ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่38 จักรพรรดิหมาน้อยชี้แนะ

    พอดูโพสต์อันดับสองเสร็จ ยูหมิงก็เลื่อนลงมาดูโพสต์อันดับสามและสี่ ซึ่งโพสต์ทั้งสองนี้ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากโพสต์อันดับสองซักเท่าไหร่ เพราะมันเป็นโพสต์ที่เกี่ยวกับภัตตาคารบัวสวรรค์และยูหมิง

     

    โพสต์อันดับสามเป็นโพสต์ที่อธิบายเกี่ยวกับการเสิร์ฟสุดอัศจรรย์ของภัตตาคารบัวสวรรค์ โพสต์อับดับที่สี่เป็นโพสต์ที่บอกเล่าเกี่ยวกับรสชาติของข้าวผัดไข่และเสี่ยวหลงเปา ทั้งนี้ยังมีบอกราคาเอาไว้อีกด้วย

     

    ผู้เล่นเว่ยป๋อที่ทราบราคาถึงกับทึ่งไปเลยทีเดียว พวกเขาล้วนคอมเมนต์ไปทางแพงบ้างบ่นบ้างต่างกันไป

     

    ยูหมิงที่ได้เห็นคอมเมนต์พวกนี้ก็เพียงอมยิ้มโดยไม่ได้พูดอะไร

     

    แพงแล้วอย่างไร ?

     

    ลูกค้าที่มากินอาหารของเขาในวันนี้น่ะมีเป็นพันๆคนด้วยซํ้า เงินที่ได้รับมานั้นเยอะมากมายจนร้านรอบๆถ้าได้รู้เข้าคงต้องอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถวแน่ๆ

     

    ภัตตาคารบัวสวรรค์ในวันนี้ทําเงินได้มากมาย ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาเข้ามาล้วนเข้ามาเพราะอยากรู้อยากเห็นว่าทําไมคนที่ออกมาจากภัตตาคารบัวสวรรค์ถึงได้ดูมีความสุขนัก สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ต้องถูกพิชิตโดยอาหารของยูหมิงและต้องยอมสั่งเพิ่มจนกินไม่ไหว

     

    ไม่นานลูกค้าหน้าใหม่ที่อยากรู้อยากลองก็ต้องเข้ามาถูกพิชิตเหมือนลูกค้าคนก่อนๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทําให้ภัตตาคารบัวสวรรค์ทําเงินได้มากมายในวันนี้

     

    “ ชี้แนะวิธีที่ทําให้หวดดาบไม้ไผ่ให้เร็วที่สุดที ? ’’ ยูหมิงเลื่อนมาหยุดอยู่ที่โพสต์ๆหนึ่ง โพสต์ๆนี้เป็นโพสต์ที่ไม่ได้ติดอันดับอะไร เขาเพียงแค่เลื่อนเจอเฉยๆ เจ้าของโพสต์คนนี้ใช้ชื่อว่า หลิงคุน ซึ่งหลิงคุนคนนี้ไม่ได้ใช้รูปโปรไฟล์ของตัวเองแต่ใช้รูปโปรไฟล์เป็นรูปลูกหมาน้อยเหมือนกันกับยูหมิง ยูหมิงจึงหยุดชะงักเล็กน้อยด้วยความสนใจเพราะสําหรับเขาถ้าอีกฝ่ายใช้รูปหมาน้อยอีกฝ่ายก็คงจะเป็นคนรักสัตว์เหมือนกัน

     

    “ ก็ดี ! งั้นผมจะชี้แนะให้ซักหน่อยแล้วกัน ’’ ยูหมิงพยักหน้าก่อนจะไปในแชทส่วนตัวของหลิงคุนและทําการส่งข้อความ ซึ่งเขาได้เขียนวิธีที่คนธรรมดาจะสามารถหวดดาบได้เร็วที่สุดส่งไป แน่นอนว่าเร็วที่สุดก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนๆนั้น แต่ด้วยวิธีนี้อีกฝ่ายจะสามารถหวดดาบได้เร็วที่สุดในรุ่นเดียวกันอย่างแน่นอน แม้กระทั่งเอาชนะคนที่มีร่างกายแข็งแกร่งกว่ายังสามารถทําได้

     

    หลังจากที่เขียนวิธีส่งไปให้อีกฝ่ายแล้ว ยูหมิงก็เลื่อนลงมาเจออีกโพสต์หนึ่ง แต่โพสต์นี้ใช้ชื่อว่า หลิงซุน !

     

    ดูๆไปแล้วทั้งสองคนนี้อาจจะเป็นพี่น้องกัน เพราะพวกเขาทั้งสองได้ใช้รูปหมาน้อยเหมือนกัน แต่หลิงซุนคนนี้เขาได้โพสต์เอาไว้ว่า ต่อยยังไงให้แรง !

     

    ด้วยความที่อีกฝ่ายใช้รูปหมาน้อยเหมือนกัน ยูหมิงจึงทักแชทส่งวิธีที่ทําให้ต่อยได้แรงที่สุดไปให้อีกฝ่าย หลังจากนั้นเขาก็ทําการออกจากระบบทันที

     

    …

     

    ในเวลาเดียวกันนั้นที่คฤหาสน์หรูแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ภายในห้องฝึกซ้อมห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทคมากมาย ชายหนุ่มทั้งสองคนที่หน้าตาดียืนมองโทรศัพท์ด้วยความประหลาดใจแล้วค่อยหันหน้ามาหากันอย่างงุนงง “ จักรพรรดิหมาน้อย ? ’’

     

    “ พี่ชายเขาส่งข้อความบางอย่างมาให้พี่เหมือนกันกับของผมใช่ไหม ? ’’ ชายหนุ่มในชุดคาราเต้ยิ้มถาม

     

    “ ใช่ เขาเองก็ส่งมาให้ฉันเหมือนกัน ทั้งๆที่ฉันโพสต์ไปเล่นๆแท้ๆ แต่ไม่นึกเลยว่าจะมีคนบ้าส่งมาจริงๆ ’’ ชายหนุ่มในชุดเคนโด้ยิ้มด้วยความประหลาดใจ

     

    “ อืม ดูจากวิธีที่เขาส่งมาให้ผมแล้วหากลองทําตามดูคงจะได้ผลอยู่บ้าง เพราะหลักการนี้เป็นอะไรที่สมเหตุสมผลกับร่างกายมากๆ ’’ หลิงซุนในชุดคาราเต้พยักหน้าก่อนจะเข้าไปในห้องฝึกซ้อมที่มีเครื่องวัดพละกําลังโชว์ตัวเลขสีแดงให้เห็น จากนั้นเขาก็เริ่มออกท่วงท่าบางอย่างและซัดหมัดตรงออกไป

     

    ปัง

     

    ติ๊ง

     

    เครื่องวัดพละกําลังแสดงตัวเลขออกมาทันที

     

    หนึ่งร้อยจิน !

     

    “ เฮ้ย ! ’’ หลิงซุนมองตัวเลขตรงหน้าด้วยความตกใจสุดขีด

     

    “ เครื่องคงจะเสียล่ะมั้งน้องชาย เพราะทุกครั้งที่นายออกหมัดอย่างมากก็แค่สิบห้าจินเอง ’’ หลิงคุนมองดูตัวเลขด้วยความประหลาดใจแล้วส่ายหัวพูด เพราะเขาไม่เชื่อหรอกว่าน้องชายของเขาจะสามารถซัดหมัดได้ถึงหนึ่งร้อยจิน เพราะนั่นมันเป็นอะไรที่ไม่สามารถทําได้อย่างแน่นอน

     

    “ อืม งั้นผมจะไปลองอีกเครื่องแล้วกัน ’’ หลิงซุนรู้สึกตะหงิดๆแต่ก็ยังคงพยักหน้าเห็นด้วยแล้วเริ่มเดินไปที่เครื่องใหม่ จากนั้นเขาก็ทําการซัดหมัดด้วยท่วงท่าเช่นเดิม

     

    ปัง

     

    ติ๊ง

     

    หนึ่งร้อยยี่สิบจิน !

     

    “ หรือว่าเครื่องนี้ก็เสียด้วย ? ’’ หลิงคุนมองไปยังเครื่องที่สองด้วยความสับสน เขาสับสนเพราะเครื่องทั้งสองนี้ได้ใช้มานานก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอมาวันนี้อยู่ดีๆก็มามีปัญหาซะงั้น

     

    “ มันคงจะเสียจริงๆนั่นแหละพี่ชาย แต่เครื่องที่สามนี้คงจะได้รู้กันจริงว่าวิธีที่จักรพรรดิหมาน้อยแนะนํามามันจะใช้ได้ผลมากน้อยแค่ไหน ! ’’ หลิงซุนพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นเขาก็เริ่มเดินไปยังเครื่องที่สามและเริ่มซัดหมัดด้วยท่วงท่าเช่นเดิม

     

    ปัง

     

    ติ๊ง

     

    หนึ่งร้อยสามสิบจิน !

     

    “ เครื่องนี้ก็เสีย ? ’’ หลิงซุนพึมพําออกมา โดยไม่ต้องรอให้พี่ชายพูดอะไรออกมาเพิ่มเขาก็เดินไปลองเครื่องที่สี่อย่างรวดเร็ว

     

    ปัง

     

    ติ๊ง

     

    หนึ่งร้อยสี่สิบจิน !

     

    “ … ’’ ใบหน้าของหลิงซุนเผยให้เห็นถึงความสับสนสุดขั้ว เขาสับสนเป็นอย่างมากว่าทําไมทุกๆครั้งที่เปลี่ยนเครื่องถึงได้แต้มวัดที่มากขึ้น หรือว่าวิธีที่จักรพรรดิหมาน้อยให้มามันจะใช้ได้จริง ?

     

    “ น้องชายนายไปลองเครื่องที่ห้าดูก่อน ถ้าเครื่องนี้ยังคงแสดงแต้มเท่าเดิมนั่นก็หมายความว่านายได้รับเทคนิคการออกหมัดที่สุดยอดมาแล้วนั่นเอง ! ’’ หลิงคุนให้คําแนะนําด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เขาเริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้มันชักจะยังไงอยู่เพราะทุกๆครั้งที่น้องชายของเขาซัดหมัดออกไปมันก็มีแต่เพิ่มกับเพิ่ม บางทีน้องชายของเขาคงได้รับวิธีสุดยอดมาแล้วจริงๆ

     

    “ ก็ดี ! เพราะเครื่องวัดมันคงไม่เสียพร้อมกันถึงห้าเครื่องหรอก ! ’’ หลิงซุนพยักหน้าเห็นด้วยแล้วเดินไปยังเครื่องที่ห้า จากนั้นเขาก็สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่และเริ่มตั้งท่าออกหมัด เพราะในตอนนี้เขาจะทุ่มพละกําลังทั้งหมดที่มีลงไปในหมัดๆนี้ ที่เขาต้องการทําแบบนี้ก็เป็นเพราะเขาอยากรู้ชัดๆไปเลยว่าถ้าวิธีของจักรพรรดิหมาน้อยได้ผลจริง ในตอนที่เขาตั้งใจสุดๆเขาจะทําพละกําลังได้มากสุดเท่าไหร่

     

    ปัง

     

    หมัดของหลิงซุนซัดออกไปปะทะเข้ากับแป้นวัดพละกําลังจนเกิดเสียงดัง ตัวเลขสีแดงจากศูนย์ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

     

    ติ๊ง

     

    หนึ่งร้อยหกสิบสองจิน !

     

    “ จริงๆด้วย ! วิธีของจักพรรดิหมาน้อยมันใช้ได้ผลจริงๆ ! ’’ หลิงซุนยืนมองดูตัวเลขที่แสดงให้เห็นด้วยใบหน้าตกตะลึงสุดขีด

     

    “ เขาต้องเป็นปรมาจารย์ด้านศิลปะต่อสู้แน่ๆ ! ’’ หลิงคุนพึมพําออกมาด้วยใบหน้าตะลึงงันเหมือนกัน เขารู้ดีว่าการที่คนๆหนึ่งจะออกหมัดได้พละกําลังพอๆกับนํ้าหนักตัวนี่มันเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เพราะงั้นเขาจึงรู้สึกว่าคนที่บอกวิธีที่ทําได้แบบนี้ออกมาอย่างน้อยคงต้องเป็นปรมาจารย์ที่มีฝีมือขั้นสุดยอดคนหนึ่ง

     

    “ ดีจริงๆอย่างน้อยผมก็ได้เทคนิคขั้นสุดยอดแบบนี้มาแล้ว ภายในอนาคตพวกตัวแข่งทั้งหลายจะต้องพ่ายแพ้แก่ผม ฮ่าๆๆๆๆ ’’ หลิงซุนหัวเราะด้วยความสุขที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างบ้าคลั่ง

     

    ‘ งั้นฉันก็ควรที่จะไปลองหวดดาบไม้ไผ่ตามวิธีที่จักรพรรดิหมาน้อยคนนั้นให้มาดูบ้าง บางทีมันอาจจะใช้ได้ผลเหมือนกันกับของน้องชายของฉัน ’ หลิงคุนมองไปยังน้องชายของตัวเองที่กําลังดีใจอยู่พร้อมคิดในใจ จากนั้นเขาก็เดินไปยังห้องฝึกซ้อมห้องหนึ่งและเริ่มทําการทดลองทันที

     

    …

     

    สิบนาทีต่อมา หลิงคุนได้เดินออกมาจากห้องฝึกซ้อมห้องนั้นด้วยใบหน้าตกตะลึงสุดขีด หลิงซุนที่มองเห็นใบหน้าสุดตะลึงของพี่ชายก็เดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น “ มันได้ผลสินะพี่ชาย ? ’’

     

    “ ใช่ ! มันได้ผล ! ’’ หลิงคุนพยักหน้าด้วยความสุขที่เปี่ยมล้น เพราะเขาได้เทคนิคที่สามารถหวดดาบไม้ไผ่ได้เร็วที่สุดมาแล้ว

     

    “ เห็นทีเราคงต้องตอบแทนจักรพรรดิหมาน้อยคนนี้ซักหน่อยแล้ว ’’ หลิงคุนและหลิงซุนพึมพําขึ้นมาพร้อมกัน พวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะหันหน้ามามองกันและพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย “ แล้วจักรพรรดิหมาน้อยคนนี้เขาเป็นใครกันแน่ ? ’’ ถึงพวกเขาจะอยากตอบแทนมากแค่ไหน แต่ถ้าพวกเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครแล้วพวกเขาจะตอบแทนได้ยังไงล่ะ นี่แหละปัญหา !

    คล้ายกับเรื่องผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา ที่คุณอ่าน