สำนักวังบาดาล
ฟางเหม่ยหลิงกับองค์ชายแปดเดินทางมาถึงสำนักวังบาดาลได้ไม่นาน ฟางเหม่ยหลิงก็อยากจะรีบเข้าไปคารวะท่านตาของเธอและอยากเจอท่านตาไวๆ เนื่องจากเจ้าสำนักวังบาดาลเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดของสำนักแม้แต่องค์จักพรรดิยังต้องให้ความยำเกรง จึงไม่ใช่ว่าใครอยากพบก็สามารถขอเข้าพบได้ เจ้าสำนักพักอยู่ชั้นบนสุดของสำนักซึ่งเป็นชั้นพิเศษมีแค่บุคคลที่ได้รับอนุญาติจึงจะสามารถขึ้นไปยังชั้นพิเศษนี้ได้
"ข้าจะทำอย่างไร จึงจะสามารถขอเข้าพบเจ้าสำนักได้"
เธอหันไปถามองค์ชายแปดเพื่อขอความช่วยเหลือ
"ง่ายมาก แค่เจ้าเดินตามข้ามา"
เขายิ้มและจับจูงมือนางให้เดินมากับเขา
พอเดินบันไดวนจนขึ้นมาถึงชั้นสองก็พบเข้ากับห้องๆหนึ่ง หลงเจี่ยนหยางกล่าวอยู่หน้าประตูว่าเขาพาคนๆหนึ่งมาเพื่อขอเข้าพบอาจารย์ และพอเขาพูดจบบานประตูก็เปิดออกนิดนึงแสดงให้รู้ว่าคนข้างในได้อนุญาติแล้วเขาจึงพลักบานประตูเข้าไป ด้านในห้องมีผู้อาวุโสคนหนึ่งกำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่ ในมือของเขาถือตำรา ท่าทางของเขาดูสูงส่งแฝงไปด้วยกลิ่นอายของผู้อาวุโสที่ผ่านเรื่องต่างๆบนโลกมานับไม่ถ้วน
"คารวะ ท่านอาจารย์ ไม่ได้เจอกันซะนานเลย"
หลงเจี่ยนหยางเอ่ยทักทายผู้อาวุโสและหันมามองเธอ
"คะ...คารวะท่านเจ้าสำนัก"
ตอนนี้เธอกำลังประหม่า และตื่นเต้นที่ได้เจอท่านตา แต่เธอเองก็สงสัยว่าทำไมองค์ชายแปดจึงเรียกเจ้าสำนักวังบาดาลว่าอาจารย์หรือว่าเขา...
เจ้าสำนักวางหนังสือลงเพื่อมองดูแขกผู้มาเยือน เขากลับมีทีท่าตกใจเมื่อมองไปทางฟางเหม่ยหลิง เขาจำนางได้ทันที ใบหน้านี้ที่คล้ายกับบุตรสาวผู้ลาลับไปแล้ว ไม่ผิดแน่ นางคือหลานสาวที่เคยเจอกันมาก่อนแล้วที่ตลาดมืดจันทรา
"หลานสาวตา"
เขาลุกขึ้นยืน เรียกนางพรางน้ำตาก็เริ่มเอ่อที่ขอบตา
"ท่านตา"
ฟางเหม่ยหลิงได้ยินท่านตาพูดเช่นนั้นเธอเองก็รีบเข้าไปกอดเพราะผู้อาวุโสกำลังจะร้องไห้แล้ว ทำให้เธอรู้สึกสงสารยิ่งนัก แต่ไม่ได้คิดว่าจะทำให้หลงเจี่ยนหยางรู้สถานะของเธอกับเจ้าสำนัก แต่เหมือนจะไม่ทันแล้วเขาคงรู้นานแล้วจึงได้พาเธอมาที่นี่ด้วยตัวเอง ท่านตาในโลกนี้หน้าตาไม่เหมือนในโลกก่อน แต่ก็ไม่เป็นไรอย่างไรเสียนี่ก็คือคนในครอบครัวของเธออีกคน
"ในที่สุดก็ได้เจอกันสักทีนะ ตารอมาตลอดเลย"
"ดีใจที่ได้เจอนะเจ้าค่ะท่านตา "
เธอเองก็ดีใจที่ได้เจอญาติเพิ่มขึ้นมาอีก แถมยังเป็นคนสำคัญด้วย
"เจ้าสอบเข้าสำนักวังบาดาลได้สินะ"
ผู้อาวุโสมองดูชุดที่นางใส่ก็ทราบทันที
''เจ้าคะ หลานรู้ว่าท่านตาอยู่ที่นี่เลยอยากมาหา"
ฟางเหม่ยหลิงพูดพลางพยุงท่านตาให้นั่งลง
"ต่อไปนี้มาเป็นศิษย์สายตรงของตา ตาจะสอนเจ้าเอง เหมือนที่ตาสอนองค์ชายแปด"
"องค์ชายแปดเป็นศิษย์สายตรงของท่านตา"
ว่าแล้วเชียวสิ่งที่เธอคิดเอาไว้ไม่มีผิด
"ใช่แล้วต่อไปก็มีเจ้าอีกคน ช่วยดูแลศิษย์น้องด้วยนะองค์ชายแปด"
ผู้อาวุโสมองไปที่ชายหนุ่มเขามองแค่ปราดเดียวก็พอจะรู้แล้วว่าองค์ชายแปดคิดยังไงกับหลานสาวตน
"ขอรับอาจารย์ ข้าจะดูแลนางอย่างดี"
ถึงแม้เขาจะเย็นชาและไม่สนใจใคร แต่สำหรับอาจารย์แล้วเขาให้ความเคารพนับถือมาก
"จะดีหรือเจ้าคะ หลานไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีท่านตาเป็นเจ้าสำนัก กลัวคนอื่นจะนินทาว่าหลานใช้เส้นสาย ถึงสามารถเข้าสำนักมาได้"
"งั้นเราก็เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสิ"
หลงเจี่ยนหยางเสนอความคิดเห็น
"เอาแบบนี้ก็ได้ งั้นตาจะเปิดรับสมัครศิษย์สายตรง เป็นอย่างไรแบบนี้เจ้าก็จะได้แสดงความสามารถต่อหน้าทุกคน ถ้าเจ้าชนะก็จะไม่มีใครว่าเจ้าใช้เส้นสายได้อีก"
"ดีเจ้าค่ะ "
ฟางเหม่ยหลิงยิ้มอย่างยินดี แบบนี้เธอก็จะแสดงให้ทุกคนเห็นไปเลยว่าฟางเหม่ยหลิงคนนี้นอกจากจะงดงามแล้วยังมีความรู้ความสามารถอีกด้วยไม่ใช่มีแค่หน้าตา และเธอก็จะถือโอกาสนี้ แนะนำร้านโอสถของเธอให้ทุกคนได้รู้จักเป็นการโฆษณาไปเลย ในอดีตก่อนจะมาอยู่ร่างนี้ เธอเรียกมันว่าโลกเดิม เธอคือ มิลลี่ ทั้งสวย ทั้งรวย ทั้งเก่ง และเป็นเบอร์หนึ่ง จะไม่ยอมทิ้งความเพอร์เฟคแบบนี้ไปแน่ ในเมื่อกลับไปไม่ได้แล้ว ชาตินี้เธอก็จะใช้ที่แห่งนี้เพื่อสร้างฟางเหม่ยหลิงให้เป็นสุดยอดความเพอร์เฟคให้ได้
.............................................
หลังจากคุยกับท่านตาอยู่นาน ฟางเหม่ยหลิงก็ต้องไปเรียนต่อถึงเธอจะเข้าชั้นเรียนช้าแต่รองเจ้าสำนักก็ไม่ว่าอะไร เพราะได้รับแจ้งจากเจ้าสำนักมาแล้ว ว่าเธอจะอยู่คุยกับเขาสักพัก วันนี้รองเจ้าสำนักก็สอนเกี่ยวกับเรื่องโอสถต่างๆไม่ได้เจาะจงอะไรมากนัก ถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐาน ที่ทุกคนควรเรียนรู้ ระหว่างเรียนอยู่นั้นก็มีอาจารย์อีกท่านเข้ามาและกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับรองเจ้าสำนัก เขาพยักหน้าเข้าใจ และเริ่มสอนต่อ จนผ่านไปหลายชั่วยาม การสอนจึงจบลง ทุกคนเตรียมเก็บของเพื่อกลับจวน
แต่รองเจ้าสำนักก็ได้บอกให้ทุกคนฟังประกาศก่อน
"วันพรุ้งนี้จะมีการเปิดคัดเลือกศิษย์สายตรงของเจ้าสำนัก โดยการแข่งปรุงโอสถ ซึ่งคนที่ชนะก็จะได้เป็นศิษย์คนที่สองของเจ้าสำนัก ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ถ้าใครอยากลงแข่งก็สามารถลงชื่อพรุ้งนี้ได้เลย เตรียมตัวมาให้พร้อมละ "
ทุกคนพอได้ยินประกาศก็พากันเฮลั่น ไม่คิดว่าเจ้าสำนักจะเปิดรับศิษย์ช่างหาได้ยากยิ่ง แต่พวกเขาก็ยังสงสัยว่าใครคือศิษย์คนแรกของเจ้าสำนัก
"อาจารย์ ข้าอยากสอบถามว่าใครคือศิษย์คนแรกของเจ้าสำนักหรือเจ้าคะ "
ไป๋เฉียนฉิงที่อยู่ด้านหน้าสุดได้เอ่ยถาม
"ศิษย์คนแรกของเจ้าสำนักก็คือ องค์ชายแปด หลงเจี่ยนหยาง "
พอรองเจ้าสำนักเอ่ยจบ ทุกคนต่างพาก็ฮือฮา
"ที่แท้องค์ชายนี่เอง"
"เหมาะสมจริงๆ ทั้งเก่ง ทั้งรูปงาม"
"ถ้าได้เป็นศิษย์คนที่สองก็จะได้ใกล้ชิดองค์ชายนะสิ"
หญิงสาวทุกคนกำลังมีความหวัง พวกนางต่างอยากได้เป็นศิษย์อันดับสองของเจ้าสำนักเพื่อองค์ชาย
ไป๋เฉียนฉิง พอรู้ว่าองค์ชายแปดคือศิษย์เอกเจ้าสำนักก็ตาลุกวาวนางมายมาดว่างานนี้จะต้องเป็นนางที่ชนะ ไม่มีใครเทียบนางได้เพราะอยู่ที่จวนนางก็ได้ฝึกฝนตนเองอยู่เสมอจนนี้การปรุงโอสถของนางก้าวหน้าไปไกล การได้เป็นศิษย์ของเจ้าสำนักนั้นมันง่ายแค่ปลอกกล้วย
แต่นางก็เหลือบไปเห็นฟางเหม่ยหลิง ศัตรูหัวใจของนาง จึงอยากจะเข้าไปตัดกำลังใจของฟางเหม่ยหลิง เพื่อไม่ให้ฟางเหม่ยหลิงได้ลงแข่งในครั้งนี้ด้วย เพราะถึงนางจะมั่นใจว่ายังไงก็ชนะ แต่ก็ไม่อยากให้ฟางเหม่ยหลิงได้เข้าร่วมแข่งเพื่อแย่งความเด่นไป เพราะฟางเหม่ยหลิงนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามกว่านางมาก
"เจ้าอย่าคิดจะลงแข่งดีกว่า อย่างเจ้านะต้องแพ้แน่ๆ ด้วยสติปัญญาที่โง่เขลา กับอีแค่โชคเข้าข้างได้เข้าสำนักมาแบบ งงๆ ขืนทำขายขี้หน้าแล้วจะแย่เอานะ"
ไป๋เฉียนฉิงเริ่มเปิดประเด็นทันที
"ทำไมเจ้ากลัวหรือ"
ฟางเหม่ยหลิงพูดอย่างยิ้มเยาะ คิดหรอคำพูดพวกนี้จะทำอะไรเธอได้ในโลกเดิมถึงแม้เธอจะได้สวมบทเป็นนางเอก แต่ตัวตนที่จริงแล้วเธอคือนางร้ายตัวแม่เลยละ ไม่งั้นจะได้เป็นนางเอกเบอร์หนึ่งได้อย่างไร
"ข้าไม่ได้กลัว ข้าก็แค่เป็นห่วงเจ้านะ เพราะเราเคยเป็นเพื่อนกันข้าไม่อยากให้เจ้าต้องอับอาย "
ไป๋เฉียนฉิง รู้สึกไม่พอใจ แต่ก็รีบแสดงว่าตัวเองนั้นมีคุณธรรมจึงได้หวังดีมาเตือน
"แต่ข้าไม่เคยเห็นเจ้าเป็นเพื่อนเลยสักครั้งนะ เจ้าได้แต่คิดเอง เออเองสินะ "
ฟางเหม่ยหลิงส่งยิ้มเหยียดไปให้
"เจ้า เจ้า นางตัวดี แปลว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา หลอกข้ามาโดยตลอดเลยสินะ"
ไป๋เฉียนฉิงชี้หน้าฟางเหม่ยหลิงด้วยความโกรธ นางคิดว่านางคือคนที่หลอกฝ่ายตรงข้ามได้ แต่กลับเป็นนางเองที่ถูกหลอกมาตลอด
"ใช่แล้ว เพิ่งรู้หรือ ข้าก็แค่แกล้งคบเจ้าเป็นเพื่อนเท่านั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
เธอนั้นแกล้งโกหกว่าที่จริงแล้วฟางเหม่ยหลิงแกล้งเป็นเพื่อนกับไป๋เฉียนฉิงเท่านั้น แต่จริงๆแล้วฟางเหม่ยหลิงคนเก่านั้นคบกับไป๋เฉียนฉิงเป็นเพื่อนจริงๆและคิดว่าไป๋เฉียนฉิงคือเพื่อนที่แสนดีอีกด้วย เธอก็แค่อยากปั่นหัวไป๋เฉียนฉิงเล่นเท่านั้น
"นางงูพิษ"
ไป๋เฉียนฉิงตอนนี้โกรธจนสติขาด นางง้างฝ่ามือขึ้นแล้วเหวี่ยงไปที่ใบหน้าของฟางเหม่ยหลิงเต็มแรง รอยนิ้วมือปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามของฟางเหม่ยหลิง ไป๋เฉียนฉิงยังไม่สาแก่ใจนางง้างมือขึ้นหมายตบลงไปซ้ำอีก แต่แล้วไป๋เฉียนฉิงก็ต้องหน้าหงายไปข้างหลังเพราะฟางเหม่ยหลิงนั้นชกเข้าที่เบ้าตาของนาง และพอนางก้มหน้ากลับมา ก็โดนชกเข้าครึ่งปากครึ่งจมูกอีก เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลผ่านรูจมูกของนาง
"ละ...เลือด แกนางบ้า นางแพศยา นางสารเลว กรี๊ดดดดดดดด"
ไป๋เฉียนฉิงกรีดร้องด้วยความไม่พอใจพลางจับจมูกของตัวเองไป
พลาง
ทุกคนต่างหันไปมองตามเสียงกรีดร้อง ก็เห็นไป๋เฉียนฉิงที่กุมจมูกของตัวเองเอาไว้ และโลหิตที่เประเปื้อนมือของนาง ตอนนี้นางอายมากที่ผู้คนกำลังมองมาที่นาง ไป๋เฉียนฉิงจึงได้วิ่งออกไปจากสำนักและตรงกับจวนทันที
ส่วนฟางเหม่ยหลิงเองก็ลูบแก้มตัวเองป้อยๆด้วยความเจ็บ