งต้องเริ่มจากจุดเล็กที่สุด
ฉินเฟิงลุกขึ้นแล้วเปิดประตู
พนักงานซึ่งรออยู่ด้านนอกรีบประสานมือ
“คุณชายฉิน ท่าน้าสิ่งใดหรือขอรับ”
“ข้า้าเลือกสมุนไพรสำหรับสิทธิ์ครั้งแรก”
“รองหัวหน้าหานสั่งไว้แล้ว เชิญท่านตามข้ามาขอรับ”
พนักงานพาเขาไปยังคลังสมุนไพรชั้นสอง
เมื่อประตูเปิด กลิ่นสมุนไพรนับร้อยชนิดก็ลอยออกมา
ชั้นไม้ถูกจัดเรียงเป็แถว
แต่ละช่องมีป้ายชื่อ อายุ และราคา
ฉินเฟิงเดินผ่านอย่างช้า ๆ
สายตากวาดผ่านสมุนไพรทีละชนิด
เป้าหมายของคืนนี้มีสองอย่าง
อย่างแรกคือโอสถสำหรับชำระพิษบิดาให้ลึกกว่าเดิม
อย่างที่สองคือโอสถสำหรับยกระดับร่างกายและการบำเพ็ญของตนเอง
หลังเดินผ่านชั้นที่สาม เขาก็หยุดตรงกล่องไม้ใบหนึ่ง
ด้านในมีผลสีแดงเข้มขนาดเท่าปลายนิ้วโป้งอยู่ห้าผล
ป้ายเขียนว่า
ผลโลหิตเพลิง อายุสิบสองปี
ฉินเฟิงหยิบขึ้นมาหนึ่งผล
กลิ่นร้อนปะทะจมูก
คุณภาพไม่สูง แต่ดีกว่าผลหินเืที่ใช้ก่อนหน้านี้หลายส่วน
“ข้าเอาสามผล”
พนักงานจดทันที
จากนั้นฉินเฟิงเลือกหญ้าหลอมชีพจร รากวารีขาว ดอกชำระธาตุ และใบอุ่นโลหิตอีกหลายชนิด
เมื่อเดินไปถึงชั้นสุดท้าย เขากลับหยุดอีกครั้ง
มีสมุนไพรสีเทาเงินต้นหนึ่งวางอยู่ในกล่องหยก
ใบทั้งเจ็ดม้วนเข้าหากันเหมือนกำลังหลับ
“นี่เรียกว่าอะไร”
พนักงานตอบ
“หญ้าหมอกเจ็ดใบขอรับ ผู้ล่าสัตว์อสูรนำมาจากหุบเขาเมฆาดำเมื่อสองเดือนก่อน พวกนักปรุงโอสถในสมาคมลองตรวจแล้วพบว่ามีพลังิญญาอยู่บ้าง แต่ยังไม่ทราบวิธีใช้ จึงเก็บไว้ก่อน”
ฉินเฟิงมองอยู่ครู่หนึ่ง
ในแดนเทพ พืชชนิดนี้เรียกว่า หญ้าเจ็ดจิตหลับ
มิใช่วัตถุดิบสำหรับเพิ่มพลังปราณ
แต่เป็วัตถุดิบชั้นดีสำหรับโอสถบำรุงิญญาระดับต้น
เพียงต้นเดียว หากหลอมอย่างเหมาะสม สามารถสร้างโอสถบำรุงิญญาได้อย่างน้อยห้าเม็ด
ฉินเฟิงถาม
“ราคาเท่าใด”
“เพราะยังไม่มีผู้ใดรู้วิธีใช้ ราคาเพียงสามสิบเหรียญเงินขอรับ”
“ข้า้าด้วย”
พนักงานแปลกใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้ถาม
หลังเลือกวัตถุดิบเสร็จ มูลค่ารวมเกือบถึงสิทธิ์ที่ได้รับพอดี
ฉินเฟิงกลับเข้าห้องหลอมพร้อมถุงสมุนไพรสองชุด
เขาไม่ได้เริ่มจากโอสถของตนเอง
แต่เริ่มจากยาสำหรับบิดาก่อน
พิษในร่างฉินเจิ้งเหอสะสมมาหลายปี หากถอนอย่างรุนแรงเกินไป เส้นชีพจรที่เสียหายอาจรับไม่ไหว
ดังนั้นฉินเฟิงจึงเลือกหลอม โอสถชำระพิษประสานชีพจร
หากอยู่ในแดนเทพ สิ่งนี้เป็เพียงโอสถระดับหนึ่งที่ใช้รักษาผู้าเ็จากพิษทั่วไป
แต่มีข้อดีตรงที่ฤทธิ์อ่อนโยน
มันไม่ได้ทำลายพิษด้วยพลังรุนแรง หากจะค่อย ๆ แยกพิษออกจากโลหิตและเส้นชีพจร ก่อนช่วยขับออกผ่านการหมุนเวียนของร่างกาย
เขาจุดไฟใต้เตา
ครั้งนี้การเคลื่อนไหวมั่นคงกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด
รากวารีขาวถูกใส่ลงก่อน
ตามด้วยดอกชำระธาตุ
จากนั้นจึงเป็ใบอุ่นโลหิต
พลังิญญาเจ็ดสายที่เพิ่งฝึกเมื่อครู่ถูกแยกออก
สามสายควบคุมสมุนไพรหลัก
สองสายรักษาอุณหภูมิบริเวณขอบเตา
อีกสองสายคอยแยกสิ่งเจือปน
เหงื่อยังปรากฏบนหน้าผาก แต่ช้ากว่าครั้งก่อนมาก
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม กลิ่นยาขมอ่อนเริ่มลอยออกมา
ฉินเฟิงนำขวดพิษที่ได้จากเรือนพ่อบ้านลู่ออกมา
เขาไม่ได้เทพิษลงเตา
เพียงเปิดฝาแล้วใช้พลังิญญาตรวจกลิ่นอีกครั้ง เพื่อเปรียบเทียบสัดส่วนกับยาที่กำลังหลอม
รากเหมันต์
น้ำมันดอกผีเสื้อดำ
ผงกระดูกงูหนาว
และยังมีสิ่งหนึ่งที่เขาเพิ่งแยกออกได้เมื่อพลังิญญาเพิ่มขึ้น
ผงดอกนิทราม่วง
สิ่งนี้มีคุณสมบัติทำให้พิษซ่อนตัวในโลหิตได้นานขึ้น
ไม่แปลกที่หมอจำนวนมากตรวจไม่พบมาหลายปี
ฉินเฟิงเพิ่มใบอุ่นโลหิตอีกเพียงครึ่งส่วน จากนั้นลดไฟ
เมื่อสรรพคุณทั้งหมดสมดุล เขาจึงเริ่มรวมยา
ครั้งนี้เขาหลอมเพียงสองเม็ด
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม โอสถสีขาวอมเขียวสองเม็ดก็ตกลงสู่ถาดหยก
ความบริสุทธิ์ประมาณแปดส่วนห้า
สูงกว่าเตาก่อนเล็กน้อย
ฉินเฟิงหยิบขึ้นมาตรวจ แล้วเก็บหนึ่งเม็ดสำหรับบิดา อีกเม็ดไว้เผื่อใช้ภายหลัง
หลังจากพักหนึ่งก้านธูป เขาจึงหันมาหาสมุนไพรชุดที่สอง
ผลโลหิตเพลิง
หญ้าหลอมชีพจร
เมล็ดชิงหลัว
รากอัคคีแดง
เมื่อรวมกันสามารถปรุงเป็ โอสถหลอมชีพจรโลหิต
โอสถนี้เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ฝึกระดับรับปราณ
มันไม่ได้เพิ่มพลังโดยตรงมากนัก
หน้าที่หลักคือทำให้เส้นชีพจรแข็งแรง ขยายทางเดินของพลังปราณ และช่วยให้ร่างกายรับพลังได้มากขึ้น
ฉินเฟิง้าสิ่งนี้ยิ่งกว่าโอสถที่ทำให้ระดับพลังเพิ่มขึ้นฉับพลัน
เพราะร่างของเขาอ่อนแอมาั้แ่เด็ก
ต่อให้ความรู้และวิชาฝึกเหนือคนอื่นมากมาย หากเส้นชีพจรไม่อาจรองรับพลังที่เพิ่มขึ้น ความเร็วในการฝึกก็จะถูกจำกัดในที่สุด
เตาหลอมเริ่มร้อนอีกครั้ง
ผลโลหิตเพลิงสามผลถูกบดจนเป็ของเหลวสีแดงเข้ม
เมื่อเทลงเตา กลิ่นร้อนจัดก็พุ่งขึ้นทันที
หญ้าหลอมชีพจรถูกใส่ตาม
ครั้งนี้พลังยาสองชนิดปะทะกันรุนแรงกว่าทุกเตาที่ผ่านมา
เตาทองแดงสั่นเบา ๆ
พนักงานด้านนอกได้ยินเสียงถึงกับหันมามองประตู แต่เพราะหานโม่สั่งไว้ว่าห้ามรบกวน จึงไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไป
ภายในห้อง ฉินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
เตาระดับหนึ่งใบนี้คุณภาพต่ำกว่าที่คาด
อุณหภูมิด้านซ้ายกับด้านขวาไม่เท่ากัน
หากยังใช้วิธีเดิม ผลโลหิตเพลิงอาจไหม้ก่อนหญ้าหลอมชีพจรสกัดเสร็จ
เขาจึงเปลี่ยนทันที
มือซ้ายเพิ่มถ่านเพียงเล็กน้อย
มือขวาใช้พลังิญญายกตะกรันสมุนไพรส่วนหนึ่งไปไว้ฝั่งที่อุณหภูมิต่ำ
จากนั้นหมุนพลังยาเป็วงช้า ๆ
ของเหลวสีแดงเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงทอง
แต่ใน่ที่กำลังจะรวมยา เสียงแตกเล็ก ๆ กลับดังจากขอบเตา
แกร๊ก!
ฉินเฟิงมองทันที
มีรอยร้าวเส้นเล็กเกิดขึ้นตรงขาเตาด้านหนึ่ง
ไม่ใช่เพราะพลังยารุนแรงเกินไป
แต่เตาใบนี้ผ่านการใช้งานมานาน รอยร้าวเดิมซ่อนอยู่ภายในเนื้อทองแดง
หากเตาล้มในตอนรวมยา สมุนไพรทั้งหมดจะเสียทันที
ฉินเฟิงตัดสินใจในชั่วพริบตา
เขาหยิบหินิญญาคุณภาพต่ำหนึ่งก้อนที่เหลือติดตัวออกมา บีบจนเกิดรอยแตก แล้วใช้พลังิญญาดึงพลังภายในหินเข้าสู่ตัวเตา
พลังบริสุทธิ์ไหลตามรอยร้าว
ไม่ได้ซ่อมโลหะให้กลับคืน แต่ทำให้พลังในเตากระจายสมดุลขึ้นชั่วคราว
จากนั้นฉินเฟิงลดไฟลงครึ่งหนึ่ง
การรวมโอสถจึงช้าลง
เวลาผ่านไปอีกเกือบหนึ่งก้านธูป
รอยร้าวกว้างขึ้นเล็กน้อย
เหงื่อไหลจากหน้าผากฉินเฟิงถึงข้างแก้ม
พลังิญญาที่เพิ่งฟื้นกลับมาเริ่มลดลงรวดเร็ว
แต่โอสถใกล้สำเร็จแล้ว
เขาไม่ยอมปล่อยมือ
ของเหลวสีแดงทองภายในเตาแบ่งออกเป็สี่ก้อน
ก้อนแรกเริ่มแข็ง
ก้อนที่สองตามมา
ก้อนที่สามสั่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนคงรูป
ก้อนสุดท้ายกลับแตกกระจาย เนื่องจากอุณหภูมิด้านหนึ่งเปลี่ยนกะทันหัน
ฉินเฟิงไม่พยายามช่วยเม็ดที่สี่
เขาตัดมันทิ้งทันที แล้วใช้พลังทั้งหมดรักษาสามเม็ดแรก
แกร๊ก!
รอยร้าวขยายขึ้นอีกครั้ง
ในจังหวะเดียวกัน ฉินเฟิงดับไฟแล้วเปิดฝาเตา
ไอร้อนสีแดงพุ่งออกมา
กลิ่นยาเข้มข้นกระจายทั่วห้อง
โอสถสีแดงทองสามเม็ดนอนอยู่ภายใน
สองเม็ดมีความบริสุทธิ์เกินแปดส่วน
อีกเม็ดอยู่ประมาณเจ็ดส่วนครึ่ง
ฉินเฟิงถอนหายใจช้า ๆ
หากเตาดีกว่านี้ เขาน่าจะได้อย่างน้อยสี่เม็ด
แต่นี่ก็เพียงพอแล้ว
เขาเก็บโอสถทั้งสามเม็ด แล้วเดินออกจากห้องหลอม
พนักงานด้านนอกเห็นใบหน้าซีดของเขาก็รีบถาม
“คุณชายฉิน ท่านเป็อะไรหรือไม่ขอรับ”
“ไม่เป็ไร เพียงพลังิญญาอ่อนล้าเล็กน้อย”
ฉินเฟิงหันกลับไปมองเตา
“แต่เตาด้านในมีรอยร้าวตรงขาซ้าย ควรให้คนตรวจเสียก่อนใช้ครั้งต่อไป”
พนักงานใ
รีบเข้าไปดู
ไม่นานก็ร้องเรียกคนอื่นมาช่วย
ฉินเฟิงไม่ได้อยู่รอ เขาขอห้องพักเพื่อฟื้นพลังอีกครั้ง
เมล็ดบัวหลับิญญาเหลือไม่มากแล้ว
เขาจึงใช้เพียงครึ่งเมล็ด
ประมาณหนึ่งชั่วยามต่อมา พลังิญญาฟื้นถึงหกส่วน
ฟ้าด้านนอกมืดสนิท
ฉินเฟิงจึงลุกเตรียมกลับจวน
ก่อนออกจากสมาคม หานโม่กลับเดินลงมาจากชั้นสามพอดี
ชายชราเห็นเขาก็เรียกไว้
“ฉินเฟิง”
“รองหัวหน้าหาน”
“ข้าได้ยินว่าเตาระดับหนึ่งแตกร้าวตอนเ้าหลอมโอสถ”
“เป็รอยเดิมที่อยู่ภายในเนื้อโลหะขอรับ เพียงแต่การเปลี่ยนอุณหภูมิทำให้รอยนั้นขยายขึ้น”
หานโม่พยักหน้า
“คนตรวจแล้ว เป็อย่างที่เ้าว่า”
เขาหยุดครู่หนึ่ง
“แต่สิ่งที่ข้าสนใจคือ ตอนเตาเริ่มแตก เ้ากลับยังหลอมโอสถสำเร็จสามเม็ด”
ฉินเฟิงไม่ได้ตอบ
หานโม่ถามต่อ
“เป็โอสถชนิดใด”
“โอสถหลอมชีพจรโลหิตขอรับ”
“ให้ข้าดูได้หรือไม่”
ฉินเฟิงหยิบเม็ดคุณภาพต่ำสุดออกมา
หานโม่รับไปตรวจ
ไม่นานก็มีสีหน้าจริงจัง
“พลังของผลโลหิตเพลิงกับหญ้าหลอมชีพจรถูกเชื่อมเข้าด้วยกันจริง”
เขามองเด็กหนุ่มตรงหน้า
“โอสถนี้มีผลอย่างไร”
“ช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นชีพจรและร่างกายของผู้ฝึกขั้นรับปราณ ทำให้รองรับพลังปราณได้มากขึ้นขอรับ”
หานโม่เงียบไปอีกครั้ง
สูตรโอสถชนิดใหม่
อีกแล้ว
ภายในเวลาเพียงวันเดียว เขาเห็นสูตรที่ไม่รู้จักจากฉินเฟิงถึงสองชนิด
ชายชราจึงถามอย่างจริงจัง
“เ้าเคยคิดจะเข้าร่วมสมาคมโอสถอย่างเป็ทางการหรือไม่”
ฉินเฟิงมองเขา
“ตราที่ข้าได้รับยังไม่ถือว่าเข้าร่วมหรือขอรับ”
“นั่นเป็เพียงการรับรองระดับ”
หานโม่อธิบาย
“สิ่งที่ข้าหมายถึงคือเป็ศิษย์ของสมาคม มีอาจารย์ในสมาคมรับรอง ได้รับทรัพยากรประจำเดือน และมีสิทธิ์เข้าเรียนตำราโอสถบางส่วน”
ฉินเฟิงเข้าใจทันที
หานโม่กำลังพยายามดึงเขาเข้าฝ่ายตน
แต่ฉินเฟิงยังไม่คิดผูกตัวเองกับอำนาจใดเร็วเกินไป
“ขอบคุณรองหัวหน้าหานที่เมตตาขอรับ แต่เื่นี้ข้าต้องขออนุญาตอาจารย์ก่อน หากท่านยินยอม ข้าจะกลับมาให้คำตอบ”
หานโม่คาดไว้แล้วว่าอาจได้คำตอบเช่นนี้
จึงไม่บังคับ
“ดี เ้าคิดรอบคอบก็ถูกแล้ว”
จากนั้นเขาหยิบกล่องไม้เล็กออกมา
“นี่ถือเป็ของขวัญจากข้า ไม่เกี่ยวกับการเข้าร่วมสมาคม”
ฉินเฟิงเปิดดู
ภายในมีเข็มเงินยาวต่างขนาดกันสิบสองเล่ม
แต่ละเล่มมีพลังิญญาอ่อน ๆ แฝงอยู่
แม้ไม่ใช่ของวิเศษชั้นสูง แต่ดีกว่าเข็มรักษาโรคทั่วไปมาก
หานโม่กล่าว
“ได้ยินโจวชิงบอกว่าเ้ารู้วิชาแพทย์ด้วย นักปรุงโอสถจำนวนมากในเมืองใช้เข็มชนิดนี้ช่วยตรวจชีพจรและระบายพิษ คงมีประโยชน์กับเ้า”
ฉินเฟิงรับกล่องมาอย่างจริงใจ
“ของนี้มีประโยชน์กับข้ามาก ขอบคุณรองหัวหน้าหานขอรับ”
“ไม่ต้องมากพิธี”
หานโม่หัวเราะ
“หากวันหนึ่งเ้าปรุงโอสถแปลกใหม่อีก อย่าลืมนึกถึงสมาคมของเราก่อนก็พอ”
ฉินเฟิงยิ้ม
“หากมีสิ่งเหมาะสม ข้าจะนำมาที่นี่ขอรับ”
หลังออกจากสมาคม เขารีบกลับจวนทันที
ตลอดทาง ข่าวการทดสอบ่กลางวันแพร่ไปทั่วเมืองแล้ว
ร้านน้ำชา โรงเตี๊ยม และแผงค้าข้างถนนล้วนพูดถึงชื่อฉินเฟิง
“ได้ยินหรือยัง คุณชายสามตระกูลฉินชนะหลี่เทียนิ!”
“ข้าไม่เชื่อจนได้ไปถามคนที่อยู่ในลานเอง”
“เขาอยู่เพียงขั้นรับปราณขั้นสามมิใช่หรือ”
“ใช่ แต่ด่านระฆังยังทำได้ถึงหกเสียง!”
“เื่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ เมื่อสามวันก่อนเขายังฝึกไม่ได้!”
ฉินเฟิงเดินผ่านคนเ่าั้โดยไม่หยุดฟัง
แต่ในตรอกหนึ่ง ชายสองคนที่กำลังดื่มชากลับมองตามเขาอย่างตั้งใจ
เมื่อฉินเฟิงเดินห่างออกไป คนหนึ่งก็ลุกขึ้นทันที
“กลับไปรายงานคุณชายซวนเฮ่อ เขากลับจากสมาคมโอสถแล้ว”
อีกคนถาม
“จะลงมือคืนนี้หรือไม่”
“ไม่รู้ เรามีหน้าที่เพียงดู”
ทั้งสองแยกย้ายกันอย่างรวดเร็ว
ฉินเฟิงซึ่งเดินอยู่ไกลออกไปไม่ได้หันกลับ
แต่พลังิญญาที่เพิ่มขึ้นทำให้เขาััสายตาเ่าั้ได้ั้แ่ก่อนผ่านร้านชาแล้ว
เขาไม่ได้สนใจ
คนที่ซ่อนอยู่เื้ัเริ่มร้อนใจยิ่งขึ้นเท่าใด โอกาสเปิดเผยร่องรอยก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
กลับถึงจวน เขาไปเรือนบิดาก่อนเป็อันดับแรก
ฉินเจิ้งเหอกำลังนั่งอยู่บนเตียง สีหน้าดีกว่าวันก่อนหลายส่วน
เมื่อเห็นบุตรชายเข้ามา ก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“พ่อได้ยินเื่การประลองแล้ว”
ฉินเฟิงประสานมือ
“ทำให้ท่านพ่อเป็ห่วงหรือไม่ขอรับ”
“เป็ห่วงย่อมมี”
ฉินเจิ้งเหอมองแขนที่ยังมีผ้าพันาแจากการประลอง
“แต่พ่อดีใจมากกว่า”
เขาหยุดเล็กน้อย
“ไม่ใช่เพราะเ้าชนะหลี่เทียนิ แต่เพราะเ้าไม่ได้ใช้ความฮึกเหิมไปปะทะกำลังกับคนที่แข็งแรงกว่า ทั้งยังรู้จักยอมรับว่าตนด้อยตรงไหน”
ฉินเฟิงยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณท่านพ่อที่สอนขอรับ”
“พ่อไม่ได้สอนเ้าเื่นี้เสียหน่อย”
ฉินเจิ้งเหอหัวเราะ
“ดูเหมือนอาจารย์ของเ้าจะสอนมาดีกว่าพ่อมาก”
ฉินเฟิงไม่ได้ตอบประโยคนั้น
เขาหยิบขวดหยกออกมา
“ท่านพ่อ ข้านำยาชุดใหม่กลับมาแล้วขอรับ”
ฉินเจิ้งเหอมีสีหน้าจริงจังขึ้น
“ยาถอนพิษ?”
“ขอรับ ครั้งนี้ฤทธิ์จะลึกกว่าครั้งก่อน แต่ไม่รุนแรง ท่านอาจรู้สึกชาเล็กน้อยตามปลายนิ้ว และต้องขับของเสียออกจากร่างหลายครั้งในคืนนี้”
“พ่อควรทำอย่างไร”
“หลังดื่มยา ท่านนั่งขัดสมาธิตามปกติ แต่ห้ามหมุนวิชาฝึกยุทธ์ เพียงรักษาลมหายใจให้สม่ำเสมอ ที่เหลือข้าจะช่วยท่านด้วยเข็มเงิน”
ฉินเจิ้งเหอมองกล่องเข็มในมือบุตรชาย
“เ้าใช้เป็หรือ”