ตอนที่ 98 Victory to Easy
‘แฮ่ก~! ตามคนหนุ่มสาวไม่ทันจริงๆ’
ประธานวรชัยรีบวิ่งตามเข้ามาในบริษัท หลังจากเดินตามพีทและรดาที่เข้ามาพร้อมกับตนไม่ทัน เลยทำให้เหล่าพนักงานในบริษัท Victory ต่างพากันตื่นตกใจ เมื่อได้เห็น พีทกับรดา
สองคนที่ทำให้บริษัท Victory ของพวกเขาเป็นข่าวใหญ่โตและทำให้พนักงานหลายคนต้องระเห็จออกจากบริษัทไปนั่นเอง
“ทุกคนใจเย็นๆ ก่อน วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญจะประกาศให้ทุกคนได้รับรู้โดยทั่วกัน ให้หัวหน้างานทุกคนไปรอฉันที่ห้องประชุม ส่วนพนักงานคนอื่นๆ รีบจัดแจงเคลียร์เอกสารของบริษัทให้เสร็จทั้งหมด ฉันหวังว่ามันจะเสร็จก่อนบ่ายวันนี้นะ” พูดจบประธานวรชัยก็ผายมือไปยังห้องประชุมที่อยู่บนชั้น 2 ของอาคารสำนักงานตนเอง
พีทและรดาเดินตามไป โดยมีเหล่าหัวหน้างานจากสาขาแผนกต่างๆ ที่เดินติดตามมาไม่ห่าง พวกเขาต่างถือสมุดจนบันทึกด้วยท่าทีที่หวาดวิตก เพราะการที่ประธานวรชัยสั่งให้ทุกคนเคลียร์เอกสารทั้งหมดภายในบริษัท
มันมีความหมายได้เพียงอย่างเดียว นั้นก็คือบริษัทกำลังจะปิดกิจการและถ้าพวกเขาเดาไม่ผิด มันน่าจะเปลี่ยนมือ ถูกขายให้กับพีทและรดาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
‘พวกเขากำลังจะถูกบังคับให้ออกจากงาน?!’ เหล่าหัวหน้างานและพนักงานที่พอจะอ่านสถานการณ์ออกเริ่มหวาดวิตก
แต่ถึงกระนั้นห้องประชุมขนาดใหญ่ก็พลันถูกเปิดออก โดยมีประธานวรชัยเป็นคนนำทุกคนเข้ามา…พนักงานทุกคนต่างเข้าไปนั่งประจำที ส่วนพีทและรดา นั่งอยู่วงนอกอย่างเงียบๆ เพื่อปล่อยให้ประธานวรชัยเป็นคนอธิบายสถานการณ์ของบริษัทด้วยตัวเอง ส่วนตัวพวกเขาทั้งสองคนที่เข้ามาซื้อหุ้นและกิจการ จะเข้ามาสรุปบทบาทหน้าที่ของบริษัทเสียใหม่ในภายหลัง
“ทุกคนคงรู้สถานการณ์ของบริษัทเราดี ซึ่งมันเกิดจากการบริหารที่ผิดพลาดของฉันเอง จนทำให้ทุกคนต้องมาเดือดร้อนไปกับฉัน” ประธานวรชัยยังคงยืนอยู่ด้านหน้าของห้องประชุม สีหน้าของเขาเจือไปด้วยความรู้สึกผิด จนแทบจะก้มหัวให้กับพนักงานของเขาอยู่แล้ว
‘ท่านประธานอย่าพึ่งถอดใจ หากพวกเรามองหาพาร์ตเนอร์เข้ามาใหม่และตีโจทย์ลูกค้ากลุ่มใหม่ให้แตก บริษัทของเราก็จะสามารถพลิกฟื้นสถานการณ์นี้ได้อย่างแน่นอนครับ’ มีพนักงานชายคนหนึ่งจากสาขาการตลาดที่ยังคงไม่ยอมแพ้ เขาอยู่กับบริษัท Victory มาเกินหลัก 20 ปี ไต่เต้าจากพนักงานทั่วไปคนหนึ่ง ขึ้นมาเป็นถึงหัวหน้าแผนก
ทั้งหมดล้วนเกิดจากความสามารถที่มี แม้จะไม่ได้มีโปรไฟล์และวุฒิของมหาลัยที่ดีนัก แต่ศักยภาพการทำงานของเขาก็จัดว่าสูงอยู่พอสมควรกับการบริหารงานที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งของประธานวรชัย
“คุณก็รู้อยู่แก่ใจ ‘คุณณัฐพล’ คุณทำงานกับผมมานาน คุณน่าจะรู้อยู่แล้วว่าบริษัทของเรา ยากที่จะผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้” ประธานวรชัยตอบกลับหัวหน้าแผนกการตลาดที่ชื่อ ณัฐพล หรือเรียกตามชื่อเล่นว่า ‘นัท’ ก็ได้
ซึ่งทาง ณัฐพล เมื่อได้ยินคำพูดของประธานวรชัยที่พูดกับตน ตัวของพนักงานวัย 40 ปีผู้นี้ก็พลันก้มหน้าลง เขาไม่คิดที่จะเถียงหรือยกอ้างอะไรอีก เพราะความจริงมันก็คือความจริง เขารู้อยู่แล้วว่า ต่อให้เขาจะหาพาร์ตเนอร์หรือกลุ่มลูกค้าใหม่มาได้
แต่จากชื่อเสียงที่สูญเสียไป ประกอบกับบริษัทน้อยใหญ่ต่างพากันกดดันบริษัท Victory อันเกิดจากการที่พวกเขาไปแหย่รังแตนอย่างบริษัท สยามโนวากรุป มันเลยทำให้ทุกอย่างมันพังพินาศไปหมด
บริษัทพาร์ตเนอร์ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ต่างชิ่งหนีหาย ไม่ยุ่งเกี่ยวไม่ติดต่อ มิหนำซ้ำยังทวงเงินที่ติดค้างจากการซื้อขายกันครั้งล่าสุดอย่างไม่ไหวหน้า ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงกำหนดจ่ายเลยด้วยซ้ำ
“ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันได้ขายกิจการในบริษัท Victory ของฉันให้กับคนที่มีศักยภาพดูแลต่อได้แล้วและทุกคนก็น่าจะรู้พวกเขากันอยู่แล้ว ขอเชิญผู้บริหารคนใหม่อย่าง พีทและรดา ขึ้นมากำหนดแนวทางของบริษัทให้กับพนักงานทุกคนด้วย” เมื่อประธานวรชัยพูดจบ เสือเฒ่าก็ได้เดินถอยออกไปยืนอยู่ด้านข้าง ประหนึ่งเป็นการหลีกทางให้เสือหนุ่มตัวใหม่ขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งของตน
โดยพีทและรดา ก็ได้ลุกขึ้นและเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับเหล่าหัวหน้าพนักงานจากแผนกต่างรวมหลายสิบคน แต่ทว่าไม่มีสักคนเดียวเลยที่ปรบมือต้อนรับพวกเขาทั้งสอง
ปฏิกิริยาเช่นนี้ทำให้ประธานวรชัยได้แต่เอามือกุมหน้า ถึงอย่างนั้นพีทกลับไม่ได้สนใจท่าทีของพนักงานในห้องนี้เลย อีกทั้งเขายังคิดว่าจะเจอกับการต้อนรับที่หนักกว่านี้ อย่างเช่น ปาเปลือกทุเรียนใส่เหมือนกับในละครเลยด้วยซ้ำและโชคดีที่มันไม่เกิดขึ้น
ทุกคนเพียงแค่เงียบ ช็อก ไม่พอใจกันอยู่เงียบๆ และที่เป็นแบบนี้มันก็ดีกว่าการเสแสร้งแกล้งทำเป็นปรบมือต้อนรับเขาเป็นไหนๆ
“สวัสดีครับ ผมชื่อพีท…นับแต่นี้ผมและรดาจะเข้ามาบริหารบริษัท Victory ร่วมกันกับประธานวรชัย” พีทไม่ได้บอกว่าเขาจะเข้ามาบริหารแทนประธานคนเก่า แต่เขาเลือกใช้คำพูดว่าเข้ามาทำงานร่วมกัน
ดูเผินๆ ทั้งสองประโยคนี้มีความหมายที่คล้ายคลึงกัน แต่ปฏิกิริยาของพนักงานในห้องประชุมกับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงและคำพูดนี้ของพีท มันก็ทำให้ประธานวรชัยยังมีอำนาจอยู่ในสายตาพนักงานที่ภักดีกับประธานเฒ่า
พีทเลือกใช้คำพูดได้อย่างเหมาะสม ถึงขั้นที่รดาก็แอบชื่นชมถึงความเป็นผู้นำจากพีทที่ยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ เธอแอบยิ้มอยู่ภายในใจ ก่อนจะปั้นหน้ากลับเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งตามเดิม
“ผมและประธานวรชัยได้ทำการปรึกษากันแล้วว่า พวกเราจะเปลี่ยนการดำเนินงานของบริษัท Victory ใหม่ทั้งหมด พวกเราจะไม่เน้นทำการค้าขายหรือส่งออกอีกต่อไป แต่พวกเราจะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมาเป็น เจ้าตลาดของสินค้าทั้งหมดแทน” พีทได้นำแฟลชไดรฟ์ออกมาจากกระเป๋าและเตรียมที่จะเสียบมันลงไปในแท่นโชว์สไลด์
หากแต่ในขณะที่พีทกำลังจะทำเช่นนี้ หัวหน้าไอที ที่มีชื่อว่า ‘ยอด’ ที่ครั้งหนึ่งเคยต้องปวดหัวกับไวรัสถล่มบริษัท จนปวดหัวแก้ไขนานกว่าหลายสัปดาห์ ก็พลันลุกขึ้นมาห้ามตามสัญชาตญาณที่ดูเหมือนจะกลัว ไวรัสคอมพิวเตอร์จนหลอนไปหมดแล้ว
“ห้ามเสียบข้อมูลเข้ามาในบริษัทนะครับ ถ้าจะเปิดสไลด์ให้เปิดจากโน้ตบุ๊กเครื่องนี้แทนครับ” หัวหน้าไอทีรีบลุกขึ้นมาห้าม พลางรีบหยิบโน้ตบุ๊กที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายของบริษัทให้กับพีท
“ขอโทษด้วยนะพีท พอดีว่าก่อนหน้านี้บริษัทของฉัน ถูกไวรัสคอมพิวเตอร์ปั่นป่วนบริษัทเสียยกใหญ่ คุณยอดเลยกังวลมากเกินไปหน่อย”
ซึ่งพีทได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มไม่ออก จะโวยวายก็ไม่ได้ เพราะตัวเขาเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ที่อีกฝ่ายกลัวจนขึ้นสมองแบบนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะตัวเขาเอง ที่เป็นคนสร้างไวรัสตัวนั้นขึ้นมาป้องกันโปรเจกต์ของเขาที่ถูกอาจารย์อมรขโมยมันไปนั่นเอง
“ตกลงครับ” พีทยินยอมทำตามหัวหน้าไอทีโดยไม่มีท่าทางขัดขืน ส่งให้พนักงานในบริษัท Victory ดูจะเริ่มพอใจกับท่าทีที่อ่อนโยนของพีทมากขึ้นไปอีก จากก่อนหน้านี้ที่พูดว่าจะเข้ามาร่วมกันทำงานกับประธานวรชัยและตอนนี้ยังไม่ใช่อำนาจบาตรใหญ่ ข่มเหงรังแกหัวหน้าทีมไอทีของพวกเขา ที่ออกคำสั่งไม่ให้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องประชุมอีก
‘ช่างเป็นประธานหนุ่มที่ต่างไปจากที่พวกเราคิดกันไปเองจริงๆ? หรือว่าพวกเราจะระแวงเขากันไปเอง’ พนักงานเริ่มกระซิบกระซาบกัน ในระหว่างที่หัวหน้าไอทีกำลังเตรียมเครื่องให้กับพีท
อันที่จริงจะบอกว่าเตรียมให้ก็ไม่ถูก ดูจะเป็นตัวของพีทเองมากกว่าที่เป็นคนจัดการตัวเอง เนื่องจากหัวหน้าไอที ดูเหมือนกำลังจะแกล้งลองเชิงพีทอยู่นั่นเอง ตามประสาคนที่อยู่ในวงการไอทีเช่นเดียวกัน
พีทจัดแจงเองทุกอย่างและมันก็เสร็จอย่างรวดเร็ว พร้อมที่แสดงข้อมูลและเนื้อหาที่พนักงานจากบริษัท Victory ควรต้องรู้แล้วเกี่ยวกับแนวทางใหม่ของบริษัท
“ฉันคิดว่าทุกคน ควรจดบันทึกและรับฟังเนื้อหาที่คุณพีทกำลังจะเสนอนี้ให้ดี เพราะมันมีผลต่อการประเมินการทำงานของพวกคุณทุกคน ที่จะถูกเลือกว่าจะได้ทำงานที่นี่ต่อหรือไม่” ระหว่างที่พีทกำลังเตรียมเปิดข้อมูล ทางด้านของรดาที่มองภาพรวมอยู่ในห้องประชุม ก็ได้เอ่ยปากขึ้นมากล่าวเตือนเหล่าหัวหน้างาน ที่กำลังกระซิบกระซาบกันอยู่
โดยเฉพาะหัวหน้าไอที ที่อาจหาญกล้าลองภูมิพีทที่เป็นถึงประธานบริษัทนั่นเอง รดาทำงานมานาน มีหรือที่เธอจะไม่รู้ว่าระหว่างหัวหน้าไอทีกับพีท นั้นมีบางอย่างเกิดขึ้น ถึงเธอจะไม่รู้หลักการและเทคนิคที่ใช้ลองภูมิ แต่พฤติกรรมเช่นนี้ถ้าเป็นบริษัทสยามโนวากรุปของเธอ คงได้ถูกเด้ง อัปเปหิออกจากห้องประชุมไปแล้ว
ทันทีที่เหล่าพนักงานได้ยินคำเตือนจากรดา พวกเขาทุกคนก็พลันนิ่งกันไปเลย รัศมีความเป็นผู้บริหารของรดา มันช่างน่ากลัวสมชื่อ เจ้าหญิงน้ำแข็งจริงๆ กอปรกับ
“ผมจะเปลี่ยนให้บริษัท Victory เป็นศูนย์กลางของสินค้า ที่จะมีร้านค้ามากมายในประเทศไทย สามารถนำสินค้ามาวางขายในแอปพลิเคชันของเรา หรือจะพูดง่ายๆ มันคือ Easy Food ที่เปลี่ยนจากอาหารเป็นสินค้าต่างๆ แทนนั่นเองครับ” พีทอธิบายพร้อมเปิดภาพรวมของแอปพลิเคชันให้ทุกคนได้เห็น
อย่างไรก็ตามนี้เป็นเพียงแค่ไอเดีย ที่พีทได้ร่างเอาไว้แบบคร่าวๆ เท่านั้น พนักงานในห้องประชุมที่มีโอกาสได้ฟังไอเดียนี้ก่อนใคร ถึงจะได้เห็นสไลด์ไอเดียนี้ แต่ก็เห็นเพียงแค่ภาพรวมเท่านั้น
ไม่มีใครที่เข้าใจแอปพลิเคชันนี้ได้เหมือนกับเขา หรือถ้าหากเอาข้อมูลนี้ไปบอกกับบริษัทอื่นๆ มันก็เป็นแค่ไอเดียหนึ่ง ที่บางบริษัทก็อาจจะคิดได้เหมือนกัน เพียงแค่ยังไม่สามารถทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างได้เหมือนกับพีท ที่มีทั้ง น้าผี สตีเฟ่น จ๊อบส์ เอไอ.อัลฟ่าและตัวของพีทเอง ที่เริ่มสร้างแอปนี้ใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว
และสาเหตุที่พีทต้องรีบแอปพลิเคชันและเข้าซื้อกิจการบริษัท Victory สาเหตุก็เป็นเพราะเขาต้องแข่งกับเวลาและต้องแข่งกับบริษัทยักษ์ใหญ่จากประเทศอื่น ที่จะเข้ามาชิงตลาดในส่วนนี้ในอนาคตอันใกล้
ที่ในปี 2014-2015 บริษัท Shoppa และ Lasala ที่มาจากประเทศสิงคโปร์จะเข้ามาบุกตลาดในประเทศไทยและขยายอิทธิพลไปทั่ว SEA ในโลกเก่าของน้าผี
ดังนั้นพีทมีเวลาแค่ไม่ถึง 1 ปี ที่จะสร้างแบรนด์ของเขาขึ้นมาท้าชนและเพื่อให้ผลประโยชน์และเม็ดเงินกลับเข้าสู่คนไทยอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ศึกนี้พีทจำเป็นต้องแข่งกับเวลาและต้องเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จอีกด้วย
เหล่าพนักงานได้ยินแนวทางใหม่ของบริษัทก็ถึงกับอึ้งกันไปสักพัก เพราะการเปลี่ยนแนวทางของบริษัทมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันเหมือนกับการสร้างบริษัทขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้นเลยนั่นเอง
จะต่างก็ตรงที่พีทมีพนักงานมากกว่าหลายร้อยคนและบริษัท สำนักงานและเครื่องใช้อุปกรณ์เตรียมพร้อมอยู่แล้ว
“ผมมีเวลาให้พวกคุณ 1 เดือน เพื่อทำการศึกษาแนวทางการทำงานของบริษัทเพื่อเริ่มใหม่ทั้งหมดแล้วครบกำหนด ผมจะทำการจัดสอบเพื่อประเมินผู้ที่ได้ไปต่อและไม่ได้ต่อด้วยตัวเอง โดยทุกคนจะได้เรียนแนวทางการทำงานผ่านคู่มือที่ผมเตรียมเอาไว้ จะเว้นก็แต่แผนกไอทีที่จะเรียนรู้งานจากผมโดยตรงและมีผมเป็นผู้จัดการสอบประเมินด้วยตัวเอง” พีทพูดจบก็พลันมองไปที่คุณยอดหัวหน้าทีมไอทีด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิจ ที่ไม่ใช่ มิตรภาพ
‘เมื่อกี้คุณลองภูมิผมใช่ไหม ได้หลังจากนี้ผมจะลองภูมิคุณบ้าง’ ยอด หัวหน้าทีมไอที ถึงกับเย็นวาบไปทั้งตัว เขาเหมือนได้ยินคำพูดนี้ของพีทอยู่ภายในหัว ก่อนจะยิ้มแหยงๆ กลับไป พลางนั่งหดตัว ทำเหมือนตัวเองไม่มีตัวตน
หลังจากประชุมกันเสร็จแล้ว เหล่าหัวหน้าทีมก็ได้กลับไปอธิบายเรื่องที่ประชุมมาให้กับพนักงานที่เหลือในบริษัทได้รับฟัง ซึ่งทุกคนพอรู้ว่าบริษัทจะเปลี่ยนแนวทางการทำงานมาเป็น ศูนย์กลางขายสินค้า จากเดิมที่เคยทำธุรกิจคนละประเภท มันก็ทำให้ทุกคนต่างกังวล เมื่อรู้ว่าจะมีการประเมินการทำงานในอีก 1 เดือนข้างหน้านี้
‘จู่ๆ จะให้พวกเราเปลี่ยนการทำงาน มันไม่มากไปหน่อยเหรอ บ้าอำนาจเกินไปแล้ว!’
‘ฉันรู้อยู่แล้วว่า ประธานหนุ่มและประธานหญิงคนนั้นจะต้องมีแผนชั่วร้ายอยู่ในใจแน่นอน พวกเขาสองคนต้องการแก้แค้นพวกเราที่ไปขโมยผลงานของพวกเขา’
‘ประธานวรชัยยอมได้ยังไงกัน แต่ก็แหงล่ะ ประธานวรชัยขายหุ้นไปมากกว่า 80% ได้เงินไปมากมาย จะมาสนใจพวกเราที่ต้องลำบากไปทำไม’
มีเสียงบ่นและเสียงทัดทานจากพนักงานทั้งบริษัทดังขึ้นและก็มีบางส่วนที่ไม่พอใจ จนถึงขั้นเดินขึ้นไปที่ห้องประชุม เพื่อที่จะระบายความไม่พอใจต่อหน้า ประธานบริษัทคนใหม่และประธานวรชัย เกือบสิบคนเลยทีเดียว
แต่ทว่าในระหว่างที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังห้องประชุม ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันระหว่าง พีท รดาและประธานวรชัยดังลอดออกมาจากห้องประชุม ที่เปิดค้างเอาไว้อยู่
“คุณลุงอย่าได้คิดทำตัวเป็นเสือนอนกินเชียวนะครับ คุณลุงเองก็ต้องเรียนรู้แนวทางใหม่ของบริษัทด้วยเช่นเดียวกัน เอาแบบนี้ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป คุณลุงต้องไปเรียนรู้การทำงานจากทุกแผนกให้เข้าใจทั้งหมด ยกเว้นแผนกไอทีที่ผมจะดูแลเอง แล้วผมจะมาประเมินคุณลุงด้วยตัวเอง ผมให้คุณลุง 1 เดือนเหมือนกัน…ถ้าคุณลุงทำไม่ได้ หุ้นอีก 20% ที่เหลือในสัญญา ผมจะซื้อทั้งหมดเอง” พีทหยุดพูดพลาง วางคู่มือที่เตรียมมาทั้งหมดให้กับประธานวรชัยเป็นเล่มหนาๆ
“หากแอปพลิเคชันนี้ของผมประสบความสำเร็จ คุณลุงจะต้องเสียดายหุ้น 20% ที่มีอยู่อย่างแน่นอน” พีทใช้วิธีตบหัวและลูบหลัง ปลอบขวัญประธานเฒ่าด้วยผลประโยชน์ที่มหาศาล
ซึ่งหลังจากคำพูดของเขาได้ยินออกไปถึงข้างนอก เหล่าพนักงานที่ตอนแรกจะมาหาเรื่อง ทุกคนก็ต่างพากันหนีหน้า รีบกลับไปที่แผนกกันทันที
‘ขนาดประธานวรชัยยังเอาตัวไม่รอด…แล้วพวกเขาที่เป็นพนักงานทั่วไปมันจะไปเหลืออะไร?!’
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy