บทที่ 43: ตบอัจฉริยะแดนใต้
ดาบปีศาจทมิฬสับพุ่งทะยานจากฟากฟ้าพร้อมแรงระเบิดเพลิงอสูรสีดำสนิท หวังจะขยี้บดขยี้ร่างของผมให้แหลกลาญเป็นผงคุกฝุ่น ความมืดมิดของค่ายกลวิถีอาณาเขตกระบี่ปีศาจอสูรทมิฬครอบคลุมพื้นที่ลานประลองหินศิลาทั้งหมดจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วมือ เสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณคนตายนับพันที่สิงสู่อยู่ในกระบี่โบราณโหยหวนหลอกหลอนโสตประสาทของทุกคนที่ชมดูอยู่รอบนอกจนสั่นสะท้านหวาดกลัวเป็นทิวแถว
"แย่แล้ว! เซียวเฉินโดนกลืนกินเข้าไปในค่ายกลสมบูรณ์แบบแล้วพี่น้อง! รอบนี้ไม่มีทางรอดแน่!" เสียงกรีดร้องตระหนกตกใจของศิษย์หญิงนิกายบุปผาสวรรค์ดังระงมทั่วบริเวณ
บนอัฒจันทร์หยกหรูหรา เจ้าสำนักกระบี่ทมิฬหัวเราะร่าลั่นกวาดพัดชื่นชม: "ฮ่าๆๆ! เจ้าหนูบุปผาสวรรค์นั่นโง่เง่านัก! คิดว่าตบศิษย์ปลายแถวได้แล้วจะลืมตัวท้าทายศิษย์เอกอันดับหนึ่งของข้า ค่ายกลดาบทมิฬของต้วนเทียนผ่านการชุบตัวในบ่อโลหิตพิษลึกกว่าสิบปี แกร่งระดับเก้าแกนทองคำ ยอดฝีมือระดับเดียวกันยังรอดอยาก นับประสาอะไรกับขยะสำอางหน้าขาวคนนั้น!"
"ฮ่า ๆๆ! ไอ้คนหน้าขาวเอ๋ย! ดาบอสูรทมิฬของข้าจะสูบกินเนื้อและวิญญาณแกจนหมดสิ้น จงจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดและกลายเป็นขยะใต้ฝ่าเท้าของข้าต้วนเทียนเสียเถิดโว้ย!" เสียงตะโกนแหบพล่าเหี้ยมเกรียมของต้วนเทียนดังก้องอยู่รอบตัวผมกึ่งกลางความมืดมิด ปลายกระบี่ดำพุ่งเฉือนฟาดฟันอากาศจนเกิดไอหนาวเหน็บเสียดกระดูก
ผมยืนพิงพัดกระดาษอยู่อย่างเงียบสงบกึ่งกลางม่านควันสีดำสนิท โดยไม่มีท่าทีตื่นตระหนกตกใจแม้แต่น้อยนิด *'เฮ้อ... เจ้าขยะชุดดำนี่มันพ่นคำรามเสียงดังไร้รสนิยมจริงๆ โว้ยจ้ะปู่! ขืนช้ากว่านี้ ส้มหวาน ๆ ที่เชียนเสวี่ยปอกรอไว้ข้างนอกจะแห้งหมดอร่อยเสียก่อนน่ะสิโว้ย! ว่าแต่ในระบบมีอะไรดีๆ ให้ชอปปิ้งบ้างนะจ๊ะ?'* ผมคิดกะล่อนขี้เกียจปนรำคาญในใจพลางเปิดหน้าต่างร้านค้าระบบขึ้นมาดูเล่น
[ ติ๊ง! ระบบเสนอไอเทมตอบโต้ในคลังสินค้าพิเศษ: ]
1. "โล่ก้นกระทะเหล็กกล้าทมิฬ" (ราคา 15,000 แต้ม) - ป้องกันการโจมตีกายภาพ 100% สภาพเหมือนกระทะก้นครัวแต่ทนท้านมาก
2. "เสื้อยืดเกราะเบาอมตะลายการ์ตูน" (ราคา 20,000 แต้ม) - ล้างสถานะพิษหนาว ลดแรงกระแทกจากอาวุธ
3. "คัมภีร์วิถีอาณาเขตกระบี่จักรพรรดิ" (ราคา 30,000 แต้ม) - ปลดปล่อยรังสีดาบทองคำจักรพรรดิสยบความมืดและสลายค่ายกลดาบศัตรูทันที
*'อุ๊ยตาย! ไอ้โล่ก้นกระทะเหล็กนี่มันกวนประสาทข้าจริง ๆ ขืนข้าถือมันขึ้นมาสู้กับดาบปีศาจทมิฬ ภาพลักษณ์แมงดาเทพสุดหล่อหน้าขาวของข้าคงกลายเป็นพ่อครัวถือกระทะเตรียมทอดไข่เจียวคาลานประลองแน่โว้ยจ้ะปู่! เสียฟอร์มหมด! ส่วนเสื้อยืดลายการ์ตูนนั่นก็ตลกเกินไป เอาคัมภีร์วิถีอาณาเขตกระบี่จักรพรรดินี่แหละ แลกมาสะบัดพัดสะสางตบหน้ามันให้สว่างวาบเลยจ้ะ!'* ผมสั่งระบบกดชอปปิ้งทันควัน หักแต้มระบบเหลือ 60,000 แต้มทันที
[ ติ๊ง! ทำการเปิดใช้งานไอเทมระบบ: "คัมภีร์วิถีอาณาเขตกระบี่จักรพรรดิ" สำเร็จ! ]
[ ปลดปล่อยรังสีดาบทองคำจักรพรรดิสยบความมืดสิบแปดทิศทาง! ]
ทันใดนั้นเอง กึ่งกลางความมืดมิดสนิทที่ประหนึ่งทางตันไร้ก้นบึ้งนรก ปรากฏจุดแสงสีทองเม็ดเล็ก ๆ เปล่งประกายประกายขึ้นที่ปลายพัดกระดาษของผม แสงสีทองนั้นขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วรุนแรงปานพายุสุริยะระเบิดตัว เปล่งรัศมีแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์สีทองเจิดจ้ากระจายพุ่งผ่านหมอกดำประหนึ่งเข็มนับแสนเล่มทิ่มแทงฉีกหมอกพิษอสูรจนขาดวิ่น
[ เพล้ง! ]
[ ครืนนนนนนนนน! ]
เสียงคล้ายแก้วหนาแตกร้าวเป็นเสี่ยง ๆ ดังลั่นสั่นสะเทือนลานประลอง ลำแสงสีทองจักรพรรดิเจิดจ้าฉีกกระชากม่านพลังความมืดทมิฬของต้วนเทียนจนพังทลายสลายกลายเป็นควันขาวปนรุ้งในวินาทีเดียว ปรากฏเงาร่างของดาบทองคำยักษ์สิบเล่ม สลักลวดลายอักขระรูนโบราณส่องสว่างเจิดจ้า แผ่รังสีพลังงานอบอุ่นสีทองดั่งดวงสุริยัน ปักลงล้อมรอบเวทีส่งพลังกดขี่อันสูงส่งสยบไอปีศาจราบคาบ พลังรังสีอบอุ่นนี้ยังช่วยรักษาอาการบาดเจ็บและแผลเล็กๆ น้อยๆ ของศิษย์นิกายบุปผาสวรรค์ที่อยู่รอบข้างให้จางหายไปจนเกิดเสียงอุทานอัศจรรย์ แสงแดดยามสายกลับมาสาดส่องลงบนลานหินศิลาอีกครั้ง เผยให้เห็นร่างของผมที่ยังยืนสง่าถือพัดกระดาษยิ้มระรื่นกวนประสาทไร้รอยขีดข่วนเสื้อผ้าไม่มีแม้แต่รอยฝุ่นเกาะ
"บ้าน่า! ค่ายกลระดับสุดยอดของข้า... แตกสลายพ่ายแพ้ในพริบตาเดียวเนี่ยนะ?! ข้าใช้เวลาฝึกฝนในถ้ำอสูรทมิฬถึงสิบปี กินแต่ยาพิษและซดโลหิตสัตว์อสูรเพื่อควบแน่นวิถีดาบนี้! แกทำลายมันได้อย่างไรกัน!" ต้วนเทียนดวงตาเบิกกว้างหน้าถอดสีซีดประหนึ่งซากศพ ขาก้าวถอยหลังสั่นระริกกุมกระบี่ทมิฬที่บัดนี้แตกร้าวร้าวรานแตกลายงาจวนจะหักเป็นชิ้นๆ
"ไอ้หนูเอ๋ย... พลังดาบพ่นควันดำกวนประสาทคนแช่น้ำร้อนแบบนั้นน่ะ มันไม่ได้ผลกับสามีผู้แสนขยันของสาวๆ หรอกโว้ยจ้ะพี่น้อง! ความพยายามสิบปีของแกมันก็แค่ภาพลวงตาเมื่อเจอกับพัดกะล่อนเล่มเดียวของข้าโว้ย!" ผมยิ้มกะล่อนพราวเสน่ห์ก้าวเท้าเดินเอื่อยๆ เข้าไปหามันช้าๆ
ต้วนเทียนกัดฟันกรอดพุ่งกระโจนชูกระบี่แตกร้าวฟันใส่หัวผมสุดแรงเกิด ทว่าผมขยับหลบอย่างเกียจคร้านเบี่ยงตัวหลบคมดาบไปทางซ้ายเฉียดฉิว โคจรปราณแกนทองคำขั้น 8 และพลังกายาอมตะเข้าสู่มือขวา ก่อนจะสะบัดข้อมือขวาฟาดสลัดพัดกระดาษในมือในมุมขนานประดุจการสลัดตบหน้าอันแสนสบายอารมณ์
[ เพียะ! ]
[ อั่ก! ]
เสียงพัดกระดาษปะทะแก้มขาวซีดของต้วนเทียนดังสนั่นสะท้านลานประลองจนเกิดคลื่นอัดอากาศกระจาย แรงตบสลัดแฝงปราณแกนทองคำส่งผลให้ใบหน้าของต้วนเทียนเบี้ยวบิดเบี้ยว ฟันร่วงกระจายคลุกฝุ่นออกมาสามสี่ซี่ ร่างปลิวกระเด็นถอยหลังหมุนคว้างกลางอากาศสามรอบลอยไปชนกระแทกเสาศิลาค้ำเวทีหินสิบคนโอบแตกละเอียดทลายถึงสามต้น ก่อนจะกระแทกกำแพงศิลาเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวล ยามฝุ่นจางลงเห็นร่างมันนอนบิดงอลิ้นจุกปากสลบคาที่ทันที! พ่ายแพ้ยับเยินหมดสภาพในกระบวนท่าเดียวปานขยะเปียกไร้ค่า!
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วทั้งหุบเขาพันบุปผาเป็นเวลาสามวินาที ก่อนที่เสียงโห่ร้องเชียร์ของศิษย์นิกายบุปผาสวรรค์จะระเบิดดังก้องกังวานด้วยความตื่นตะลึงสะใจสุดขีด ยายเฒ่ามู่และผู้อาวุโสสภานิกายต่างอ้าปากค้างตาโต เจ้าสำนักนิกายกระบี่ทมิฬถึงกับตกเก้าอี้หยกหน้าถอดสีซีดเผือดบ่นงึมงำอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง ด้านฮวาหยูจิ่งเจ้าสำนักหญิงนิกายบุปผาสวรรค์พยักหน้าหัวเราะในลำคอด้วยความพึงพอใจ: "เจ้าเด็กคนนี้แฝงวิชาร้ายกาจล้ำลึกจริงๆ มิน่าล่ะถึงละลายวิถีไร้ใจของเชียนเสวี่ยได้ราบคาบ!"
"โอ้โฮ! สามีคนเก่งของข้าสุดยอดที่สุดเลยเจ้าค่ะ!" ซูเหยียนแผดเสียงร้องด้วยความดีใจกะพริบตาหวานซึ้ง
ผมเดินกะล่อนโบกพัดเดินกลับเตรียมจะเอนตัวลงตั่งไม้นวมกอดเมียกินส้มหวานต่ออย่างสำราญบารมี ทว่าทันใดนั้นเอง...
[ ครืนนนนนนนนน! ]
อุณหภูมิโดยรอบหุบเขาพลันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนใบไม้ดอกไม้รอบข้างเริ่มแห้งเหี่ยวเฉา น้ำแร่ในบ่อน้ำพุร้อนที่พวกเราเพิ่งแช่ไปพลันเดือดพล่านระเหยกลายเป็นไอแห้งเหือดหายไปในพริบตา ศิษย์รอบสนามต่างกรีดร้องเพราะเสื้อเกราะและเสื้อผ้าผ้าไหมของบางคนเริ่มลุกไหม้จากไอความร้อนผ่าว ต้องรีบขยับลมปราณน้ำแข็งธาตุน้ำมาห่อหุ้มร่างกายกันวุ่นวาย ท้องฟ้าสีครามแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงฉานดั่งกองเพลิงลาวาร้อนระอุ เมฆอัคคีหมวนเวียนสีเลือดน่ากลัวระเบิดตัวส่งรังสีความร้อนแรงดั่งนรกอเวจี
[ โฮกกกกกกกกก! ]
เสียงมังกรคำรามสนั่นหวั่นไหวแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่นพสุธาร้าว ร่างสัตว์อสูรมังกรเพลิงยักษ์ยาวกว่าสิบวาพุ่งทะยานลงจากท้องฟ้า เกล็ดมังกรสีส้มแดงลุกท่วมไปด้วยไฟร้อนระอุ กรงเล็บหนาทึบฟาดทำลายยอดเขาริมลานประลองหินทรายร่วงลงมาป่นปี้ ปรากฏเปลวไฟพวยพุ่งระเบิดตัวดังตูมสนั่นกึ่งกลางลานประลองศิลายักษ์จนไหม้เกรียมเป็นเถ้าถ่านละลาย
ฝุ่นควันและไฟสีแดงระเบิดตัวออก เผยให้เห็นร่างงดงามเพรียวบางของดรุณีสาวนางหนึ่งยืนอยู่บนหัวมังกรเพลิง นางสวมชุดไหมศึกสีส้มแดงโชว์หน้าอกตึงเป่งเอวคอดกิ่ว ผิวพรรณแดงระเรื่อเปล่งรังสีไฟร้อนผ่าว ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายประกายเปลวไฟสีเพลิงดุดัน ชัดเจนว่านางคือ **"หลงหลิงเอ๋อร์"** ธิดามังกรเพลิงแห่งสำนักผู้พิชิตดินแดนใต้ ยอดฝีมือขอบเขตแกนทองคำขั้นที่ 9!
[ ติ๊ง! ]
[ ตรวจพบเป้าหมายพิเศษ: หลงหลิงเอ๋อร์ (ธิดามังกรเพลิง) ]
[ สถานะ: ผู้สืบทอดสายเลือดมังกรเพลิงจักรพรรดิโบราณ, ระดับพลังแกนทองคำขั้น 9 ]
[ หมายเหตุ: สายเลือดของนางกำลังแปรปรวนจากพลังหยางร้อนรุ่มเกินขีดจำกัด มีโอกาสเป็นว่าที่ภรรยาคนที่ 7 ของโฮสต์สูงมาก ]
*'อุ๊ยตาย! ระบบจ๋า สาวมังกรเพลิงคนนี้รูปร่างสะบึมส์หน้าอกตูมแน่นขนาดนี้ แถมยังพกไฟร้อนแรงมาท้าทายสามีแมงดาเทพอีกโว้ย! ข้าล่ะอยากรู้นักว่ายามจับนางไปสยบศึกร่วมเตียงในถ้ำหนาวเย็น ผิวเนื้อร้อนๆ ของนางจะเสียวซ่านตอดรัดสะโพกข้าได้รุนแรงขนาดไหนโว้ยจ้ะพี่น้อง!'* ผมกวาดสายตามองหน้าอกกลมโตของนางตาเยิ้มกะล่อนรักทันที
"ไอ้คนชั่วช้าหน้าขาวคนไหนที่มันบังอาจขโมย 'ไข่มังกรโบราณเพลิงศักดิ์สิทธิ์' ของข้าไป! จงไสหัวกะล่อนออกมารับความตายจากไฟมังกรของข้าซะเดี๋ยวนี้โว้ย!" หลงหลิงเอ๋อร์ตวาดกร้าวเสียงหลง แผ่ไอความร้อนระอุจนหินศิลาใต้เท้าของนางเริ่มละลายเป็นสีแดงเข้มชี้ตรงมาที่กลางลานประลอง!
ผมก้าวเท้าเดินโบกพัดไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยิ้มยั่วเย้ากะล่อนรัก: "อุ๊ยตาย! แม่นางมังกรสาวคนงามจ๋า พกความร้อนแรงมาทวงไข่เสียงดังลั่นหุบเขาขนาดนี้ หรือแท้จริงแล้วเจ้าไม่ได้อยากมาทวงไข่ แต่อยากมาหาคนหนุ่มหน้าตาดีช่วยดับไฟร้อนในตัวเจ้ากันแน่จ๊ะเมียรักขี้โมโห!"
คำพูดหยอกล้อพราวเสน่ห์ทำให้ดวงตาอัคคีของหลงหลิงเอ๋อร์ระเบิดเปลวเพลิงโทสะลุกโชนขึ้นทันควัน!
---