[Gnoblin] โนบลิน จอมรังสรรค์

    37- ชั้นที่สาม

            โนบลินใช้เวลาอีกกว่าสองสัปดาห์ในชั้นสองของห้องสมุดตระกูลวอนเดอร์

            อันที่จริง..โนบลินค่อนข้างมั่นใจว่าเขาได้อ่านและทำความเข้าใจกับหนังสือทั้งหมดที่อยู่ในชั้นนี้แล้วเมื่อสองสามวันก่อนแต่เขาต้องการใช้เวลาอีกนิดหน่อยเพื่อทบทวนความเข้าใจในประเด็นที่สำคัญและสิ่งที่โนบลินสนใจเพื่อเพิ่มเติมความเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น

            นอกจากนี้โนบลินยังต้องการเวลาในการปรับปรุงรูปแบบการฝึกฝนของเด็กๆ ในบ้านเด็กกำพร้าให้หลากหลายและดียิ่งขึ้น

            “ทักษะการใช้อาวุธพวกนี้ดูจะมีระดับสูงกว่าที่เราเคยรู้มาแฮะสงสัยพวกลุงคนแคระคงไม่ได้มีรูปแบบการต่อสู้ที่สูงสักเท่าไหร่แต่โชคดีที่อาวุธของพวกเขามีประสิทธิภาพสูงสุด ๆ ก็เลยต่อสู้กับเผ่าอื่น ๆ ได้ ถ้าอย่างนั้นลองเอารูปแบบใหม่ๆ นี้มาผสมกับรูปแบบการต่อสู้ของพวกโนม กอบลิน แล้วก็เอลฟ์ดูดีกว่า”

            โนบลินคิดและเริ่มลงมือผสมผสานความรู้เรื่องการต่อสู้ที่เรียนรู้มาเข้าด้วยกันจากนั้นจึงเขียนออกมาเป็นตำราฝึกอย่างง่ายเพื่อนำไปให้เพื่อน ๆในบ้านเด็กกำพร้าได้เลือกฝึกกันตามความสนใจของแต่ละคน

            หลังจากนั้นโนบลินยังคงใช้เวลาทั้งหมดในการอ่านหนังสือในหอสมุดตระกูลวอนเดอร์โดยมีตัวช่วยคือยาน้ำเสริมเนตรและยาน้ำเร่งความจำในการช่วยเพิ่มความสามารถในการอ่านและการทำความเข้าใจข้อมูลในหนังสือจนผ่านเวลาไปอีกเก้าวันโนบลินก็มั่นใจว่าได้อ่านและทำความเข้าใจหนังสือทุกเล่มที่อยู่ในชั้นสองนี้เรียบร้อย

            “ฟู่ว...เหนื่อยเอาการเหมือนกันแฮะหลังจากนี้คงต้องหยุดใช้ยาทั้งสองนี้ก่อน ไม่อย่างนั้นได้ตาบอดสมองเสื่อมแน่เลย”

            โนบลินบ่นพึมพำหน้าจ๋อยเมื่อนึกถึงผลข้างเคียงของการใช้ยาน้ำทั้งสองชนิดเกินขนาดเพราะการฝืนใช้ร่างกายส่วนต่าง ๆ มากจนเกินไปจนเป็นภาระของร่างกายนั้นย่อมไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่นอน

            “ลองเปิดประตูขึ้นชั้นสามดูดีกว่า”โนบลินว่าแล้วก็เดินไปยืนตรงหน้ากำแพงเวทมนต์ที่ขวางทางไม่ให้ขึ้นไปที่ชั้นสามเขาก้มลงมองอักษรโบราณที่ถูกแกะสลักลงบนเนื้อหินของกำแพงอย่างชัดเจนแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานแล้วก็ตาม

            “อ่านตามนี้สินะ..”โนบลินคิดและเริ่มต้นอ่านบทร่ายตามที่แกะสลักไว้ที่กำแพง

            ...[อาทิซ]เทพผู้รู้แจ้ง ขอจงนำทางข้าผู้โง่เขลา ไปยังคลังสมบัติแห่งความรู้...

             

            บนชั้นสามของหอสมุดตระกูลวอนเดอร์...

            หลังจากละอองเวทมนต์จางหายไปภาพที่โนบลินเห็นคือห้องสมุดครึ่งวงกลมที่มีขนาดเล็กกว่าชั้นที่สองอย่างเห็นได้ชัดหลังสือที่วางเรียงรายอยู่ในห้องนี้มีประมาณสองร้อยเล่ม แต่ละเล่มหนาราว ๆหนึ่งฝ่ามือ โนบลินกวาดสายตามองไปรอบ ๆและพบว่ามีโต๊ะสำหรับอ่านหนังสืออยู่สองสามชุด แสดงให้เห็นว่าชั้นที่สามนี้มีน้อยคนที่จะสามารถขึ้นมาถึงได้

            "เอ๊ะ"

            โนบลินส่งเสียงอย่างแปลกใจเมื่อกฎชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีฟ้าคนหนึ่งกำลังยืนมองคล้ายกำลังเลือกดูหนังสืออยู่แม้บนหัวของเขาจะเริ่มมีผมสีขาวขึ้นแซมประปรายแต่ดูแล้วเขาไม่ได้มีอายุมากเท่าใดนัก เขาเลือกดูหนังสืออยู่สักพักก่อนที่จะรู้สึกตัวว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องจึงได้หันกลับมามอง

            "โอ้..มีคนขึ้นมาที่ชั้นนี้แล้วอย่างนั้นหรือ?"เขาเอ่ยขึ้นขณะที่หมุนตัวกลับมา

            "เอ๋...?"

            เสียงร้องอย่างประหลาดใจดังขึ้นจากปากของชายวัยกลางคนนั้นเพราะเขาเองไม่คาดคิดว่าจะได้พบเด็กตัวแค่นี้ขึ้นมาเที่ยวเล่นบนชั้นสามของหอสมุดตระกูลวอนเดอร์ที่มีเงื่อนไขในการขึ้นมาที่แสนจะยาก

            "จะ..เจ้าผ่านประตูเวทนั้นขึ้นมาได้ยังไงกัน ระ..หรือว่าเจ้าทำความเข้าใจหนังสือที่อยู่ในชั้นสองหมดแล้วอย่างนั้นหรือ?"เขาถามออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            "เอ่อ..ผมชื่อโนบลินครับแล้วก็ที่ผ่านขึ้นมาได้เพราะผมทำตามเงื่อนไขนั้นได้ครบพอดีน่ะครับ"

            "หนะ..หนังสือสองพันกว่าเล่มน่ะหรือเจ้าสามารถทำความเข้าใจมันได้หมดตั้งแต่อายุเท่านี้ได้อย่างไรกัน"ชายคนนั้นยังไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่โนบลินบอก

            "เอ่อ..มันก็..คือผมก็อ่านไปเรื่อยๆ หลาย ๆ รอบก็พอจะเข้าใจบ้างน่ะครับ"โนบลินตอบอึกอักเพราะไม่ได้เตรียมคำตอบไว้สำหรับสถานการณ์เช่นนี้

            "นั่นสินะ..พออ่านไปเรื่อยๆ หลาย ๆ รอบมันก็เข้าใจได้เอง ข้าเข้าใจแล้ว.."ชายวัยกลางคนบ่นเหมือนรำพึงรำพันอยู่คนเดียว

            'อ่าว..เชื่อด้วยแฮะแปลกจริง ๆ เลยลุงคนนี้' โนบลินคิดในใจขณะที่มองดูชายวัยกลางคนตรงหน้า

            "จริงสิ!"ชายกลางคนโพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

            "ข้าลืมแนะนำตัวไปข้าชื่อ [ครูซ] เป็นนักเวทในสังกัดของเจ้าเมือง ยินดีที่ได้พบกับเจ้าผู้ไฝ่รู้ ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ" ครูซหัวเราะอย่างพอใจในเรื่องที่โนบลินก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

            "สะ..สวัสดีครับคุณครูซยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ เอ่อ..ว่าแต่คุณครูซนี่คือนักเวทของเจ้าเมืองจริง ๆเหรอครับ?"โนบลินถามอย่างสงสัย

            "ก็ใช่นะสิถึงจะเห็นแบบนี้ ข้าน่ะเป็นนักเวทระดับสูง ขั้นที่ห้าเชียวนะ"ครูซบอกพร้อมกับแอ่นอกขึ้นน้อย ๆ อย่างภูมิใจ

            "อ่า..ครับผมเชื่อแล้วครับ" โนบลินบอก"ว่าแต่คุณครูซมาอ่านหนังสือที่นี่เป็นประจำเลยเหรอครับ?"

            "ก็นะ..ข้าน่ะสนใจเรื่องศาสตร์ของอักขระโบราณอย่างมาก ก็เลยทุ่มเทเวลาศึกษามันมานานถ้านับเวลากันจริง ๆ ข้าใช้เวลาในหอสมุดนี้มาสี่ปีแล้วล่ะ"ครูซพูดพร้อมกับสายตามที่มุ่งมั่น

            "ว้าวสุดยอดเลยนะครับ แล้วตอนนี้คุณครูซเข้าใจเกี่ยวกับอักขระโบราณทะลุปรุโปร่งหรือยังครับ?"โนบลินยังคงถามต่อ

            "เฮ้อ..อย่าถามอย่างนั้นเลยอักขระโบราณเกือบร้อยตัว ตอนนี้ข้าเข้าใจเพียงแค่สามสิบกว่าตัวเท่านั้นแม้แต่ท่านเจ้าเมืองเองก็เข้าใจจนสามารถใช้งานได้แค่ห้าสิบกว่าตัวเท่านั้นเอง.."ครูซบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ

            'อักขระโบราณมีอยู่เกือบร้อยตัวเลยอย่างนั้นเหรอ?ที่เราเคยได้เรียนได้ใช้จากลุงชาวเอลฟ์ก็มีเกือบ ๆ เจ็ดสิบตัวแต่ถ้าเอาที่เข้าใจและใช้ได้ก็ไม่ถึงสามสิบตัวด้วยซ้ำ' โนบลินคิดในใจ

            'คงต้องกลับไปตั้งใจศึกษาเพิ่มเติมแล้วละมั้งเนี่ย'

            "แล้วนี่เจ้าขึ้นมาถึงนี่ได้แสดงว่าต้องตั้งในอ่านหนังสือที่ชั้นล่างมากเลยสินะเฮ้อ..หายากจริง ๆ เด็กสมัยนี้ที่มุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการหาความรู้ใส่ตัวมากกว่าจะไปฝึกฝนเวทมนต์เพื่อต่อสู้น่ะในฐานะที่ข้าเองก็ไม่ชอบความรุนแรง ข้าขอชื่นชมเด็กหนุ่มเช่นเจ้าที่ตั้งใจใฝ่หาความรู้เช่นนี้ฮ่า ๆ ๆ" ครูซเอ่ยชมโนบลินพร้อมกับยกนิ้วให้อย่างมีความสุข

            "ขอบคุณที่ชมครับว่าแต่คุณครูซพอจะแนะนำผมได้ไหมว่าในชั้นที่สามนี้มีหนังสือเกี่ยวกับอะไรอยู่บ้างแล้วมันแตกต่างยังไงกับหนังสือที่อยู่ในชั้นสองบ้างครับ?"

            "หืม..หนังสือในชั้นนี้น่ะหรือ?..ส่วนใหญ่ก็เป็นหนังสือเกี่ยวกับเวทมนต์ระดับกลางขึ้นไปรวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของวัตถุดิบที่มีระดับสูง นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับเวทมนต์สายผลิตและเรื่องราวประวัติศาสตร์ต่างๆ อีกพอสมควร เพียงแต่เนื้อหาและภาษาที่ใช้ในการเขียนนั้นออกจะเข้าใจยากไปเสียหน่อยหากเจ้าไม่มีพื้นฐานความรู้จากหนังสือทั้งสองพันกว่าเล่มในชั้นสองคงไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจได้แต่ถึงจะผ่านชั้นสองมาได้แล้วบนชั้นที่สามนี้ก็ยังมีหนังสือแค่ไม่กี่เล่มเท่านั้นแหละที่เจ้าจะสามารถอ่านและเข้าใจได้ในทันที"ครูซกวาดสายตาไปยังชั้นหนังสือรอบ ๆ ในขณะที่แนะนำโนบลิน

            "อืม..จัดว่าเป็นสวรรค์ของคนที่อยากรู้อยากเห็นเสียจริงๆ เลยนะครับ" โนบลินกล่าวเห็นด้วย

            "ใช่ไหมล่ะเจ้าก็คิดเช่นนั้นใช่ไหม ข้าเองใช้เวลาในชั้นที่สามนี้มาร่วมสี่ปีแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถทำความเข้าใจหนังสือทุกเล่มในนี้ได้เลย แต่ข้าก็ยังมีความสุขกับทุกๆ เรื่องราวที่ข้าได้รู้มากขึ้นทีละเล็กละน้อยอยู่ตลอดเวลาดูท่าเจ้าก็คงจะคิดเหมือนกันสินะ"

            "ครับ ผมคิดว่าในโลกนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมยังไม่รู้และยังไม่เข้าใจอีกมากมายผมเลยต้องการที่จะหาความรู้จากหอสมุดนี้ให้ได้มากที่สุดเลยครับ" โนบลินเออออไปกับครูซก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันไปอ่านหนังสือที่ตัวเองสนใจอย่างเงียบ ๆ

            จากวันนั้น..ที่โนบลินขึ้นมาที่ชั้นสามของหอสมุดตระกูลวอนเดอร์เป็นเวลาร่วมเดือนแล้วที่เขาใช้ไปกับหนังสือเล่มหนาจำนวนมากหนังสือเกือบสามสิบเล่มถูกทำสัญลักษณ์ว่าเขาได้อ่านและทำความเข้าใจไปแล้วส่วนมากเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ขั้นสูงและวัตถุดิบต่าง ๆจนถึงตอนนี้โนบลินเริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับอักขระมนตราอย่างจริงจัง

            "เท่าที่ดูในชั้นสามนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับอักขระโบราณอยู่แปดสิบตัวส่วนที่เหลือคงจะอยู่ในชั้นบนของหอสมุดนี้สินะ ที่เราเข้าใจอยู่แล้วก็ประมาณสามสิบตัวมีอีกสิบตัวที่พอจะเข้าใจแต่ยังไม่สามารถใช้ได้ส่วนที่เหลือ..ไม่เข้าใจเลยแฮะ.."

            กองหนังสือเกือบยี่สิบเล่มที่บันทึกเกี่ยวกับข้อมูลของอักขระมนตราถูกโนบลินนำมาวางบนโต๊ะอีกกองหนึ่งนั้นเป็นหนังสือเกี่ยวกับการต่อสู้ของนักเวทระดับสูงมากมายที่มีร่องรอยของการใช้อักขระมนตราอยู่ด้วยซึ่งโนบลินคิดว่าต้องใช้อ่านประกอบกันเพื่อที่จะเข้าใจรูปแบบการใช้อักขระเหล่านี้ในสถานการณ์จริง

            "อักขระพื้นฐานพวกดิน น้ำ ลม ไฟ เราก็พอจะเข้าใจอยู่ส่วนขั้นที่สูงขึ้นมาก็เป็นการผสานอักขระมนตราสองตัวขึ้นไปเพื่อเพิ่มพลัง เช่นการใช้อักขระ ลม สองตัวก็จะกลายเป็นอักขระใหม่ พายุ ส่วนอักขระอื่นอย่าง เร็ว แรงแข็ง อ่อน หนัก เบา ก็พอจะเข้าใจวิธีใช้ได้บ้างแต่การที่จะพัฒนาด้วยการผสมอักขระนี่ ดูท่าจะยากพอดูเลยแฮะ" โนบลินค่อย ๆพิจารณาข้อมูลอักขระที่อยู่ตรงหน้าอย่างช้า ๆ

            ไม่นานก็ผ่านเวลามากว่าสามเดือนที่โนบลินใช้เวลาในชั้นสามของหอสมุดแห่งนี้ด้วยคุณสมบัติที่ดีของยาทั้งสองชนิดที่โนบลินใช้เพื่อการเร่งความเร็วในการอ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาต่างๆ รวมไปถึงยาฟื้นฟูร่างกายที่ช่วยให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็วก็ทำให้เขาสามารถอ่านทำความเข้าใจหนังสือมากกว่าครึ่งหนึ่งในชั้นสามนี้ได้

            "ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นคุณครูซเลยแฮะดูท่าจะติดธุระมาไม่ได้ละมั้ง" โนบลินบ่นพึมพำก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือต่อไป

            โนบลินศึกษารูปแบบอักขระโบราณต่างๆ พลางฝึกใช้งานอักขระเหล่านั้นตามความเข้าใจและการคาดเดาของตัวเอง บวกกับพื้นฐานความรู้ที่ได้รับมาจากพวกเอลฟ์ทำให้ตอนนี้โนบลินสามารถเรียนรู้อักขระโบราณได้มากกว่าสี่สิบห้าตัวแล้ว

            "ฟู่ว..ใช้เวลาขนาดนี้แล้วยังเข้าใจได้แค่สี่สิบกว่าตัวเองแฮะ ดูท่าท่านเจ้าเมืองจะเป็นอัจฉริยะแน่นอนเลยทั้ง ๆที่ต้องทำงานตั้งหลายอย่างแต่ยังสามารถแบ่งเวลามาศึกษาอักขระเข้าใจตั้งห้าสิบกว่าตัวนี่ถ้าเราไม่ได้ศึกษามันมาตั้งแต่ตอนเด็ก บวกกับเวลาที่ว่างทั้งวันแบบนี้คงเข้าใจได้ไม่ถึงครึ่งของเจ้าเมืองแน่เลย"

            โนบลินอดนึกชื่นชมในความสามารถของเจ้าเมืองไม่ได้เพราะเท่าที่โนบลินรู้เจ้าเมืองของเมืองนี้มีการฝึกฝนอยู่ที่ระดับ [จอมเวท]ที่มีความแข็งแกร่งมากกว่านักเวทระดับสูงขั้นสูงสุดเกือบสิบเท่าการที่จะขึ้นไปถึงขั้นนั้นได้นอกจากการมีทรัพยากรที่มากมายแล้วยังต้องอาศัยความสามารถและพรสวรรค์เป็นอย่างมากจนถึงตอนนี้ในเมืองกรูมมีเพียงแค่เจ้าเมืองเท่านั้นที่สามารถขึ้นไปถึงขั้นจอมเวทได้

            “พลังระดับจอมเวทมันจะรุนแรงขนาดไหนกันนะ” โนบลินบ่นพึมพำก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือตรงหน้าต่อ