พลบค่ำ ในบริเวณสวนผักผลไม้ของชาวบ้าน แมลงต่างๆหรีดหริ่งเรไรยามค่ำคืนเริ่มส่งเสียงเป็นสัญญาณการออกหากินตาเกิดนักเลงสุราแถวนั้นเดินโซซัดโซเซเมาตั้งแต่หัวค่ำ จะไปหาเพื่อนอีกฟากของสวนเขาเดินผ่านมาทางหน้ารั้วบ้านยายนวล ขณะนั้นเองน้องหมาเจ้ากรรม พากันพร้อมใจประสานเสียงหอนประหนึ่งเป็นวงดนตรีโอเปล่า
ด้วยความเมาตาเกิดก็ด่าเหล่าบรรดาน้องหมาไปยกนึง ก่อนจะเดินต่อแกเดินก้าวไปข้างหน้าแล้วย้วยมาทางซ้าย ย้ายมาทางขวาอยู่อย่างนั้นซึ่งก็ไม่รู้ว่าคืนนี้จะถึงบ้านเพื่อนหรือเปล่า แต่... เมื่อกำลังจะก้าวผ่านบ้านยายนวลปรากฏว่าหางตาดันแลไปเห็นเงาตะคุ่มๆของร่างหนึ่ง ร่างนั้นยืนอยู่ข้างต้นกล้วยนิ่งไม่ไหวติงบรรยากาศรอบข้างวังเวงและเยือกเย็น
“ใครวะ?” ตาเกิดขยี้ตาตัวเองสัญชาตญาณบอกกลายๆ ว่าไม่น่าจะใช่คน!ฉับพลันร่างนั้นก็หันมาทางตาเกิดยิ้มละไมให้อย่างมิตรภาพแต่ทว่าภาพที่ตาเกิดเห็นดันเป็นภาพของบุรุษแต่งชุดโจงกระเบนสวมเสื้อราชปะแตนใบหน้าเขียวคล้ำ ตาขาวไร้แววแห่งความมีชีวิต แล้วฉับพลันร่างนั้นก็หายวับไปกับตาแค่นั้นแหละ
“ห๊ะ... ผีหลอกกกก!!” สติมาปัญญาเกิด จากที่เดินผิดเดินถูกเมื่อสักครู่นี้ ปรากฏว่าตาเกิดตาสว่างวับสับฝีเท้าวิ่งฝ่าร่องสวนราวกับเป็นนักวิ่งลมกรดหนีหายเข้าไปในความมืดพร้อมกับเสียงเห่าหอนของบรรดาน้องหมาที่ช่วยส่งท้ายให้ตาเกิดได้อย่างงดงามแต่ทางด้านเงาดำทะมึนนั้นกลับถอนหายใจ
“ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจ” พร้อมค้อมศีรษะขอโทษอย่างจริงใจ แล้วเสียงๆ หนึ่งก็ดังขึ้น
“คุณทำเพื่อนบ้านฉันขวัญกระเจิงนะคุณหลวงภัสดา” เสียงของยายนวลนั่นเองที่ดังฝ่าความมืดออกมาจากภายในบ้าน แล้วเจ้าของเสียงก็ค่อยๆ เปิดประตูก่อนเอ่ยเบาๆ
“ขึ้นมาเถอะคุณ ฉันอนุญาต” ยายนวลยิ้มให้เงาทะมึนของคุณหลวง ทำใจแล้วว่าคืนนี้ต้องต้อนรับขับสู้แขกยามวิกาลอย่างไม่ได้นัดหมายทางด้านแขกก็หายตัววับทันทีเมื่อเจ้าบ้านเอ่ยปากเชิญ
เมื่อเข้ามาภายในบ้านของยายนวลก็เห็นว่ายายนวลกำลังเดินมานั่งประจำที่ของตัวเองคุณหลวงเห็นว่าที่หน้าโต๊ะหมู่บูชามีธูปเทียนจุดอยู่ พร้อมด้วยเบาะรองนั่งปูผ้าเรียบร้อยวิญญาณหนุ่มตกใจนิดหน่อย
“ฉันขอโทษที่มารบกวนตอนไหว้พระสวดมนต์”คุณหลวงภัสดาเอ่ยออกมาจากใจเพราะไม่คิดว่าเจ้าบ้านกำลังทำธุระสำคัญอยู่
“ไม่เป็นไรหรอกคุณ ฉันสวดมนต์เสร็จก็พอดีกับเสียงตาเกิดมันแหกปากเมื่อกี้เลยนิ่งไปนิด ทำให้รับรู้ได้ว่าคุณมา”ยายนวลตอบไม่มีความกลัวกับแขกที่ไร้ชีวิตสักนิด
“คงมีคำถามมากมายสินะ?” ยายนวลพูดราวกับรู้ความในใจของผู้มาเยือนคุณหลวงพยักหน้าก่อนจะเล่าเหตุการณ์ในวันนี้ที่เขาตามไปสืบสาวราวเรื่องแทนเมขลาให้ยายนวลฟังทุกอย่างเมื่อเล่าจบ คำแรกที่ยายนวลพูดขึ้นนั่นก็คือ
“เวรกรรมแท้ๆ” ยายนวลพึมพำสีหน้าสลด
“กรรมของแม่หนูเมขลาจริงจริ๊งที่ต้องพบกับคนใจดำอำมหิตเช่นนี้ถึงสองภพสองชาติ”
“ฉันควรเล่าให้เมขลาฟังรึไม่?”นี่คือสิ่งที่คุณหลวงกังวลอย่างแท้จริง
“คุณคิดว่าไม่เล่าได้ด้วยเหรอ?”ยายนวลถามกลับด้วยรู้ดีว่าเมขลาจะต้องคาดคั้นเอาคำตอบจากคุณหลวงอย่างแน่นอน
“และถ้าคุณไม่บอกคนอย่างแม่หนูนั่นก็ต้องบุกไปหาคำตอบด้วยตัวเองอยู่ดี” ยายนวลพูดราวกับไปนั่งอยู่ในใจของเมขลาบางครั้งยายนวลก็อดรู้สึกสงสารเมขลาไม่ได้ที่ต้องมารับกรรมในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็นต้นตอก่อเรื่องแต่เรื่องทั้งหมดกลับเป็นการสร้างแรงอาฆาตอันเป็นการจองเวรจองกรรมกับศัตรูอย่างไม่มีที่สิ้นสุดให้กับตัวเอง
“ฉันอยากรู้ในสิ่งที่ยายกับเมขลาคุยกันวันนั้น”คุณหลวงสีหน้าจริงจัง
“คุณหลวง...” แต่ยายนวลเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่า
“แม่หนูคนนั้นอันที่จริงเป็นคนมีจิตใจที่ดีงามมากแต่ด้วยความที่เสียพ่อเสียแม่มาถึงสองชาติ ความแค้นมันฝังลึกไปถึงก้นบึ้งในจิตใจและปมด้อยจากชาติที่แล้วที่แม่หนูไม่สามารถทำอะไรเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของพ่อแม่ได้เลยมาชาตินี้แม่ของเธอโดนรังแกและตายจากไป จากคนที่เธอฝังแค้นเสียหนักหนา ก็เลยฝังใจ ที่สำคัญเธอพร้อมที่จะเอาคืนให้สาสมบวกกับความแค้นที่โดนสองแม่ลูกกระทำให้เจ็บแค้นมาด้วยจากชาติที่แล้วจึงเป็นการยากที่จะให้อภัยต่อกัน” พูดพร้อมแววตาที่สลดไม่น้อย
“ฉันเองที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด”คุณหลวงนึกไปถึงตอนที่สั่งลงโทษพ่อกับแม่ของเกตุแก้วจนเสียชีวิต วิญญาณหนุ่มหดหู่ต่อการกระทำของตนเองยิ่งนัก
“แล้วที่เมขลาพูดกับยายไปวันนั้นหมายความว่าอย่างไร?”เขาอยากรู้ในสิ่งที่เมขลาคิดอยู่ตอนนี้ ยายนวลถอนหายใจ แววตาไหววูบ
“เมขลาเลือกหนทางที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นระอุรุนแรงคิดทวงทุกอย่างกลับคืนมา แม้กระทั่งชีวิตของสองแม่ลูกนั่น!!” ยายนวลนิ่งไปนิด
“แม่หนูเลือกที่จะสละวิถีชีวิตอันดีงามของตัวเองทิ้งไป!!”
“คุณพระ...!!” เสียงอุทานอย่างตกใจ
“จริงรึ?” ยายนวลนิ่งเป็นการให้คำตอบ
“ฉันควรทำอย่างไร?” คุณหลวงภัสดาพยายามหาทางแก้ไข เขาไม่คิดเลยว่าความแค้นของเมขลาจะรุนแรงถึงเพียงนี้นี่เองรึที่เรียกว่าการจองเวร มันน่ากลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ
“คุณควรเป็นแสงสว่างส่องทางให้แม่หนูด้วยการพูดให้รู้สึกถึงข้อดีของการให้อภัย ชวนทำบุญไหว้พระสวดมนต์บ่อยๆให้อำนาจของพระพุทธคุณรดรินสู่ก้นบึ้งในจิตใจให้เธอซึมซับเอาความเย็นนั้นเป็นการชำระล้างความดำมืดด้วยความแค้นออกไปจากใจก่อนที่แม่หนูจะถลำเข้าสู่ห้วงความอาฆาตแค้นจนไม่สามารถจะกลับตัวกลับใจได้อีกต่อไป...”ยายนวลเองก็คงจะแนะนำได้เพียงเท่านี้ที่เหลือก็คือการปฏิบัติจริงซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมขลาจะทำได้มากน้อยเพียงใดหากทว่าคุณหลวงกลับไม่คิดอะไรนอกเสียจากว่า จะช่วยเธอให้พ้นจากอันตรายทั้งปวงให้จงได้
“ไม่ว่าจะอย่างไร ฉันจะทำทุกวิถีทางให้หล่อนพ้นจากเรื่องพวกนี้ให้ได้”สีหน้ามุ่งมั่น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้แม่เกตุแก้วต้องตกระกำลำบากแม้วันหน้าจะเป็นอย่างไรเขาจะอยู่เคียงข้างหล่อน
ทางด้านเมขลาก็รอฟังข่าวจากคุณหลวงภัสดาหญิงสาวนึกโมโหที่คนไปสืบข่าวไม่กลับมาแจ้งข่าวกับเธอเสียที ทั้งเป็นห่วงทั้งหงุดหงิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ จนกระทั่งเคลิ้มหลับไปในห้วงภวังค์จิตเธอย้อนกลับไปที่เรือนหลังนี้ในภพชาติอดีตที่ผ่านมา
คุณหญิงเนื่องทองบากหน้าพาบัวทองมาพบกับคุณหลวงภัสดาผู้เป็นเจ้าของบ้านคุณหลวงภัสดาสีหน้าเรียบนิ่งเขาไหว้คุณหญิงเนื่องทองแต่มิรับไหว้บัวทองแม้หางตาก็หาแลมองไม่ สองแม่ลูกหน้าเจื่อนไปทันทีบัวทองนั้นเสียหน้ายิ่งนักเหตุเพราะมีขุนวิชยาและลำเภานั่งอยู่ด้วยนั่นเอง
“พ่อภัสจ๊ะ น้าขอคุยกับพ่อภัสเพียงลำพังได้รึไม่?” คุณหญิงเนื่องทองเลียบเคียงถามขึ้นอย่างเกรงใจ
“มีอะไรก็คุยกันตรงนี้ได้เลยขอรับ นี่ก็มีแต่คนกันเองทั้งนั้น”คุณหลวงเอ่ยนอบน้อมแต่ไม่ยอมคุยเพียงลำพังตามคำขอของคุณหญิงเนื่องทองทางด้านคุณหญิงเมื่อเห็นท่าว่าคุณหลวงภัสดาไม่ยอมที่จะคุยกับตนเพียงลำพังก็อ้ำอึ้งแต่ในที่สุดก็เอ่ยขึ้น
“น้าพาแม่บัวทองมาขอขมาต่อพ่อภัสที่ทำไม่ดีกับคนในเรือน น้าตกใจมากเมื่อรู้เรื่องจึงต้องพาเจ้าตัวมาที่เรือนของพ่อภัสในวันนี้”ว่าแล้วก็หันไปทางผู้เป็นบุตรสาว
“กราบขอขมาพี่เขาสิลูก” บัวทองลงไหว้ทำสีหน้าสำนึกผิดเสียเต็มประดาหากในใจนึกอับอายที่ต้องมาทำอะไรเช่นนี้ต่อหน้านังลำเภากับคู่หมั้นของมัน!!
“น้องขอขมาต่อคุณพี่ด้วยเจ้าค่ะ” บัวทองพูดน้ำเสียงสั่นเครือ
“น้องยังเด็กทำอะไรอาจจะไม่ยั้งคิดไปบ้าง ให้อภัยน้องเถอะนะจ๊ะ”เสียงของคุณหญิงเนื่องทองต่ำลงเพราะรู้สึกอับอายไม่น้อยที่ลูกสาวทำเรื่องโง่เง่าลงไปคุณหลวงภัสดาหลังจากที่นิ่งไปนานก็เอ่ยขึ้น
“บุญอิ่ม” น้ำเสียงชัดเจนหนักไปทางกร้าวนิดๆ
“ไปตามเกตุแก้วขึ้นมาบนเรือน”บุญอิ่มรับคำแล้วรีบคลานออกไปตามคำสั่งทันที
“ตามแม่นั่นมาทำไมคะ?” บัวทองถามขึ้นเสียงแข็งไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดแม้สักนิด
เมื่อเกตุแก้วขึ้นมาบนเรือนก็พบว่าทุกคนนั่งอยู่กันพร้อมหน้าเกตุแก้วชำเลืองมองบัวทองเล็กน้อยก่อนจะเข้ามานั่งพับเพียบแปะอยู่ที่พื้นต่อหน้าทุกคนส่วนบุญอิ่มที่ตามมาก็นั่งพับเพียบที่ชานลดด้านล่างหอนั่งเมื่อเห็นว่าเกตุแก้วนั่งเรียบร้อยแล้วคุณหลวงภัสดาก็เอ่ยขึ้น
“ที่กระผมเรียกเกตุแก้วขึ้นมาเพราะคนที่ได้รับผลจากการกระะทำอันไร้ความคิดของบัวทองบุตรสาวคุณหญิงก็คือคนในเรือนกระผมถ้าจะขอโทษขอขมากรรมต่อกันก็คงต้องกระทำต่อเจ้าตัวจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด” คุณหลวงประกาศเสียงเรียบ ลำเภายิ้มในหน้าทันที ส่วนขุนวิชยาที่นั่งข้างๆก็มีสีหน้าค่อนข้างพึงพอใจที่คุณหลวงภัสดาทำเช่นนี้โดยเห็นเรื่องผิดถูกเป็นสำคัญมากกว่าความเกรงใจในตัวคุณหญิงเนื่องทองแต่ทางด้านคุณหญิงเนื่องทองกับบัวทองชักสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ต้องลดตัวมาขอโทษบ่าวไพร่เยี่ยงนี้
“ไม่!” เสียงแหลมแผดขึ้นก้องเรือน
“คนอย่างบัวทองลูกพระยาปรีดาศักดิ์และคุณหญิงเนื่องทองจะไม่มีวันลดตัวลงไปขอขมาลาโทษลูกอ้ายอีที่ฉ้อฉลเงินแผ่นดินจนได้รับโทษจนต้องตายตกไปตามกัน”บัวทองพูดอย่างหยิ่งทะนงในชาติกำเนิดตัวเอง
“ปัง!!!” คุณหลวงภัสดาตบโต๊ะเสียงดังจนทุกคนสะดุ้งไปตามๆ กัน...